แฟนรายการ The Next Iron Chef Thailand โดยเฉพาะสายหวานต้องรู้จัก เชฟจี -โชติพัฒน์ ใหลสุวรรณ Executive Pastry Chef แห่งโรงแรม JW Marriot Hotel Bangkok แน่นอน ซึ่งเขายังมีดีกรีเป็น 'เชฟผู้พิชิต' ที่สามารถโค่นเชฟไก่-ธนัญญา เชฟอาหารหวานแห่งรายการ Masterchef Thailand ได้เชียวนะ       G&C เลยถือโอกาสมาเยือนโลกขนมหวานของเชฟจีที่ Bangkok Baking Company กันสักหน่อย หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ บีบีโค่ (BBCO) นั่นเอง ร้านอาหารที่มีความโดดเด่นเรื่องขนมโฮมเมดหลากหลาย ประกอบด้วย ‘เบเกอรี่’ อบสดใหม่วันต่อวัน ‘เค้กคลาสสิก’ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี อาทิ เค้กช็อกโกแลต บลูเบอร์รีชีสเค้ก ‘เค้กโมเดิร์ล’ซึ่งเชฟได้แรงบันดาลใจมาจากนักขนมหวานชื่อดังแห่งเมืองอาทิตย์อุทัย เป็นเค้กหลายเลเยอร์ที่มีหลากรสชาติ และรสสัมผัส       ทั้งยังมี ‘เมนูที่เชฟจีใช้แข่งขันในรายการ The Next Iron Chef Thailand’ ให้แฟนๆ ได้ตามมาลิ้มลอง และ ‘เมนูตามฤดูกาล’ ซึ่งเชฟจะรังสรรค์ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เท่านั้น อาทิ เทศกาลคริสมาสต์ วันวาเลนไทน์ เป็นต้น ให้คุณได้เอร็ดอร่อยกับขนมหวานสุดฟิน พร้อมกับเสพบรรยากาศดีๆ ที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่าย และความหรูหราสไตล์ โรงแรม JW Marriot Hotel Bangkok ได้ในทุกๆ วัน     พื้นไม้สีน้ำตาลเข้มอบอุ่น เข้ากับชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีหมอนอิงสีเทาช่วยเสริมความสบาย เหมาะจะเอนกายจิบกาแฟแก้วโปรด ตู้โชว์ด้านหน้าเรียงรายด้วยขนมหวาน และเบเกอรี่ที่หุ้มด้วยพลาสติกห่ออาหาร เพื่อความสะอาดอีกขั้น ใครอยากนั่งชิลเสพฟิวธรรมชาติ แนะนำโซนเอาท์ดอร์ ที่นั่งสบายๆ ท่ามกลางสวนเขียวขจี       เริ่มต้นความฟินจากเค้กคลาสสิกอย่าง Carrot Cake (140 บาท) เค้กแครอตแสนอร่อยที่ทำให้เชฟจีคว้ารางวัลหนึ่งในขนมอร่อยที่สุด จากนิตยสารชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว เนื้อเค้กแน่นเต็มไปด้วยแครอตและวอลนัทกรุบๆ เคี้ยวสนุก เข้ากันได้ดีกับครีมชีสรสครีมมี ท็อปด้วยลูกชุบรูปแครอตสุดน่ารัก     Raspberry Cheesecake (160 บาท) ชีสเค้กสไตล์อเมริกัน ฐานล่างเป็นแกรมแครกเกอร์กรุบกรอบ ตักกินพร้อมกับครีมชีสฟิลาเดลเฟีย หอมมัน และซอสราสป์เบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวาน ท็อปด้วยผลราสป์เบอร์รี ทั้งยังมีชีสเค้กหลากรสชาติให้สายหวานเลือกฟินอีกด้วย เช่น เชอร์รีชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก และบลูเบอร์รีชีสเค้ก     ลองชิมเค้กโมเดิร์นสุดปราณีต อย่าง Peanut Butter Torte (160 บาท) เค้กเนยถั่วเนื้อแน่น ที่เข้ากันดีกับมูสและครัชน์กรุบกรอบ และ Pistachio Chocolate Torte (160 บาท) เค้กนุ่มๆ เนื้อละเอียด ที่ทำมาจากถั่วพิตาชิโอหอมมัน กินพร้อมกับไวท์ช็อกโกแลตรสหวานกลมกล่อม       ไปต่อกันกับ ขนมหวานที่มาจากการแข่งขันในรายการ The Next Iron Chef Thailand บ้าง อาทิ Water Chestnut Mon’t Blanc (160 บาท) มองบลังค์ ขนมฝรั่งเศสที่มีรูปร่างคล้ายๆ กับภูเขาที่ถูกหิมะปกคลุม ภายในประกอบด้วยครีมแห้ว รสหวานกำลังพอดี เค้กมะพร้าวเนื้อฟองน้ำนุ่มๆ และแยมมิ๊กซ์เบอร์รี ราดด้วยซอสใบเตยหอมกรุ่น     Wonderland (150 บาท) ปราสาทขนมหวาน ที่เชฟจีใช้ครันช์เนยถั่วรสหอมหวาน สัมผัสกรุบๆ มาทำเป็นฐาน เข้ากันดีกับมูสช็อกโกแลต ที่มีกะทิรสครีมมีเป็นส่วนประกอบ รสเข้มข้นถึงใจคนรักช็อกโกแลต และเจลลี่รสราสป์เบอร์รีรสเปรี้ยวสดชื่น มีแผ่นช็อกโกแลตตกแต่งให้สวยงามราวกับปราสาทขนมหวาน     เมนูตามฤดูกาล (Seasonal) ก็น่าสนใจ แน่นอนว่ากุมภาพันธ์นี้เป็นเดือนแห่งความรัก เชฟจึงรังสรรค์ขนมหวานสีโรแมนติกที่พร้อมเสิร์ฟตลอดเดือน ได้แก่ Pomme D’Amour (160 บาท) เชอร์รีช็อกโกแลตมูสสีแดงสด ทำเป็นรูปทรงของแอปเปิ้ลแคนดี้ รสเปรี้ยวอมหวานผสานไปกับความหวานมัน มีครัมเบิ้ลสัมผัสกรอบๆ เคี้ยวสนุกอยู่ด้วย     อีกตัวหนึ่งเป็น Blushing (160 บาท) ชีสเค้กฮอกไกโดที่หลายคนชื่นชอบ ให้ความครีมมี รสหวานพอเหมาะ ล้อมรอบด้วยช็อกโกแลตสีชมพูหวานแหวว เข้ากันดีกับซอสมิ๊กซ์เบอร์รี ก่อนกินอย่างลืมบีบไซรัปเชอร์รีที่อยู่ในหลอดรูปหัวใจสุดคิวท์ด้วยนะ     มาถึงไลน์เบเกอรี่กันบ้าง ที่ร้านจะโดดเด่นเรื่องครัวซองต์เป็นพิเศษ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท อาทิ ครัวซองต์พื้นฐาน อย่าง Butter Croissant (60 บาท) ครัวซองต์รสเนยสด ที่เราคุ้ยเคย กินคู่กับเนย หรือแยมผลไม้ต่างๆ Almond Croissant (80 บาท)  แป้งครัวซองต์หอมกรุ่นกลิ่นเนย กัดพร้อมกับอัลมอนด์กรุบกรอบ และ Laugen Croissant (70 บาท) ซึ่งจะคล้ายๆ กับตัวครัวซองต์เนยสด แต่จะมีกลิ่นของเนยหอมฟุ้งมากกว่า     หันมาทางด้านครัวซองต์แฟนซีกันบ้าง เราเริ่มลองจาก Red Velvet Croissant (90 บาท) ครัวซองต์สีแดงกำมะหยี่ ที่ด้านในอัดแน่นไปด้วยครีมชีสครีมมี ด้านบนมีวิปครีมนุ่มๆ ปกคลุมอยู่มากมาย Nutella Croissant (90 บาท) ก็ขายดี แป้งกรอบนอกนุ่มใน เข้ากั๊นเข้ากันกับช็อกโกแลตรสเข้มข้น หอมกลิ่นถั่ว และสุดท้ายเป็น Key Lime Cream Croissant (90 บาท) ครัวซองต์ไส้ครีมมะนาว รสเปรี้ยวละมุนผสานไปกับความหอมมัน     ใครอยากได้เค้กวันเกิดให้คนพิเศษ BBCO ก็รับทำนะ

อีกหนึ่งร้านครัวซองต์เนื้อหอมต้องมีชื่อ Café Praline by Sweets Cottage Academy คาเฟ่พราลีน คาเฟ่ครัวซองต์สุดฮิตบนถนนเจริญราษฎร์ ย่านสาทร รวมอยู่ด้วย       คาเฟ่พราลีน นี้มีครัวซองต์หลากหลายชนิดให้เราได้ชิมกันแบบจุใจ เบื้องหลังความอร่อยไว้ใจได้เพราะคาเฟ่แห่งนี้เจ้าของเดียวกับ Sweets Cottage โรงเรียนสอนทำขนมชื่อดัง ที่เปิดร้านขนมไว้ให้ผู้ที่สนใจคอร์สเรียนเบเกอรีได้มาลองมาชิมขนมอร่อยๆ ก่อนตัดสินใจสมัครเรียน          นอกจากร้านสวยน่านั่งแล้ว จุดเด่นของครัวซองต์ที่นี่คือสูตรแท้จากประเทศฝรั่งเศสที่มีความกรอบนอก เปลือกครัวซองต์เป็นชั้นฟูสวย เนื้อในนุ่มเหนียว หอมกลิ่นเนย ทยอยอบร้อนๆ ให้กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วร้าน ในแต่ละวันจะมีครัวซองต์หมุนเวียนมาให้ชิม 5-8 ชนิด ที่เราอยากแนะนำได้แก่ Plain Croissant ครัวซองต์เนยสด (85 บาท) อบมาชิ้นสวยงาม เปลือกนอกกรอบเป็นชั้นฟูสวย ไม่กรอบร่วน เนื้อในนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเนยเน้นๆ      Almond Croissant อัลมอนด์ครัวซองต์ (130 บาท) สอดไส้อัลมอนด์บด โรยด้วยอัลมอนด์สไลด์แบบพูนๆ ชิ้น เคี้ยวแล้วกรุบกรอบหอมทุกคำ     Rocher Chocolate ครัวซองต์ช็อกโกแลต (140 บาท) ครัวซองต์สอดไส้ช็อกโกแลต เคลือบด้วยช็อกโกแลตอีกชั้น รสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตผสานเข้ากันดีกับเนื้อครัวซองค์กรอบหอมกลิ่นเนย     Black Truffle ครัวซองต์ทรัฟเฟิลและชีส (140 บาท) เมื่อเสิร์ฟมาที่โต๊ะสิ่งแรกที่ประทับใจเลยคือกลิ่นของทรัฟเฟิลหอมฟุ้ง ผิวครัวซองต์ด้านนอกกรอบเนื้อในนุ่มเต็มไปด้วยชีส รสชาติเค็มมันพอดี เหมาะกับจับคู่กับกาแฟร้อน     ส่วนเครื่องดื่มนอกจากกาแฟยอดนิยมแล้วที่ห้ามพลาดคือ Tiramisu Latte ทีรามิสุลาเต้ (140 บาท) กาแฟลาเต้ รสเข้มข้น มีกลิ่นหอมของกาแฟ แบบเดียวกับทีรามิสุ Strawberry Creamchesse Frappe สตรอว์เบอร์รี่ครีมชีสเฟรปเป้ (155 บาท) เครื่องดื่มปั่นสีชมพูน่ารัก รสเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่     นอกจากครัวซองต์แล้วยังมีเค้กหลากหลายชนิด และขนมปังให้ลองชิมอีกด้วย แนะนำว่าให้ไปช่วงเช้าๆ จะได้ลองกินให้ครบทุกอย่างไปเลย

Tag:

ปีกุน (Pi Kun) ร้านอาหารอีสานน้องใหม่ของ “แอนดี้ ยังเอกสกุล” หรือ “แอนดี้ หยาง” เชฟชาวไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์จากร้านอาหารไทย ชื่อโรงเตี๊ยม (Rhong-Tiam) ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้อีกครั้งหลังจากเปิด Table 38 ร้านอาหารไฟน์ ไดน์นิ่ง ซึ่งอยู่บนชั้น G ของห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่     ‘ปีกุน’ ชื่อนี้มีที่มาจากการที่เชฟแอนดี้ตั้งใจจะใช้ ‘หมู’ซึ่งคัดสรรมาจากฟาร์มหมูอารมณ์ดี เป็นวัตถุดิบหลัก ผสานไปกับแนวรักษ์โลกที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘ซีโร่เวสท์ (Zero Waste)’ คือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดจำนวนขยะให้เหลือน้อยที่สุด จนได้เป็นคอนเซ็ปต์ ‘กินหัว กินหาง กินกลางตลอดตัว’ ซึ่งหมายถึง การใช้เนื้อหมูทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดหาง มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารไทยอีสานรสเด็ดต่างๆ อย่างไรล่ะ     เชฟแอนดี้ยังใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประกอบอาหาร อาทิ การใช้หนังควายมาทำเป็นผงชูรส ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวอีสาน การนึ่งข้าวเหนียวด้วยกะทิ เพื่อให้คนกินได้อรรถรสของอาหารไทยอีสานแท้ๆ เสริมด้วยบรรยากาศร้านที่มาในธีม ‘งานวัด’ชวนให้รื่นเริงยิ่งขึ้น     เฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลตัดด้วยของตกแต่งสีสดใส ผนังด้านหน้าวาดเป็นรูปโรงลิเก มีมุมศาลพระภูมิซึ่งเป็นความเชื่อของคนไทยทุกยุคสมัย และไฮไลท์คือซุ้มผัดไทยไฟทะลุ เมนูซิกเจอร์ของเชฟแอนดี้ตั้งอยู่ภายในร้าน สร้างความคึกคักด้วยจังหวะเพลงมันส์ๆ ของยุค 90 ทุกองค์ประกอบล้วนเสริมความสนุก เสมือนคุณนั่งกินสตรีทฟู้ดอยู่ในงานวัดสมัยก่อน     เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ตำโก๋มหาแซ่บ ตำผลไม้สดที่ประกอบไปด้วย แอปเปิ้ล ส้มโอ ขนุน องุ่น ส้ม รวมแล้วได้เป็นรสเปรี้ยวอมหวาน ผสานไปกับความแซ่บ กินพร้อมปาท่องโก๋ กรอบนอกนุ่มใน เนื้อแน่น อร่อยโดนใจใครหลายคน     แก้เผ็ดด้วย เฟรนช์ฟรายสามแซ่บ มันฝรั่งแท่งทอดจนเป็นสีเหลืองทองน่ากิน เสิร์ฟพร้อมซอส 3 ชนิด มีทั้งซอสมะเขือเทศ ซอสพริกศรีราชา ผสมน้ำผึ้งหอมหวาน และซอสมาโยจิ้มแจ่ว ซึ่งเป็นความลงตัวระหว่างมายองเนสรสครีมมี และน้ำจิ้มแจ่วรสเผ็ดเปรี้ยว     ลาบไส้อ่อน จานนี้ก็เด็ด ไส้หมูล้างสะอาด ต้มสุกกำลังพอดี คลุกเคล้ากับเครื่องลาบ รสจัดจ้าน หอมกลิ่นข้าวคั่ว ต่อด้วย ตำปีกุน ส้มตำรสนัว ที่คุณสามารถเลือกชนิดส้มตำได้ตามต้องการ อาทิ ส้มตำไทย ตำซั่ว ซึ่งครั้งนี้เราเลือกสั่ง ส้มตำปูปลาร้ารสเด็ด เผ็ดกำลังพอดี เสิร์ฟเคียงด้วยหมูกรอบ คอหมูย่างเนื้อนุ่ม และไข่เป็ดยางมะตูมเยิ้มๆ ชวนหิว       ยังไม่อิ่มสั่ง ข้าวปีกุน หมูคุโรบุตะคุณภาพ รมควันให้หอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมกับข้าวรมควันกะทิ ไข่เป็ดยางมะตูม และน้ำจิ้มแจ่วสูตรลับฉบับของทางร้าน หรือจะลอง ข้าวหมูมะแขว่น เนื้อหมูอารมณ์ดี หมักด้วยมะแขว่น และสมุนไพร ทอดให้หอม กินกับข้าวรมควันกะทิ ราดซอสมะแขว่น รสเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ตามด้วยไข่เป็ดยางมะตูมอร่อยฟิน       ซดน้ำซุปร้อนๆ กับ ต้มแซ่บกระดูกอ่อน กระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบกรับ อยู่ในน้ำแกงรสเปรี้ยวกลมกล่อม มีความแซ่บเบาๆ ของพริกป่น และ เล้งแซ้บแซ่บ ที่แซ่บสมชื่อ กระดูกเล้งตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ซดพร้อมกับน้ำซุปรสเผ็ดร้อน หอมกลิ่นพริกขี้หนู       เครื่องดื่มเราแนะนำ Cream Cocos ม็อกเทลสีสวยที่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าว น้ำมะนาว และน้ำอัญชัน รสหวานพอเหมาะ หอมกลิ่นมะพร้าวอ่อนๆ     หรือใครอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลอง Tupi Ped Tupi น้ำสับปะรด ผสมน้ำมะนาว เติมความซาบซ่าด้วยโซดา โรยพริกเกลือ รวมแล้วได้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน แกมสไปซี่เล็กๆ ของพริก  

Tag:

กดรหัส 0110 เปิดประตูไม้บานใหญ่ เข้าไปในบ้านคุณย่าที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นชวนคิดถึงบรรยากาศเมื่อวันวาน กับคาเฟ่ลับ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยประชาราษฎร์บําเพ็ญ 5     ในพื้นที่แห่งความทรงจำเต็มไปด้วยเรื่องราว มารีโนเวทเป็น Hotel + Cafe ในสไตล์วินเทจสุดคลาสสิค  มีความดิบ เท่ ด้วยผนังปูนเปลือย ผนังอิฐ เคาน์เตอร์ไม้ พร้อมนำของสะสมเก่าแก่ อย่างเฟอร์นิเจอร์  แก้วร้อน ถ้วย จานต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และให้ทุกคนได้เห็น ไม่ว่าจะมองไปมุมใหนก็น่านั่งทั้งหมด เหมาะกับการถ่ายรูปไปอวดเพื่อน ๆ และกิมมิคสุดเก๋ ที่เกิดจากชื่นชอบดูหนัง โดยดูจาก Mood and tone ของภาพยนตร์ ตัวละคร มาสร้างสรรค์เป็นชื่อเมนู       แถมที่นี่ยังจริงจังเรื่องกาแฟอยู่ไม่น้อย ด้วยเมนูกาแฟที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย เมล็ดกาแฟทางร้านใช้เป็น อาราบิก้า 100% ผสมระหว่างคั่วกลางและคั่วเข้มให้รสชาติกลมกล่อมทั้งร้อนและเย็น     เราขอแนะนำเมนู Noah พระเอกสุดหล่อจาก  The Notebook แก้วนี้ได้เป็นการผสมผสานระหว่าง รสชาติเข้มข้นของเอสเปรสโซเข้ากับชาพีช  ดื่มง่าย ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี     ต่อด้วย Kathleen Kelly นางเอกสาวจาก You Got Mail ลาเต้ร้อนรสนุ่มนวล  หอมกลิ่นชินนามอนและความหอมหวานของน้ำผึ้ง ชวนให้คิดถึงเทศกาลคริสต์มาสแสนอบอุ่น     The Dude จาก The big Labowski  การรวมตัวระหว่างเอสเพรสโซ่เข้ากับโกโก้ ทอปด้วยครีมนม รสกลมกล่อม  ดื่มง่ายไม่ใช่คอกาแฟก็สามารถดื่มได้     ต่อด้วยเมนูเบเกอรี่โฮมเมดสูตรของคุณแม่ ที่ผันตัวจากเชฟโรงแรมมาทำขนมให้เราลิ้มลองอย่าง New York Cheesecake เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น มีรสเปรี้ยวตัดแก้เลี่ยน กินคู่กับสตรอว์เบอร์รี     ถ้ายังไม่จุใจ ต้องลองเมนูพิเศษ (มีขายเฉพาะวันหยุด) ที่อยากแชร์เมนูโปรดสูตรพิเศษจากคุณแม่ มาให้ทุกคนชิม ขนมจีนน้ำเงี้ยวชามใหญ่ รสเข้มข้น ที่อัดแน่นด้วยกระดูกหมู เลือด แคปหมู และผักต่างๆ ยิ่งกินกับขนมจีน ยิ่งเพิ่มความอร่อย     มีทั้งเครื่องดื่ม ขนม และอาหาร ให้กินอิ่มครบจบในที่เดียว

Tag:

หลังจากการพักกิจการโรงแรมทั้งสาขาพัทยา และกรุงเทพฯ  คุณหมิว - ศลิษา กรศิลป ผู้หลงใหลและรักการทำขนมด้วยตนเองตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จึงออกเก็บเกี่ยวเทคนิกและทักษะเพิ่มเติมจากครอสเรียนทำของหวานต่างๆ ที่สอนโดยเชฟชื่อดัง แล้วหยิบเอาสกิลการทำขนมหวานเหล่านี้มาสร้างแบรนด์ ‘โซโดว์’ ร้านโดนัทโฮมเมดทอดสดใหม่วันต่อวัน จนทำให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด -19 มาอย่างสวยงาม     โซโดว์ (So Dough) ชื่อนี้มีที่มาจากน้องแมวตัวโปรด ที่ชื่อ ‘โซจู’ ของคุณหมิว ซึ่งเธอได้นำคำมาปรับให้ละม้ายคล้ายกันจนกลายเป็นคำเรียกที่น่ารัก ติดหู และสื่อถึงความเป็นโดนัทเนื้อนุ่มนิ่มได้อย่างชัดเจน คุณหมิวตั้งใจนำสูตรขนมปังบริออทที่มีสัมผัสละมุน ชุ่มเนย มาปรับสูตรให้เข้ากับโดนัท โดยใช้ไข่แดง และเนยจากประเทศฝรั่งเศสเป็นส่วนประกอบหลัก ผสานไปกับแป้งคุณภาพ และนมฮอกไกโดจากประเทศญี่ปุ่น ทอดในอุณหภูมิที่ความร้อนต้องเป๊ะ โดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิอาหาร (Food Thermometer) ในการจับระดับความร้อนเพื่อให้ลูกค้าได้กินโดนัทโฮมเมดที่ไม่อมน้ำมันแต่อย่างใด       เมื่อทอดเสร็จแล้วนำไปคลุกกับผงไอซิ่งเนื้อละเอียด ซึ่งเป็นสูตรพิเศษของทางร้าน กินกับซอสรสต่างๆ อาทิ ซอสนมข้นฮอกไกโด ซอสสตรอว์เบอร์รี ซอสช็อกโกแล็ต ซอสชาไทย ซอสมัทฉะ และซอสบราวชูก้า ที่เสิร์ฟแยกมาในรูปแบบดิป ให้ลูกค้าเลือกปริมาณต่อคำได้ดั่งใจ ชอบจะหวานน้อย หวานมากก็สามารถกำหนดได้เอง หรือจะกินโดนัทเพียวๆ ก็อร่อยแล้ว และด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘So Dough’ กลายเป็นโดนัทโฮมเมดที่ขายดี แม้จะมีจำหน่ายแค่ช่องทางโซเซียลมีเดีย และตามบูธงานออกร้านเท่านั้น     เมนูแรกที่เราลิ้มลองเป็น Milky โดนัทเนื้อนุ่มนิ่ม ซึ่งทำมาจากวัตถุดิบคุณภาพปราศจากไขมันทรานส์ คลุกไอซิ่งรสหวานละมุน หอมกลิ่นวานิลลา ที่คุณสามารถเลือกกินกับซอฟต์ดิปหลาก ชนิด อาทิ ซอสนมข้นฮอกไกโดกวนเอง รสหวานมันซึ่งเป็นดิปซิกเนเจอร์ของทางร้าน ซอสสตรอว์เบอร์รี ที่มีนมข้นฮอกไกโด แยมสตรอว์เบอร์รี และนมข้นฮอกไกโดโฮมเมด เป็นส่วนประกอบ         ซอสช็อกโกแล็ต รสเข้มข้น มีส่วนผสมของนมคุณภาพ และวิปครีมที่เรารัก  ซอสชาไทย สุดป็อป รสหวานกำลังดี หอมกรุ่นชาไทย และซอสน้องใหม่อย่าง บราวชูก้า ที่เพิ่มความหวานขึ้นอีกระดับ เป็นการรวมตัวกันของนมข้นฮอกไกโด และน้ำตาลทรายแดง จิ้มแล้วโรยด้วยฮันนี่คอมบ์ (Honeycomb) กรุบกรอบอีกที         แฟนคลับช็อกโกแลตต้องสั่ง Choco โดนัทโฮมเมด เนื้อฟูๆ เข้ากันดีกับผงโกโก้คุณภาพจากประเทศฝรั่งเศส กินคู่กับซอสรสต่างๆ เช่น ซอสมัทฉะ ซึ่งทำมาจากชาเขียวสายพันธุ์อูจิ จากดินแดนอาทิตย์อุทัย รสเข้มพอดี หวานพอเหมาะ  หรือจะเลือกจิ้มกับ ซอสบราวชูก้า ก็เข้าที รสหวานหอม มีความครีมมีเล็กๆ โรยด้วยฮันนี่คอมบ์ ที่ทำมาจากน้ำผึ้ง และน้ำตาล ทั้งยังให้เทกเจอร์กรุบๆ เคี้ยวสนุกอีกด้วย    

Tag:

บนถนนนางลิ้นจี่มีตึกแถวไม้สีเข้มสะดุดตา ติดป้ายชื่อ “Brassica” สีทองคลาสสิก ซึ่งเปิดเป็นร้านโดนัทโฮมเมดที่เสิร์ฟความอร่อยมานานกว่า 2 ปี คุณเมย์ – วรนุช เตชะธนะชื่น และเชฟชอง เหวิน (Cong Wen) พาร์ทเนอร์ เชฟฝีมือดีจากประเทศสิงค์โปร์ เริ่มต้นจากการออกบูธขายโดนัทในงานแฟร์ต่างๆ จนได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ก่อนจะพัฒนาเป็นมีหน้าร้านในปัจจุบัน     ด้านหน้าเป็นกระจกใสบานใหญ่ มองเข้าไปจะเห็นโซฟาหนังสีเลือดหมูสีแดงน่านั่ง เข้ากันกับโต๊ะหินอ่อนที่ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สดสวยงาม ซึ่งเป็นผลงานของ คุณเมย์เจ้าของร้านที่รักดอกไม้มากพอๆ กับการทำเบเกอรี่ เธอมักใช้บราสิก้า (Brassica) พืชตระกูลกะหล่ำมาจัดแจกันอยู่เสมอๆ นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อร้านแห่งนี้อย่างไรล่ะ     ผนังสีขาวสะอาดตาถูกแซมด้วยภาพเขียนอาร์ตๆ ไปด้วยกันได้ดีกับแสงไฟสีส้มอบอุ่น มีเคาน์เตอร์ไม้กว้างขวาง ที่คุณสามารถนั่งกินโดนัทโฮมเมด คู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างสบายๆ แถมยังได้มองคุณเมย์ที่ทำโดนัทอยู่เบื้องหน้าได้อย่างถนัดตาแบบเพลินๆ ทั้งยังเคลิ้มไปกับจังหวะเพลงแจ๊สที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลาย     จุดเด่นของที่นี่แน่นอนว่าหนีไม่พ้นเรื่อง ‘โดนัท’ Brassica เลือกวัตถุดิบคุณภาพ บวกกับความพิถีพิถันในการทำ อาทิ หมักแป้งนาน 18 ชั่วโมง เพื่อให้ได้แป้งที่เหนียวนุ่ม ทอดใหม่วันต่อวันกวนไส้เองกับมือ และจะหยอดใส่โดนัทก็ต่อเมื่อมีลูกค้าออร์เดอร์เท่านั้น เพราะหากบีบทิ้งไว้นานๆ แป้งโดนัทจะแฉะ ส่งผลให้ความอร่อยลดลง  จากนั้นนำไปคลุกกับน้ำตาลเบเกอรี่ชนิดละเอียด เพื่อให้ได้เทกเจอร์กรุบๆ เคี้ยวสนุก ใครอยากชิมต้องรีบหน่อย เพราะวางขายวันละ 120 ชิ้น เท่านั้น!       เมนูแรกที่ได้ลิ้มลองเป็น Cream Brulee (80 บาท) ไส้ครีมวานิลลาทำเอง รสหอมมัน หวานไม่มาก เข้ากันได้ดีกับแป้งโดนัทเหนียวนุ่ม ฟูๆ หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้อ่อนๆ     ตามมาติดๆ กับ Starwberry jam (80 บาท) โดนัทลูกโตที่ให้สัมผัสนุ่มฟู กัดพร้อมกับแยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมด ที่คุณเมย์ลงมือกวนเองด้วยความตั้งใจ รสเปรี้ยวอมหวาน     Strawberry & Cheesecake (80 บาท) ไส้แยมสตรอว์เบอร์รีกวนเอง จับคู่กับครีมชีสคุณภาพรสครีมมี และแครกเกอร์กรุบกรอบ เข้ากั๊นเข้ากัน เอาใจคนรักช็อกโกแลตด้วย Peanut Butter & Chocolate (80 บาท) เป็นความฟินที่ได้จากการรวมตัวกันระหว่างเนยถั่วหอมมัน และช็อกโกแลตชั้นดีรสเข้มข้น       มาถึงรสขายดีอย่าง Lemon Curd (80 บาท) โดนัทเนื้อเหนียวนุ่ม ที่ภายในอัดแน่นไปด้วยเลมอนเคิร์ด รสเปรี้ยวละมุน กินแล้วไม่เลี่ยนแต่อย่างใด     ไปต่อกันกับรสในดวงใจของใครหลายคน  Palm Sugar Butterscotch (80 บาท) ไส้น้ำตาลโตนดนี้ เชฟได้แรงบันดาลใจมากจากรสไอศกรีมที่ร้าน One dee cafe ใช้น้ำตาลโตนดจากสวนต้นตาลออร์แกนิคที่จังหวัดเพชรบุรี นำมาทำเป็นบัตเตอร์สกอตช์ ได้ความหวานกลมกล่อมจากน้ำตาลโตนด รวมกับน้ำตาลทรายแดง ใครอยากลิ้มลองให้รีบเลย เพราะไส้นี้เขามีจำหน่ายช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของแต่ละปีเท่านั้น       จับคู่ไปกับเครื่องดื่มขายดีอย่าง Root Beer (95 บาท) รูทเบียร์เย็นๆ รสชาติหวาน ซาบซ่าชื่นใจ     หากนึกถึงโดนัทดีๆ ก็ต้องที่นี่แหละ

Tag:

คนรักไอศกรีมหลายคนน่าจะเคยผ่านจุดหนักใจ อยากกินของโปรดให้เต็มที่แต่ก็อยากดูแลสุขภาพไปด้วยในตัว ตอนนี้มีไอศกรีมทางเลือกใหม่แบบเดลิเวอรี่อย่าง “เมษาไอศกรีม” (Mesa Ice Cream) ไอศกรีมโฮมเมดจากความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่อยากส่งความอร่อยแบบเฮลท์ตี้ให้กับทุกคน ด้วยการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ นอกจากจะใส่น้ำตาลน้อยกว่าไอศกรีมทั่วไปแล้ว ยังไม่ผสมแป้ง ไม่แต่งกลิ่น รส และสี รวมถึงไม่มีสารกันบูด ซึ่งตอนนี้ทำออกมา 4 รสชาติด้วยกัน     แต่ที่น่าสนใจจนเราอยากบอกต่อคือ “หยินหยาง” 2 รสชาติใหม่ คอนเซ็ปต์เก๋ไก๋ มาพร้อมท็อปปิงอย่างปาท่องโก๋และลูกเดือยกรุบกรอบซึ่งเข้ากับไอศกรีมอย่างที่สุด     “หยิน” ไอศกรีมงาดำที่ใช้งาดำคั่วมาทำเป็นไอศกรีม เนื้อหนึบ กลิ่นหอมและได้รสชาติของงาดำชัดเจน และ “หยาง” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ ทำจากน้ำเต้าหู้ล้วนๆ คนแพ้นมวัวกินได้สบายใจ เนื้อเบา หวานน้อย ตักละเลียดเพลินๆ เหมือนได้กินน้ำเต้าหู้แบบเย็นเจี๊ยบชื่นใจ และเมื่อกินทั้ง 2 รสชาติด้วยกันจะได้ความเข้มและหอมหวานที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมรสมะพร้าวน้ำหอมและรสทุเรียนหมอนทองที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน       ใครอยากมีของอร่อยไว้ติดตู้เย็นที่บ้าน สั่งผ่าน Line : @mesa_icecream หรืออินบ็อกซ์ไปที่ FB : Mesa Ice Cream ได้เลย ในราคา 1 ควอท 290 บาท / 2 ควอท 490 บาท       กระซิบก่อนว่าควอทของร้านนี้ใหญ่จุใจ ตักแบ่งได้หลายสกู๊ปเชียวล่ะ   *ทางร้านจัดส่งโดยรถควบคุมอุณหภูมิส่งตรงถึงบ้าน ค่าจัดส่ง กรุงเทพฯ และปริมณฑล 70 บาท ต่างจังหวัดเริ่มต้น 150 บาท

Tag:

ใครอยากชิมโดนัทโฮมเมด ที่ทำมาจากยีสต์ธรรมชาติบ้างยกมือขึ้น ปักหมุดที่สีลมซอย 7 (Bts ช่องนนทรี) แล้วตามไปเช็คอินที่ “CREAM by Flour Flour” ได้เลย ร้านโดนัททำเองของ 3 สาวเพื่อนรักอย่าง คุณน้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ คุณมาย- ดนตรี ศิริบรรจงศักดิ์ และคุณแพรว- แพรวนภา อุดมเลิศลักษณ์ ซึ่งร้านครีมนั้นต่อยอดมาจาก Flour Flour ร้านเบเกอรีโฮมเมดน่าลิ้มลองแห่งเมืองเชียงใหม่นั่นเอง       ที่ร้าน Flour Flour นั้นมี Vanilla Donut ซึ่งเป็นเมนูขายดีที่ใครๆ ต่างก็เรียกหา ทางเจ้าของร้านจึงเกิดไอเดียที่จะเปิดร้านที่เสิร์ฟเฉพาะบอมโบโลนี (Bomboloni) โดนัทสไตล์อิตาเลียน มีไส้เยิ้มๆ ไม่มีรูตรงกลาง และมีจุดเด่นตรงที่ใช้ ‘ยีสต์ธรรมชาติ’ ที่เลี้ยงเองในการหมักแป้งถึง 18 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพื่อให้กลูเตนในแป้งลดลง เหมาะสำหรับคนที่ย่อยยาก และแป้งที่ได้ยังนุ่มฟู หอม และชุ่มไปด้วยเนย (คล้ายบริออช)     ส่วนในการเลือกวัตถุดิบและส่วนประกอบอื่นๆ ก็พิถีพิถันไม่น้อย อาทิ แป้งนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ขัดสี ไม่ใส่สารสังเคราะห์ เนยแท้จากนมวัวไม่มีไขมันทรานส์ ไข่ไก่สดจากฟาร์มและไส้ที่กวนเอง พร้อมให้คุณได้ชิมในร้านสไตล์ Grab & Go น่ารักๆ ผนังกระเบื้องสีขาวสลับกับสีเหลืองสดใส แซมกับภาพโปสเตอร์รูปโดนัทของร้าน ตรงกลางเป็นวงกลมขนาดใหญ่ไว้ให้ลูกค้าเลือกและสั่งออเดอร์ได้ถนัดตา  มองโดยรวมแล้วก็เป็นร้านคิวท์ๆ ที่มีกิมมิกน่าถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย       ขอเปิดด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Vanilla Donut แป้งโดนัทนุ่มๆ ฟูๆ ไม่อมน้ำมัน กัดพร้อมครีมวานิลลาหอมกรุ่น รสครีมมี หวานพอเหมาะ ไม่เลี่ยนแต่อย่างใด โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิง     ตามด้วย Salted Caramel Donut ไส้คัสตาร์ดครีมผสมคาราเมล หวานหอม เข้ากันได้ดีกับแป้งนุ่มๆ คลือบด้วยน้ำตาลไหม้ มีเทกเจอร์กรอบเล็กๆ ตัดด้วยรสเค็มของเกลือจากจังหวัดอุดรธานี กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว     Lemon Meringue Donut ก็อร่อย โดนัทสไตล์อิตาเลียนไส้คัสตาร์ดเลมอน รสเปรี้ยวเล็กๆ หวานหน่อยๆ ด้านบนปกคลุมด้วยอิตาเลียนเมอแรงก์เนื้อนุ่ม รสหวานละมุน เบิร์นไฟนิดๆ ให้กลิ่นหอมชวนกิน     คนรักช็อกโกแลตต้องสั่ง Dirty Chocolate Donut ทางร้านใช้ดาร์กช็อกโกแลตจากเกษตรคนไทย มาทำเป็นไส้ จากนั้นชุบด้วยดาร์กโกแลตอีกที โรยหน้าด้วยผงโกโก้ กินพร้อมกับแป้งโดนัทซอฟท์ๆ ฟินสุดใจ     ขอแนะนำเมนูน้องใหม่แกะกล่องชื่อ Orange Cream Donut ที่ครีเอทขึ้นเพื่อเทศกาลตรุษจีนโดยเฉพาะ โดนัทลูกกลม ชุบด้วยครีมชีสรสส้มหอมๆ สอดไส้ครีมส้มที่ทำมาจากรูบี้เกรปฟรุต รสเปรี้ยวอมหวาน แต่งหน้าด้วยเนื้อส้มเชื่อมฉ่ำๆ ดอกซากุระดอง และทองคำเปลว     จิบคู่กับ Cereal Latte ลาเต้เย็น รสเข้มข้นกำลังพอดี ผสานมอลต์หอมๆ พร้อมกับสัมผัสกรุบกรอบสนุกๆ จากซีเรียลที่เรารัก  

Tag:

ใครอยากเปิดประสบการณ์กินอาหารรูปแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับรสชาติอันสนุกสนาน G&C ขอให้คุณลิสต์ชื่อ “Chim Diner” เอาไว้เลย ร้านฟิวชั่น อิซากายะ ราเมน ของคุณปาร์ค ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เชฟรุ่นใหม่มากความสามารถจากวิทยาลัยดุสิตธานี โดยชื่อของร้านมีที่มาจากคำว่า Shrimp (ชริมพ์) ซึ่งหมายถึง ‘กุ้ง’ วัตถุดิบที่เชฟปาร์คใช้รังสรรค์เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Chim’s Ramen ราเมนซุปกุ้งออร์แกนิคสไตล์ล็อบสเตอร์บิสค์รสเข้มข้น       นอกจากนั้น Chim Diner ยังอ่านออกเสียงเป็นประโยคภาษาไทยที่ว่า “ชิมได้เน้อ” เสมือนเสียงชักชวนให้ฟู้ดทุกกลุ่มให้แวะเวียนกันเข้ามา ด้วยบรรยากาศร้านมืดสลัวๆ สไตล์บาร์และอิซากายะ พื้นสีดำขลับตัดสลับกับสีแดงสด ผนังกระเบื้องสีเขียวมรกต ที่ติดหนังสือพิมพ์เก่าของนานาประเทศเอาไว้ ไฟนีออนสีแดงที่เขียนว่า ‘Experimental Culture Dining’ หมายถึง ‘การทดลองโดยผ่านวัฒนธรรม’ อย่าง ‘การกิน’ ซึ่งเข้ากับอาหารฟิวชั่น ที่ผสมผสานหลายสัญชาติ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และไทย ผ่านการทดลองสูตรจนกลายมาเป็นเมนูที่รสชาติลงตัวเหล่านี้ในที่สุด ได้แก่       เต้าหู้ทอดหัวหอมคาราเมล (125 บาท) เต้าหู้สไตล์ญี่ปุ่นที่สั่งทำเป็นพิเศษ ทอดจนได้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน กินพร้อมกับซอสหัวหอมคาราเมล รสหวานอมเปรี้ยว ครีมมี อร่อยติดใจ     ไข่ปลาหมึกย่างคัตสึโอะ (195 บาท) ละม้ายคล้ายกับ “ทาโกยากิ” แต่ไร้แป้ง! ไข่ปลาหมึกชิ้นโต ทาซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งทำมาจากน้ำซุปปลาแห้ง มิริน ผิวเลมอน ย่างให้หอม ซอสราดไข่ปลาหมึกรสครีมมี โรยหน้าด้วยปลาแห้ง และสาหร่าย     ต่อด้วย ปลาไทยตามใจคนจับดอง (180 บาท) ปลาตกเบ็ด ซึ่งแล้วแต่ว่าชาวประมงจะได้ปลาชนิดไหน แต่วันนี้เราได้ชิม “ปลาช่อนทะเล” นำไปดองกับโชยุ มิริน และเครื่องปรุงอื่นๆ อย่างพิถีพิถัน  จนได้รสชาติเค็มกลมกล่อม เข้ากันดีอย่างยิ่งกับวาซาบิดอง     คนรักเนื้อต้องเลิฟ ยูเกะเนื้อวัวพริกลาบ (180 บาท) เนื้อจัสมินวากิลคุณภาพจากจังหวัดสุรินทร์ สับละเอียด คลุกเคล้ากับเครื่องเทศต่างๆ สไตล์ภาคเหนือ ท็อปด้วยไข่แดงสด และใบมะกรูดหอมๆ กินคู่กับข้าวเกรียบทำเอง     ข้าวผัดพริกขี้หนูปูเยอะกว่าข้าว (280 บาท) ข้าวหอมมะลิหุงสวย ผัดพร้อมปูเนื้อหวานจากชาวประมงเจ้าประจำ ที่ส่งตรงจังหวัดตราด หรือสุราษฎร์ธานี พริกขี้หนูสวน รสเค็มกลมกล่อม แฝงไปด้วยความเผ็ดร้อน หอมกลิ่นกระเทียม ไปด้วยกันได้ดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด     และแล้วก็มาถึงเมนูดาวเด่นอย่าง Chim’s Ramen (250 หรือ 335 บาท) เส้นราเมนนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เหนียวนุ่ม อยู่ในน้ำซุปกุ้งที่ทำมาจากหัวและเปลือกของกุ้ง เคี่ยวอย่างดีจนได้รสเข้มข้น กลมกล่อม ด้านบนมีกุ้งแม่น้ำย่างตัวโตเนื้อสดหวานถึง 2 ตัว และไข่ต้มยางมะตูมสุดอิ่มเอม     ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ขนมปังสังขยาวาซาบิ (135 บาท) ขนมปังบริออชนุ่มๆ ชุ่มเนย เสิร์ฟพร้อมสังขยาใบเตยรสหอมหวานกำลังดี มีรสเผ็ดเล็กๆ ของวาซาบิอยู่ด้วย     อร่อยทุกอย่างเลย

หลังจากครองใจคนรักคาเฟ่กับสาขาแรกในซอยสุขุมวิท 38 ได้อยู่หมัด ตอนนี้Toby's” เปิดบ้านหลังที่สองใจกลางศาลาแดง “Toby's at Saladaeng” ในชั้นล่างของโรงแรมสุดน่ารัก The Cotton Saladaeng ที่ยังคงความอบอุ่นน่านั่งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไปมาง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีศาลาแดง และรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีลุมพินี เรียกว่าไม่ว่าจะเป็นชาวสีลมหรือไม่ก็มาอร่อยกันได้แบบชิลๆ           สาขานี้ยังคงนำเสนอหลากหลายเมนูเด่นสไตล์ออสเตรเลียนบรันช์ที่เน้นคุณภาพและความสดของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็น Smashed Avocado ขนมปังบริยอชหน้าอะโวคาโด้บดเนื้อเนียนละมุนลิ้น รสชาติกลมกล่อม ไร้ความเหม็นเขียว คนไม่ชอบอะโวคาโด้ก็กินได้สบายๆ มาพร้อมไส้กรอกโชริโซ มะเขือเทศเชอร์รี ผักโขม และโพชเอ้ก     Apple & Fig สลัดแอปเปิลและลูกฟิก เพิ่มความอร่อยด้วยเบคอน มะเขือเทศ ทับทิม หอมแดง และชีสมอสซาเรลลา ราดน้ำสลัดฮันนีมัสตาร์ด และเมนูของหวานยอดนิยมตลอดกาล Crispy French Toast ขนมปังบริยอชกรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมไอศกรีมวานิลลา ถั่ว และเบอร์รีสด       แต่ทีเด็ดของสาขานี้อยู่ที่เมนูใหม่อย่างพิซซาโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนที่ทำจากแป้งซาวร์โดหมักยีสต์ธรรมชาติ เนื้อนุ่มกำลังดี ไม่หนาหรือบางจนเกินไป เราแนะนำ Clam & Garlic พิซซาหน้าหอยลายและกระเทียมสด เสริมความอร่อยด้วยชีส ออริกาโน และพาสลีย์     สำหรับสาวๆ รักสุขภาพลองสั่ง Gym Junkie Smoothie สมูทตี้โยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รี กล้วย และเมล็ดเจีย อร่อยสุขภาพดีแถมอิ่มแบบเน้นๆ หรือ Pink Lady Apple & Raspberry น้ำผลไม้สกัดเย็น (Cold Pressed) สูตรเด็ดที่ผสมผสานความหวานเปรี้ยวของแอปเปิลและราสพ์เบอร์รีได้อย่างลงตัว       ส่วนคอกาแฟต้องลอง Iced Café Latte ลาเต้เย็นรสนุ่มนวลที่จะช่วยให้ยามบ่ายแสนง่วงไปได้อย่างสดชื่นและมีพลัง  

Tag:

เริ่มต้นจากร้านสุกี้โบราณเล็กๆ ที่ขายหน้าโรงหนังเฉลิมนคร ในปี พ.ศ.2503 ด้วยเมนูซิกเนเจอร์เพียงไม่กี่เมนู อาทิ สุกี้โบราณ กระทะปิ้งเจงกิสข่าน และหัวปลาหม้อไฟ แต่ก็สามารถสร้างร้านให้เติบโตเรื่อยมาและย้ายโลเคชั่นไปหลายแห่ง ตั้งแต่ถนนเยาวราช เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผ่านการปรับปรุงนับครั้งไม่ถ้วนจน “เอี่ยวไถ่” ของคุณณัฎฐ์ กีรติเก้าทรัพย์ (ผู้บริหารรุ่นที่ 3) ได้กลายเป็น ‘ร้านสุกี้โบราณ’ ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และประสบความสำเร็จจนขยายสาขาไปทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบร้านสแตนด์อโลน และภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป       ความโดดเด่นของร้านเอี่ยวไถ่ที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือ เรื่องรสชาติ ความอร่อยที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น การใช้วัตถุดิบคุณภาพ ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ผสมผสานไปกับของดีในเมืองไทย ผ่านกระบวนการปรุงอย่างใส่ใจ บวกกับการบริการที่เปรียบลูกค้าเป็นเสมือน “ครอบครัว” ทำให้ร้านสุกี้โบราณแห่งนี้ได้ใจลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกวัยมายาวนานกว่า 60 ปี     ครั้งนี้เราพามาชิมเอี่ยวไถ่สาขาใจกลางกรุงฯ อย่าง  “เซ็นทรัลเวิลด์” ด้วยขนาดร้านค่อนข้างกว้างจึงรองรับลูกค้าได้แบบไม่แออัด ภายในร้านสีขาวสะอาดตา เข้ากันได้ดีกับพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์สีครีมอบอุ่น ผนังฉากหลังตกแต่งด้วยภาพวาดรูปท้องฟ้ากว้างใหญ่ มีปุยเมฆล่องลอยเป็นชั้นๆ ช่วยเสริมบรรยากาศชวนให้อยากละเลียดความอร่อยของสุกี้โบราณสูตรแต้จิ๋วกันเพลินๆ     เริ่มจากการชิมเมนูดาวเด่นอย่าง กระทะปิ้งเจงกิสข่าน เนื้อวากิวคุณภาพ นุ่มชุ่มฉ่ำ หมักด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศหลากชนิดย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมผักย่าง และน้ำจิ้มสูตรลับฉบับของทางร้าน     ใครชอบก๋วยเตี๋ยวหลอดต้องไม่พลาดสั่ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดปู แป้งก๋วยเตี๋ยวแผ่นบางๆ ห่อเนื้อปูสดหวานเต็มคำ ราดด้วยน้ำจิ้มหวาน และพริกน้ำส้มรสเปรี้ยวเผ็ด เป็นรสชาติที่ลงตัวสุดๆ บอกเลยว่าเมนูนี้ทุกโต๊ะต้องสั่ง     มาถึงอีกหนึ่งจานขายดี กุ้งแม่น้ำเผา ทางร้านใช้กุ้งแม่น้ำเป็นๆ คัดขนาดน้ำหนัก 5 ตัวโล ย่างบนเตาถ่านให้หอมฉุย เนื้อกุ้งหวานสดเด้ง พร้อมมันกุ้งเยิ้มๆ ฟินๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บถึงใจ     ลองชิม แปะก๊วยคั่วพริกเกลือ อีกสักจาน แปะก๊วยเนื้อมันๆ ผัดพร้อมกับสามเกลอ กระเทียมเจียวหอมกรุ่น และพริกขี้หนูรสเผ็ดร้อน กินเพลินๆ ต่อเนื่องได้เรื่อยๆ     และซดน้ำซุปร้อนๆ กับ สุกี้หมูโบราณ ที่ภายในเซ็ตประกอบด้วย เนื้อหมูหมักสูตรลับเฉพาะ ผสมกับไข่ไก่ ผักต่างๆ เวลารับประทานให้ใช้ตะเกียบคนเนื้อหมูกับไข่ไก่เข้าด้วยกัน จากนั้นก็ค่อยๆ เทลงไปในน้ำซุปร้อนๆ แล้วตามด้วยผักสด กินคู่กับน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ด หอมกลิ่นเต้าหู้ยี้  

Tag:

เหมือนได้นั่งจิบกาแฟอยู่ต่างประเทศเมื่อได้มา WBD คาเฟ่น้องใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านสไตล์โรงนาที่รับกับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและมีชีวิตชีวาเหมาะแก่การมานั่งชิลล์ๆ ในวันหยุด เป็นอีกจุดชาร์ตพลังใจกลางกรุงเทพเลยล่ะ     การตกแต่งของร้านมาในคอนเซ็ปต์ กระต่ายกับหมาป่าล่าดวงจันทร์ เปรียบเสมือนการไล่ตามความฝันของหุ้นส่วนร้านแต่ละคน เป็นที่มาของการออกแบบร้านสไตล์โรงนาที่มีโคมไฟพระจันทร์และก้อนเมฆลอยอยู่ด้านบน ส่วนด้านนอกเป็นโซนสนามหญ้าขนาดย่อม มีจุดเด่นเป็นน้องไก่สุดน่ารักที่เดินเล่นไปมารอบตัวเราอย่างสนิทสนม         เริ่มต้นด้วย Drip Coffee จุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายของเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วเองด้วยเครื่องบดคุณภาพ อีกทั้งยังเสิรฟ์มาในภาชนะอันหลากหลาย เพื่อให้ได้ลองชิมและหาความแตกต่างของรสสัมผัส รับรองว่าเมนูนี้จะสร้างความตื่นเต้นให้กับคอกาแฟอย่างแน่นอน         แต่ถ้าใครชอบความนุ่มนวล ต้องลอง Dirty เอสเปรสโซ่ช็อตเข้มข้นที่สกัดจนได้เป็น Coffee Oil แยกชั้นมาบนนมสดเย็นชนิดพิเศษ หอมมันกลมกล่อม       ใครรักกาแฟส้มไม่ควรพลาด Rabbit on the Moon เครื่องดื่มที่ได้ความหอมหวานจากน้ำส้มมาผสมผสานกับเอสเปรสโซ่ช็อต จนได้รสชาติที่แสนลงตัว ดื่มง่ายแถมยังสดชื่น       ปิดท้ายด้วยขนมหวานสำหรับคนรักสุขภาพ Take My Leg บราวนี่เนื้อแน่นไม่ผสมแป้งและเนย ได้รสชาติเข้มข้นจากช็อกโกแลตเต็มคำ หรือจะเลือกเป็น Take My Heart เค้กเรดเวลเวท ไม่ผสมแป้งที่ท็อปมาด้วยผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอร์รี กินแล้วได้สัมผัสนุ่มนวล แทบละลายในปาก    

Arteasia Bangkok Cocktail Bar คาเฟ่และบาร์ลับบนนถนนทรงวาด ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสุดอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ยามส่องลงมาตกกระทบเข้ากับตึกเก่าอายุ 109 ปี อีกทั้งภายในร้านยังเต็มไปด้วยสีสันชวนสะดุดตา ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งจิบชาอยู่ที่ Light Art Gallery เลยล่ะ       ร้านตั้งอยู่บนชั้นสองของตึกเก่าอายุมากกว่า 100 ปี เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับ งานศิลปะกระจก 8 ชั้น ถือเป็นกิมมิกของร้าน รวมไปถึงหน้าต่างทุกบานจะประดับด้วยกระจก สีน้ำเงิน แดงและเหลือง ทำให้เกิดแสงสีที่ดูมีมิติทั่วร้านตลอดวัน ตรงกับคอนเซ็ปต์ “ARTEASIA LIGHT GARDEN”         เมนูแรก Arteasia Afternoon Tea เซ็ตอาหารว่างไทยโบราณยามบ่าย ประกอบไปด้วย ค้างคาวเผือก เผือกทอดรูปสามเหลี่ยมสอดไส้มาด้วยกุ้งแห้งผสมมะพร้าวป่นกินคู่กับน้ำอาจาด อร่อยได้รสชาติหลากหลาย ถัดมาเป็น ข้าวตังน้ำพริกอ่อง ข้าวตังทอดกรอบชิ้นพอดีคำท็อปมาด้วยน้ำพริกอ่องรสจัดจ้าน ชั้นต่อมา เมี่ยงใบชะพลูกุ้งสด หอมกลิ่นสมุนไพร กุ้งตัวใหญ่เต็มปากเต็มคำ ชั้นบนสุดเป็น ปลาแห้งแตงโม แตงโมหวานฉ่ำโรยมาด้วยปลาแห้งกลิ่นหอม กินแล้วสดชื่นคลายร้อน       เครื่องดื่มเราแนะนำ Blue Lagoon ลาเต้รสนวลละมุนที่แยกชั้นมากับไซรัปอัญชันสีน้ำเงินอย่างชัดเจน เพิ่มกลิ่นหอมๆ ด้วยการเบิร์นอบเชยก่อนดื่ม หรือจะเลือกเป็น Molten Rock ชามาเลย์หอมกลมกล่อมผสมผสานมากับน้ำส้มแมนดาริน รสชาตินวลละมุนลิ้น         สำหรับสายหวานต้องลอง Pink Panther นมสตรอว์เบอร์รีปั่นละเอียดที่เติมความหอมด้วยใบมิ้นต์ ดื่มแล้วได้รสชาติหวานหอม และความสดชื่นจากกลิ่นมิ้นต์  

Tag:

หลังจากเปิดตัวสาขาแรกในไทยไปเมื่อปีก่อน % Arabica แบรนด์กาแฟที่มีต้นกำเนิดจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งโดยคุณ Kenneth Shoji ก็พร้อมแล้วสำหรับสาขาที่ 2 ในประเทศไทย ที่ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 77 ของโลก         % Arabica ไม่เพียงโดดเด่นเรื่องกาแฟ หากแต่ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ รวมถึงองค์ประกอบทั้งหมดเพื่อให้การจิบกาแฟเพลิดเพลินที่สุด สำหรับสาขานี้ คุณ Jialu Zhao ผู้บริหารสาขาประเทศไทย เล่าถึงการออกแบบภายในร้านว่าได้แรงบันดาลใจจากลวดลายจิตรกรรมฝาผนังจากวัดในบ้านเรา มีกิมมิกเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมสีเทา ส่วนที่นั่งยกระดับเป็นเลเยอร์เพื่อให้ทุกคนได้มุมมองที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านตัวร้าน ในแต่ละช่วงเวลา ที่นี่จะมีองศาของแสงและเงาไม่ซ้ำกัน         สำหรับเมนูของสาขานี้ ยังคงยกซิกเนเจอร์มาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Iced Spanish Latte ลาเต้รสชาตินุ่มนวลจาก Arabica Blend กาแฟเบลนด์พิเศษของทางร้าน หอมและหวานเบาๆ จากนมสดและนมข้น หรือหากชอบกาแฟร้อน สั่งเป็น Hot Caffe Latte ใช้ Arabica Blend เช่นกัน มาพร้อมลาเต้อาร์ตสวยๆ จิบคู่กับครัวซองต์ชิ้นโปรด เลือกได้ทั้ง Plain Croissant , Almond Croissant และ Chocolate Croissant โดยเฉพาะ Plain Croissant เสิร์ฟอุ่นๆ เนื้ออร่อยและหอมกลิ่นเนยสด (ขอใช้คำว่าไม่อ้วนฟรี)           ส่วนใครไม่จิบกาแฟ ลองเป็น Matcha Latte อูจิมัทฉะหอมเข้มที่สั่งได้ทั้งร้อนและเย็น รวมถึง Lemoned น้ำเลมอนเพิ่มความสดชื่นที่เลือกได้ทั้งแบบ Still และ Sparkling       กระซิบอีกนิดว่าตอนนี้มีเมนูใหม่ Dark Latte ที่เพิ่งเปิดตัวในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แฟนๆ ของ % Arabica ตามไปลองได้เลย

Tag:

สิ้นสุดการรอคอยจากร้านค้าออนไลน์สู่ Pick Up Shop จนในที่สุดร้าน Volks ร้านขนมปังเบเกิลสไตล์นิวยอร์กได้เปิดเป็นหน้าร้านแล้วที่ Volks ประดิพัทธ์ 13       ในบรรยากาศสบาย ๆ ในสไตล์มินิมอลผสม วินเทจ เรโทร ด้านหน้าตกแต่งด้วยสีขาวตัดเขียวที่เข้ากันอย่างน่ารัก มีหน้าต่าง Pick Up 2 ช่อง เข้ามาด้านในจะเห็นรูปภาพตัวการ์ตูน tintin แขวนอยู่เต็มไปหมด ลึกเข้าไปอีกจะเห็นตู้มินิมาร์ทหลายสีสัน และมุมเคาน์เตอร์ไม้ให้เราได้เลือกสั่งเมนูที่เราชอบ       จุดขายของร้านนั้นอยู่ที่แป้งเบเกิล 12 แบบ ทั้งแบบธรรมดาและพิเศษ ให้เลือกกันจุใจกันไปเลย จะกินกับครีมชีส หรือจะกินแบบแซนด์วิช ก็มีให้ลองจนเลือกแทบไม่ถูก       เราขอแนะนำ Blueberry Bagel with Honey Walnut Cream Cheese เบเกิลบลูเบอร์รีแสนอร่อยกินคู่กับฮันนี่วอลนัตครีมชีส จะได้รสหวานนิด ๆ พร้อมกับกลิ่นหอม ๆ จากน้ำผึ้ง ยิ่งได้จิบกาแฟสักแล้วยิ่งเข้ากัน     ต่อด้วยแซนด์วิช Smoked Salmon and Capers Everything Bagel หน้างา หอม กระเทียมกินคู่กับแซลมอนรมควัน ครีมชีส ตามด้วยหอมแดงและเคเปอร์ กรอบนอกเหนียวใน ได้รสเปรี้ยวนิด ๆ เป็นเมนูสุดคลาสสิคของชาวอเมริกัน       หรือจะลองแซนวิสชิ้นโต Jalapeño Cheddar Bacon Egg and Chedder เราเลือกเป็นเบเกิลพริกฮาลาปิโน เชดดาร์ชีส สอดไส้ด้วยเบคอน ไข่และชีส รสชาติเผ็ดตัดมันหน่อย ๆ กินเป็นอาหารเช้าคู่กับน้ำส้มสักแก้ว นับว่าเป็นมื้อที่ลงตัวเลยทีเดียว     ถ้ายังไม่จุใจ ต้องปิดท้ายด้วยของหวาน French Toast Banana Hezelnut เฟรนช์โทสต์เบเกิลช็อกโกแลตมาพร้อมกล้วย ท็อปด้วยเฮเซลนัต และคาราเมล รสชาติหอมหวาน     นอกจากนี้ยังมี เครื่องดื่ม Soft Cookie และเมนูของว่าง ให้เราเลือกได้ในแบบที่เราชอบ ส่วนใครไม่สะดวกมาที่ร้าน ก็มีบริการ Delivery ผ่าน LineMan , Grab ด้วยนะ

Tag:

แม้จะเป็นน้องใหม่ในโครงการเสนาเซ็นเตอร์ แต่บอกเลยว่าความอร่อยไม่ธรรมดา เพราะ “Nicky Young Stories” คือร้านขนมที่พร้อมส่งต่อเรื่องราวแสนอร่อยผ่านฝีมือเจ้าของร้าน (หรือที่แฟนคลับรู้จักในนาม “คุณน้า” ของ “แบมแบม” GOT7) ผู้รักการทำขนมเป็นชีวิตจิตใจและสั่งสมประสบการณ์ในครัวของหวานมายาวนาน         ด้วยกระแสตอบรับที่ดีผ่านช่องทางออนไลน์ของร้าน B’Chill ตอนนี้ Nicky Young Stories พร้อมให้เรามาเลือกซื้อขนมและเครื่องดื่มหน้าตาน่ากินในบรรยากาศร้านที่อบอุ่นเป็นกันเอง แถมยังเพิ่มไลน์ขนมออกมาหลากหลายเอาใจคนรักเบเกอรีอีกด้วย           นอกจากคาราเมล คอนเฟลกซ์ เมนูยอดนิยมที่อัดแน่นไปด้วยคอนเฟลกซ์บางกรอบหอมคาราเมล อัลมอนด์ทั้งแบบหั่นแท่งและเต็มเมล็ด (เพิ่มความเคี้ยวเพลิน) เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทอง และลูกเกดแล้ว เราไม่อยากให้พลาดป๊อปคอร์นที่อร่อยระดับคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ดังในราคาเบาๆ มีให้เลือกทั้งรสคาราเมล ชีส สตรอว์เบอร์รี และดาร์กช็อกโกแลต รวมทั้งฟินองเซีย (Financier) ขนมสไตล์ฝรั่งเศสเนื้อนุ่มแน่นหอมเนยและอัลมอนด์           ส่วนคอกาแฟต้องลอง Latte Sala ลาเต้รสนุ่มเพิ่มรสหวานอมเปรี้ยวด้วยไซรัปรสสละ หรือ Java Choc Chip กาแฟปั่นกับโกโก้และช็อกโกแลตชิปหอมหวานกำลังดี เมนูเครื่องดื่มใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเอาใจเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์       ส่วนสายเฮลต์ตี้ เราแนะนำ Healthy Smoothies สมูทตี้ที่ดีต่อสุขภาพ เพราะใช้ผลไม้สดแช่แข็งปั่นแบบเนื้อๆ เน้นๆ โดยไม่ใส่น้ำแข็งให้เสียรสชาติ โดยเฉพาะ Forever Young ที่มีส่วนผสมของแครอท สับปะรด ส้ม กล้วย และโยเกิร์ต อร่อยแถมยังช่วยให้ผิวสวยและลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย เพิ่มความอิ่มอีกนิดด้วยคุกกี้ธัญพืช ที่ไม่ใส่แป้ง น้ำตาล และเนยยิ่งดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพสุดๆ    

Tag:

คนรักไก่ทอดพลาดไม่ได้ เพราะ "Katok Katak Fried Chicken" ร้านไก่ทอดเกาหลีสูตรเด็ดของ “ชานนท์ เรืองศรี” หนุ่มน่ารักขวัญใจผู้ชมและเพื่อนๆ จากมาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ซีซัน 3 นั้นไม่ธรรมดา เพราะผสมผสานกลิ่นอายและรสชาติแบบไทยๆ เข้าไปได้อย่างอร่อยและมีเอกลักษณ์ แถมตอนนี้ยังมีร้านแรกให้ไปนั่งละเลียดกันชิลๆ แล้วใจกลางอโศกในโครงการ woo is room บนถนนสุขุมวิท 21 (ใกล้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)         ใครติดใจไก่ทอดกะโต๊กกะต๊ากและไก่ไร้กระดูกที่ทอด 2 ครั้ง จนกรอบนอกนุ่มใน รสซอสน้ำปลาหวาน เมนูที่เริ่มต้นขายผ่านทางออนไลน์ที่สีสันอาจดูไม่หวือหวา แต่แค่กัดคำแรกก็ประทับใจกับความหวานเค็มกลมกล่อมลงตัว ตอนนี้มีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม ทั้งรสไชยา (ไข่เค็ม) รสซอสเผ็ดที่ผสมน้ำพริกเผาเพิ่มความเข้มข้น และรสซอสหมาล่าที่เผ็ดจัดจ้านหอมเครื่องเทศสะใจสูตรลับของ เพิร์ท - ณฐคุณ กินกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ (หรือข้าวเหนียว) น้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดที่ใส่ปลาร้าเพิ่มความนัว และหัวไชเท้าอาจาดโฮมเมดแล้วเพลินสุดๆ         ใครอยากเพิ่มความสดชื่น เราแนะนำแกงส้มกิมจิไข่ซูวี แกงส้มฟิวชันกับแกงกิมจิที่เพิ่มความเปรี้ยวแบบไทยด้วยมะขามเปียก ใส่ไข่ซูวีนุ่มๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว     ส่วนใครมองหาอาหารจานเดียวกินง่าย ที่นี่ยังมีเมนูข้าวไก่ทอดแบบต่างๆ รวมทั้งและยำขนมจีนไก่กรอบที่คิดค้นโดย ปอนด์ – สหดล เส้นขนมจีนคลุกเคล้าน้ำจิ้มแจ่ว ผักต่างๆ และพริกป่น จัดจ้านโดนใจคนไทยแน่นอน อย่าลืมสั่งเฟรนช์ฟรายส์และโคลสลอว์สูตรพิเศษมากระตุ้นน้ำย่อยกันด้วย      

Tag:

หลีกหนีความวุ่นวายมานั่งผ่อนคลายที่ Lubid Cafe คาเฟ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในซอยวิภาวดี42 โดดเด่นด้วยสระน้ำใจกลางคาเฟ่และบรรยากาศเย็นสบายจากลมธรรมชาติ ชวนให้รู้สึกสงบ สดชื่น เป็นกันเอง เหมาะแก่การมานั่งชิลล์เอาต์ พักผ่อนเพลินๆ ในวันหยุด     ตัวร้านตั้งอยู่ใต้ตึกปูนเปลือยสีเทาสุดเท่ ซึ่งเป็นการแชร์พื้นที่กับร้านสักและร้านขายเสื้อผ้าสุดเก๋ โดดเด่นด้วยกำแพงสีเหลืองและสระน้ำสีฟ้าสดใสที่เป็นไฮไลต์วางอยู่ใจกลางของร้าน นอกจากนี้ยังเสริมความมีชีวิตชีวาด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ได้ความร่มรื่นเย็นสบายตลอดวัน ยกให้เป็น Thinking  Space ลับๆ ที่ใครได้มาเยือนจะต้องหลงรัก       เริ่มด้วยเมนูกาแฟซิกเนเจอร์ Espresso Sour Sound เอสเปรสโซ่ช็อตเข้มข้นผสมผสานมากับความเปรี้ยวของน้ำมะนาว เพิ่มความซาบซ่าด้วยโทนิก ดื่มแล้วกระปรี้กระเปร่าสดชื่นไปทั้งวัน     สำหรับใครที่ไม่ใช่คอกาแฟ ต้องลอง Blue Kisses ม็อกเทลที่ได้ความหวานอมเปรี้ยวจากน้ำสับปะรดและไซรัปบลูสกาย เติมความซ่าด้วยโซดา เช่นเดียวกับ Passionate Summer ที่มีส่วนผสมของไซรัปสตรอว์เบอร์รีและน้ำเสาวรส ไม่ว่าจะเลือกแก้วไหนก็ได้ความสดชื่นสุดๆ     มาถึงขนมหวานเราแนะนำ Lemon Cheese Tart เค้กเนื้อแน่นฟู ราดครีมชีสรสเปรี้ยวอมหวาน ท็อปด้วยผลไม้สดอย่าง บลูเบอร์รีและเลมอน หรือจะเลือกเป็น ขนมเปี๊ยะคัสตาร์ดไข่เค็มลาวา แป้งขนมเปี๊ยะเหนียวนุ่ม สอดไส้ด้วยคัสตาร์ดไข่เค็ม หอมมัน ถูกใจสายหวานอย่างเราเป็นที่สุด       ทางร้านยังมี ข้าวหน้าไก่อบ ข้าวสวยนุ่มร้อนเสิร์ฟมาพร้อมน่องไก่ชิ้นโตราดด้วยน้ำซอสหวานหอม กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยว อิ่มอร่อยสบายท้อง  

ขอใช้คำว่าสิ้นสุดการรอคอย สำหรับคอหมูย่างในตำนาน “เจ๊แดง สามย่าน” ร้านดังแห่งสามย่าน ขวัญใจนักศึกษาที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนติดลิสต์ร้านแนะนำของมิชลินไกด์ ตอนนี้คอหมูย่างเจ๊แดงพร้อมแล้วในรูปแบบเดลิเวอรี่ให้สั่งมากินที่บ้านได้เพลินๆ แบบไม่ต้องออกไปไหนไกล     ใครเคยอุดหนุนคอหมูย่างของเจ๊แดงมาก่อน คงรู้กันว่าคอหมูนุ่ม หั่นชิ้นหนา แถมมีมันแทรกเบาๆ พองาม พ่วงด้วยรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมอันเอกลักษณ์ เพราะที่ร้านปรุงรสด้วยด้วยข้าวคั่ว เคี้ยวแล้วได้ความกรุบกรอบ ใส่พริกป่นให้มีรสเผ็ดนิดๆ แถมยังย่างด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม เพิ่มดีกรีความหอมที่ลอยเตะจมูกตั้งแต่เปิดฝากล่อง         นอกจากคอหมูย่างแล้ว อีกหนึ่งทีเด็ดคงต้องยกให้น้ำจิ้มแจ่วที่มีทั้งแจ่วต้นตำรับและแจ่วจัดจ้านเหมาะสำหรับคนที่ชอบรสจัดขึ้นมาอีกนิด เลือกสั่งได้ทั้งไซส์ S คอหมูย่างล้วน ,ไซส์ M คอหมูย่าง+ข้าวเหนียว และไซส์ L คอหมูย่าง+ข้าวเหนียวชุดใหญ่ (ช่วงนี้มีโปรโมชั่น 299 บาท จาก 339 บาท)  เปิดแอปฯ Lineman แล้ว search “เจ๊แดง สามย่าน ส้มตำ คอหมูย่าง” ได้เลย     กระซิบอีกนิดว่าคอหมูย่างเจ๊แดงทำจำนวนจำกัดต่อวัน ใครอยากกินแนะนำให้กดสั่งโดยไว จะได้อิ่มหนำสมใจนะ  

Tag:

เมื่อ 4 ปีก่อนเชฟแดน บาร์ก ได้การันตีฝีมือของเขาด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาวจากร้าน Upstairs at Mikkeller แต่วันนี้เขาย้ายบ้านใหม่มาตั้งอยู่ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 กับ 2 ร้าน 2 สไตล์ ได้แก่ Cadence และ Caper       หาก Cadence เป็นดั่งสวรรค์สำหรับการละเลียดมื้ออาหารไฟน์ ไดนิ่งสุดปราณีต Caper ก็จะเป็นสวรรค์สำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่ม ไปพร้อม ๆ กับรับประทานอาหารจานเดี่ยวสไตล์ Comfort Modern American Cuisine  ที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาสุดพิเศษของครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ภายใต้บรรยากาศหรูหราตามแบบฉบับยุคแกสบี้ แต่กลับให้ความรู้สึกสบาย ๆ สมกับชื่อ Caper ที่สื่อความหมายถึงการกระโดดโลดเต้นอย่างมีชีวิตชีวา เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีแนวโซล อาร์ แอบด์ บี และโอลด์ สคูล ฟังค์ ตลอดเวลา       ในช่วงเวลาสาย ๆ ของวัน บาร์ของ Caper เสิร์ฟเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ซิกเนเจอร์มาให้เราจิบเล่น ๆ ในระหว่างรออาหาร แก้วแรกคือ Bright ที่ให้ความสดชื่นด้วย Champange Reduction เมื่อบวกกับความเปรี้ยวจากเสาวรสและมะนาว แทรกแซมความหวานนิด ๆ จากสับปะรดและมะม่วงก็เลยทำให้แก้วนี้มีความสดใสสมชื่อ ส่วนอีกแก้วนั้นชื่อว่า Sweet ที่มีความหวานละมุนออกมาตั้งแต่สีชมพู จากการผสมผสานของสตรอว์เบอร์รี มะเขือเทศ น้ำส้ม น้ำมะนาว และไข่ขาว หวานสมชื่ออีกเหมือนกัน       สำหรับอาหารสองจานแรกนั้นเป็น Snack เบา ๆ วอร์มกระเพาะอาหารก่อน เริ่มต้นด้วย Truffle Toast ขนมปังบริออชเนื้อกรอบนอกและนุ่มฉ่ำเนยด้านใน หั่นมาขนาดพอดีคำ ท็อปด้วยชีสทรัฟเฟิล ชีสพาเมซาน และเห็ดทรัฟเฟิล ต่อด้วย Chicken Liver Mouses มูสจากตับไก่รสชาติออกหวานด้วยซอสทรัฟเฟิลฮันนี่ ท็อปด้วยหัวหอมแดงดองเพิ่มรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ กับเมล็ดธัญพืช จิ้มด้วยขนมปังชาวร์โดวจ์ กินได้เพลิน ๆ       จากนั้นเข้าสู่ Starter กับเมนูที่มีชื่อว่า Beef Tartare ที่น่าประทับใจไม่น้อยด้วยการหยิบเอาโกชูจัง น้ำพริกเกาหลีมาผสมผสานจนได้บีฟทาร์ทาร์รสชาติเผ็ดร้อนเบา ๆ เมื่อคลุกเคล้าไข่แดงดิบเข้าไปด้วยก็ยิ่งได้รสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น จานนี้เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเกรียบบาง ๆ ที่ช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบระหว่างเคี้ยว     Hokkaido Scallops คือเมนู Main ในวันนี้ที่มาพร้อมกับหอยเชลล์เนื้อแน่น ๆ ตัวโต ๆ และรีซอตโต้บาร์เลย์ ดอกกะหล่ำย่างและซอสเคเปอร์สูตรพิเศษสีสันน่ารับประทาน     ปิดท้ายด้วยของหวาน Warm Bread Pudding ขนมปังเนื้อนุ่ม ราดด้วยนมข้าวย่างกลิ่นหอมหวาน ท็อปด้วยซอสยูซุ รับประทานคู่กับแครนเบอร์รีซอร์เบต เป็นความหวานและเปรี้ยวที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ