หลังจาก Garret Fish & Chips ร้านอาหารสไตล์อังกฤษและยุโรป ที่สาขาพัฒนาการประสบความสำเร็จได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาขยายสาขาใหม่ให้ชาวพหลโยธินได้ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่ออย่างฟิชแอนด์ชิปส์สไตล์อังกฤษแท้ ที่รสชาติและตัวแป้งกรอบนุ่มและเบา ทำเอาติดใจชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก เจ้าของร้าน Garret Fish & Chips เป็นนักเรียนออสเตรเลียที่อาศัยอยู่กับโฮสต์ชาวอังกฤษ หนึ่งในวิชาที่ร่ำเรียนมานั้น เป็นสูตรอาหารหลายเมนูจากครอบครัวโฮสต์ด้วย เมื่อกลับไทยจึงเปิดร้านตามความชอบและความถนัดของตัวเอง แล้วพัฒนาสูตรอาหารร่วมกับหุ้นส่วนชาวออสเตรเลีย ซึ่งเมนูโดดเด่นคือฟิชแอนด์ชิปส์ ตัวแป้งเป็นสูตรเฉพาะของร้าน โดยใช้ “เบียร์” เป็นของเหลวสำหรับผสมแป้งเพื่อการทอด อย่าง “IPA” (India Pale Ale) ซึ่งเป็นเบียร์ที่ให้รสหวานจากมอลต์ มีกลิ่นหอมของดอกฮอปส์ (Hops) แป้งของ Garret Fish & Chips จึงไม่ได้เป็นแค่ Beer-Battered Fish & Chips แต่เป็น “IPA-Battered Fish & Chips” เจ้าแรกของประเทศไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากร้านอื่น นอกเหนือจากเมนูฟิชแอนด์ชิปส์ยังมีอาหารสไตล์อังกฤษ ยุโรปและซีฟู้ดอีกหลายเมนูรอให้ทุกคนได้ลิ้มลอง การตกแต่งร้านเป็นแนวบ้านริมหาดที่มีกลิ่นอายของทะเล สร้างมู้ดแอนด์โทนด้วยรถทรักและเก้าอี้ชายหาดทาสีสันต่างๆ หลังร้านมีสนามวอลเลย์บอลชายหาด ยังมีโซนห้องแอร์และที่จอดรถบริการด้วย และทางร้านมีเครื่องดื่ม IPA เตรียมเสิร์ฟ สามารถนั่งชิวเอาท์กับเพื่อนๆได้ ทั้งบรรยากาศและอาหารทำให้รู้สึกไม่ได้อยู่กลางพหลโยธิน เหมือนได้ไปเที่ยวทะเลจริงๆ เริ่มที่จานแรก Sausage Roll, Beans & Chips ซอสเซจโรลไส้หมูสับ รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟคู่บีนส์และชิปส์ เข้ากันสุดๆ จานที่ 2 เป็น The Full Monty มีไส้กรอกเลือดและเบคอนทรงกลมที่อร่อยมากๆ เป็นอาหารเช้าสไตล์อังกฤษแท้ๆ เลย เมนูขายดีอย่าง Angus Steak Mince & Onion Pie, Chips, Peas & Gravy พายสเต๊กเนื้อแองกัสสับและหัวหอม เสิร์ฟคู่เฟรนช์ฟรายส์กับซอสเกรวี อร่อยกลมกล่อม มาต่อที่เมนูซิกเนเจอร์ IPA-Battered Cod & Chips ปลาค้อดเนื้อขาวจั๊ว แถมยังฉ่ำ แป้งมีสัมผัสที่กรอบและบางมาก เพราะสูตรการนำเบียร์ IPA มาผสมแป้งแทนน้ำ แอลกอฮอล์จะระเหยได้ดีกว่า ใช้เวลาทอดไม่นาน ทำให้แป้งสุกเร็วขึ้นและเนื้อปลาด้านในสุกกำลังดี ก่อนกินลองเยาะมอลเวเนการ์ตามสไตล์อังกฤษให้มีรสเปรี้ยวนิดๆ อร่อยลงตัวมาก IPA-Battered Seafood Platter ซีฟู้ดรวมจานใหญ่ เชฟแอบใส่หอยนางรมจากญี่ปุ่น 1ชิ้นให้ลองเสี่ยงดวง ใครได้ถือว่าโชคดี กินคู่เฟรนช์ฟรายส์ ซอสทาร์ทาร์และถั่วลันเตาบด กระดาษซับมันที่รองมาเป็น Food Grade ร้านออกแบบและใส่เรื่องราวไว้ในนั้นเป็น Easter Egg ให้อ่านไปกินไป กินจนหมดจานแป้งยังกรอบอยู่เลยเพลินสุดๆ ใครชอบเนื้อเน้นๆไม่อยากกินของทอดต้องสั่ง Bangers & Mash ไส้กรอกย่างสูตรลับของร้าน เสิร์ฟพร้อมมันบดสไตล์อังกฤษ และปิดท้ายด้วย Apple Pie And Custard แอปเปิลพายกับคัสตาร์ด จุดเด่นคือความหอมของตัวแป้งพัฟเพสตรี ตัดด้วยรสชาติแอปเปิลที่เปรี้ยวหวานกำลังดี ใครอยากตามรอยมากิน ต้องจองล่วงหน้าทาง Line : @garretfishandchips (มี@) หรือสั่งผ่าน Delivery ได้เช่นกัน

แก้อาการคิดถึงญี่ปุ่นได้ในทันที ชาบู บาย โออิชิ (SHABU By OISHI) ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งใหม่บนชั้น 6 เซ็นทรัล พระราม 9 จากโออิชิ ที่มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ เลือกอิ่มได้ทั้ง A La Carte และแบบ Set Menu นอกจากจะชูจุดเด่นเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีอย่างเนื้อวากิวญี่ปุ่น A4 เนื้อวากิวออสเตรเลีย หมูคุโรบูตะ เนื้อยูเอส (พื้นท้อง) เนื้อออสเตรเลีย (สันคอ) อาหารทะเลสดใหม่ ฯลฯ ที่ร้านยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดสนุก โดยเราสามารถสั่งเมนูที่ต้องการผ่านการแสกน QR Code จากนั้นอดใจรอไม่นาน รถไฟจำลองบนสายพานก็จะวิ่งมาเสิร์ฟอาหารถึงที่ เราแนะนำให้สั่งเมนูเด็ดอย่าง รวมเนื้อหมู (XXL) จานใหญ่จุใจที่วัดขนาดจานได้ยาว 1 ช่วงแขน! รับประกันว่าจานนี้เต็มอิ่ม น้ำซุปของทางร้านเลือกได้ 2 รสชาติใน 1 หม้อ (มีทั้งหม้อชาบูส่วนตัวและหม้อเดี่ยว) ทั้งน้ำซุปชาบู ชาบู น้ำซุปใสรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับเนื้อหมูและซีฟู้ด กินคู่น้ำจิ้มพอนสึ น้ำซุปสุกี้ยากี้ น้ำซุปดำรสเค็มหวาน เหมาะสำหรับคีบเนื้อวัวและเนื้อหมูลงไปแกว่งไกว จิ้มกับไข่ดิบเข้ากัน หรือจะลองน้ำซุปมิโซะที่กลิ่นหอมๆ จากมิโซะเข้ากับเนื้อหมูและผักสดเป็นพิเศษ และอย่าพลาดน้ำซุปดาชิ น้ำซุปใสที่มาพร้อมกลิ่นหอมจากปลาแห้งและโชยุ เมนูอาหารญี่ปุ่นก็ทำออกมาได้ดีสมเป็นโออิชิ อาทิ อิคุระแซลมอนจัมโบ้มากิ ที่คนรักอิคุระน่าจะถูกใจ คิวริกุนกัน มีทั้งหน้าแซลมอน ทูน่า อิคุระ และปลาไหลญี่ปุ่นย่าง ส่วนใครอยากลองทำมากิดูสักครั้ง ลองสั่ง ดี.ไอ.วาย มากิ มาห่อเองก็เพลินไปอีกแบบ อิ่มของคาวแล้วต่อด้วยของหวานอย่าง โมจิไอศกรีม โมจิเนื้อหนึบหนับสอดไส้ไอศกรีมชาเขียวเย็นเจี๊ยบชื่นใจ ปิดท้ายมื้อได้ดีเชียว

ใครเป็นแฟนประจำร้านอาหารเหนือดีกรีบิบ กูร์มองด์จากมิชลินไกด์อย่างอองตอง ข้าวซอย เราอยากให้ลอง อองเตี๋ยว ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือน้องใหม่รสมืออองตองที่มาปักหมุดในซอยอารีย์1 ตัวร้านสีแดงสดใสนั่งสบายพร้อมด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือที่ใครกินก็ติดใจ เริ่มด้วยเมนูกินเล่นอย่างเกี๊ยวหมูทอดไข่เค็มรสเค็มๆ มันๆ ทอดได้กรอบไม่อมน้ำมันกินกับน้ำจิ้มรสเผ็ดหวาน ตามด้วยเมนูพิเศษของอองเตี๋ยวอย่างเมนูนรกแตก นำเครื่องเคราของก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างหมูตุ๋น ตับ หมูเด้ง ไข่ยางมะตูม ลูกชิ้น เนื้อตุ๋น กากหมู คลุกกับซอสสูตรเฉพาะรสเผ็ดจัดจ้านเสิร์ฟในชามเล็กๆ (กากหมูอร่อยมาก ต้องสั่งเพิ่มอีกชาม) ส่วนก๋วยเตี๋ยวเรือก็มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือหมู เลือกได้ทั้งตุ๋น สด ลูกชิ้น ไส้ ตับ และก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อ มีทั้งเนื้อตุ๋น สด ลูกชิ้น เนื้อกรอบ และเอ็น เราชอบน้ำซุปกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม โรยกระเทียมเจียวและผักชีฝรั่งซอย ยังไม่หมดแค่นั้น ใครมาเป็นแก๊งใหญ่ที่ร้านมีก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อไฟทั้งชุดเนื้อและชุดหมู เลือกได้ทั้งเนื้อริบอายนิวซีแลนด์ เนื้อใบพายนิวซีแลนด์ เนื้อน่องกรอบ หมูสามชั้นสไลซ์ และสันคอหมูสไลซ์ ให้คีบลงหม้อน้ำซุปร้อนๆ ถูกใจเป็นที่สุด

คนเมืองต้องชอบ Symmetry BKK คาเฟ่เปิดใหม่ใจกลางเหม่งจ๋าย ซึ่งนับว่าเป็นร้านที่มีความสมดุลสมชื่อจริงๆ ด้วยความครบครันทั้งเครื่องดื่ม อาหารคาว และขนมหวาน ที่เสิร์ฟในสไตล์ออสเตรเลียนบรันซ์เมนู กินคู่กาแฟได้อย่างลงตัวสุดๆ เหมาะสำหรับคนตื่นเช้าที่อยากหาอะไรรองท้อง เพื่อเพิ่มพลังก่อนเข้าทำงาน หรือมานั่งรับประทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อนฝูงก็ได้เช่นกัน Symmetry BKK เป็นคาเฟ่ในเครือ Flow coffee Roasters แบรนด์โรงคั่วกาแฟชั้นนำที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2010 ภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีไม้สร้างความอบอุ่นผสมความดิบด้วยเพดานสูงเปลือยฝ้า มีกระจกล้อมรอบ ดูโปร่งโล่งสบายตา เริ่มกันที่ซิกเนเจอร์อย่าง Dirty Drip รสเข้มข้น หอมมัน จากนมเย็นๆ ใส่เอสเปรสโซ โดยใช้เมล็ดกาแฟของตัวเองมารังสรรค์กลิ่นและรสชาติให้เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน ต่อมาเป็น Scrambled Eggs & Smoked Salmon ขนมปังบริออชที่นุ่มละมุน ด้านในเป็นไข่คนและแซลมอนรมควัน อร่อยกลมกล่อม Big Breakfast จัดจานอย่างอลังการเต็มอิ่มด้วยไข่ ไส้กรอก ขนมปังซาวร์โด เห็ด เบคอนและผัก ใครที่ชอบชาเขียวต้องลอง Iced Marukyu Koyamaen Kyoto Uji Matcha ชานำเข้าจากเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น กลิ่นหอม หวานไม่มากและไม่ขมมัตฉะ เราแนะนำเมนู Truffle Cheese Toast เสิร์ฟคู่เฟรนช์ฟรายส์ จิ้มซอสมะเขือเทศกับซอสทรัฟเฟิล รสชาติออกเค็มนิดๆ หอมชีสและทรัฟเฟิล ยกให้เป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องสั่งกับ Spaghetti Cream Ebiko สปาเกตตีครีมไข่กุ้ง กุ้งตัวใหญ่มาก รสกลมกล่อมให้ความรู้สึกครีมมี่ ถัดมาคือ Capellini Chili and Salt Sausage คาเปลลินีผัดพริกเกลือกับไส้กรอกแสนอร่อย ได้รสเผ็ดนิดๆที่ปลายลิ้น นอกจากกาแฟแล้วก็มี Non-Coffee ด้วย Mixed Berry Yuzu รสชาติเปรี้ยวซ่า ช่วยเติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ

“Waan Thai” ร้านขนมไทยโบราณในสำรับใหม่ของเชฟชุมพล แจ้งไพร ที่ตั้งอยู่ในทองหล่อซอย 9 เคียงข้าง R.HAAN ร้านอาหารไทยมิชลิน 2 ดาวหาตัวจับยาก ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวซึ่งเป็นตัวแทนของใบตอง วัตถุดิบที่คนไทยสมัยก่อนใช้ห่อขนมหวาน บรรยากาศร้านโปร่งสบายตามแบบฉบับ Casual Dining ผนังสีเขียวไข่กาคาดสีทองหรู แซมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มีลวดลายฉลุงดงาม เข้ากันดีกับพื้นไม้สีน้ำตาลอ่อน และเฟอร์นิเจอร์ อย่างโซฟาหนานุ่มสีเขียวใบเตย เก้าอี้หวาย และโต๊ะหินอ่อนเกลี้ยงเกลา พร้อมเสิร์ฟขนมไทยสไตล์ Modern Thai Twist ซึ่งเป็นขนมไทยโบราณรสชาติต้นตำรับ รังสรรค์มาจากวัตถุดิบคุณภาพในเมืองไทย ผ่านกรรมวิธีทันสมัย พร้อมกับตกแต่งจานให้ดูสวยงามและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ต้อนรับด้วยซิกเนเจอร์ประจำร้านอย่าง Waan Thai High Tea ชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ Modern Thai Twist ประกอบด้วย ช่อชมพูหวานไทย ของว่างในแบบฉบับไทยๆ แป้งสีชมพูสวยห่อไส้เห็ดหลากชนิดรสเค็มกลมกล่อม ไก่บ้านย่างยอดชา ชิ้นนี้ดีงาม ไก่บ้านเนื้อแน่น ทาซอสสูตรเฉพาะของของร้าน ย่างเตาถ่านให้หอม ขนมครกคาเวียร์ ผิวนอกกรอบเกรียม ภายในนุ่มนิ่ม ท็อปด้วยคาเวียร์จากโครงการหลวง เครปผัดไทย แป้งเครปสีเขียวทำมาจากใบต้นหอม เนื้อนิ่มๆ ห่อเส้นผัดไทยได้รสเข้มข้นของเครื่องผัดไทย โดดเด่นด้วยความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก ดาราทองไทย ขนมมงคลหากินยาก ที่เชฟดัดแปลงจากสูตรดั้งเดิมโดยการผสมไข่เค็มลงไปกวนกับถั่วจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นตกแต่งด้วยเมล็ดแตงโมกรุบกรอบเช่นเคย ขนมเบื้องเสวย แป้งกรอบๆ ปาดครีมสไตล์ไทยหวานๆ ห่อไส้ต่างๆ ได้แก่ ขนมไข่แมงดา (ทองหยอดจิ๋ว)มะพร้าวขูดกินสนุก ตามด้วย ช็อกโกแล็ตเชียงใหม่ไส้ชาไทย ช็อกโกแล็ตเชียงใหม่รสเข้มพอดี เข้ากันดีกับซอสชาไทยรสหวานมัน ใครชอบขนมอบต้องถูกใจ เค้กกะทิสดมะพร้าวน้ำหอม เค้กเนื้อนุ่มฟูเข้ากันดีกับครีมรสหวานฉ่ำที่ทำจากมะพร้าวอำเภอบ้านแพ้ว ของดีประจำจังหวัดสมุทรสาคร ท็อปด้วยเนื้อมะพร้าวเคี้ยวสนุก พร้อมจิบ ลาเต้ร้อน ที่ได้มาจากเมล็ดกาแฟไทย ผสมกับนมสดหอมมัน รวมได้เป็นรสเข้มแบบพอดี หรือใครเป็นทีเลิฟเวอร์เราแนะนำ ชาอูหลง นี่แหละ รสนุ่ม ดื่มง่าย จิบกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ จบเซ็ตอาฟเตอร์นูนทีแล้วยังไม่พอสั่ง เปียกปูนมะพร้าวหอมรมควัน มาลิ้มลองด้วย เปียกปูนเนื้อนุ่มที่รังสรรค์แป้ง มะพร้าวน้ำหอมและน้ำมะพร้าวเผา โรยด้วยมะพร้าวคลุกเกลือรสเค็มเล็กๆ ไปด้วยกันได้ดีกับครีมไข่ขาวหวานหอม ทับทิมสยามหวานไทย ทับทิมกรอบสีชมพูสวย ราดน้ำเชื่อมหวานฉ่ำ ตัดรสด้วยไอศกรีมกะทิหอมมันชื่นใจ เสิร์ฟมาในกะลามะพร้าว ที่ด้านล่างมีดรายไอซ์อลังการ ชีสเค้กหมอนทองหวานไทย หนึ่งในขนมหวานดาวเด่นประจำร้าน รสหวานหอมครีมมีนี้ได้มาจากเนื้อทุเรียนหมอนทอง และครีมชีสสด นอกจากจะได้ฟินกับขนมหวานแล้วร้านหวานไทยยังเสิร์ฟอาหารไทย a la carte จากร้าน R.HAAN อีกด้วย เราลองสั่ง ไส้กรอกปลาแนมชาววัง ไส้กรอกอีสานโฮมเมดทำจากหมู ข้าวโพดและเครื่องแกง เนื้อแน่น รสเผ็ดพอดี กินพร้อมใบเมี่ยง ปลาช่อนขูดทอด โรยด้วยผิวส้มซ่าหอมๆ ก่อนเสิร์ฟสโมกด้วยควันจากมะพร้าว สายฟู้ดเลิฟ ขนมจีนน้ำพริกชาววัง เส้นขนมจีนทำเอง เข้าปากพร้อมน้ำพริกรสหวานพอดีที่ทำจากกุ้งแม่น้ำ กุ้งฝอยทอดกรอบ ไข่ต้มยางมะตูมและผักแนมต่างๆ ยังมี ข้าวมันส้มตำคุณแม่ ส้มตำไทยรสหวาน เข้าคู่ไปกับข้าวมันเรียงตัวสวย น้ำพริกตาแดงรสเค็มเผ็ด หมูฝอยและผักสด จานนี้เด็ดมาก โรตีแกงเนื้อซี่โครงแองกัสบุรีรัมย์พริกขี้หนูสวน ซี่โครงแองกัสจากจังหวัดบุรีรัมย์ เคี่ยวกับน้ำแกงเขียวหวานรสนุ่มนวล จนได้เนื้อที่นุ่มร่อน เสิร์ฟพร้อมโรตีแผ่นบางสไตล์โฮมเมด ยังไม่อิ่มสั่ง ข้าวหน้าไก่กุนเชียง ไก่เนื้อแน่นรสเค็มแซมหวาน เข้ากันดีกับกุนเชียงชิ้นใหญ่ ท็อปด้วยไข่เป็ดออร์แกนิคจากจังหวัดจากชัยนาท ดองในนำมันรำข้าวและดอกเกลือ จิบพร้อมน้ำสมุนไพรอย่าง Betterfly Pea Honey Lemon น้ำอัญชันสีม่วงสวย รวมไปกับน้ำผึ้งหอมหวาน ตกแต่งด้วยรังผึ้งน่าอร่อย และ Lemon Mint ม็อกเทลรสเปรี้ยวซ่าสดชื่น เหมาะมากสำหรับจิบคลายร้อน

“โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่” ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ที่เริ่มเสิร์ฟความอร่อยตั้งแต่ พ.ศ.2495 (นานกว่า 60 ปี) เดิมทีเป็นร้านโชห่วยที่มีมุมกาแฟเล็กๆ แต่ด้วยกาลเวลาแปรเปลี่ยนไปทำให้ธุรกิจกาแฟได้กระแสตอบรับที่ดีตลอดมา เจ้าของจึงเปิดเป็นร้านคอฟฟี่เสียเลย โดยชื่อนี้มีที่มาจากคำว่า ‘โกปี๊’ แปลว่า กาแฟ รวมกับคำว่า ‘เฮี้ยะ’ ซึ่งเป็นแซ่ของเจ้าของร้าน ‘ไถ่’ หมายถึงประเทศไทย และ ‘กี่’ คือ ธุรกิจ ทั้งหมดรวมกันเป็น ‘ธุรกิจร้านกาแฟของคนตระกูลเฮี้ยะในเมืองไทย’ ปัจจุบันร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ขยายสาขาไปแล้วกว่า 5 ที่ แต่วันนี้เราแวะมาชิมที่เสาชิงช้า ซึ่งเป็นโลเคชั่นดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ถนนศิริพงษ์ ใกล้ๆ ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ตึกอาคารพาณิชย์หัวมุมกว้างขวาง ภายในร้านให้ฟีลคลาสสิกของร้านกาแฟสมัยก่อน ตั้งแต่โต๊ะกลมหินอ่อนเข้าคู่กับเก้าอี้ไม้ทรงกลมยุคโบราณ ผนังของร้านทำจากไม้ที่แซมด้วยภาพเมนูน่ากินต่างๆ นอกจากมีมื้อเช้าเสิร์ฟแล้วยังมีคอมฟอร์ตฟู้ดอาหารจานเดียวเสิร์ฟอีกด้วย มาถึงร้านแล้วเราสั่ง ไข่กระทะ เมนูสุดป็อปประจำร้าน อิ่มเอมไปกับไก่ไข่ 2 ฟอง หมูสับ กุนเชียงรสหวาน เสิร์ฟพร้อมขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสอบ ท็อปด้วยหมูยอและกุนเชียง ตามด้วย ขนมปังอบเนยนม ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน สอดใสเนยนมรสหวานมัน เสิร์ฟคู่นมข้นหวาน และน้ำตาลเผื่อนักชิมคนไหนอยากได้ความหวานเพิ่มเติม เครื่องดื่มเราสั่ง นมเย็น น้ำหวานแดงผสานไปกับนมสดหอมมัน ได้รสหวานเข้มข้น และที่แนะนำเลยคือ ชาเข้มนมข้น ชาลีลอนนำเข้า ผสมกับนมข้นหวาน และนมสด ได้รสชาติหอมหวาน กลมกล่อม จิบกี่ครั้งก็ชื่นใจ

“ร้านข้าวต้มเป็ด เป็ดอ้วน เจ้าเก่า (ประตูผี)” ร้านในตำนานที่เสิร์ฟความอร่อยมา 60 ปี ตั้งแต่สมัยรุ่นอากง ให้พลพรรคนักชิมได้ฟินไปกับเมนูที่ครีเอทจากส่วนต่างๆ ของเป็ด อาทิ ไส้ น่อง ปาก ขา ปีก เลือด เนื้อล้วน ที่ทางร้านคัดสรรมาจากเป็ดคุณภาพตัวอ้วนๆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ร้านข้าวต้มเป็ด เป็ดอ้วน นั่นเอง ฟู้ดดี้คนไหนอยากลิ้มลองให้ปักหมุดซอยสำราญราษฎร์ได้เลย สามารถจอดรถวัดเทพธิดาราม หรือใครจะนั่ง Mrt มาลงสถานีสามยอด (ออกประตู 3) ก็สะดวกไม่แพ้กัน เมนูแรกที่เราสั่งคือ ข้าวต้มเป็ดเนื้อล้วน ข้าวต้มหม้อดินหอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ราดน้ำซุปรสเค็มนุ่มนวล ที่เคล้าไปด้วยเนื้อเป็ดล้วนแน่นๆ โรยด้วยกระเทียมเจียวทำเอง เสิร์ฟคู่น้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน รสออกเปรี้ยวเล็กๆ เผ็ดหน่อยๆ กินกับข้าวต้มลงตัวสุดๆ และ ผัดกระเพราเป็ด เป็ดเนื้อแน่นชิ้นพอดีคำ ผัดพร้อมเครื่องกระเพรา เพิ่มความเผ็ดร้อนด้วยพริกเผา ใครที่ชอบรสแซ่บต้องเลิฟมากจานนี้ เป็นร้านในตำนานที่เรียกได้ว่าอร่อยของจริง

เมื่อพูดถึงร้านอร่อยประจำซอยสำราญราษฎร์ (Mrt สามยอด) สายฟู้ดส่วนมากจะนึกถึง อู๋ เย็นตาโฟประตูผี ที่เสิร์ฟความอร่อยมากว่า 40 ปี ร้านก๋วยเตี๋ยวที่โดดเด่นด้วยรสชาติจัดจ้านและลูกชิ้นทำเองวันต่อวัน ด้วยสมัยก่อนคุณเจี๊ยบ เจ้าของร้านเคยทำลูกชิ้นขายมาก่อน ที่ร้านจึงมีลูกชิ้นหลายอย่าง ทั้งลูกชิ้นแคะ เต้าหู้ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ฮื่อก๊วย และเส้นปลา นอกจากนั้นยังมีเผือกทอดที่หลายคนติดใจ แถมทางร้านยังใจดีมีให้ตักเองแบบไม่อั้น เมนูสุดปังที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ‘เย็นตาโฟ’ ขึ้นชื่อว่าอร่อยครบรส โดยไม่ต้องปรุง ด้วยน้ำซอสเย็นตาโฟสูตรเฉพาะของที่นี่มีความเผ็ดอยู่แล้ว แต่หากใครอยากได้รสแซ่บอีกสักนิด เราแนะนำให้เติมพริกน้ำส้มของทางร้านที่ทำมาจากพริกแห้ง พริกขี้หนูคั่วและน้ำมะขามเปียก รับรองได้รสเปรี้ยวเผ็ดร้อนเป่าปากสมใจ มาถึงร้านแล้วอย่างไรก็ต้องสั่ง ปลาเส้นโฟ (75 บาท) เส้นปลาทำเองเหนียวนุ่ม ได้ความหนึบเล็กๆ อยู่ในน้ำแกงเย็นตาโฟรสจัดจ้าน ใครชอบเผ็ดอีกนิดแนะให้ใส่พริกน้ำส้มที่ทางร้านทำเองเพิ่มแล้วค่อยเพลิดเพลินไปกับเครื่องเคราเย็นตาโฟอย่าง ลูกชิ้นกุ้ง ฮื่อก๊วย ลูกชิ้นแคะ เพิ่มความแซ่บกันอีกนิดด้วย บะหมี่ต้มยำแห้ง (75 บาท) หนึ่งในเมนูขายดีประจำร้าน ลูกชิ้นต่างๆ อาทิ ลูกชิ้นกุ้งได้สัมผัสกรุบๆ ของแห้วเล็กน้อย ฮื่อก๊วยเนื้อเด้ง ลูกชิ้นแคะ และเส้นปลาที่เรารัก คลุกเคล้ากับเส้นบะหมี่และเครื่องต้มยำ ครบรส อร่อยโดยไม่ต้องปรุง ปิดท้ายด้วย ลวกจิ้ม (65 บาท) จานนี้เอาใจคนรักลูกชิ้น เพราะประกอบไปด้วยลูกชิ้นสไตล์โฮมเมดอย่าง เส้นปลากินอร่อย ลูกชิ้นแคะนุ่มๆ ลูกชิ้นกุ้งรสหวาน ลูกชิ้นปลาเด้งๆ และฮื่อก๊วย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเผ็ดพอดี มา ‘ประตูผี’ กี่ทีก็ต้องแวะ

อันยองฮาเซโย สายเกาหลีเกาใจไม่ควรพลาด Loafyco หรือ โลฟฟี่-โค ร้านขนมสไตล์เกาหลีที่ไม่ได้ส่งตรงจากแดนกิมจิ แต่เป็นร้านโฮมเมดของไทย ได้รังสรรค์ขนมปังสูตรเฉพาะของร้าน ที่เพิ่มความอร่อยด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม รับรองว่าคุณภาพคับกล่องคุ้มค่าแคลแน่นอน สำหรับเมนูยอดฮิตอย่าง 육쪽마늘빵 (Garlic Cream Cheese Buns) สัมผัสที่ได้รับคือกลิ่นหอมกรุ่นของซอสเนยกระเทียม เนื้อขนมปังนุ่มละมุน ครีมชีสเนื้อเนียนสุดเข้มข้น ที่ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ เมื่อกินทั้ง 3 องค์ประกอบรวมกันเกิดความอร่อยตลบอบอวลในปาก ให้กินก้อนนี้คนเดียวก็หมด อีกหนึ่งเมนูขายดี 앙버터빵 (Ang Butter Bread) เป็นขนมปังไส้เนยถั่วแดง ตัวขนมปังยาวประมาณ 7-8 นิ้ว เนื้อเพรทเซลเหนียวนุ่ม ได้รสหวานจากถั่วแดงอะซึกิ ความหอมจากน้ำตาลมัสโควาโด ตัดกับรสเค็มหอมมันจากเนยสดแท้ กินด้วยกันลงตัวสุดๆ ทางร้านมีบริการ Derivery : กทม.จัดส่งผ่าน Lineman/Grab messenger / ต่างจังหวัด จัดส่งผ่านรถควบคุมความเย็น Inter express Garlic Cream Cheese Buns 1 กล่อง 230 บาท Ang Butter Bread 1 ชิ้น 150 บาท / Promotion set 1 กล่อง 3 ชิ้น 429 บาท   ช่องทางการสั่งซื้อ Line official : @loafy.co (มี@) IG : Loafy.co FB : Loafy.co

Tag:

แม้จะเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน แต่ Shiko Udon Bar บาร์อูด้งเส้นสดร้านเล็กๆ ในซอยหลังสวนก็กลายเป็นร้านคิวยาวไปเป็นที่เรียบร้อย จุดเด่นของที่นี่คือการทำอูด้งเส้นสด บริเวณหน้าร้านจึงดีไซน์เป็นห้องกระจกใสให้มองเห็นขั้นตอนการนวดแป้งและลวกเส้นกันชัดๆ นอกจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบแล้ว เส้นอูด้งของ Shiko ยังเป็นเส้นแบนและใหญ่หรือที่เรียกว่าเส้น “คิชิเมน” อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนาโกย่า มีทั้งเส้นแบบเย็นและแบบร้อน เริ่มด้วยเมนูอุ่นท้อง Niku เส้นอูด้งร้อนไปด้วยกันได้ดีกับน้ำซุปใส รสชาติบางเบาและหอมกลิ่นปลาแห้ง ท็อปด้วยเนื้อสันนอกออสเตรเลียนุ่มลิ้น ต่อด้วย Hiyashi Niku เส้นแบบเย็นเสิร์ฟคู่กับซอสโชยุดาชิ แล้วเติมความสดชื่นด้วยวาซาบิ ต้นหอมญี่ปุ่น และขิงขูด ส่วนคนไม่กินเนื้อวัว ลองสั่ง Kurobuta Hiya Atsu ที่นำหมูคุโรบูตะสับผัดซอสมิโซะและไข่แดงดิบ มาวางบนเส้นอูด้งก่อนกินคลุกเคล้าให้เข้ากันเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนให้ซดตาม อีกเมนูห้ามพลาด Mentaiko อูด้งแบบแห้ง เด็ดที่ซอสรสเข้มข้นและครีมมีซึ่งได้จากซอสไข่แดงผสมกับเมนไทโกะรสเค็มอ่อนๆ วางด้านบนด้วยไข่ออนเซ็น โรยแป้งเทมปุระทอดกรอบ ปิดท้ายด้วย Zaru Goma Dare เส้นอูด้งแบบเย็นจุ่มในซอสงาหอมและข้น รสออกหวานเล็กน้อย นอกจากนี้เรายังเลือกเครื่องเคียงเพิ่มได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นไข่ออนเซ็น กุ้งเทมปุระ ตับปลาอังกิโมะ และKaiso Salad สลัดสาหร่ายหลากสีเคี้ยวสนุก รวมถึงมีเมนูตามฤดูกาลที่จะทยอยมาโชว์โฉมอีกหลายเมนู คุ้มค่ากับการรอคิว

ใครที่คิดถึงรสชาติอาหารอิตาเลียนของร้าน Signor Sassi เตรียมไปเช็คอินที่เกษรวิลเลจได้เลย ครั้งนี้ทางร้านกลับมาในชื่อ Isola by Signor Sassi” ซึ่งเป็นการแทกทีมระหว่างแบรนด์ยิ่งใหญ่อย่าง Isola กับ Signor Sassi แน่นอนว่าอาหารยังคงคอนเซ็ปต์ Ristorante Italiano From London จานอร่อยอิตาเลียนจากเมืองลอนดอนเช่นเคย เพิ่มเติมคือบรรยากาศ ‘ Feel Like Home’ สนุกสดใสเข้าถึงง่ายเหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัว และเพื่อนฝูง Isola by Signor Sassi ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของ Gaysorn Villege ตัวร้านโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินตัดกับสีเหลืองสดใส ภายในปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลอ่อน เข้ากันดีกับเก้าอี้หวายน่านั่ง เพดานพันด้วยผลเลมอน ซึ่งเป็นวัตถุดิบล้ำค่าประจำแคว้นซิซิเลีย ประเทศอิตาลี ยิ่งแสงแดดสาดเข้ามาสู่หน้าต่างกระจกใสยิ่งสร้างมู้ดแอนด์โทนให้สำราญใจเสมือนคุณนั่งชิมอาหารในสวนเลมอนอย่างไรอย่างนั้น นอกจากนั้นที่ร้านยังมีโซนพิเศษสำหรับแขกผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นหินอ่อนลายสวนสีน้ำตาล เหมาะมากเมื่ออยู่คู่กับเก้าอี้โซฟาสีเหลืองมัสตาร์ด คอนทราสกันได้ดีกับผนังกระเบื้องเวเฟอร์สีน้ำเงิน ที่ประทับด้วยลวดลายเลมอนสดชื่น ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยหรู เรียกน้ำย่อยกันด้วยเมนูเบาๆ ก่อนกับ Avocado Bernardo อะโวคาโดที่เรารัก เคล้าไปกับเนื้อล็อบสเตอร์หั่นชิ้นพอดีคำ กุ้งเนื้อหวาน ราดซอสค็อกเทลรสครีมมี ไม่เลี่ยนแต่อย่างใดเนื่องจากแซมด้วยความเผ็ดเล็กๆ ของผงปาปริก้า Prosciutto e Melone จานนี้เราชอบมาก แฮมแผ่นบางๆ สไตล์อิตาเลียน ที่ผ่านการหมักถึง 18 เดือนจนได้รสเค็มกลมกล่อม เข้ากันดีกับเมลอนจากประเทศอิตาลีรสหวานฉ่ำ ตามด้วย Tartare di Tonno ทาร์ทาร์ทูน่าเนื้อสดหวาน ไปด้วยกันได้ดีกับอะโวคาโด และซอสครีมสูตรเฉพาะของทางร้าน บีบเลมอนซีกลงไปเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวสดชื่น มาถึงจานซิกเนเจอร์ที่รอคอยสักที Spaghetti Granseola สปาเก็ตตีจานโตๆ น่ากิน เส้นเหนียวนุ่ม ผัดพร้อมปูแมงมุมญี่ปุ่นชั้นดีเนื้อแน่นๆ มะเขือเทศ และซอสรสกลมกล่อม เมนูนี้ก็อร่อย Risotto Al Nero Di Seppia E Tartufo รีซอตโตรวมไปกับหมึกดำจากหมึกกระดอง หอมกลิ่นทรัฟเฟิลเตะจมูก เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์ย่างตัวอวบๆ สายเนื้อต้องสั่ง Tournedo Rossini สเต็กเนื้อวากิวฉ่ำลิ้นชิ้นใหญ่ๆ ใช้ส่วนเทนเดอร์ลอยน์ซึ่งมีความนุ่มที่สุดของวัว นำมาย่างอย่างพิถีพิถัน ราดซอสไวน์แดงที่รังสรรค์จากไวน์มาเดรา รสออกหวาน ท็อปด้วยตับห่านชิ้นหนา ก่อนโรยด้วยทรัฟเฟิลสด คนรักเมนูปลาปลื้ม Dover Sole ปลาตาเดียวตัวบิ๊กเบิ้มจุใจ เลาะก้างมาอย่างดีให้กินง่าย ราดซอสไวน์ขาวรสนุ่มนวล ได้รสเปรี้ยวเล็กๆ จากเลมอนหั่นแว่นด้วย ของหวานเราสั่ง Lemon Cheesecake ฟินเกินเบอร์ ฐานล่างเป็นครัมเบิ้ลโฮมเมดกรุบกรอบ เข้าปากพร้อมครีมชีสและฝักวานิลลาจากเกาะมาดากัสก้า และเลมอนเคิร์ดรสเปรี้ยวกลมกล่อม ตกแต่งด้วยเลมอนเบิร์นให้หอม ยังมี Millefoglie ของโปรดสายหวาน แป้งพัฟเพสทรีหอมกรุ่น สลับชั้นกับครีมชานทิลลี่ ได้ความหอมมันเต็มพิกัดจากฝักนิลลาแท้ๆ ตบท้ายด้วย Sidecar ค็อกเทลที่ได้รสเปรี้ยวจากน้ำเลมอนสด และดีกรีความแรงจากบรั่นดีชั้นเลิศของประเทศฝรั่งเศส หลังสามทุ่มมีดีเจมาเปิดแผ่นให้แดนซ์มันส์ๆ ด้วยนะ

Tag:

หลังจากเปิดประตูบ้านให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชื่อของ Villa Frantzén ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของเหล่าฟู้ดดี้ในกรุงเทพมหานครทันที พร้อมกับสร้างสีสันให้แวดวงร้านอาหารในเมืองไทยขึ้นไปอีกขั้น  ด้วยชื่อเสียงของร้านอาหารนอร์ดิกจากสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เจ้าของดีกรีมิชลิน ไกด์ 3 ดาว และท็อป 25 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกจากรายชื่อ The World’s 50 Best Restaurants ประจำปี 2022 ที่ผ่านมา สำหรับสาขาใหม่ภายใต้นามว่า Villa Frantzén นั้น ได้เนรมิตบ้านหลังใหญ่ในย่านที่อยู่อาศัยมุมหนึ่งในกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นร้านอาหารในวิลล่าสุดหรู พร้อมครัวเปิดโล่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ กระจกบานใหญ่เปิดโล่งให้เห็นสวนสีเขียวด้านนอก และเมื่อฟ้ามืด แสงไฟด้านนอกก็จะเปล่งประกายระยิบระยับสร้างบรรยากาศให้มื้ออาหารเย็น ณ ที่แห่งนี้มีความพิเศษมากกว่าเดิม ส่วนวิลล่าอีกหลังที่อยู่ติดกัน เปิดเป็น Villa Frantzén Cocktail Bar ค็อกเทลบาร์สไตล์นอร์ดิกที่นำกลิ่นอายเอเชียมาผสมผสานอย่างลงตัว คอยทำหน้าที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยจากการรังสรรค์ของ Gabriel Valdés ผู้จัดการบาร์และทีมของเขา ก่อนการเดินทางไปสู่มื้ออาหาร 5 คอร์ส Villa Frantzén Cocktail Bar ต้อนรับเราด้วยค็อกเทลซิกเนเจอร์ Plum & Miso ที่ได้กลิ่นอายญี่ปุ่นจากบ๊วยและมิโซะ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรสชาติของอัลมอนด์และคาโมมายด์ เบสด้วยดรายจิน คอนยัค และเวอร์มุธ อีกแก้วหนึ่งคือ Caramel, Coffee & Banana ค็อกเทลรสกาแฟ หอมหวานด้วยซอลท์เต็ดคาราเมล  และไซรัปกล้วย แน่นอนว่าในเรื่องของอาหาร ที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น Frantzén ของเชฟ Björn Frantzén ไว้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกันนั้นยังสอดแทรกไปด้วยแรงบันดาลใจที่ได้จากอาหารเอเชีย ภายใต้การดูแลของ Martin Enstrom เฮดเชฟของร้าน สำหรับอาหารทั้ง 5 คอร์ส สามารถเลือกแพร์ริ่งกับไวน์หรือเครื่องดื่ม Non-Alcoholic ก็ได้ จากการให้ความสำคัญในการหมักดองอาหาร เครื่องดื่ม Non-Alcoholic ก็ล้วนนำเอากรรมวิธีดังกล่าวนี้มาใช้ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นแก้วแรก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่หมักรสหวานอมเปรี้ยว เพิ่มกลิ่นและความสดชื่นด้วยมิ้นต์ พร้อมเริ่มต้นคอร์สด้วย Oyster หอยนางรมจากนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ให้รสชาติเค็มอ่อน ๆ ออกครีมมี่จากครีมรมควัน แทรกด้วยความสดชื่นจากน้ำมะนาว น้ำมันซีบัคธอร์น และให้รสเผ็ดเจือมานิด ๆ จากเครื่องปรุงรสฟักทองสไปซี่ ถัดมาคือ Kavring ขนมปังทำจากข้าวไรย์ เป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นของสวีเดน เสิรฟ์มาพร้อมเนย Bordier จากฝรั่งเศส จากนั้นก็พร้อมแล้วที่จะเข้าสู่อาหารมื้อหลัก โดยทั้ง 5 คอร์สเมนูนี้ผู้กินสามารถเลือกเมนูได้ตามใจชอบคนละ 1 จานต่อ 1 คอร์ส สามารถกินจานใครจานมันหรือกินแบบแชร์กันเพื่อให้ลิ้มลองได้หลากหลายเมนูก็ได้ เริ่มต้นด้วยคอร์สแรกที่เราเลือกเป็น Veal tartare & smoked parsley ทาร์ทาร์เนื้อลูกวัวและผักชีฝรั่งรมควัน คลุกเคล้ากับซาวครีมแบบฝรั่งเศสและมะนาวดอง ให้รสชาติกลมกล่อม มาพร้อมกับไข่ปลาเวนเดซและหัวไชเท้าแตงโม ท็อปด้วยต้นหอมซอยและหอมเจียวสีทอง อีกจานคือ Cold poached lobster & rhubarb ล็อบสเตอร์ชิ้นใหญ่ เนื้อเด้ง และรูบาร์บ ในน้ำซอสรสออกเปรี้ยวจากการผสมผสานของมะเขือเทศ วานิลลา พริกไทยดำ น้ำมันมะกอก และมะนาวเวอร์บีน่า ให้ความรู้สึกคล้ายกินน้ำยำรสชาติเบา ๆ เพิ่มสัมผัสกรุบ ๆ เคี้ยวมันด้วยผลอ่อนอัลมอนด์สีขาว คอร์สที่สอง Grilled scallops & fermented parsnips หอยเชลล์เนื้อนุ่มหอมกลิ่นย่างเตะจมูกทันทีที่เข้าปาก เพิ่มรสชาติด้วยพาร์สนิปหมักหั่นเต๋าขนาดเล็ก พร้อมด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดาชิ หัวหอมใหญ่ และน้ำมันอัลมอนด์ อีกจานหนึ่งคือ Jerusalem artichokes & vendace roe ที่จัดมาให้ลิ้มลองทั้งอาร์ติโช้คแบบสดและแบบทอดกรอบ มาคู่กับไข่ปลาเวนเดซในครีมสด เหยาะน้ำมันเรพซีดสกัดเย็น โรยต้นหอมและดิลล์ ได้อโรม่าในทุก ๆ คำ โดยคอร์สนี้จับคู่กับเครื่องดื่มรสเปรี้ยวที่ได้จากรูบาร์บ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นของเมล็ดกาแฟหอม ๆ เข้ามาเสริมให้ดื่มได้อย่างเพลิดเพลิน สำหรับคอร์สถัดมาจับคู่กับเครื่องดื่มสีชมพูขุ่นที่ได้จากข้าวสีแดงผสมน้ำแครนเบอร์รี่ รสชาติกลาง ๆ ดื่มง่าย จับคู่จานอาหารในคอร์ส ได้แก่ Pumpkin & frozen truffle butter เนื้อฟักทองบดละเอียด ท็อปด้วยบรอกโคลี ชีสเวสเตอร์บอตเทน น้ำมันเมล็ดฟักทอง และผักโขม จานนี้ให้รสชาติออกเค็มจากเนยทรัฟเฟิล ผสานกับความหวานธรรมชาติของเนื้อฟักทองได้อย่างลงตัว แถมยังได้สัมผัสกรุบ ๆ ของมูสลี่ถั่วเข้ามาเสริมด้วย อีกจานคือ Baked turbot & green asparagus เนื้อปลาตาเดียวอบราดด้วยซอสหน่อไม้ฝรั่งขาวหมัก ที่มาพร้อมในชามเดียวกันคือหน่อไม้และถั่ว ปรุงรสด้วยสมุนไพรซีตรัสและเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยใบมิ้นต์ เข้าสู่เมนคอร์สด้วยเมนู Ox cheeks & caramelized onion velouté เนื้อแก้มวัวตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย ราดซอสเวลูเต ที่ได้จากการเคี่ยวหัวหอมคาราเมล เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำดาว ผักชีฝรั่ง และชะเอม ส่วนอีกเมนูนั้นคือ Chicken »pôche-grillé« & scrambled eggs เนื้อไก่ย่างที่เลือกซื้อไก่ท้องถิ่นจากตลาดคลองเตยจับคู่กับไข่คน มาในน้ำซุปไก่สีเข้ม เห็ดทรัฟเฟิล และน้ำมันกระเทียมย่าง ค่อย ๆ ใช้มีด Morakniv สุดพิเศษด้วยด้ามที่มีสีสันและลวดลายพื้นเมืองของสวีเดนที่เรียกว่า Kurbits ละเลียดหั่นเนื้อสัตว์มห้ได้ชิ้นพอดีคำ แพร์ริ่งไปกับน้ำเชอร์รี่หมักกับเกาลัดคั่ว ปิดท้ายด้วยคอร์สของหวานแพร์ริ่งกับเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายที่มาจากน้ำชาแดงและเลมอน โดยเลือกที่จะล้างปากด้วยรสชาติออกเปรี้ยวของ Blood orange sorbet ซอร์เบต์รสส้มสีเลือด กินคู่กับมูสอูหลง ส้มโอ และเฮเซลนัทอบ หรือจะดื่มด่ำกับความรสชาติอันหนักแน่นของ Smoked ice cream »2.0« ที่มาพร้อมกับถั่วพีแคนโทสต์จนกลิ่นมีกลิ่นหอม คาเคานิบส์ ทาร์ไซรัป ซอล์ทเต็ดฟัดจ์ นำเสนอในรูปแบบของไอศกรีมซ็อกโกแลตภายใต้โดมช็อกโกแลตที่ค่อย ๆ ละลาย ได้กลิ่นของถ่านที่เผาไหม้อย่างชัดเจนเจือไปกับกลิ่นเครื่องเทศที่ได้จากกานพลู หลังจากดื่มด่ำกับมื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว ยังกลับไปนั่งจิบเครื่องดื่มที่ Villa Frantzén Cocktail Bar เพื่อเป็นการปิดท้ายได้เช่นกัน สำหรับซิกเนเจอร์ LICORICE & AIR ส่วนผสมระหว่างวอดก้าอัลมอนด์ ชะเอม บัตเตอร์สก็อต เกลือ และกลิ่นหอมของซีตรัส และโฟมนุ่มบางเบาท็อปด้านบน เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ท้องอิ่ม ส่งท้ายช่วงเวลาสุดพิเศษที Villa Frantzén ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Tag:

เด็ดสมชื่อ สำหรับทีเด็ด ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคิวยาวปากซอยเจริญนคร 23 ที่โต๊ะเต็มตั้งแต่เปิดร้าน ยิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์แทบจะต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีกันเลยทีเดียว มองเผินๆ ที่นี่อาจดูเหมือนร้านเก่าแก่ แต่คุณอนันต์ เจ้าของร้านเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่นำสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณมาปรับรสชาติให้จัดจ้านถูกใจคนรุ่นใหม่ ปรุงรสให้เปรี้ยวเผ็ดเค็มหวาน เลือกได้ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อและก๋วยเตี๋ยวเรือหมู ราคาชามละ 25 บาท ใน 1 ชามมีลูกชิ้น ตับ เนื้อหมู ผัก และเส้น เลือกได้ทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ วุ้นเส้น เส้นหมี่ แต่ถ้ากลัวไม่อิ่มก็สั่งแบบพิเศษได้ชามละ 35 บาทเท่านั้น ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่ “พริกหอม” คั่วเองด้วยเตาฟืนแบบโบราณที่เผ็ดและกลิ่นหอมชนะขาด ช่วยเพิ่มความจัดจ้านให้ทุกชาม (เด็ดจนลูกค้าขอซื้อพริกแยกกลับบ้าน) นอกจากนี้ยังมีของกินเล่นอย่างหมูสะเต๊ะที่ย่างได้นุ่มและหอม ลูกชิ้นปิ้งและน้ำจิ้มรสเด็ด รวมถึงกากหมูเจียวกรอบอร่อยทำวันต่อวัน แถมน้ำมันดีที่ได้จากการเจียวกากหมูยังนำมาทำเป็นน้ำมันหมูแบรนด์ Pure Lard by Thided วางขายที่หน้าร้านอีกด้วย สมกับเป็นร้านเด็ดแห่งเจริญนคร

Tag:

ขอย้ำว่าไม่ได้ตาฝาด เพราะนี่คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสุดฮอตแห่งทาวน์อินทาวน์ที่มาพร้อมชื่อยาวเป็นวาและคอนเซ็ปต์ที่สนุกสนานยิ่งกว่า เกิดจากการที่ 1 ในเจ้าของร้านโปรดปรานการกินก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นพิเศษบวกกับเรียนจบด้านการตลาดโดยตรง จึงได้ไอเดียการตั้งชื่อร้านที่ใครได้ยินก็ต้องถามซ้ำอีกครั้งว่าร้านนี้ชื่ออะไรนะ? นอกจากก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูแบบธรรมดาราคาย่อมเยา ที่ร้านยังมีเมนูพรีเมียม อย่าง น้ำตกวากิวริบอายเพอร์ซีอุส ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิวริบอายออสเตรเลียสไลซ์แผ่นใหญ่จุใจ มาพร้อมลิ้นวัว เนื้อตุ๋น เอ็นตุ๋น และลูกชิ้นในน้ำซุปเข้มข้น ต่อด้วยน้ำตกหมูคุโรบูตะรวมมิตร สำหรับคนที่ไม่กินเนื้อ ทางร้านใช้หมูคุโรบูตะนุ่มๆ ใส่หมูตุ๋นสูตรพิเศษ และลูกชิ้นหมูอย่างดี ใครชอบทำชาเลนจ์ ที่ร้านมีเมนูเมดูซ่าพิโรธ (เผ็ดจัดจนเมดูซ่าพิโรธ!) ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิวริบอายออสเตรเลียชามยักษ์สำหรับคนชอบกินเผ็ด ที่ใช้พริกแคโรไลนา รีเปอร์ ที่ได้ชื่อว่าเผ็ดที่สุดในโลกมาผสมกับพริกหัวเรือของไทย พริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดร้อน และพริกขี้หนูสวน โดยจะเสิร์ฟน้ำซุปมาให้เติมลดความเผ็ดมาด้วย ส่วนของกินเล่นก็กินเพลินทั้งเกี๊ยวกุ้งหมูทอดและลูกชิ้นปลาระเบิดจิ้มกับน้ำจิ้มทำเอง แล้วอย่าลืมสั่งกากหมูเจียวมากินคู่กับก๋วยเตี๋ยวเรือด้วย  รับรองว่าฟิน

Tag:

เด็กอ้วนคนไหนชอบกินเฟรนช์ฟรายส์เป็นชีวิตจิตใจ เราแนะนำให้ไปลองที่ Toro Fries Signature เลย ร้านเฟรนช์ฟรายส์สไตล์โฮมเมดที่โดดเด่นด้วยความยาวกว่า 1 ฟุต ทำสดๆ ทอดร้อนๆ ให้คุณลิ้มลอง หัวใจหลักแห่งความอร่อยคือ ‘มันฝรั่ง’ ที่เจ้าของร้านเลือกสรรมันฝรั่งคุณภาพจากรัฐไอดาโฮ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านกระบวการทอดที่ความร้อน 190 องศา เป็นเวลา 2 นาที ราดซอสชีสรสต่างๆ หรือแม้กระทั่งกินเปล่าๆ ก็ยังฟินได้ ทางร้านบอกว่าจะต้องกินภายในระยะเวลา 6 นาทีเท่านั้นเพราะเฟรนช์ฟรายส์จะให้รสชาติลงตัวที่สุด ครั้งนี้เราแวะมาชิมที่ห้างไอคอนสยาม (บริเวณชั้น 6)  ซึ่งเป็นสาขาแรกของฝั่งธนฯ พิเศษด้วยมีซอสชีสดิปกว่า 10 รส มีทั้งซอสตามฤดูกาล และซอสรสทรัฟเฟิล เมนูขายดีที่มีเสิร์ฟเฉพาะสาขานี้เท่านั้น ว่าแล้วก็ไปลองกันเลย เมนูแรกที่ต้องสั่งคือ Truffle Cheese มันฝรั่งแท่งทอดกรอบร้อนๆ ราดซอสชีสทรัฟเฟิลหอมๆ ได้รสครีมมีกินอร่อย ตามด้วยเมนูดาวเด่นอย่าง รส Signature Mix ซอสชีสต่างๆ อาทิ ชีสรสดั้งเดิม ชีสรสสไปซี่ และชีสรสหัวหอม เข้ากันดีกับเฟรนช์ฟรายส์ทำสดใหม่ รส Purple Sweet Potato Cheese ได้รสหวานธรรมชาติของผงมันม่วง กินคู่กับมันฝั่งแท่งทอดหอมๆ  คนรักรสเผ็ดต้องชอบ รส Nori Wasabi Cheese ตัวซอสครีเอทมาจากสาหร่ายโนริ วาซาบิรสเผ็ดซ่า และชีสหอมมัน หรือใครอยากชิม 2 รสในหนึ่งกล่องทางร้านก็ไม่ติด เอาสั่ง รส Pizza Cheese มันฝรั่งแท่งรังสรรค์จากมันฝรั่งนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ราดซอสพิซซ่ารสกลมกล่อม และ รส Corn Cheese ซอสรสข้าวโพสได้รสหวานมันพอดี

Tag:

เป็นกระแสอย่างต่อเนื่องกับขนมเปี๊ยะบ้านบ้าน ที่ล่าสุดได้รังสรรค์คาเฟ่ธีมวันพีซ การ์ตูนดังระดับตำนานในโปรเจ็กต์ Baanban X One Piece Film Red Collection ช่วยสร้างรอยยิ้มให้เหล่าสาวกวันพีซอย่างท่วมท้น โดยการนำของโปรดของ 3 ตัวละครมาทำเป็นไส้ขนมเปี๊ยะ ภายในร้านเป็นสีแดงสไตล์ One Piece Film Red ตกแต่งด้วยโปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ตัวละครในวันพีซอย่างน่ารัก ไม่ว่ามุมไหนก็ถ่ายรูปสวยอย่างแน่นอน เริ่มด้วยกล่องสมบัติสุดอลังการ ขนมเปี๊ยะ 9 ชิ้น มีแรงค์กิ้งการ์ดให้สุ่มสะสม 15 คาแรกเตอร์ ตัวแรกที่อยากแนะนำคือ ขนมเปี๊ยะลูฟี่ ไส้ไก่ย่างบาร์บีคิวอัดแน่น กลิ่นซอสบาร์บีคิวตลบอบอวลอยู่ในปาก รสชาติเข้มข้นถึงใจมาก มาต่อกันที่ ขนมเปี๊ยะแชงค์ส เพราะตัวละครแชงค์สชอบพบปะสังสรรค์ จึงนำไอเดียนี้มาสร้างเป็นรสรัมเรซิ่น รสเปรี้ยวหวานกำลังดี มีลูกเกดให้เคี้ยวหนุบหนับ แฟนคลับแชงค์สต้องชอบอย่างแน่นอน ปิดท้ายด้วย ขนมเปี๊ยะอุตะ สาวหวานสุดน่ารักมาคู่กับไส้พีชชีสเค้ก เคลือบช็อกโกแลตสีชมพูขาว รสหวานกลิ่นละมุนสุดๆ สำหรับเครื่องดื่มเป็น บัตเตอร์เบียร์ เมนูไร้แอลกอฮอล์ที่รสนุ่มนวล หวานหอมมันกำลังดี ดื่มแล้วเหมือนกำลังสังสรรค์กับเหล่าโจรสลัดในเรื่องเลย แฟนพันธุ์แท้ที่อยากตามล่าหาสมบัติ ทางร้านมีสินค้าพรีเมียมให้สะสมอีก 3 ไอเท็ม ทั้ง เทียนหอม 3 กลิ่น 1. Luffy Greenery Olive 2. Uta Pinky Peony 3. Shanks Gentle Woody ส่วนใครที่ชอบศิลปะต้องมีสติ๊กเกอร์ คาแรกเตอร์ สุดเท่ห์ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สมาร์ทโฟน วอลเปเปอร์ มีคาแรกเตอร์ ให้เลือกถึง 14 ตัว นำไปเปลี่ยนหน้าจอตามใจชอบได้เลย ของสะสมทุกอย่างเป็นลิขสิทธิ์แท้ ไม่มีจำหน่าย อยากได้ต้องมา Baanban Cafe ที่เดียวเท่านั้น  

Tag:

ท่ามกลางความเขียวชอุ่มร่มรื่นของสวนป่าริมถนนศรีนครินทร์ ชวนให้ประหลาดใจไม่น้อยที่มุมหนึ่งของกรุงเทพมหานครจะมีกลาสเฮ้าส์กซ่อนอยู่ภายใต้ร่มไม้ ที่นี่ MiVana Coffee Flagship Store นับเป็นสาขาแรกของการเริ่มต้นมอบประสบการณ์ผ่านการให้บริการในรูปแบบร้านกาแฟ ‘มีวนา’ (อ่านว่า มี-วะ-นา) ต่อยอดเมล็ดกาแฟไทยที่เจริญเติบโตในผืนป่าจังหวัดเชียงราย มาสู่ปลายลิ้นของเหล่าคนรักกาแฟในเมืองกรุง ภายในร้านกาแฟกลาสเฮ้าส์แห่งนี้ อบอุ่นไปด้วยแสงแดดที่อาบไล้ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ โต๊ะและเก้าอี้สีไม้ เข้ากันได้ดีกับผนังอิฐเบื้องหลังเคาน์เตอร์ที่มีรอยขีดเขียนไปด้วยถ้อยคำแสนพิเศษบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมีวนาจากเกษตรกรกาแฟและเจ้าหน้าที่ทีมส่งเสริมของมีวนาผู้มีส่วนร่วมในการรังสรรค์กาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่วนบริเวณชั้น 2 นั้น นอกจากจะเป็นพื้นที่นั่งจิบกาแฟอีกมุมหนึ่งแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นนิทรรศการขนาดย่อม บอกเล่าเรื่องราวของการร่วมมือและทำงานร่วมกันเพื่ออนุรักษ์ป่า และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนากาแฟไทยสู่ความเป็นสากล ด้วยคำว่า ‘วนา’ ซึ่งหมายถึงป่านั้น สอดคล้องไปกับแนวคิดอันแข็งแกร่งของแบรนด์ ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเมล็ดกาแฟไทย เกษตรกรไทย รวมถึงผืนป่าของไทย ให้มีความยั่งยืน ออกดอกออกผลเป็นกำไรทั้งในทางธุรกิจและสังคม ความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นอกจากจะทำให้ร้านกาแฟมีวนาเป็นหนึ่งในพิกัดที่คอกาแฟไม่ควรพลาดแล้ว ยังได้ซึมซับกับคุณค่าของภารกิจอันยิ่งใหญ่ด้วย เมล็ดกาแฟอินทรีย์ของมีวนา ได้รับการผสมผสานจนออกมาเป็นเบลนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์สำหรับผู้ดื่มกาแฟที่ชื่นชอบรสชาติที่แตกต่างกันไป เพื่อการดื่มด่ำกับเมล็ดกาแฟอินทรีย์จากผืนป่าเชียงรายอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่ากาแฟ Single Origin จาก 3 หมู่บ้าน ที่เพิ่งเปิดตัวไป ที่เหมาะจะนำมาทำเป็นเมนู กาแฟดริปเย็น ด้วยเมล็ด Single Origin คั่วอ่อนของหมู่บ้านขุนลาว อ.เวียงป่าเป้า มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวคล้ายผลเบอร์รี่สุก และ กาแฟดริปร้อน ที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานและสอดแทรกไปด้วยกลิ่นหอมถั่วคั่วและช็อกโกแลต จากเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนของหมู่บ้านร่มเย็น อ.เวียงป่าเป้าเช่นเดียวกัน สำหรับกาแฟนม Piccolo Latte หรือที่รู้จักกันว่าเป็น ‘ลาเต้แก้วเล็ก’ ถือว่าไม่ควรพลาด ด้วยความเข้มข้นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วแบบแน่น ๆ เข้ากับนมรสละมุนที่ปริมาณกำลังพอดี ไม่มากไปหรือน้อยไป Lychee Mojito (Coffee Mocktail) ยกให้เป็นหนึ่งในเมนูสุดสร้างสรรค์ด้วยการจับคู่ค็อกเทลสุดคลาสสิกอย่างโมฮิโต้มาผสมผสานกับความขมของกาแฟ จนออกมาเป็นเมนูกาแฟที่ให้ความสดชื่นจากความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำลิ้นจี่ หอมกลิ่นมะนาว ใบสะระแหน่ และความซาบซ่าจากโซดาตามแบบฉบับโมฮิโต้ อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่สดชื่นไม่แพ้กัน MiVana Sparkling Coffee จากการนำกาแฟสกัดเย็น Sparkling Cold Brew ซึ่งโดดเด่นด้วยความซ่า มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มาเพิ่มรสชาติและความน่าตื่นเต้นด้วยการเสิร์ฟพร้อมกับ Fruit Infuse Ice Cube ก้อนน้ำแข็งสูตรเฉพาะของร้านที่ผสมผลไม้สดอย่าง ราสป์เบอร์รี่ เลม่อน และใบสะระแหน่ นอกจากเมนูกาแฟแล้ว ที่นี่ยังมีตัวเลือกเครื่องดื่ม Non-Coffee เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งด้วย เช่น Lotus Root & Lychee น้ำรากบัวผสมน้ำลิ้นจี่ที่ให้ความหวานกำลังดี รสเปรี้ยวนิด ๆ จากน้ำมะนาว เหมาะกับการเติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยการทำงานเรื่องกาแฟร่วมกับชุมชนในภาคเหนือของไทย บรรดาอาหารว่างส่วนใหญ่ของมีวนา จึงได้รับแรงบันดาลใจสำคัญมาจากอาหารท้องถิ่น¬ภาคเหนือ จนออกมาเป็นเมนูอาหารหน้าตาแปลกใหม่ แต่รสชาตินั้นยังทำให้หวนคิดถึงกลิ่นอายของอาหารเหนือ เช่น ฮังเล พูล พอร์ค แซนวิช (Hung Le Pulled Pork Sandwich) ครัวซองต์เนื้อนุ่มหอม สอดไส้หมูตุ๋นเนื้อเปื่อยยุ่ยผัดคลุกเคล้าเครื่องแกงฮังเลเข้มข้น เสริมรสชาติด้วยขิงสด และผักชี ข้าวซอยทาร์ต (Kaow Soi Tart) เป็นอีกเมนูพื้นเมืองที่นำมาสร้างสรรค์ใหม่เช่นเดียวกัน ด้วยการหยิบเอาส่วนประกอบของข้าวซอย ได้แก่ น้ำซุปเข้มข้นหวาน มัน เค็ม เส้นบะหมี่ไข่ทอดกรอบ หอมแดงหั่นชิ้นเล็ก และผักกาดดองหั่นชิ้นเล็กมารวมอยู่ในทาร์ตชิ้นกระทัดรัด ครบรสชาติในคำเดียว หากมองหาของหวานที่เหมาะกับกาแฟแก้วโปรด เค้กมะตูม (Ma-Toom Cake) เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างแน่นอน ด้วยตัวเค้กที่เสิร์ฟแบบอุ่น ด้านบนท็อปด้วยมะตูมเชื่อมชิ้นโต เนื้อแน่น รสชาติหวานกำลังดี Chicken & Asparagus Pie พายไก่ แอสพารากัส ของมีวนา พิเศษด้วยการใช้เนื้อไก่จากไก่อารมณ์ดี เลี้ยงแบบเปิดจึงให้เนื้อนุ่มหวาน ทวีคูณความนุ่มพร้อมรสชาติกลมกล่อมของน้ำสต็อกที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อ เป็นรสชาติแห่งความสุขที่กินแล้วอารมณ์ดีไปพร้อม ๆ กับการจิบกาแฟสักแก้ว เมื่อได้มาสัมผัสแล้วจะต้องหลงใหลไปกับเรื่องราวการอนุรักษ์ บรรยากาศของผืนป่าขนาดกะทัดรัดในกรุงเทพมหานคร และอัญมณีจากผืนป่าในรูปแบบของกาแฟหอมกรุ่นอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะอยู่ตรงมุมไหน ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนนั้นก็ยังเป็นภาพที่ชวนประทับใจเสมอ อย่างเช่นที่ SOL and LUNA ร้านอาหารแนวเอเชียร่วมสมัย พิกัดน้องใหม่ล่าสุดบนชั้น 15 ของโรงแรม GLOW Sukhumvit 71 (โกลว์ สุขุมวิท 71) นับเป็นข้อได้เปรียบของทำเลที่ตั้ง เพราะรอบ ๆ ดาดฟ้าแห่งนี้ไม่มีตึกสูงใกล้เคียงมาบดบังวิวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นมุมชั้นดีสำหรับการชมอาทิตย์ตกดิน จวบจนแสงสุดท้ายตัดไปกับเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครที่อยู่ไกลสุดสายตา ก่อนที่ท้องฟ้าจะค่อย ๆ มืดลง ที่นี่มีทั้งที่นั่งในร่มและที่นั่งรับลมด้านนอก ภายในร้านอบอุ่นด้วยโทนสีน้ำตาลสว่างและสีส้มจากสีสันของดวงอาทิตย์ เมื่อต้องแสงไฟในยามค่ำคืนแล้วกลายเป็นสีทองอร่าม สำหรับอาหารสไตล์เอเชียร่วมสมัยของ SOL and LUNA นั้น เริ่มต้นด้วยจานเรียกน้ำย่อย Duck Liver Pate ปาเตสไตล์ฝรั่งเศสจากตับเป็ดบดละเอียด จากที่นิยมกินคู่กับบาแกตต์ ปาเตของ SOL and LUNA นั้นกลับท็อปมาด้วยบ๊วยเชื่อมโฮมเมดและจับมากินคู่มากับแป้งปอเปี๊ยะเวียดนามทอดกรอบแทน ต่อด้วย Grilled Squid มาพร้อมจุดเด่นที่ตัว ‘ซอสสามแผ่นดิน’ ได้แก่ ซอสสไตล์จีนทำจากน้ำมันผัดกับกระเทียมและต้นหอม ตัวหมึกสายหั่นพอดีคำคลุกเคล้าด้วยซอสทาเระแบบญี่ปุ่นให้รสหวานเค็ม แล้วราดด้วยน้ำส้มสายชูหมักบัลซามิกเพื่อให้ได้กลิ่นอายอาหารอิตาเลียน โรยหน้าด้วยปลาโอแห้ง Caesar Salad ของที่นี่เพิ่มความแตกต่างเข้าไปด้วยไวท์แองโชวี่ที่ให้รสเปรี้ยวและสดชื่นแทนแบล็กแองโชวี่ที่ให้รสเค็ม ท็อปด้วยไข่เป็ดชุบแป้งทอด ผ่าออกให้ยางมะตูมไหลเยิ้ม แล้วจิ้มกินพร้อมกับผัก ชีส ครีมสลัด และไวท์แองโชวี่ เพื่อให้ได้รสชาติของทุกวัตถุดิบรวมกันอย่างลงตัวในคำเดียว Duck Confit เป็นเมนคอร์สที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ ด้วยเป็ดกงฟีหนังกรอบเนื้อนุ่มรสออกเค็ม เข้ากันเป็นอย่างดีเมื่อกินคู่กับซอสเบอร์รี่รวมรสเปรี้ยวและซอส Sweet Chili สูตรเฉพาะของร้าน เสิร์ฟพร้อมผักย่างหลากชนิด Australian Wagyu Rice Pot ข้าวหน้าเนื้อวากิวจากออสเตรเลีย เสิร์ฟด้วยเทคนิคที่เรียกว่า ‘ทาทากิ’ แบบญี่ปุ่น ที่ปรุงสุกแค่ผิวด้านนอกส่วนด้านในยังมีความดิบ จึงได้รสชาติเนื้อวากิวฉ่ำนุ่ม มาพร้อมข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น โปะหน้าด้วยไข่ดิบ โรยหอมซอย กระเทียม และปลาโอแห้ง ได้กลิ่นหอมคละคลุ้งเวลากิน สำหรับพาสตาจานซิกเนเจอร์ ต้องยกให้กับ Soft Shell Crab Spaghetti สปาเกตตีท็อปด้วยปูนิ่มชุบแป้งทอดทั้งตัว เส้นผัดกับซอส XO มีรสเผ็ดร้อนแทรกมานิด ๆ ในทุกคำ ตามแบบฉบับอาหารเสฉวน สำหรับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์คู่กับมื้ออาหาร เริ่มต้นด้วย The Moon Over Bangkok ที่มีส่วนผสมหลักจากแอปเปิ้ลเขียวคั้นสดและบรั่นดีไทย Honolulu มาในแก้วทรงสับปะรดดูตระการตา มีส่วนผสมของวอดก้า น้ำสับปะรดคั้นสด เปิดฝาแล้วจะได้กลิ่นหอมกลิ่นโรสแมรี่เตะจมูกเป็นอย่างแรก ด้านบนท็อปด้วยแผ่นน้ำตาลทรายแดงเผา แต่ถ้านิยมเครื่องดื่มรสชาติเบา ๆ ต้องเป็นแก้วที่ชื่อว่า Soulmate ให้รสชาติรัมเพียงเบา ๆ ในขณะเดียวกันก็หวานสดชื่นด้วยน้ำลิ้นจี่และเจลลี่ลิ้นจี่สีม่วงเพิ่มความสนุกให้กับเครื่องดื่มแก้วนี้ สำหรับของหวาน Mango Granita เกล็ดน้ำแข็งสไตล์อิตาเลียนรสมะม่วงซอร์เบต์ สอดแทรกความเปรี้ยวนิด  ๆ ด้วยไอศกรีมโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่มาในแก้วเดียวกัน อีกเมนูคือ Caramel Banana กล้วยเชื่อมคาราเมล เสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตและไอศกรีมวานิลลา หอมหวานในทุก ๆ คำ ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกพื้นที่ใหม่ของรูฟท็อปกำลังจะเปิดเป็นบาร์เปิดโล่งเห็นวิวกรุงเทพมหานครแบบ 360 องศา สำหรับสายดื่มที่อยากดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่แสนพิเศษ ก็คงอีกไม่นานเกินรอ อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าให้โทรหรือแอดไลน์ https://lin.ee/cUnZ9Mh สำรองที่นั่งก่อนเพื่อให้ได้มุมที่ดีที่สุดในร้าน!

Tag:

Terroir ร้านอาหารญี่ปุ่นแนว ไคเซกิ โพรเกรสซีฟ บนชั้น 2 ของโครงการ Acmen Complex เอกมัย ซึ่งต่อยอดจาก Terroir Expression ไวน์บาร์ที่อยู่ชั้นล่าง คำว่า Terroir เป็นศัพท์ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งไม่ได้มีความหมายตรงตัว แต่แปลได้คร่าวๆ คือ ดิน ฟ้า อากาศ ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพไวน์หรือแชมเปญ ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของร้านคือ ไวน์และวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้นั้นจะคัดสรรจากแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุด เพราะแม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกันแต่มาจากคนละแหล่งปลูก รสชาติที่ได้ก็ต่างกัน ตามสภาพดินฟ้าอากาศ สิ่งนี้จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้รสชาติอาหารและเครื่องดื่มของ Terroir แตกต่างจากร้านอื่น และกลายเป็นแนวคิดในการตั้งชื่อร้านด้วย ก่อนจะถึงเวลาอาหารมื้อค่ำ แนะนำให้แวะมาเรียกน้ำย่อยกันที่ Terroir Expression  ซึ่งอยู่ชั้นล่างของอาคารเดียวกัน ผลักประตูซุ้มโค้งบานใหญ่เข้าไปจะพบบรรยากาศคลังเก็บไวน์ขนาดย่อม ให้เลือกดื่มด่ำไปกับไวน์หลากสัญชาติจากทั่วโลก เรียกน้ำย่อยกันพอประมาณก็ถึงเวลามื้ออร่อยที่ Terroir  ซึ่งอยู่บนชั้น 2 ภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล เรียบ สะอาด และอบอุ่น ครัวเปิดโล่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้บรรยากาศเป็นกันเองราวกับมากินอาหารที่บ้านเชฟ เชฟรังสรรค์ทุกเมนูโดยใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ให้เหลือเศษอาหารทิ้งน้อยที่สุด เช่น นำส่วนที่ไม่ใช้ไปหมักดองหรือดัดแปลงให้เป็นวัตถุดิบและเครื่องปรุงใหม่ นอกจากนั้นเชฟยังทำงานควบคู่กับซอมเมอลิเยร์ คิดค้นสูตรอาหารให้เข้ากับไวน์ เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้ทุกคนที่มาได้สัมผัส ขอแนะนำจานแรกด้วยซิกเนเจอร์อย่าง Tomato จานนี้ทั้งรูปรสกลิ่นมีส่วนประกอบของมะเขือเทศทั้งหมด ใช้เปลือกมะเขือเทศทำเป็นเกลือ โรยบนตัวมะเขือเทศตรงกลาง ได้รสเค็มแต่อูมามิมาก น้ำซุปเป็นดาชิญี่ปุ่นมีคัตสึโอะบุชิ น้ำมันคอมบุและมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบ มีรสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นให้อยากกินจานต่อไป Eggplant นำมะเขือไปเผาให้มีกลิ่นหอมก่อนนำไปตุ๋นกับดาชิโฮมเมดที่ทำจากคอมบุฮอกไกโด เสิร์ฟในชามท็อปด้วยหอยฮามากุริจากชิบะและผิวยูซุ ถัดมาคือ Kinmedai เนื้อปลาคินเมะไดที่สุกกำลังดี มีเกล็ดปลาด้านบนเพิ่มความกรุบกรับในปาก แนมด้วยกระทงทองช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ในการกินที่ดีมาก เมนูอาหารคาวจานสุดท้ายที่อยากแนะนำเป็น Abalone เสน่ห์ในจานนี้คือหอยเป๋าฮื้อจากชิบะตุ๋น แต่คงความเคี้ยวสนุกเนื้อเด้งสู้ฟัน ซอสทำจากตับเป๋าฮื้อ มีรสชาติเปรี้ยวไม่มาก ส่วนเครื่องเคียงจะเปลี่ยนตามฤดูกาล ตบท้ายด้วย Aonori ใช้สาหร่ายอาโอโนริอินฟิวส์ในนมทำเป็นไอศกรีม เสิร์ฟคู่คอมบุออยและข้าวพอง ราดด้วยฟูจิมัตฉะจากเกียวโต ถึงแม้ว่าการจัดจานจะดูมินิมอล แต่ทุกจานมีรายละเอียดแน่นมาก ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ กรรมวิธีการทํา จนถึงมือผู้กิน อีกจุดเด่นของร้านนี้ก็คือตลอด 20 คอร์ส ไม่มีความน่าเบื่อเลย ดึงจานร้อนสลับกลับมาเย็น ที่สำคัญแนะนำให้ดื่มไวน์ควบคู่ไปด้วย ไวน์จะช่วยชูรสชาติอาหารยิ่งขึ้น ใครที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว อยากลงไปต่อไวน์บาร์ก็ได้เช่นกัน

ผ่อนคลายสบายใจ เหมือนได้ไปพักผ่อนต่างจังหวัด สำหรับ GLIG Cafe คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท ที่ใครผ่านมาจะต้องสะดุดตากับหน้าร้านโทนสีครีมและน้ำตาล สไตล์ Glass House ล้อมรอบด้วยสวนดอกไม้ ไม่ว่าจะแชะภาพมุมไหนก็สวยงามทั้งสิ้น ชื่อร้าน GLIG  ย่อมาจากคำว่า Good Luck I Guess ซึ่งหมายถึงความโชคดี เป็นเหตุผลให้เห็นใบโคฟเวอร์ 4 แฉกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีอยู่ทั่วบริเวณร้าน โดยภายในเลือกใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากหลายรูปแบบ ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและเรียบง่ายในคราวเดียวกัน ตัวเมนูเน้นเสิร์ฟเป็นเบเกอรี่โฮมเมดอบสดใหม่ ส่งกลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่เดินเข้าร้านอาทิ  Brioche Bun with Butter (85.-) บริยอชที่เสิร์ฟมาในหน้าตาแบบแซนด์วิชสอดไส้เนยสไลซ์นำเข้าจากฝรั่งเศส หอมอร่อย อิ่มสบายท้อง Choux Cream (85.-) ชูซ์ครีมโฮมเมดแป้งบางกรอบ สอดไส้ครีมนุ่มเบา รสหวานน้อย มีให้เลือกถึง 4 รสชาติ ทั้ง รสเก็กฮวย รสคัสตาร์ดวานิลลา รสช็อกโกแลตเฮเซลนัต และรสมัตฉะ เข้มข้นมัตฉะแท้จากญี่ปุ่น ต่อด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Glig Espresso (140.-) ที่นำนมสดไปปั่นเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ออนท็อปด้วยเอสเปรสโซช็อต หวานปนขม ดื่มแล้วสดชื่นละมุนลิ้น หรือจะเลือกเป็น Dirty (120.-) รสเข้มข้นจากเอสเปรสโซช็อตของเมล็ดกาแฟ House Blend คั่วกลาง ตัดด้วยความนุ่มนวลหอมมันของนมสดแช่เย็น รสกลมกล่อมลงตัว

Tag: