มาแรงจริงๆ Burro Butterry “ร้านเนยเล็กๆ” ของเชฟฝีมือดีคนหนึ่งที่ตัดสินใจเปิดขึ้นหลังจากช่วงที่ Covid-19 มากระทบกับงานประจำเข้าอย่างจัง เชฟจึงหยิบจับสิ่งที่ถนัดอย่าง “เนย” มาส่งต่อความอร่อยผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมตั้งชื่อแบรนด์ที่สื่อความหมายได้ชัดเจนด้วยคำว่า Burro ซึ่งหมายถึง “เนย” ในภาษาอิตาลีนั่นเอง       เนยของ Burro Butterry มีรสชาติเดียวคือ Garlic Butter เด่นที่กลิ่นหอมและรสเข้มข้น ขายเพียงกระปุกละ 69 บาท บรรจุในแพคเกจสุดเก๋ให้อารมณ์วินเทจนิดๆ เห็นแล้วอยากจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งความสนุกในการกดติดตาม IG ของร้านนี้คือ เชฟไม่เพียงขายเนยเท่านั้น แต่ยังสอนวิธีทำอาหารจากเนยด้วยคำศัพท์ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเพื่อให้เหล่า “เชฟจำเป็น” อย่างเราๆ ได้ลงมือทำตามได้สบายๆ ทั้งเมนูฝรั่งและเมนูไทย     “เชฟคิดว่าช่วงนี้คนกักตัวอยู่บ้าน หลายครอบครัวก็หันมาทำอาหารกินเอง เราเองอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนทำเมนูได้ง่ายและอร่อยขึ้น ซึ่งเนยของเราทำได้หลายเมนูมากครับ  นำไปผัดข้าวผัด ใช้ย่างสเต็กร้อนๆ หรือคิดอะไรไม่ออกก็นำเข้าไมโครเวฟกลายเป็นซอสไว้ทาขนมปังตอนเช้ากินคู่กับกาแฟ และเป็นรสชาติที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายครับ”     ใครอยากลองสั่งมาชิมบ้าง เชฟแบ่งปันวิธีเก็บเนยง่ายๆ ว่าเมื่อได้รับเนยแล้วให้นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 15-20 นาที (0-5 องศา) เพื่อให้เนยเซ็ตตัวก่อน จากนั้นสามารถนำมาทำอาหารได้เลย หากเปิดกระปุกแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 0-5 องศาฯ อยู่ใน 1 เดือน ส่วนกระปุกที่ยังไม่ได้เปิด แนะนำให้นำเข้าช่องแช่แข็ง -18 องศา จะเก็บได้นาน 2 เดือน แต่เชฟกระซิบว่าแค่ 3-4 วันคุณลูกค้าก็น่าจะกินหมดแล้ว     แว่วเร็วๆ นี้ เราจะได้พบกับเนยรสใหม่ของ Burro Butterry ที่เชฟชวนให้มาลุ้นด้วยกันว่าจะเป็นรสไหน รับรองได้ว่าคนรักเนยไม่ผิดหวังแน่นอน     Howto Order : สั่งผ่าน IG : burro.butterry และ Line official (รับออเดอร์เป็นรอบ) จัดส่งผ่าน Sameday Delivery ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล, ส่งด่วนโดย Grab, Lalamove และส่งโดยรถควบคุมอุณหภูมิสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด   ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : Burro Butterry

Tag:

อาหารเหนือเป็นอีกหนึ่งตำรับอาหารที่คนไทยโปรดปรานไม่น้อย และที่ร้านพ “พอวา” (Porwa Northern Thai Cuisine) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพญาไท ใกล้ ๆ กับสถานีบีทีเอสพญาไทแห่งนี้ ก็พาเอาตำรับอาหารเหนือรสมือคุณแม่ของคุณจี จีรภัทร ศรีทองคำ มาส่งต่อความอร่อยแบบดั้งเดิมส่งตรงจากเชียงใหม่มาเลย       คำว่า “พอวา” นั้นถ้าแปลเป็นภาษากลางก็คงจะหมายความได้คร่าว ๆ ว่า “พอเหรอ” เหมือนจะเป็นคำถามว่ามาถึงร้านนี้ทั้งทีสั่งนิดเดียวจะพอกินเหรอ จัดเต็มกันไปเลยดีกว่า         เริ่มต้นด้วยเมนูอาหารเหนือสุดคลาสสิค ขันโตกเมือง เสิร์ฟมาในขนาดกำลังดี มีให้เลือกว่าจะกินน้ำพริกหนุ่มหรือน้ำพริกอ่อง เคียงกับผักสด ไส้อั่ว หมูกรอบ และแคปหมู     จากนั้นไปต่อกับ ลาบหมูเมือง ลาบแบบฉบับชาวเหนือที่เรามักจะคุ้นเคยกันว่าลาบคั่ว ตามปกติแล้วมักจะใส่เลือดสด แต่ที่ร้านพอวานั้นทำตามสูตรรสมือแม่ที่ไม่ใส่เลือดสด ทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยรับประทานเมนูนี้ได้ง่ายขึ้น     ปิดท้ายด้วย “ข้าวซอยไก่ เมนูเส้นสุดขึ้นชื่อของภาคเหนือ โดยเฉพาะในเชียงใหม่ มาพร้อมกับน่องไก่ชิ้นใหญ่สะใจ มาพร้อมน้ำซุปเข้มข้นถึงเครื่อง และยังมีตัวเลือกเนื้อสัตว์อีกหลายอย่าง นอกจากไก่แล้วก็มีทั้งข้าวซอยหมูกรอบ ข้าวซอยหมู และข้าวซอยเห็ดสำหรับคนเป็นมังสวิรัติด้วย     ถ้าคนกรุงเทพฯ คิดถึงอาหารเหนือแล้วยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนให้หายคิดถึง ลองแวะมาแถว ๆ พญาไทก่อนหรือจะสั่งผ่าน Lineman กับ Gojek ก็ได้เหมือนกัน

Tag:

คำว่า CIBO นั้นมาจากภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า “อร่อย” สำหรับใครที่มองหาอาหารแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เราแนะนำว่าที่ร้าน CIBO Bangkok แห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ดี และที่สำคัญทำเลยังตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสบายสุด ๆ เพราะอยู่ใกล้บีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ       ภายในร้านนั้นตกแต่งอย่างอลังการไปด้วยดอกไม้เต็มผนัง ให้บรรยากาศที่สวยงามและยังเป็นส่วนตัว ช่วงก่อนล็อกดาวน์นั้นลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านจะเป็นชาวต่างชาติ เพราะบริเวณนี้ก็เป็นศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช็อปปิ้ง เมนูอาหารส่วนใหญ่จึงได้แรงบันดาลใจจากอาหารหลากหลายสัญชาติ เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของตะวันตกผสมผสานกับตะวันออกที่แสนลงตัว         ตอนนี้ CIBO Bangkok ได้ออกเมนูใหม่มาตอบรับกับกระแสเดลิเวอร์รี่ที่ไม่มีอะไรฉุดอยู่ เริ่มต้นที่เมนู สปาเก็ตตีปลานามาซึ คลุกซอสทาเระและมายองเนสไข่ปลา เสิร์ฟกับขมิ้นขาวดองแบบขิงญี่ปุ่น ด้วยกรรมวิธีการทำเมนูนี้ ทำให้ได้รสชาติไม่ต่างกับการเมนูปลาไหลย่างของญี่ปุ่น แต่เปลี่ยนจากข้าวเป็นเส้นสปาเกตตี้สไตล์ตะวันตกแทน     จากนั้นต่อด้วย ซี่โครงแกะ ชิ้นใหญ่ย่างกับสมุนไพรนานาชนิด เสิร์ฟมาพร้อมกับผักพริกหวานแดงย่าง สลัดลูกเดือย มะเขือเทศ และเบบี้แครอท เพิ่มรสชาติให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยซอสมิ้นต์     ปิดท้ายด้วย แซลมอนคีนัว ที่นำเอาแชลมอนชิ้นโตบ่มกับคอมบุไปย่างกระทะจนได้หนังกรอบแต่เนื้อในสุกพอประมาณเป็นสีชมพู เสิร์ฟพร้อมกับสลัดคีนัว ฟักทอง และถั่ว เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนมองหาจานอาหารเพื่อสุขภาพ     ตอนนี้ทางร้านมีบริการสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Lineman Robinhood และ Foodpanda กับอีกช่องทางหนึ่งคือสั่งผ่านไลน์  @cibo หรือโทร. 086-303-8222 ทางร้านมีโปรโมชั่น 1 แถม 1 และโปรโมชั่นช่วยค่าส่ง 100 บาทเมื่อสั่งครบ 900 บาทขึ้นไป

Tag:

“Floral Fever” ร้านขนมโฮมเมดและชาสกัดเย็น (Bakes &Brews) เดลิเวอรีน้องใหม่ที่น่าจับตามอง เจ้าของร้านคือ “คุณต๊ะ - สุวิสาข์ จักกะพาก” สาวสวยทำงานเก่ง เจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ใหญ่แห่งย่านตลิ่งชัน ที่มีหัวใจรักดอกไม้อย่างเปี่ยมล้น และอยากเสริมประสบการณ์ด้านธุรกิจอาหารให้กับตนเอง นี่จึงเป็นที่มาของแบรนด์ ฟลอรอล ฟีเวอร์     ความพิเศษของขนมและโคลด์บรูว์ร้านนี้คือ ทุกเมนูล้วนมีส่วนผสมของ “ดอกไม้” หอมกรุ่น พ่วงไปกับความที่ครอบครัวเจ้าของร้านเป็นสายสุขภาพ ควบคุมอาหารกันทั้งบ้าน ทำให้ขนมของ Floral Fever จะมีทั้งความอร่อยและความเฮลท์ตี้อยู่ในตัว อาทิ รังสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติ สูตรวีแกน ให้รสหวานน้อย ปราศจากสารกันบูด ไม่แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์ เป็นต้น     ลองไปชิม Ispahan Set (370 บาท) เซ็ตฮอตฮิตของร้าน ประกอบไปด้วย Vegan Rosie Bun ซึ่งเป็นสูตรของเพื่อนสนิทที่คุณต๊ะนำมาดัดแปลงและพัฒนา จนได้เป็นขนมปังบันโฮมเมดวีแกน สัมผัสนุ่มนิ่ม กินเพลิน สีชมพูหวานแววนี้ได้มาจากผักสีแดงสดใสอย่างบีตรูต เมื่อเข้าปากคุณจะได้กลิ่นกุหลาบคุณภาพหอมฟุ้ง ที่ส่งตรงมาจากทวีปยุโรป ผสานไปกับธัญพืชอันเต็มไปด้วยประโยชน์นั่นก็คือ งาขี้ม่อน กรุบกรับกินอร่อย อย่างไรล่ะ         เข้าคู่ไปกับ Raspberry Lychee Jam แยมกวนเองน้ำตาลน้อย สูตรซิกเนเจอร์ประจำครอบครัวเจ้าของร้าน รสเปรี้ยวสดชื่น ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่าง ดอกกุหลาบอบแห้งหอมๆ ราสป์เบอร์รีรสเปรี้ยวอมหวาน ลิ้นจี่ลูกโตๆ หวานฉ่ำ และไวน์ขาวชั้นดี       เดี๋ยวไว้วันหลังต้องสั่งมากินอีก

Tag:

กลิ่นหอมของเนื้อย่างบนเตาร้อนๆ จากร้าน Barney's Burger Joint เรียกความสนใจจากเราทันทีเมื่อเดินผ่าน ความโดดเด่นของร้านสีดำสนิทบวกกับเสียงซู่ซ่าของเนื้อไทยแองกัสที่กำลังสุกได้ที่ โดยฝีมือ คุณซุป กันต์พงษ์ เจ้าของร้านผู้สุดแสนจะเป็นกันเอง ชวนให้ใครหลายคนอยากแวะเข้าไปลิ้มลองความอร่อยของเบอร์เกอร์ร้านนี้           ตัวร้านเป็นครัวแบบเปิดที่สามารถมองเห็นทุกขั้นตอนในการปรุงอาหาร เน้นใช้โทนสีดำและแดงเป็นหลัก โดยมีคอนเซ็ปต์เป็นร้านเบอร์เกอร์สไตล์ American Working Class ที่แม้จะมีเนื้อสัตว์ให้เลือกเพียง 2 ชนิด คือ เนื้อวัวและเนื้อหมู แต่มั่นใจได้ว่าเบอร์เกอร์ทุกชิ้นของที่นี่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์           เริ่มด้วยเมนูขายดีที่ไม่ควรพลาด American Trucker (190.-) เบอร์เกอร์ไซส์บิ๊ก สอดไส้เนื้อไทยแองกัสที่ย่างจนขอบกรอบแต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ ท็อปด้วยชีสและสโมกเบคอน กรุบกรอบ หอมอร่อยอิ่มท้อง       ต่อด้วย Double Bacon Cheeseburger (250-.) เบอร์เกอร์เนื้อที่ย่างแบบยังคงความชุ่มฉ่ำเอาไว้ อัดแน่นมาด้วยสโมกเบคอน เชดด้าชีส ผักสลัด และมะเขือเทศ ราดซอสฉ่ำๆ ใครที่ไม่กินเนื้อวัวสามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูแทนได้       และ Grilled Cheese (75.-) ขนมปังกรุบกรอบกริลล์มาใหม่ๆ สอดไส้ชีสเยิ้ม รสชาติเค็มมัน ถูกใจชีสเลิฟเวอร์แน่นอน  

Tag:

ใครที่เคยไปเที่ยวสกลนครคงไม่พลาดลิ้มรสชาติความนุ่มละมุน หอมกรุ่นของปากหม้อญวนที่ร้านปากหม้อปารีส เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเดอะมัสต์ประจำจังหวัด พอรู้ข่าวว่ามาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ สายกินอย่างเรามีหรือจะรอช้าขอตามไปกินให้หายคิดถึง วัตถุดิบทั้งหมดรวมถึงส่วนผสมถอดแบบมาจากสาขาแรกไม่ผิดเพี้ยน แป้งหอมนวล ห่อไส้แน่นๆ รสชาติกลมกล่อม ตักเข้าปากคำแรกแล้วรู้สึกเข้ากันไปหมด นี่แหละรสชาติที่รอคอย          ร้านนี้ใครได้ยินชื่อครั้งแรกคงอดสงสัยถึงที่มาไม่ได้ ขออธิบายว่าเดิมทีร้านนี้ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงหนังปารีสลูกค้าเลยสถาปนาชื่อให้จนติดปากว่าปากหม้อปารีส แม้จะย้ายจากพิกัดเดิมมานานแล้วแต่ทั้งลูกค้าและเจ้าของร้านยังสมัครใจใช้ชื่อเดิมไม่ยอมเปลี่ยน ซึ่งสูตรลับความอร่อยเริ่มจากแป้งปากหม้อโม่เอง ส่วนไส้ใช้หมูสับรวนกับน้ำจนนิ่ม เทน้ำทิ้งแล้วคั่วต่อจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกไทย ใส่หมูยอตาม         เท่านั้นยังไม่พอเพราะน้ำจิ้มก็เด็ดดวงไม่เหมือนใคร ทางร้านนำพริกกระเหรี่ยงมาต้ม ผึ่งให้แห้งก่อนบดละเอียดพร้อมใช้งาน ส่วนน้ำตาลเคี่ยวจากน้ำตาลทรายแดงผสมน้ำตาลทรายขาวในสัดส่วนที่พอเหมาะ ช่วยชูรสให้อร่อยเหาะ จนหลายคนต้องยกนิ้วให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กิน         เมนูแนะนำ ได้แก่ ปากหม้อธรรมดา ปากหม้อไข่ม้วน ปากหม้อไข่พับ ปากหม้อไข่ดาว และปากหม้อข้าวเกรียบกรอบ สมทบด้วยหอมเจียวกรอบๆ เจียววันต่อวัน ทางร้านโรยมาให้แบบไม่หวง แต่ถ้าไม่จุใจจะสั่งมาเพิ่มก็ได้ ก่อนกินราดน้ำจิ้มท่วมๆ ใครไม่เบิ้ลให้รู้ไป            สำหรับสาขากรุงเทพฯ เอาใจเหล่าฟู้ดดี้ที่ถวิลหาความหลากหลายด้วยเมนู ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ น้ำซุปหอมกรุ่นซดคล่องคอ เรายังเทใจให้ปากหม้อชิ้นใหญ่ที่ซึมซับน้ำซุปอย่างเต็มที่ แค่ตักเข้าปากก็หอมฟุ้งและนุ่มนวลแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว ในชามยังอุดมด้วยเครื่องเคราทั้งหมูสับ หมูยอ ใครติดใจความหนึบหนับของหมูยอที่ใช้หมูล้วนๆ มาทำ จะซื้อกลับไปกินต่อที่บ้านก็ได้         ช่วงนี้อาจนั่งทานที่ร้านไม่ได้ แต่สามารถสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ การันตีความฟิน อร่อยเหมือนนั่งกินที่ร้าน!    Delivery : GrabFood / Lineman / Gojek / Robinhood หรือ  Grab Kitchen สาขาวิภาวดี 36 และ Grab Kitchen สาขาสุคนธสวัสดิ์

Tag:

“ที่นี่เป็นเหมือนแคปซูลเก็บอดีต” คุณญี่ปุ่น หนึ่งในเจ้าของร้านฮงเซียงกงเริ่มต้นบทสนทนากับเราได้อย่างเห็นภาพ ภายในบ้านสีน้ำเงินหลังเก่าอายุกว่าร้อยปีของย่านตลาดน้อยคือคาเฟ่สไตล์จีนที่น้องชายของคุณญี่ปุ่นลงมือรีโนเวตให้กลับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ รวมถึงลวดลายพื้นผิวที่ชวนมองเป็นอย่างยิ่ง           ด้วยความที่ครอบครัวของคุณญี่ปุ่นคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของแอนทีคมานาน เราจึงได้เห็นของสะสมชิ้นโปรดวางอยู่แทบทุกพื้นที่ อาทิ บันไดไม้วนโบราณจากพม่าและราวบันไดของสะสมของคุณพ่อที่เข้าคู่กันได้พอดี ประตูบานสวยจากอินเดีย โต๊ะจีนโบราณ โดยเฉพาะรถลากเก่าแก่จากเมืองจีนที่ยังดูแลรักษาอย่างดี         เมนูของที่ร้านในช่วง Soft Opening เน้นเครื่องดื่มและเบเกอรี่โฮมเมดให้สั่งแล้วเลือกโซนนั่งได้ตามใจทั้งในคาเฟ่หรือโซนริมแม่น้ำ เริ่มด้วย Sieng Kong Pudding Tea ซิกเนเจอร์เมนูที่มีความเป็นตลาดน้อยชัดเจน ในแก้วคือชาไทยใส่น้ำเชื่อมขิง ด้านบนท็อปด้วยพุดดิ้งเต้าหู้ออร์แกนิคและปาท่องโก๋จิ๋วกรอบ     ส่วนคอกาแฟแนะนำ Icy Dirty เดอร์ตี้ของที่นี่ใช้เป็นนมเกล็ดน้ำแข็งให้เคี้ยวได้ ราดด้วยช็อตเอสเพรซโซ่ จับคู่กับ Almond Croissant อบใหม่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมตุ้บตั้บแสนอร่อยที่ทำจากขนมตุ้บตั้บร้านเพื่อนของคุณแม่ หรือจะเปลี่ยนเป็นไอศกรีมไข่เค็มก็จะได้รสหวานเค็มและนวลเข้ากันดี ปิดท้ายด้วย Flouless Orange Cake เค้กส้มไร้แป้งที่ติดอันดับเมนูโปรดของหลายคนไปแล้ว         เพลินใจจนไม่อยากกลับเลย

Tag:

Yellow Teeth sip n' snap คาเฟ่น้องใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลาดพร้าว 47 ย่านโชคชัย 4 พร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยสารพัดเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานโฮมเมดที่คิดค้นสูตรและครีเอตขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง ให้เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ได้ตามมาเช็คอิน ชิมกันเพลินๆ     ตัวร้านรีโนเวตมาจากตึกเก่า 4 ชั้น อายุราว 30 ปี โดยชั้น 1และชั้น 2 เป็นพื้นที่ของโซนคาเฟ่ โดดเด่นด้วยผนังปูนเปลือยที่ทิ้งร่องรอยของสีตึกดั้งเดิมเอาไว้และเฟอร์นิเจอร์สุดคลาสสิกที่ทางร้านเลือกสรรมาเป็นอย่างดีให้เข้ากับบรรยากาศภายใน ส่วนโซนด้านบนทางร้านเปิดเป็นสตูดิโอให้เช่าหลากหลายสไตล์ ตอบโจทย์คนชอบถ่ายรูปเป็นที่สุด       เริ่มต้นกันที่ Black Tonic Coffee Yuzu (120.-) เมนูซิกเนเจอร์ที่นำเอาของเอสเปรสโซช็อตมาผสมผสานกับความหอมหวานของยูซุ เพิ่มความซ่าด้วยโทนิกและเสริมความละมุนด้วยรวงผึ้ง ดื่มแล้วสดชื่น     ต่อด้วย Affogato Matcha Peach (110-.) ไอศกรีมมัตฉะ รสละมุน ราดเอสเปรสโซ ช็อตเข้มข้น กินพร้อมเนื้อพีชหวานฉ่ำ เข้ากันได้อย่างลงตัว     ส่วนเมนูขนมขอแนะนำ Croffle (140.-) ครอฟเฟิลร้อนๆ กินพร้อมผลไม้สดอย่าง บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รีและแยมพีช จับคู่กับเครื่องดื่มสุดเข้มข้น Dark Cocoa (90.-) หอมมัน รสชาติหวานน้อย     นอกจากเมนู Coffee และ Non-Coffee แล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทลหน้าตางดงามอย่าง Fa-rang (135.-) ที่ผสมผสานน้ำฝรั่งสีชมพู เบอร์รี และยูซุเข้าไว้ด้วยกัน รสชาติหอมหวาน กลมกล่อม  

Tag:

“Fluff’s Egg Cake” หรือ “Fluff's Traditional Home Made Egg Cake” ร้านเค้กไข่โฮมเมดสูตรต้นตำรับจากประเทศไต้หวัน ที่ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น เจ้าแรกแห่งประเทศไทย โดดเด่นด้วยเค้กไข่เนื้อนุ่มนิ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพ อาทิ นมและไข่ ที่ส่งตรงจากฟาร์มได้มาตรฐาน ปราศจากสารกันบูด และสารแต่งสี ผ่านกระบวนการตีไข่ให้ขนมฟูเนียนเด้งดึ๋ง อย่างพิถีพิถัน จากฝีมือเชฟชาวไต้หวันแท้ๆ     ใครอยากลิ้มลองเราแนะนำให้ชิมไซส์ S ก่อน เพราะชิ้นขนาดกำลังดี เหมาะสำหรับฟินคนเดียว แต่หากสนใจซื้อฝากสมาชิกในครอบครัวก็ต้องเลือกต้องไซส์ L เนื่องจากขนาดใหญ่ ชิ้นโต หม่ำกันจนจุใจ และด้วยรสชาติดีงามไม่เคยเปลี่ยนนี้เอง ทำให้เค้กไต้หวันแห่งร้าน Fluff’s Egg Cake เป็นที่รักของสายหวานมาตลอด 5 ปี จนสามารถขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำไปแล้วกว่า 12 แห่ง   เมนูแรกที่ชิมเป็นซิกเนเจอร์ขายดีตลอดกาลอย่าง เค้กไข่ไต้หวันรสออริจินอล เนื้อฟองน้ำเนียนละเอียด ให้สัมผัสนุ่มฟู ชุ่มฉ่ำ ไร้กลิ่นคาวของไข่ รสหวานพอเหมาะ กินกี่คำก็เพลิน       ต่อด้วย เค้กไข่ไต้หวันรสดับเบิ้ลชีส เค้กเนื้อสปันจ์ นุ่มเด้งสไตล์โฮมเมด ผสานไปกับชีสคุณภาพรสครีมมี หอมมันได้ใจ อร่อยใช่เล่นนะ       เมนูนี้ก็ขายดี เค้กไข่ไต้หวันรสใบเตย หอมฟุ้งมาแต่ไกล สีเขียวน่ากินนี้ได้มาจากใบเตยแท้ๆ รสหวานพอดี เนื้อนุ่มนิ่ม กินอร่อยมากมาย     สุดท้ายเป็น เค้กไข่ไต้หวันรสช็อกโกแลต โดนใจสายช็อกโกแลตแน่นอน เค้กไข่เนื้อเบานุ่ม ฉบับโฮมเมด ผสมผสานไปกับช็อกโกแลตชั้นเยี่ยมรสกลมกล่อม เพิ่มความเข้มข้นอีกนิดด้วยช็อกโกแลตชิพ       ถ้าได้จิบคู่กับชาร้อนนี่เป็นอะไรที่ใช่เลย!

Tag:

คอชาตัวจริงต้องไม่พลาดร้าน Northlandtea คาเฟ่ชาออร์แกนิก บนถนนรัตนาธิเบศร์ ที่ยกระดับชาไทยจากภาคเหนือไปสู่สากล โดยการคัดเลือกใบชาเต็มใบของไทยมากกว่า 20 ชนิด มารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มสุดครีเอทให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลอง การันตีคุณภาพของชาด้วย USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกา       ทันทีที่เดินเข้ามาจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากผนังโทนสีครีม เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเบจ และของตกแต่งน่ารักๆ ที่ทางร้านคัดสรรมาให้เข้ากับโทนสีภายในร้านได้เป็นอย่างดี ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้บรรยากาศสไตล์โฮมมี เสมือนได้นั่งจิบชาชิลๆ อยู่ที่บ้านเลยล่ะ       เริ่มกันที่เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Daisy Daisy (95.-) เป็นการนำชาเขียวออร์แกนิกมาเบลน์กับชาคาโมมายล์ เติมความหวานด้วยน้ำผึ้งและเพิ่มรสสัมผัสด้วยวุ้นว่านหางจระเข้ ดื่มแล้วชื่นใจ     ต่อด้วย Scone Set (79.-) ประกอบไปด้วยสคอน รสแครนเบอร์รีและรสเอิร์ลเกรย์ ที่ทำจากแป้งเค้กเกาหลี เมื่อรับประทานเข้าไปเนื้อสัมผัสจะไม่แข็งแห้งและนุ่มเบา กินคู่กับครีมสดและโฮมเมดแยมรสมิกซ์เบอร์รี     สายชานมไข่มุกต้องไม่พลาด Earl Grey Royal Milk Tea (130.-) ชานมเอิร์ลเกรย์กลิ่นหอมรสเข้มข้น ที่ทางร้านเลือกใช้ความหวานจากน้ำผึ้งแทนน้ำตาลกินพร้อมไข่มุกบุก หอมละมุนกลมกล่อม     Rare Cheesecake (290.-) เมนูที่ผสมผสานความเบา นุ่ม ละมุนลิ้น ของชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น กับความหวานฉ่ำแกมเปรี้ยวของผลไม้สด อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้และบลูเบอร์รีเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว  

Tag: ชา

Bear & Bunny แบรนด์ครัวซองต์น้องใหม่ที่ตอนนี้คิวยาวไม่แพ้ใคร จากฝีมือเชฟรุ่นใหม่ เชฟแก้ว ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร แชมป์คนแรกของรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ และเชฟสัญ เวชกร เจริญปัญญาวุฒิ ผู้เข้าแข่งขันมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ซีซั่นที่ 4 ที่ทั้งคู่ตั้งใจคิดค้นสูตรครัวซองต์ให้ออกมาในแบบที่ถูกใจมากที่สุด     เชฟทั้งสองเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จบหลักสูตรการประกอบขนมอบชั้นต้น และชั้นกลาง และยังเรียนทำอาหารฝรั่งเศสจากหลักสูตรการประกอบอาหารคาว ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง เรียกได้ว่าเรียนมาครบแบบฟูลคอร์สเลยทีเดียว       พื้นฐานแน่นขนาดนี้ ครัวซองต์ของร้านนี้ไม่ธรรมดาเพราะใช้ส่วนผสมคุณภาพดีจากฝรั่งเศสทั้งแป้ง T55 และ T45 เนยจากแคว้นบริตานี รวมทั้งยีสต์สดที่ให้กลิ่นและรสชาติที่ดีกว่ายีสต์แบบแห้งอีกด้วย เชฟทำกันอยู่สองคนทำให้ต้องใช้เวลาเตรียมถึง 3 วัน ม้วนด้วยมือทีละชิ้น ทำได้วันละ 300-350 ชิ้นต่อวันเท่านั้น       มี 6 ชนิดได้แก่ Plain Croissant (80 บาท) ครัวซองต์เนยสด ชิ้นใหญ่สวย ทรงไดมอนด์ที่ตรงกลางจะพองสูง ปลายเรียว กรอบนอก เนื้อข้างในนุ่ม มีเนื้อสัมผัสได้เคี้ยว หอมกลิ่นเนยไม่เลี่ยน     Pink Angel (120 บาท) พิงค์แองเจิล เคลือบไวท์ช็อกโกแลตสีชมพูสวย โรยราสป์เบอร์รี่รสเปรี้ยวๆ ไส้ในเป็นแยมสตรอว์เบอร์รีผสมกับรูบาร์บจากโปแลนด์ รสชาติเข้มข้นอมเปรี้ยวไม่หวานมาก     Signature Almond Croissant (130 บาท) ซิกเนเจอร์อัลมอนด์ครัวซองต์ ที่โรยอัลมอนด์สไลด์มาอย่างจุใจ ไส้ในกลมกล่อมด้วยอัลมอนด์พราลีนและอัลมอนด์ครีม พรมด้วยน้ำเชื่อมอัลมอนด์ผสมกับวานิลลามาดากัสก้ากลิ่นหอม     Three Musketeers (180 บาท) สามทหารเสือ ครัวซองต์ไส้คาวที่คนชอบทรัฟเฟิลต้องหลงรัก ไส้ในมีแฮมโพรซุตโต ชีสมอซซาเรลล่า และครีมทรัฟเฟิลสูตรพิเศษรสชาติเข้มข้น     Pain au Chocolat (120 บาท) ช็อกโกแลตครัวซองต์ หรือปัง โอ ช็อกโกลาต์แบบดั้งเดิมของฝรั่งเศส สอดไส้ด้วยช็อกโกแลต และเคลือบด้วยดาร์กช็อกโกแลต โรยด้วยโกโกนิป เพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ     The Crown (40 บาท) ครัวซองต์ทรงมงกุฎ ครัวซองต์ชิ้นเล็กพอดีคำรูปร่างคล้ายมงกุฎ รสชาติหอมหวานจากคาราเมลน้ำตาลทรายแดง กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเนย     วิธีการเก็บครัวซองต์แนะนำโดยเชฟแก้ว ควรเก็บใส่กล่องปิดสนิท เพื่อไม่ให้ครัวซองต์เนื้อแห้ง เก็บไว้นอกตู้เย็นได้ 1-2 วัน แช่ตู้เย็นไว้ได้ 3-5 วัน และแช่ช่องฟรีซได้ 1 อาทิตย์   วิธีการอุ่น นำออกมาพักนอกตู้เย็นให้คลายเย็นสัก 15-30 นาที และอุ่นที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ด้วยเตาอบหรือเตาติ๊ง 4-5 นาที หรืออุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน 1-2 นาที ก็หอมอร่อยแล้ว   วิธีการสั่ง สั่งล่วงหน้าเท่านั้น ทางไลน์ @bandb มารับเองที่ร้านได้ในช่วง 13.00-17.00 น. หรือ ทางร้านจะเรียก Grab ให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าส่งได้ที่ปลายทาง (ส่งต้นทางจาก เจริญรัถ 28 สามารถเช็คค่าส่งในแอปแกรบก่อนสั่ง)

Tag:

จุดเช็คอินแห่งใหม่ย่านพระราม 8 ที่เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์พร้อมใจกันยกให้เป็นแลนด์มาร์กสุดร่มรื่นแห่งปีที่ไม่ควรพลาด จากฝีมือคุณธนญา เตชสิริอังกูรพยาบาลสาวนักออกแบบที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาสร้างสรรค์ร้านอาหารในสไตล์ที่ชื่นชอบผสมผสานทั้งแนวคลาสสิก ลอฟท์ และโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว           โดยเลือกทำเลเหมาะในชุมชนบ้านปูนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทางเข้าค่อนข้างจะลึกลับ แต่ไม่ต้องกลัวหลงเพราะมีป้ายบอกตลอดทาง พอลัดเลาะถึงตัวร้านความอ่อนล้าจะหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะพื้นที่แห่งนี้ทั้งกว้างขวาง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และอยู่ติดแม่น้ำ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก แนะนำให้มาช่วงบ่ายจะสบายตัวที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมกล้องและเมมโมรี่ให้พร้อมเพราะงานนี้มีชัตเตอร์ลั่นรัวๆ แน่นอน           เมนูของร้านไม่มากมายเพราะคัดเฉพาะไฮไลท์ที่สั่งเมนูไหนก็ไม่ผิดหวัง อาทิ สลัดแซ่บแซลมอนอะโวคาโด แซลมอนหั่นชิ้นใหญ่คลุกเคล้ากับน้ำยำซีฟู้ดรสแซ่บและเครื่องเคราสมุนไพรที่มีทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด สะระแหน่ เสริมรสชาติด้วยอะโวคาโดชิ้นโตที่ช่วยลดทอนความจัดจ้านแต่ผสานรสชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว       ต่อด้วยเมนูโปรดของทุกคนพิซซาอะลามาเนีย พิซซาขนาดกลาง แป้งหนานุ่มจับคู่กับหน้ายอดฮิตอย่างพาร์มาแฮมและกุ้งไซส์บิ๊ก ท็อปด้วยชีสเน้นๆ ยิ่งดึงยิ่งยืด สาวกันสุดมือทีเดียว       ถัดมาคือจานหลักเสต๊กหมู หมูนุ่มชิ้นโตในน้ำเกรวี่เข้มข้น ในจานมีทั้งผักสด ผักย่างหลากสีสันและเฟรนช์ฟรายกรอบนอกนุ่มใน       ถ้าอยากอร่อยแบบไทยๆ จะสั่งเป็นข้าวผัดทะเลก็อิ่มท้องได้กำลังดี ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่เมล็ดข้าวผัดได้แห้งไร้ความมันส่วนเกิน เวลาเคี้ยวจะหนึบนิดๆ เสริมทัพด้วยกุ้งกับปลาหมึกที่เพิ่มดีกรีความหนึบหนับแบบดับเบิ้ล ส่วนรสชาติปรุงได้กลมกล่อม แทบไม่ต้องพึ่งน้ำปลาพริกก็อร่อยครบรสแล้ว     สำหรับเครื่องดื่มแนะนำอิตาเลียนโซดาบลู กับสมูทตี้บลูเบอร์รี่ 2 เมนูคู่ซี้ที่ควรมีไว้ติดโต๊ะ รสออกหวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่า สีหวานๆ ยังเพิ่มกิมมิกสนุกสนานให้กับรูปถ่ายของเราด้วย         ถ้าชอบกาแฟห้ามพลาดกาแฟลาเต้เย็นที่เต็มไปด้วยกลิ่นรสของกาแฟพันธุ์ดี หรือจะลอง โกโก้ร้อน รสหวานน้อยที่แอบซ่อนรสขมติดปลายลิ้น ชวนให้รู้สึกเหมือนนั่งดื่มโกโก้แท้ๆ อยู่ในไร่บนดอยอันห่างไกลอย่างไรอย่างนั้น       ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดเพราะจุดหมายนี้เลอค่า มาก่อนได้รูปสวยไปอวดก่อนได้เลย

Tag:

ใครที่ผ่านไปมาแถวถนนตีทอง ย่านเสาชิงช้า จะต้องสะดุดตากับความสง่างามของบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปีที่ชื่อ บ้านอยู่ดี ชื่อที่คุณกบและคุณนุ่นเจ้าของร้านถ่ายทอดจากอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อบ้านหลังนี้ และด้วยโครงสร้างอาคารที่แข็งแรงจนแทบไม่ต้องซ่อมแซมอะไรเลย เพียงตกแต่งเล็กน้อยและติดตั้งระบบน้ำ-ระบบไฟฟ้าใหม่ก็คืนความสดใสให้กับบ้านหลังนี้ได้ไม่ยาก             ที่นี่จึงเป็นจุดหมายของคนที่หลงใหลสถาปัตยกรรมสมัยก่อน เพราะทั้งรูปทรงอาคาร บานประตู หน้าต่างที่ยังคงความสวยงามเหมือนในอดีต รวมถึงบ่อน้ำโบราณหน้าบ้านที่ปรับลุคสุดชิลไว้สำหรับนั่งจิบชา-กาแฟและสนทนากันอย่างออกรส ยิ่งใส่ชุดหวานๆ สไตล์วินเทจจะยิ่งครีเอทเหมือนอยู่ในละครย้อนยุค         ส่วนเมนูอาหารเน้นสูตรเด็ดที่สืบทอดในครอบครัว มีทั้งอาหารจานเดียวที่เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วนและอาหารประเภทต้ม ผัด แกง ทอด สำหรับเอ็นจอยร่วมกัน เมนูน่าลองจานแรก หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ ทางร้านใช้หมูสามชั้นเลาะเอาหนังออก นำมาหมักกับเครื่องปรุงสูตรลับและน้ำปลาอย่างดี จากนั้นคั่วกับพริก เกลือ และพริกไทยอ่อนจนครบเครื่องถึงรส       หากยังติดใจหมูกรอบให้ต่อด้วยสปาเก็ตตี้ผัดหมูกรอบพริกไทยอ่อน อาหารจานเดียวที่ขายดีกว่าใคร เพราะได้ใจตรงหมูกรอบชิ้นโตเต็มปากเต็มคำ ผัดกับเส้นสุดนุ่มเคี้ยวลื่นคอ รสชาติกลมกล่อมแต่เด่นที่รสเผ็ดร้อนนิดๆ จากพริกไทยอ่อน ทำให้กินได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกเลี่ยน       ก๋วยเตี๋ยวผัดยำบก เส้นใหญ่ผัดกับหมูสับ เสิร์ฟพร้อมชุดเครื่องยำที่มีทั้งพริกขี้หนูซอย กระเทียมซอย ให้ลูกค้าตักคลุกเคล้าได้มากน้อยตามชอบ       หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดพริกเหลืองโหระพา หอยแมลงภู่ตัวใหญ่เนื้อนุ่มหนึบ ปรุงรสเผ็ดร้อนและหอมกลิ่นโหระพาขึ้นจมูก       แซลมอนกวนน้ำปลา เปลี่ยนจากกุ้งแช่น้ำปลาเป็นแซลมอนเนื้อนุ่ม ราดน้ำปลาปรุงรสที่ผ่านการเคี่ยวจนเข้มข้นรสเค็มหวาน เมนูไฮไลท์นี้มีเฉพาะวันศุกร์,เสาร์และอาทิตย์ ไม่อยากพลาดควรสั่งจองล่วงหน้า       มาม่าจัดเต็ม (ชุดทะเล) มาม่าเส้นกลมในน้ำซุปต้มยำเข้มข้นที่ทางร้านปรุงใหม่ ไม่ได้ใช้เครื่องปรุงสำเร็จ ใส่พริกขี้หนูซอยเพิ่มรสจัดจ้านตามด้วยซีฟู้ดและไข่สดปลอดสารให้อิ่มกันแบบจุกๆ       ปิดท้ายด้วยขนมหวานราชปะแตน เค้กโบราณหาทานยาก เนื้อเค้กบัตเตอร์รสกาแฟด้านในมีลูกเกดเพิ่มเทกเจอร์หนึบหนับ ด้านบนโรยอัลมอนด์ให้เคี้ยวกรุบๆ สนุกลิ้น     อีกชิ้นขายดีคือบลูเบอร์รี่เลมอน เค้กบัตเตอร์เลมอนที่ซ่อนซอสบลูเบอร์รีไว้ด้านใน ท็อปปิงด้วยบลูเบอร์รี่สดลูกโต เมนูนี้ต้องจับคู่กับชาเย็นมิกซ์เบอร์รี รสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วเข้ากันที่สุด       จบมื้อแล้วถ้ายังไม่อยากลุกไปไหนจะสั่งกาแฟเดอร์ตี้นั่งจิบเพลินๆ อีกสักแก้ว หรือเบื่อแล้วอยากลุกยืดเส้นยืดสายแนะนำให้ไปเดินเล่นแถวเสาชิงช้าที่อยู่ใกล้ๆ แวะถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึกก่อนกลับบ้านก็ได้  

Tag:

Co incidence เริ่มจากร้านขายไลฟ์สไตล์โปรดักส์เล็กๆ แสนเก๋ บนถนนสุขุมวิท ก่อนจะขยับขยายบ้านหลังเก่าให้โตขึ้น จนเกิดเป็น Co-incidence process coffee คาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่พร้อมต้อนรับเหล่าคนที่หลงใหลในกาแฟและงานดีไซน์ ให้มาเสพย์ความสุขได้ในพื้นที่เดียวกัน       ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย โดยเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลักเข้ากันได้ดีกับเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปลือย ที่มีตู้กระจกใสเผยให้เห็นเบเกอรี่หน้าตาน่าอร่อยหลากหลายเมนู เสริมความเท่ด้วยบรรดาข้าวของเครื่องใช้ ที่ทางร้านหยิบมาประดับอยู่บนผนังรอบร้าน อีกทั้งยังมีโซน Lifestyle Shop จากแบรนด์ Co incidence ให้สามารถเลือกชอปสินค้าติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้อีกด้วย       เมนูแรก Dirty (90.-) นมสดเย็นรสละมุนออนท็อปมาด้วยเอสเปรสโซช็อตเข้มข้น แยกชั้นมาอย่างสวยงาม แนะนำให้รีบดื่มก่อนที่สองเลเยอร์จะมาผสมรวมกัน จะสัมผัสรสชาติของกาแฟได้ดีที่สุด     ต่อด้วยเมนูเบเกอรี่ที่มีการคอลแลปส์กับร้าน WWA Rare Cheesecake (120-.) ชีสเค้กเย็นรสเปรี้ยว เนื้อเนียนนุ่ม กินพร้อมฐานครัมเบิ้ลกรุบกรอบ และ Chocolate Brownie & Cream shot (220.-) บราวนี่รสเข้มข้นเนื้อหนึบหนับ ราดด้วยครีมนมอุ่นๆ กินพร้อมช็อกโกแลตฟัจด์ด้านล่าง หวานหอมละมุนลิ้น       ปิดท้ายด้วยเมนูอิ่มท้อง อย่าง Bacon Kimchi Fried Rice (280.-) ข้าวผัดกิมจิเบคอนฉ่ำๆ เสิรฟ์มาพร้อมไข่ข้นเนื้อเนียนสวย รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม  

ยกให้เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กแห่งใหม่ในซอยวิภาวดี 16 (ซอยโชคชัยร่วมมิตร) สำหรับ "Do Drip" ที่บอกเลยว่าคัดสรรกาแฟดีจากทั้งไทยและต่างประเทศมาให้ชิมในราคาเบาๆ จิบแล้วเล่นเอาเราอยากแวะมาทุกวัน       เมล็ดกาแฟหลักของที่นี่ใช้ Lao Boloven กาแฟซิงเกิลออริจินจากที่ราบสูงโบโลเวน ประเทศลาว คั่วกลาง ดื่มง่าย หอมถั่วและช็อกโกแลต เหมาะกับเมนูทั้งกาแฟดริปและกาแฟนม ส่วนเมล็ดเฮาส์เบลนด์พิเศษจากหลายประเทศก็มีให้เลือกชิมกันเพียบ อาทิ Ethiopia Guji Buku จากเอธิโอเปีย ปางขอนจากจังหวัดเชียงราย และเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษซีรีส์ Milk ที่เหมาะกับกาแฟนม ทั้ง Choco Milk Addict, Choco Rum Raisin และ Strawberry Milkshake ที่เก๋คือร้านนี้ใช้เครื่อง Flair (Espresso Maker) ดริปด้วยมือ แต่รสชาติออกมาดีไม่แพ้ใคร       เราแนะนำ Drip Coffee เลือกเมล็ด Ethiopia Guji Buku คั่วอ่อนแบบร้อน ได้ความฟรุตตี้ฟลอรัลจากเบอร์รี มะลิ และชาดำ Iced Latte ลาเต้เย็นเข้มข้นกลมกล่อม ใช้เมล็ดกาแฟหลักของร้าน Lao Boloven ได้ลงตัว       และ Dirty เมนู (แอบ) ลับแก้วนี้ใช้เมล็ด Lao Boloven เช่นกัน แต่แช่นานถึง 15 นาที แนะนำให้สั่งดื่มที่ร้านเพื่อความอร่อย ส่วนใครไม่ใช่คอกาแฟลองสั่ง Matcha Latte มัตฉะจากญี่ปุ่นชงสดแก้วต่อแก้วเพื่อความหอมเข้มแบบเต็มที่มาเพิ่มความสดชื่นก็เข้าที       นอกจากนี้สำหรับสายถ่ายรูปและคนรักกล้องฟิล์มเป็นต้องโดนใจ เพราะร้านนี้มีม้วนฟิล์มเก๋ๆ ทั้งสีและขาวดำจากญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรปให้ซื้อไปถ่ายกันรัวๆ แถมยังรับล้างฟิล์มในราคาเป็นกันเองอีกด้วย (ช่วงล็อกดาวน์แบบนี้ ใครไม่สะดวกมาที่ร้านก็กดสั่งไปอร่อยกันที่บ้านได้ผ่าน Line Man และ Robinhood)  

Tag:

Ayydough ร้านคุกกี้สไตล์อเมริกัน ที่โดดเด่นด้วยคุกกี้สีสันสดใสชวนแสบตาและเนื้อสัมผัสแน่นเต็มปากเต็มคำ โดยทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าคุณภาพดีมารังสรรค์ ความอร่อยให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลอง นอกจากนั้นตัวแพ็กเกจจิง ก็ออกแบบมาได้อย่างน่ารัก เหมาะแก่การแชะรูปสวยๆ อวดลงโซเชียลไม่เบา       ทางร้านมีคุกกี้ให้เลือกอร่อยมากกว่า 10 รสชาติ เราเลือก Matcha Demia (89.-) เป็นการผสมผสานของคุกกี้มัตฉะ คาราเมลและถั่วแมกคาเดเมีย เสริมความพรีเมียมด้วย Valrhona Dulcey รสนมจากประเทศฝรั่งเศส หอมมัน กลมกล่อม     Monster (79.-) คุกกี้โอริโอที่ภายในสอดไส้ครีมชีสสีฟ้าผสมผสานมากับดาร์กช็อกโกแลต กินแล้วได้ทั้งความหนึบหนับและกรุบกรอบในคำเดียว     Hazella (99.-) คุกกี้นูเลลาเยิ้มๆ ผสมกับถั่วเฮเซลนัตและดาร์กช็อกโกแลต ท็อปด้วยเวเฟอร์นูเทลลา ใครสายช็อกโกแลตห้ามพลาด และ Golden Velvet (119.-) สอดไส้พีนัตบัตเตอร์ลาวาหอมหวาน ด้านบนเป็นบิสกิตอบกรอบยอดฮิต จากแบรนด์ Lotus Bisscoff  

Tag:

เกาะรัตนโกสินทร์เป็นแหล่งร่วมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จึงไม่แปลกที่จะเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ ๆ ไม่น้อยไปว่าวัดวังโบราณ พิถีพิถัน คาเฟ่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยบรรยากาศตั้งแต่หน้าหน้าไปจนถึงด้านในที่ให้กลิ่นอายของคาเฟ่ย้อนยุคในยุโรป     พิถีพิถัน คาเฟ่ บ่งบอกได้ถึงการนำเสนอเครื่องดื่มและอาหารด้วยหัวใจ นอกจากชื่อไทยจะน่าประทับใจแล้ว ชื่อในภาษาต่างประเทศ Petit Peyton ก็มีความหมายที่สื่อถึงความหรูหราเล็ก ๆ ได้เช่นกัน       บรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยบรรดาของวินเทจ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์จะต้องมาเช็คอินถ่ายภาพสักครั้ง ที่ไม่น้อยหน้ากันคือบรรดาเครื่องดื่มและขนมที่สุดสร้างสรรค์น่าลิ้มลอง       Gold Muddy เป็นเมนูกาแฟ Dirty ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากจะได้ความเข้มข้นจากช็อตกาแฟเอสเปรสโซกับนมผสมกันแล้ว ยังได้รสชาติหวาน ๆ และกลิ่นหอม ๆ จากคาราเมลเข้ามาเสริม หรือถ้าอยากได้กาแฟเย็นสดชื่นต้องลอง  Midsummer Espresso อเมริกาโนน้ำส้ม เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งและไซรัปซีตรัส       แก้วถัดมาเหมาะสำหรับดื่มคลายร้อนมาก ๆ Madame Sherry Grey เป็นชาอินฟิวส์ปั่นรวมกับไวล์ดเบอรี่ เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาด้านบนแก้ว ได้ทั้งรสชาติเปรี้ยวของเบอร์รี่ตัดกับความหวานของไอศกรีมได้เป็นอย่างดี     ปิดท้ายด้วยเมนูสไตล์ไทยอย่าง Siamese Twins ที่ในหนึ่งแก้วนี้ประกอบไปด้วยอเมริกาโนและชาไทยสีส้ม ดับเบิ้ลความกระปรี้กระเปร่ากันไปเลย     ตอนนี้พิถีพิถัน คาเฟ่ ยังเปิดเมนูใหม่ภายใต้แบรนด์ “คนละคั่ว” พร้อมเสิร์ฟอาหารจานคั่วหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเมนูข้าวหรือเมนูเส้น ผ่านช่องทางเดลิเวอร์รี่ด้วย ดังนั้นในช่วงเวลาที่ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ก็สามารถสั่งมากินได้ที่บ้านเช่นกัน  

Tag:

อาหารสัญชาติเปรูไม่ใช่อาหารที่หากินได้ทั่วไปในไทย และน่าประหลาดใจไม่น้อยที่เราสามารถตามหามันได้ในบ้านหลังเก่าแสนงดงามบน ถ.นครสวรรค์ “บ้านเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี” ยังคงโดดเด่นแม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลาร่วม 100 ปี ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นที่ตั้งของสำนักงาน BANGKOK 1899 และคาเฟ่ที่มีชื่อว่า Na Cafe ซึ่งพร้อมเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มชากาแฟและเมนูอาหารคาว       ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่เสิร์ฟอาหารเปรู แต่ในเรื่องวัตถุดิบต่าง ๆ นั้นล้วนมาจากท้องถิ่นในประเทศไทย ต้องขอบคุณตำแหน่งที่ตั้งของประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเหมือนกัน ทำให้วัตถุดิบในการประกอบอาหารหาได้ง่ายดายคล้ายคลึงต้นตำรับ นอกจากนี้อาหารเปรูยังมีเสน่ห์ที่ความหลากหลายของวัฒนธรรม ไม่ว่าจะมาจากการอพยพของคนหลากเชื้อชาติ หรือการเป็นหนึ่งในอาณานิคมของสเปน ทำให้อาหารเปรูมีกลิ่นอายจากหลากหลายตำรับอาหารผสมผสานอยู่         เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกมีชื่อว่า Ceviche ยำปลาดิบสไตล์เปรู ใช้ปลากระพงขาวสดแล่เป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมกับมันหวาน และน้ำมะนาว ความเป็นกรดทำให้เนื้อปลาสุกเล็กน้อย จานนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกินปลาดิบของชาวญี่ปุ่นที่อพยพไปตั้งรกรากในเปรูเมื่อนานมาแล้ว     จานถัดมาคือ Papa Rellena มันฝรั่งบดปั้นเป็นก้อน สอดไส้ด้วยเนื้อแล้วนำไปทอดจนด้านนอกกรอบ ราดด้วยซอสสูตรเด็ดตำรับเปรูที่ทำจากพริกเหลือง แม้แต่คนไม่ชอบเผ็ดก็กินได้สบาย ๆ เพราะใช้เฉพาะส่วนของเนื้อพริกให้ได้รสชาติและกลิ่นหอม ๆ เท่านั้น     สำหรับอาหารจานหลักเมนูแรก Pescado A Lo Macho เป็นซีฟู้ดที่จัดเต็มทั้งกุ้ง หมึก และปลา ผัดคลุกเคล้าในซอสซีฟู้ดสุดเข้มข้น แถมยังกลิ่นหอมและให้รสชาติเผ็ดนิด ๆ รับประทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ     แต่ถ้าอยากกินเมนูเส้น ต้องลอง Saltado Spaguetti ที่ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนกับผัดหมี่ของจีน แต่ Saltado นี้เป็นอาหารดั้งเดิมยอดนิยมของเปรู ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ผัดเข้ากับหัวหอม มะเขือเทศ สามารถรับประทานคู่ได้กับข้าวสวย เฟรนช์ฟราย หรือจะเป็นเส้นสปาเกตตี้แบบที่ร้านนี้เสิร์ฟก็ได้เช่นกัน     เป็นอาหารอีกสัญชาติที่น่าจะถูกปากคนไทยได้ไม่ยาก

Tag:

ข่าวดีของคนรักปิ้งย่างสไตล์เกาหลีที่พักอาศัยในย่านศรีนครินทร์ วันนี้ไม่ต้องขับรถเข้าเมืองก็ได้ลิ้มรสเมนูโปรดจากวัตถุดิบสุดพรีเมียมในราคาที่เลือกได้ โดยไฮไลท์ของร้านที่ห้ามพลาดคือเนื้ออิมพอร์ตจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดผสานกับรสชาติของซอสหมักสูตรลับที่ปรับจนได้รสชาติที่อร่อยถูกปากตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กิน           อยากเอ็นจอยครบรสยกให้เซ็ต Gold อิ่มจุใจกับวัตถุดิบพรีเมียมทั้งหมดของร้าน เริ่มจากเนื้อนำเข้า ได้แก่ เนื้อร่องซี่โครง, วากิวเสต๊กที่มีทั้งแบบหมักซอสถั่วเหลืองและไม่หมักซอส หรือเนื้อไทยคุณภาพอย่างเสือร้องไห้หมักซอสถั่วเหลืองก็นุ่มฉ่ำและเคี้ยวอร่อยไม่น้อยหน้า             ตามด้วยซีฟู้ด ได้แก่ หอยนางรมนำเข้าจากเกาหลี หอยแมลงภู่ชิลี แซลมอนนอร์วีเจียน กุ้งแม่น้ำ และปลาหมึกที่มีทั้งแบบหมักซอสโคชูจังและไม่หมักซอส       ชุดนี้ยังรวมเนื้อหมูและเนื้อไก่ให้เราสนุกกับการปิ้งย่างร้อนๆ แล้วจิ้มกับซอสสูตรเด็ด 3 ชนิด ได้แก่ ซอสซัมจังหรือซอสเต้าเจี้ยวรสเค็ม เผ็ด หวาน น้ำมันงาใส่เกลือและพริกไทยเพิ่มกลิ่นรส และซอสยากินิคุที่จับคู่กับเนื้อย่างได้อย่างเข้ากัน       จากนั้นจุใจกันต่อกับเครื่องเคียงที่ยกขบวนมาแบบละลานตา อาทิ กิมจิ 3 รส มีกิมจิผักกาดขาว กิมจิไชเท้า และกิมจิมะละกอ ต่อด้วยข้าวโพดหวานผัดเนย ผักโขมผัดน้ำมันงาปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวเกาหลี ถั่วงอกผัดน้ำมัน สลัดมันฝรั่ง ข้าวผัดกิมจิ จับแชหรือวุ้นเส้นเกาหลี รวมถึงเมนูสุดฮอตของสายเกาอย่างไข่ตุ๋นเกาหลี ไข่ดอง กุ้งดอง ทรัฟเฟิลต๊อกปกกี และเมนูของทอด เป็นต้น               ในเซ็ตยังรวมเครื่องดื่มที่ช่วยให้อาหารคล่องคอยิ่งขึ้นได้แก่อิตาเลียนโซดา ที่มีหลายรสชาติให้เลือก อาทิ บลูฮาวาย แอปเปิลเขียว และสตรอว์เบอร์รี ส่วนคนไม่กินเนื้อแนะนำเซ็ต Silver สั่งได้ทุกอย่างยกเว้นเมนูเนื้อทั้งหลาย แต่ถ้ากินน้อยสั่งแค่เซ็ต Copper ก็ได้จุใจกับชุดหมูและไก่ พร้อมเครื่องเคียงชุดใหญ่ได้เหมือนกัน สำหรับบางคนที่มีเวลาจำกัดและอยากจัดหนักเป็นบางเมนูก็มีจานเด็ดสไตล์อะลาคาร์ตไว้ให้เป็นทางเลือก     จุใจขนาดนี้เตรียมล้างท้องให้พร้อมรับมือด้วยแล้วกัน

อยากกินต้องได้กิน Beni Haruka ขนมมันจูไส้มันหวานญี่ปุ่นเผา ไอเท็มเด็ดจากร้านเบเกอรี่ออนไลน์ Wednesday Bake ที่ฮอตเหลือเกินจนเราอดใจไม่ไหวต้องสั่งมาลองให้หายอยาก       ขนมมันจูไส้มันหวานของร้านนี้ชิ้นขนาดกำลังน่ารัก ทำใหม่ทุกวัน ความอร่อยอยู่ที่แป้งบางนุ่มสูตรของร้านและไส้มันหวานกวนที่ใช้มันหวานนำเข้าจากญี่ปุ่นแบบ 100 % ที่อัดแน่นอยู่ด้านใน หอมและหวานแบบไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม เคี้ยวแล้วได้อารมณ์หนึบๆ หนับๆ จนต้องไปต่อกับชิ้นที่ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่หากกินไม่หมดก็เก็บไว้ได้ 3 วันแบบไม่ต้องเข้าตู้เย็น ก่อนกินลองอุ่นให้ร้อนก่อนสัก 10 วินาทีเพิ่มดีกรีความฟิน         ใครยังไม่จุใจกับมันหวาน ผายมือไปที่ Cranberry & Sweet Potato Bread ขนมปังแครนเบอร์รี่ไส้มันหวานญี่ปุ่นที่ขนมคนขนมปังนุ่มนิ่มน่าจะถูกใจ บิแล้วเจอไส้มันหวานหอมๆ นวลๆ แล้วมีรสเปรี้ยวเล็กจากแครนเบอร์รี่มาตัดรส นอกจากนี้ยังมีซิกเนเจอร์อย่างขนมเปี๊ยะถั่วทองไข่เค็มตู้มที่นอกจากชื่อจะน่ารักแล้วยังขายดีมากๆ อีกด้วย ลองเข้าไปดูหน้าตาขนมก่อนได้ที่ IG :wednesdaybake         เห็นทีว่าต้องมีสั่งรอบสอง   ขนมปังของที่ร้านจัดส่งวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จองขนมผ่าน Line @wednesdaybake ราคา : มันจู 1กล่อง 5ชิ้น 179 บาท Cranberry & Sweet Potato Bread  โลฟละ 189 บาท

Tag: