ใครที่เคยคิดว่าซุปเปอร์ฟู้ดจืดชืดไร้รสชาติ คงต้องรีบเปลี่ยนความคิดเมื่อได้ลองขนมคลีนสไตล์โฮมเมดของ Oom Bake and More ร้านเบเกอรี่ที่ชูคอนเซ็ปต์ Super food Super Bakery ซึ่งคุณอุ๋มเจ้าของร้าน หยิบวัตถุดิบต่างๆ มามิกซ์แอนด์แมทช์เข้าด้วยกัน ปรับรสชาติและเนื้อสัมผัส จนเรากัดคำแรกแล้วอยากกัดซ้ำทุกเมนู       ขายดียกให้ ขนมปังโฮลวีทผลไม้ถั่วธัญพืช ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมปังที่ขายในร้านสะดวกซื้อในสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่สูตรเดิมจะอุดมด้วยนม เนย จึงคิดค้นสูตรใหม่จนหลายคนติดใจ ส่วนผสมหลักๆ มีแป้งโฮลวีทและแป้งไรย์ เมล็ดแฟล็กซ์ ผลไม้แห้ง ธัญพืชรวม และแครอท ไม่ใส่นม เนย ไข่ และน้ำตาล       ต่อด้วยขนมปังไร้แป้งดีทอกซ์แครนเบอร์รี่ เหมือนศูนย์รวมธัญพืชจากทั่วโลก เป็นชิ้นที่เคี้ยวสนุกและยังได้ลุ้นไปกับเนื้อสัมผัสที่เจอว่าคืออะไร แม้ธัญพืชจะเยอะมากแต่ไม่ต้องกลัวฝืดคอเพราะได้แครนเบอรี่มาเพิ่มระดับความฉ่ำลิ้นทำให้เคี้ยวกินได้เพลินๆ หรือจะจับคู่กับเครื่องดื่มร้อนๆ สักแก้ว ก็อร่อยคล่องคอดี       ถ้าชอบบันแนะนำ บันดาร์กช็อคโกแลตธัญพืช เด่นที่ดาร์กช็อคโกแลตจากเบลเยี่ยมและธัญพืชหลากชนิด และบันไรซ์เบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ดาร์กช็อคโกแลตวีแกน 100% และพีแคน ตัดรสขมของดาร์กช็อกโกแลตด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของแครนเบอร์รี่ได้อย่างลงตัว         ส่วนเมนูนี้ ขนมปังถั่วควินัว 3 สี หรือ Super food, Super Nut Bread (Vegan 100%)น้องใหม่ป้ายแดงของร้าน  มีแฟลกซ์ซีด ถั่วพีแคน วอลนัท ใช้แป้งไรย์โฮลวีทนำเข้าคลุกเคล้านมอัลมอนด์ แล้วใส่ธัญพืชเข้าไปอีก 4 ชนิด บวกกับแครอทฝอยอีกหน่อย นุ่มนิ่ม กินอร่อย และอิ่มท้องนานมาก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสหวาน คนที่กำลังลดน้ำตาล หรือควบคุมน้ำหนัก คนที่ชอบกินถั่วและธัญพืช         กินไม่หมด สามารถเก็บใส่ตู้เย็นไว้ได้นานหลายวัน ซื้อมาตุนได้เลย    สั่งซื้อ โทร 08-1281- 5054 Line  : @oombakeandmore FB : OomBakeAndMore IG : Oombake_and_more

Tag:

ณ มุมเล็ก ๆ ใจกลางย่านอโศก Monsoon Tea ต้อนรับเราด้วยกรอบประตูไม้ที่ด้านบนประดับด้วยงานศิลปะสีสันสดใส เป็นภาพของคนกำลังเก็บชาอยู่ในป่า       Monsoon Tea เป็นแบรนด์ชาที่เน้นเรื่องการอนุรักษ์ผืนป่าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ดังนั้นใบชาทุกใบที่นำมารังสรรค์เป็นเบลนด์ต่าง ๆ กว่าร้อยรสชาติจึงล้วนมาจากผืนป่าใน จ.เชียงใหม่ ทางภาคเหนือของไทย จุดเริ่มต้นนั้นมาจาก “ใบเมี่ยง” หรือ “ชาอัสสัม” ซึ่งเป็นชาพันธุ์ท้องถิ่นที่ผู้คนในแถบนั้นมีประวัติศาสตร์การบริโภคชาสายพันธุ์นี้กันมาเนิ่นนาน และนิยมปลูกให้เจริญเติบโตคู่กับต้นไม้ในป่าใหญ่โดยไม่จำเป็นต้องถางป่าเพื่อทำไร่ชาเป็นทิวแถวอย่างที่เคยคุ้นตา ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของ Monsoon Tea ในทุกวันนี้ ที่มุ่งเน้นการใช้ชาจากผืนป่า นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อคนดื่มชาจากทั่วโลก แล้วนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชน       ภายในร้านนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของชารสชาติต่าง ๆ ภายใน Monsoon Tea สาขาอโศกนั้นเปิดพื้นที่ชั้นล่างเป็นร้านค้า ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ สามารถสั่งชามาจิบได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เปิดไว้เป็นพื้นที่สำหรับการเวิร์กชอปชิมชา และบาร์คอมบูชะโดยเฉพาะ         เรามีโอกาสได้ลองชิมชาทั้งหมด 5 เบลนด์ด้วยกัน ที่นี่ต้มชาแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน มีแค่กาต้มน้ำ น้ำร้อน และใบชา   Jungle Black  เป็นใบชาที่ให้รสชาติต้นตำรับของชาสายพันธุ์ไทยมากที่สุด เพราะไม่ได้เพิ่มกลิ่นหรือรสชาติใด ๆ เพิ่มเติมทั้งนั้น ถ้าอยากได้กลิ่นหอมธรรมชาติของใบชาที่เติบโตท่ามกลางผืนป่า ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จึงเหมาะที่จะนำไปหมักเป็นคอมบูชะที่สุดด้วย     Doi Suthep Blend (ดอยสุเทพเบลนด์) เป็นหนึ่งในเบลนด์ที่มาจากคอลเลคชั่น Chiang Mai Blends  ส่วนประกอบหลักคือ ชาเขียว จิบแล้วจะได้รสชาติหวานนิด ๆ จากสตรอว์เบอร์รี่ และกลิ่นหอมจากลาเวนเดอร์ ดอกบัว มะลิ และกุหลาบ     Monsoon Blend Oolong เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์โดยใช้ชาอู่หลงจากเชียงใหม่เป็นหลัก นำมาเบลนด์เข้ากับพีช แตงโมง มะลิ กุหลาบ และขิง ได้ทั้งกลิ่นหอม ๆ เย้ายวนและรสชาติที่ลงตัว     Sukhumvit Blend (สุขุมวิทเบลนด์) เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น Bangkok Blends ที่หยิบจับเรื่องราวของย่านต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ มานำเสนอผ่านการเบลนด์ โดยสุขุมวิทที่เปี่ยมด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา ก็จะเป็นชาดำที่เบลนด์กับมะม่วงและเครื่องเทศ ที่พอจิบแล้วจะได้ความสดชื่นพร้อมกับกลิ่นเครื่องเทศอย่างชัดเจน     Rainbow Blend หนึ่งในเบลนด์ที่ขายดีที่สุด จุดเด่นคือ เป็นการรวมตัวกันของชา 5 ชนิด ได้แก่ ชาชาว ชาเขียว ชาเหลือง ชาดำ และชาอู่หลง มาพร้อมกลิ่นหอมหวานของผลไม้ที่ได้จากมะม่วง เสาวรส มะละกอ และมะลิ การรวมกันของชาหลากชนิดนี้ก็มาจากแรงบันดาลใจของความหลากหลายทางเพศ และเป็นอีกแรงสนับสนุนสิทธิของชาว LGBT อีกด้วย     จบการการชิมชาแล้วก็มาต่อกันที่คอมบูชะ ชาหมักที่ยกให้เป็นเทรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ ด้วยคุณประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร โดยบริเวณชั้น 2 ของ Monsoon Tea Asok นั้นมีมุมหนึ่งที่เรียงรายด้วยขวดโหลสีทองที่หมักเจ้าคอมบูชะนี้อยู่เต็มชั้น     คอมบูชะของที่นี่ เน้นหมักจากใบชาที่ไม่ผ่านการเบลนด์กับรสอื่น ๆ เพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิมของชาอย่างแท้จริง สามารถเลือกสั่งได้ทั้งแบบคอมบูชะสด แบบใส่น้ำแข็ง และแบบใส่โซดา เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้ประจำฤดูกาล     ที่นี่มีกิจกรรมให้ร่วมทั้งเวิร์กชอปชิมชาและเวิร์กชอปทำคอมบูชะ ถ้าเป็นคนชอบดื่มชา และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนและอนุรักษ์ผืนป่าทางภาคเหนือของไทย ลองมาชิมกันได้ที่ร้าน Monsoon Tea ซึ่งตอนนี้มีทั้งในกรุงเทพฯ ที่สาขาอโศก สาขาเอ็มควอเทียร์ และในเชียงใหม่ ที่สาขาวัตเกท และสาขาวันนิมมาน  

Tag:

จำได้ว่าช่วงที่ร้านเขียวไข่กา เปิดสาขาแรกที่ถนนนาคนิวาส สายคาเฟ่ฮ็อปปิ้งทั้งหลายต่างเฮกันไปเช็คอิน เพราะแค่เห็นบรรยากาศด้านหน้าร้านก็อยากจะเดินเข้าไปในด้านในแล้ว ร้านสวยสุดเย้ายวนแห่งนี้ประดุจดังโอเอซิสสำหรับชาร์ตพลัง ทั้งยังเติมเต็มความอิ่มท้องด้วยหลากหลายเมนูอาหารไทยรสเด็ด       ล่าสุดได้ขยายสาขาความอร่อยมาที่ซอยลาซาล (ถนนสุขุมวิท ซอย 105) เอาใจคนย่านบางนา-ศรีนครินทร์ ไม่ต้องขับรถไกลก็ได้กิน แถมยกคอนเซ็ปต์กลาสเฮาส์หลังใหญ่มาได้แบบไม่ผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นลุคสุดเท่แบบอินดัสเตรียล เน้นสีดำและสีเขียวไข่กาที่เป็นชื่อเดียวกับร้าน แล้วเติมเต็มความสดชื่นสบายตาจากสีเขียวของต้นไม้ ร่วมกับไฮไลท์ลายเส้นบนผนังร้านที่กลายเป็นจุดพักสายตาระหว่างมื้ออาหาร       เช่นเดียวกับจานเด็ดที่ยกมาครบรส ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวปู (ไข่เจียวคอนโด) เต็มปากเต็มคำกับเนื้อปูก้อนโตที่ส่วนหนึ่งตีไปพร้อมกับไข่  แล้วทอดจนขึ้นฟูราวกับคอนโดขนาดย่อมๆ อีกส่วนโรยหน้ามาให้เคี้ยวได้แบบสะใจ ไม่ต้องแย่งกัน อย่าลืมชูรสด้วยซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศ เพิ่มดีกรีความอร่อยไปอีกขั้น     ต่อด้วยเมนูสุดฮอตไม่น้อยหน้าอย่าง แกงเผ็ดเป็ดย่าง กลิ่นหอมนำช่วยปลุกน้ำย่อยให้พร้อมรับมือกับความอร่อย นอกจากใส่เนื้อเป็ดชิ้นใหญ่ เรียงมาให้กินเต็มชาม เรายังถูกใจกับน้ำแกงที่ปรุงได้เข้มข้นถึงเครื่อง รสชาติกลมกล่อม แซมด้วยรสเปรี้ยวสดชื่นจากสับปะรดและมะเขือเทศ       ปลาช่อนนาจำศีล จุใจทั้งครอบครัวกับปลาช่อนนาตัวใหญ่ส่งตรงจากราชบุรี บั้งและทอดทั้งตัว กรอบนอกนุ่มใน กินเคียงกับมะเขือยาวผัดและใบกระเพราทอดกรอบ เป็นเมนูที่ผสมผสานทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เข้ากันได้อย่างลงตัวทุกอย่าง     ช่วงนี้เมนูจากใบกัญชากำลังมาแรงที่นี่ก็ไม่พลาดนำมาปรุงอาหารให้เราได้ลิ้มรส อาทิ ยำกัญชากรอบ ใบกัญชาชุบแป้งทอดกรอบ แยกเสิร์ฟกับน้ำยำรสจัดจ้านที่ประโคมทั้งเนื้อกุ้ง หมูสับ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาให้แบบไม่หวง     ก่อนปิดจ๊อบล้างปากด้วยน้ำลำใยกัญชา หอมหวาน สดชื่น   หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาฝากท้องได้สบาย ไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมืองอีกต่อไป

Tag:

ยกให้เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินของสายถ่ายรูป สำหรับ Let me tell you our story cafe คาเฟ่โรงนาสไตล์ยุโรป ย่านลาดกระบัง ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติ บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย เหมาะแก่การไปนั่งเล่น จิบกาแฟ แถมยังได้รูปกลับไปแบบไม่ซ้ำมุม       เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณร้าน จะพบกับโซนสวนสไตล์ยุโรปสุดร่มรื่น ที่ห้อมล้อมตัวโรงนาสีน้ำตาลหลังใหญ่เอาไว้ ภายในเลือกใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์วินเทจเกือบทั้งหมด ตกแต่งด้วยเชิงเทียน โคมไฟสีส้ม และดอกไม้แห้งวางอยู่ทั่วทุกมุมร้าน ช่วยเสริมกลิ่นอายความคลาสสิกให้กับบรรยากาศภายในร้านได้เป็นอย่างดี       เมนูของร้านเน้นเสิร์ฟเป็นเบเกอรี่โฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มชา กาแฟ ที่มีให้เลือกกันแบบจุใจ เมนูแรก Dark Beer Chocolate (140.-) เค้กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของเบียร์ดำ รสเข้มข้นกลมกล่อม ท็อปด้วยครีมชีสและถั่วลิสงกรุบกรอบ     ต่อด้วย Flower Soda (80.-) ที่นำโซดามาผสมกับไซรัปผลไม้ หอมกลิ่นกุหลาบ และลาเวนเดอร์ กินกับ Oreo Cream Cheese Cake (140.-) เนื้อเค้กโอรีโอนุ่มฟูสลับชั้นมากับครีมชีสโอรีโอรสหวานกลมกล่อม หรือ Basque Burnt Macadamia Cheesecake (130.-) ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อนุ่มแน่น ท็อปด้วยแมกคาเดเมีย หวานมัน เคี้ยวเพลิน         Coffee Caramel Frappe (90.-) แก้วนี้ได้ทั้งความขมของกาแฟ และความหวานหอมของคาราเมล กินพร้อมไอศกรีมรสกาแฟ หวานละมุนลิ้นสุดๆ     เติมความสดชื่นด้วย Sparking lychee Coffee (80.-) ที่ทางร้านเลือกใช้ความหวานหอมของลิ้นจี่มาตัดความเข้มของรสกาแฟ ดื่มแล้วชื่นใจสุดๆ  

Tag:

เยียวยาหัวใจด้วยหลากหลายเมนูขนมหวาน จากร้าน Vanilla Sugar : Bake Music Creative  ร้านเบเกอรี่โฮมเมด จากความรักในการทำขนมของ คุณปุ๊ก - สุกฤตา ครูสอนเปียโนที่มองว่าเบเกอรี่ คืองานศิลปะอีกแขนงหนึ่งในชีวิต       เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตของโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดอาชีพการสอนดนตรีเป็นการชั่วคราว คุณปุ๊กจึงมีโอกาสเปิดร้านขนมเป็นของตัวเอง โดยมีหลากหลายเมนูให้เลือกอร่อย อาทิ Banoffee  2 รสชาติ คือ Sea Salt Caramel ที่ได้ความหวานหอมจากกล้วยหอม และเนยคาราเมลรสเข้มข้น บวกกับความเค็มเล็กน้อย จากเกลือทะเล หอมมันกลมกล่อม อีกตัว คือ Salted Caramel & Dark Chocolate โดดเด่นด้วยตัวดาร์กช็อกโกแลตกานาชเข้มข้น ที่อยู่เหนือชั้นครัมเบิล เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มสุดๆ         Blueberry-Strawberry Cheese&Crumble Cup ครีมชีสเนื้อเนียนละมุน กินพร้อมครัมเบิ้ลกรุบกรอบ และซอสบลูเบอร์รีหรือสตรอว์เบอร์รี รสหวานน้อย อร่อยกินเพลิน       ใครสายเลมอนห้ามพลาด Lemon Cheese Pie ชีสพายเนื้อเบาท็อปด้วยเลมอนเคิร์ด หอมเนย รสเปรี้ยวหวานกำลังดี หรือจะเลือกเป็น Lemon Poppy Seed Cake เค้กเลมอนบัตเตอร์ เนื้อแน่นนุ่ม ที่ทางร้านผสมผิวเลมอนและเมล็ดป๊อปปี้ซีดลงไปในเนื้อเค้ก         Truffle Soft Cookie ซอฟต์คุกกี้ที่ตรงกลางชุ่มฉ่ำและหอมกรุ่นไปด้วย White Truffle Cream รสชาติหวานน้อยกลมกล่อม       นอกจากนี้ยังมีคุกกี้อีกหลายรสชาติให้เลือกอร่อย อาทิ Dark Chocolate Lava , Triple Chocolate, White Chocolate Macadamia & Cranberry       ช่องทางสั่งซื้อ IG : vanilla_sugars FB: vanilla sugar Bake:Music:Creative Line: @vanillasugar Deliverry: Lineman/Robinhoon

Tag:

Pdoublep.p ร้านขนมโฮมเมดออนไลน์ย่านหนองแขมของคุณปูเปรี้ยว - ปิยะนุช คำมา สวีตเลิฟเวอร์ที่อยากทำช่วงเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เธอจึงเลือกจากความชอบใกล้ตัวนั่นก็คือ “การทำขนมหวาน” โดยเริ่มจากการลงคอร์สเบเกอรี่ออนไลน์สบายๆ จากนั้นก็ฝึกฝนด้วยตัวเอง ให้คนในครอบครัว และเพื่อนๆ ชิมจนทุกคนต่างเชียร์ให้เปิดร้าน       ใช้เวลา 4-5 เดือนจนขนมรสชาติลงตัว คุณปูเปรี้ยวเลยตัดสินใจครีเอทร้านพีดับเบิ้ลพีขึ้นมา ซึ่งคำนี้ได้มาจากชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอนั่นเอง จุดเด่นของขนมจะเน้นทุกอย่างเป็นโฮมเมด ทั้งตัววิปครีม ซอสต่างๆ คาราเมล  นอกจากนั้นยังต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพอย่าง แป้งไม่ขัดสี ที่นำเข้าจากประเทศ ฝรั่งเศสและดินแดนอาทิตย์อุทัย ครีมชีสไม่มีไขมันพืช เนยสดแท้สัญชาติฝรั่งเศส ช็อกโกแลตจากประเทศเบลเยี่ยม รสหวานน้อย และที่สำคัญคือ ปราศจากสารเสริมต่างๆ       ตัวแรกที่ชิมจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก Pancetta Madeleines ขนมอบดั้งเดิมของชาวฝรั่งเศส เนื้อแน่นนุ่ม หอมกรุ่นกลิ่นเนยสดแท้ ผสานไปกับแพนเชตตา (Pancetta) หมูสามชั้นสไตล์อิตาเลียน รสเค็มมัน เข้ากันดี๊ดี     ตามด้วยเมนูสุดป๊อปที่เราชอบมากอย่าง Coconut Cream Cake เค้กเนื้อชิฟฟอนสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่คุณปูผสมกะทิหอมมัน และเนื้อมะพร้าวลงไปด้วย ตักกินพร้อมวิปครีมหอมกลิ่นน้ำมะพร้าวอ่อนๆ และซอสมะพร้าวรสหวานพอดี ที่ทางร้านใช้มะพร้าวสดๆ ในการทำ       Chocolate Caramel Biscoff ถูกใจสายช็อกโกแลต ฐานล่างเป็นบิสกิตป่นกรุบกรอบ ตามด้วยซอสช็อกโกแลตรสเข้มข้นที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่าง โกโก้คุณภาพและกาแฟ ด้านบนเป็นครีมชีสหอมมัน รสเปรี้ยวเล็กๆ และคาราเมลโฮมเมด     ยังอยู่กันที่เมนูชีสพายอย่าง Rastrawry Pie ซอสรสเปรี้ยวอมหวานสดชื่น ที่เกิดจากการผสมราสป์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี ตัดรสกับครีมนุ่มๆ หอมมัน และฐานพายทำเองที่ผสมกับอัลมอนด์กรุบกรอบ ท็อปด้วยสตรอว์เบอร์รีอีกที     Banoffee ก็ขายดี เมนูดั้งเดิมของสายหวานทั้งหลาย ครัมเบิ้ลกรุบกรอบ มิกซ์ไปกับซอสช็อกโกแลตสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำจากดาร์กช็อกโกแลต 70% กล้วยหอมสดราดคาราเมลเคี่ยวเอง และวิปครีมเนื้อนวลเนียน โรยหน้าด้วยผงโกโก้อีกที       ตบท้ายด้วย Coffee Cream Cake เอาใจคนรักกาแฟโดยเฉพาะ เค้กเนื้อชิฟฟอนรสกาแฟนุ่มๆ ฟูๆ สไตล์เฉพาะของทางร้าน สลับชั้นกับครีมกาแฟครีมมี หอมกลิ่นกาแฟ พร้อมเพลิดเพลินไปกับถั่วกรุบกรอบนานาชนิดเคลือบคาราเมลโฮมเมดรสหอมหวาน     บางวันร้านนี้เขามีอาหารนะ น่าหม่ำทั้งนั้นเลย

Tag:

สวีตเลิฟเวอร์คนไหนอยากหม่ำขนมหวานแต่กลัวน้ำหนักตัวพุ่งปรี๊ด เราชี้เป้าร้านนี้เลย RawSweet ร้านเบเกอรี่โฮมเมดเดลิเวอรีของพิธีกรคนสวย คุณเมย - พรจรีย์ หกพี่น้อง ที่มีเวลาว่างจากงาน เพราะมรสุมวิกฤตโควิด -19 เธอจึงหันมาทำขนมอบ ด้วยความที่มีประสบการณ์ทำขนมหวานตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ทั้งขนมไทยและเบเกอรี่       เธอใช้เวลากว่า 1 ปี ฝึกฝนและพัฒนาสูตรจนคงที่แล้วจึงตัดสินใจเปิดร้าน RawSweet ขึ้นมา ที่มีคอนเซ็ปต์ขนมว่า ต้องรังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพ อบสดใหม่ รสชาติหวานพอดี (ตามความหมายของชื่อร้าน) มีทั้ง บราวนี่ไร้แป้งที่ปราศจากนมเนย เค้กกล้วยหอม ชูครีม บานอฟฟี่ ทาร์ตไข่ ให้คุณเลือกอร่อยกันแบบจุใจ และในเร็วๆ นี้ทางร้านครีเอทเมนูตามฤดูกาลอีกด้วย     เริ่มกันที่เมนูขายดีอย่าง Choux Cream Vanilla ชูครีมลูกโตๆ เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ครีมวานิลลาสไตลโฮมเมด เนื้อนวลเนียน รสหวานพอเหมาะ ครีมมี่ หอมกลิ่นวานิลลา รอยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิง       และ Choux Cream Chocolate ชูครีมโฮมเมด อบสดใหม่วันต่อวัน แป้งกรอบนอกฉ่ำใน ไปด้วยกันได้ดีกับซอสช็อกโกแลตเคี่ยวเอง รสเข้มกำลังดี ตกแต่งให้น่าหม่ำด้วยผงโกโก้คุณภาพ    

Tag:

หากคุกกี้เป็นขนมอบของโปรดคุณละก็ ให้คุณจดลิสต์ “Bake.me.sis” ร้านขนมโฮมเมดออนไลน์เอาไว้เลย เจ้าของคือ คุณปอนด์ - ปิยะฉัตร์ มาบจะบก วิศกรหญิงที่มีเวลาว่างในช่วงวิกฤตโควิด -19 เธอจึงริเริ่มทำอะไรหลายอย่างจนมาเจอทางของตัวเอง นั่นก็คือ “การทำขนม” ซึ่งคุณปอนด์ฝึกฝนด้วยตัวเองจากการดูตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งยูทูป และเฟสบุ๊ก         เธอเริ่มแบ่งปันขนมให้กับคนรอบตัวชิม จนมีเพื่อนๆ หลายคนเชียร์ให้เปิดร้าน  คุณปอนด์จึงตัดสินใจครีเอทแบรนด์ Bake.me.sis อย่างเป็นทางการขึ้นมา ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากการที่เธอและน้องสาวช่วยกันอบขนมแสนอร่อยเสิร์ฟลูกค้า อันรังสรรค์มาจากวัตถุดิบคุณภาพ อาทิ เนยแท้สัญชาติฝรั่งเศส ช็อกโกแลตจากประเทศเบลเยี่ยม และที่สำคัญคือ ต้องไม่ใส่มาการีน เนยขาว และวัตถุกันเสีย       เมนูแรกที่ชิมเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก คุกกี้ไส้สับปะรด ดาวเด่นประจำร้าน อบสดใหม่ตามออร์เดอร์ รูปทรงดอกไม้น่ารักเป็นที่สุด เนื้อแป้งให้สัมผัสนุ่ม หอมกรุ่นกลิ่นเนย สอดไส้สับปะรดกวนที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี       ตามด้วย คุกกี้ไส้สตรอว์เบอร์รี ในแบบฉบับโฮมเมดก็ขายดีไม่แพ้กัน แป้งนิ่มๆ ที่รังสรรค์จากเนยสัญชาติฝรั่งเศส ผสานไปกับไส้สตรอว์เบอร์รีเหนียวนุ่ม รสเปรี้ยวอมหวาน       และ คุกกี้คอร์นเฟล็ก คอร์นเฟล็กรสคาราเมลกรุบกรอบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และลูกเกดหนึบหนับ กัดพร้อมแป้งคุกกี้เนยสดแท้ รสหวานพอเหมาะ     อร่อยแบบนี้ต้องสั่งซ้ำ

Tag:

มากี่ครั้งก็ประทับใจ มา เมซอง (Ma Maison) ร้านอาหารไทยตำรับบ้านปาร์คนายเลิศ ที่ตอนนี้พร้อมเปิดร้านต้อนรับทุกคนอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ตัวร้านเป็นเรือนกระจกใส ด้านในเหมือนห้องสมุดขนาดย่อมที่เต็มไปหนังสือและของสะสมชิ้นสำคัญ ดึงดูดสายตาด้วยสีสันของดอกไม้ที่ปรับโฉมไปตามฤดูกาล             เมนูของที่ร้านเลือกวัตถุดิบจากต้นทางเพื่อความสดใหม่ รวมถึงผักออร์แกนิคจากสวนปลูกเองบนดาดฟ้า ปรุงทุกจานอย่างพิถีพิถัน อาทิ หมี่น้ำปาร์คนายเลิศ  เมนูสุดคลาสสิกของคุณหญิงสิน (ภรรยาของนายเลิศ) ที่นำวัตถุดิบในครัวมาทำน้ำซุปคล้ายน้ำซุปต้มยำ ใส่ไข่ กุ้ง และหมูสับ ปรุงรสให้กลมกล่อม กินกับเส้นหมี่ทอดกรอบโรยผิวส้มซ่า เป็นเมนูที่มีให้กินเฉพาะที่นี่เท่านั้น       อีกเมนูคู่บ้านคือห่อหมกข้าว ห่อหมกปลา ห่อหมกปลากะพงเนื้อแน่น รสเข้มข้น กินกับห่อหมกข้าวที่ได้จากการนำน้ำเครื่องแกงมาคลุกเคล้ากับข้าวแล้วนำไปนึ่งจนหอมฉุย รวมถึงแกงขี้เหล็กปลาย่าง คัดเฉพาะใบขี้เหล็กยอดอ่อน แกงกับกะทิคั้นสด รสกลมกล่อม กินง่ายไม่ขม หอมกลิ่นปลาย่าง           นอกจากนี้ยังมีเมนูเด่นอย่างยำส้มโอ รสเปรี้ยวหวานจากส้มโอสด หอมกลิ่นมะพร้าวขูด เต้าเจี้ยวหลนปลาดุกฟูพร้อมด้วยผักแนมชุดใหญ่ ข้าวเหนียวเนื้อแองกัสย่างเสิร์ฟกับส้มตำไทย ปิดท้ายด้วย ขนมโค แป้งข้าวเหนียวนุ่มหนึบ ไส้ในเป็นมะพร้าวกระฉีกหอมหวาน ตัดกับรสเค็มนิดๆ จากกะทิ รวมถึงปลากริมไข่เต่าที่ทำได้อร่อยไม่แพ้กัน             คนรักอาหารไทยอย่าพลาดเชียว

Tag:

อั่งโล่ บาย ย่างแรก ร้านอาหารของคนรุ่นใหม่ไฟแรง ย่านบางรัก ที่ยกระดับ สตรีทฟู้ดเมืองไทยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยการผสมผสานรสชาติอาหารไทยและจีนเข้าด้วยกัน ผ่านการปรุงอาหารโดยเตาอั่งโล่แบบโบราณ ออกมาเป็นเมนูที่มีความหอมอร่อยไม่เหมือนใคร         ภายในตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ที่เมื่อเดินเข้าไปด้านใน จะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปลือยทอดยาวไปจนถึงกลางร้าน โดยสามารถนั่งรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเชฟหนุ่มได้อย่างเป็นกันเอง เสริมความอบอุ่นด้วยโทนไฟสีส้มสลัว ให้ความรู้สึกดิบเท่ แต่ผ่อนคลายไปในคราวเดียวกัน       เมนูแรก ข้าวหมูแดงอั่งโล่+น้ำพริกอั่งโล่ (159.-) เมนู Recommend ที่เราอยากให้ลอง  โดดเด่นด้วยเนื้อหมูแดงย่างน้ำผึ้งที่ใช้เวลาหมักข้ามวัน กินพร้อมน้ำพริกอั่งโล่ ซึ่งทำจากส่วนผสมกว่า 10 ชนิด รสชาติเผ็ดร้อน เข้ากันได้ดี       ต่อด้วย ทองพลุ+แกงเกาลัดหมูย่าง (120.-) เมนูที่หยิบขนมไทยโบราณอย่าง ทองพลุ มาทำเป็นของคาวโดยจับคู่มากับแกงเกาลัดหมูย่าง รสหวานมัน กลมกล่อม       หรือจะเลือกเป็น เซ็ตของเสียบไม้ย่างแบบไทย ประกอบไปด้วย ไก่สะเต๊ะผักดอง (55.-) ทางร้านเลือกใช้เนื้อไก่จากเชียงราย ย่างมากับซอสสูตรพิเศษ กินพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะรสเข้มข้นและผักดอง คอหมูย่างกะทิ (60.-) คอหมูที่นำไปหมักกับกะทิสดและย่างจนเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเตาถ่าน และหมูสามชั้นย่างพริกเกลือ (60.-) หมูสามชั้นเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยพริกแห้ง กระเทียม มะแขว่น รสชาติจัดจ้าน ช่วยตัดรสหวานของเมนูอื่นได้เป็นอย่างดี    

Tag:

ท่ามกลางบ้านเรือนภายในซอยเสนานิเวศ 112 ในย่านลาดพร้าว บ้านหลังใหญ่สีขาวนี้ดูโดดเด่นออกมากว่าใคร ด้วยซุ้มประตูโค้งเป็นทางเดินลอดเข้าไปสู่ตัวบ้านสไตล์ยุค 90 ที่ทุกวันนี้กลายเป็นคาเฟ่แสนอบอุ่น มาพร้อมเมนูเครื่องดื่มและของหวานสุดสร้างสรรค์ เหมาะที่จะแวะมาพักผ่อนหลบร้อนในช่วงเวลายามบ่ายของวัน         พื้นที่สวนกว้างที่ล้อมรอบตัวบ้าน ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่นั่งเล่นและมุมถ่ายรูปเชิญชวนสายคาเฟ่ฮอปปิ้งให้เข้ามาเก็บภาพความประทับใจ หากวันไหนที่แดดร่มมีลมพัดเย็น ๆ ก็น่าออกมานั่งเล่นกินลมชมวิวอยู่ไม่น้อย ส่วนภายในตัวร้านนั้นยังคงกลิ่นอายของบ้านเก่าเอาไว้อย่างแนบเนียน แยกเป็นสัดส่วนระหว่างเคาน์เตอร์และพื้นที่นั่งรับประทานอาหารโดยมีประตูไม้บานใหญ่และชั้นวางของสีเข้มกั้นตรงกลาง         เริ่มกันที่เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่มีชื่อเดียวกับร้าน นั่นก็คือ Maysa เป็นเมนูกาแฟที่สร้างสรรค์ใหม่โดยหยิบจับเอาเอกลักษณ์ของขนมไทยมาผสมผสาน เมื่อจิบแล้วจึงได้กลิ่นของข้าวคั่วและใบเตย เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเหนียวแดงเคี้ยวกรุบกรอบ ซึ่งเป็นขนมมงคลที่คนต่างจังหวัดมักจะแจกกันในงานบุญช่วงเดือนเมษายน และถ้าอยากได้ขนมเค้กมารับประทานคู่กัน แนะนำ Maysa เป็นเมนูทอฟฟี่เค้กที่ให้รสชาติคล้าย ๆ กัน ทั้งความหวานกลมกล่อมของน้ำตาลทรายแดง รวมกับกลิ่นของข้าวคั่วและใบเตย ท็อปด้วยแมคคาเดเมียเต็มคำ     แก้วต่อมา Black Lemon Tonic เป็นเมนูกาแฟให้ความสดชื่นด้วยกาแฟดำ เพิ่มความเปรี้ยวซาบซ่าด้วยโทนิค ความพิเศษนั้นอยู่ที่ไซรัปเลมอนที่ทางร้านลงมือหมักเอง     กาแฟอีกแก้วคือ Dirty กาแฟนมที่กำลังเป็นเทรนด์ของยุคนี้ โดยทางร้านเลือกใช้เบลนด์พิเศษที่ประกอบไปด้วยเมล็ดกาแฟจากเอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อินเดีย และบราซิล ให้รสชาติในโทนนัทตี้     อีกเมนูสำหรับใครที่ไม่อยากดื่มกาแฟ ต้องลอง With Love With Maysa ส้มยูซุสปาร์คกลิ้งรสเปรี้ยวอมหวานพร้อมกลิ่นหอม ๆ เป็นเอกลักษณ์ของยูซุที่มอบความสดชื่นได้ดีไม่แพ้กัน     Pina Yakult แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากค็อกเทลพินา โคโลดา ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือสับปะรด นำมาผสมผสานกับยาคูลท์ จึงทำให้แก้วนี้มีรสชาติหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ดื่มง่ายไม่ว่าใครก็จะต้องถูกใจ     ปิดท้ายด้วยของคาวกับ หมูทอดเค็ม ที่มาพร้อมกับข้าวเหนียวและน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด เติมเต็มกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี แต่ขอบอกก่อนว่าเมนนูนี้มีพิเศษเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น     ถ้าอยากพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศของคาเฟ่สไตล์โฮมมี่ ต้องเก็บที่นี่ไว้ในลิสต์แล้วหนึ่ง!

Tag:

“Pora’s Taste” ร้านวุ้นโฮมเมดออนไลน์ของ คุณนุ่น – ปรวรรณ ไกรณรงค์ คุณแม่ผู้ใจดีที่หยิบจับอะไรหลายอย่างที่รัก ทั้งธุรกิจสกินแคร์ การทำอาหาร (ส่วนใหญ่เป็นสไตล์นานาชาติ) และการอบเบเกอรี่ อันเป็นงานอดิเรกที่เธอทำมาหลายปีดีดัก โดยคุณนุ่นคอยเปิดตำรา และศึกษาในโลกโซเชียลด้วยตนเองอย่างขะมักเขม้นอยู่เสมอ ซึ่งจุดเริ่มต้นของร้านเกิดจากการที่เธอรังสรรค์เค้กวุ้นดอกไม้มาเบิร์ดเดย์คุณแม่ที่รัก และแชร์รูปลงเฟสบุ๊ก     หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนๆ ที่ผ่านมาเห็นต่างก็ชื่นชม กดไลก์ และคอมเมนต์เสียงเดียวกันว่าคุณนุ่นควรเปิดร้านขายอย่างจริงจัง เธอจึงได้ไอเดียในการสร้างแบรนด์ Pora’s Taste ขึ้นมา ส่วนที่เลือกชื่อนี้นั่นก็เพราะว่า Porawan (ปรวรรณ) เป็นชื่อจริงของคุณนุ่นนั่นเอง เมนูดาวเด่นจึงเป็น วุ้นกะทิ ที่ใช้แต่หัวกะทิสด และน้ำมะพร้าวแก่สด (เนื่องจากน้ำมะพร้าวอ่อนรสชาติไม่คงที่) จากแหล่งคุณภาพ     ด้วยความรักดอกไม้เป็นส่วนตัว คุณนุ่นจึงครีเอทวุ้นกะทิเป็นรูปทรงดอกไม้หลากชนิด นอกจากนั้นยังมีวุ้นผลไม้ อาทิ วุ้นเบอร์รี วุ้นทุเรียน วุ้นเมลอน ที่ทำมาจากน้ำผลไม้สด 100% ให้คุณได้อร่อยไปกับรสชาติของผลไม้แท้ๆ ส่วนใครที่เป็นสายสุขภาพ Pora’s Taste ก็มีวุ้นในแบบฉบับคีโต ซึ่งทางร้านจะใช้หญ้าหวานมาชูรสชาติฟินๆ ให้วุ้นอร่อยเหมือนเดิม       เมนูแนะนำแน่นอนว่าต้องเป็น เค้กวุ้นดอกไม้ วุ้นกะทิโฮมเมด กลิ่นหอมตลบอบอวลตั้งแต่เปิดกล่อง รูปทรงดอกไม้งดงามอลังการ มีทั้งกุหลาบ ชบา และพีโอนี แถมยังมีวุ้นผีเสื้อสร้างความมีชีวิตชีวา เห็นแล้วประทับใจสุดๆ ชวนหิวด้วยกลิ่นหอมๆ ของมะพร้าว เนื้อวุ้นนุ่มเด้งกำลังดี ได้รสหอมมันของหัวกะทิสดคุณภาพ ผสานไปกับน้ำมะพร้าวแก่รสหวานธรรมชาติ เรียกได้ว่าทั้งสวยงามและอร่อยในคราวเดียว       คัปวุ้นดอกไม้ วุ้นกะทิดอกไม้สไตล์โฮมเมด ที่เสิร์ฟมาในถ้วยคัปเค้กน่ารัก แลดูเหมือนสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน เห็นแล้วใจละลาย ฟินไปกับเนื้อวุ้นให้สัมผัสเด้งดึ๋ง กินเพลินๆ บวกกับรสชาติที่ไม่หวานแหลม ผสมกับหัวกะทิครีมมี เข้ากันดี๊ดี       ใครเห็นวุ้นสวยๆ แบบนี้แล้วอยากจะเรียน ที่นี่เขาก็มีคลาสสอนนะ หลังโควิดจะกลับมาเปิดแน่นอน

Tag:

ใครที่คุมน้ำหนัก คุมน้ำตาลในเลือด แต่ไม่อยากอดอาหาร เราขอชี้เป้า โลฟโฮลวีท ของ Vegan Plus by MedFood ร้านเบเกอรี่ที่เน้นโปรตีนจากธัญพืชหลายชนิด ไม่ใส่ เนย นม ไข่ ผงฟู และน้ำตาลทราย รสหวานได้จากอินทผาลัม มีให้เลือกทั้งแบบทำจากแป้งโฮลวีทและแป้งไรย์ผสมแป้งสาลี         ความเก๋ของร้านคือสร้างสรรค์ออกมาหลายสูตรให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า สำหรับแป้งโฮลวีทจะมี 3 สูตร ได้แก่ สูตรควบคุมน้ำหนัก ใส่อินทผลัม อัลมอนด์ ลูกเกด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทองและเมล็ดแตงโม สูตรชะลอวัย เพิ่มมันม่วงให้สีเข้มและรสชาติชวนกินยิ่งขึ้น และสูตรควบคุมน้ำตาลในเลือด เปลี่ยนจากลูกเกดเป็นแครนเบอรี่ ผสมชาเขียวหอมๆ ทั้งอร่อยและดีต่อใจ         ส่วนสูตรแป้งไรย์ผสมแป้งสาลีจะเหมาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่อาหารย่อยยาก เพราะแป้งไรย์จะช่วยย่อยอาหาร ส่วนแป้งสาลีก็ทำให้กินง่ายขึ้น มีให้เลือก 3 สูตรเหมือนกัน ได้แก่ สูตรช่วยย่อยอาหาร ใส่อิทผลัม อัลมอนด์ ลูกเกด เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดแตงโม สูตรบำรุงสมอง สูตรนี้ขายดีเพราะเพิ่มโกโก้และกล้วย นุ่มๆ หอมๆ ฉ่ำลิ้นไปอีกขั้น และสูตรต้านมะเร็ง เอาใจคนชอบงาดำเพราะใส่ให้ไม่อั้น มีรสหวานจางๆ จากอินทผลัม ถ้าอยากเพิ่มรสชาติให้ปาดหน้าด้วยน้ำสลัดวีแกนเข้มข้นสูตรของร้าน       จะสูตรไหนก็ฟิน จึงควรชิมให้ครบ!

Tag:

หลายคนอาจเดินผ่านตึกเก่าอายุเกือบ 100 ปีที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้โดยไม่รู้สึกสะดุดตา แต่คุณแมคกลับมองว่าที่นี่มีความพิเศษและเหมาะจะเป็นเซฟเฮาส์ของทุกคน จึงได้พลิกฟื้นพื้นที่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยปรับชั้นบนให้เป็นโฮสเทล ส่วนด้านล่างเป็นร้านอาหารกาลเวลา และคาเฟ่ Buddha & Pals ทั้งหมดออกแบบให้ล้อไปด้วยกันในคอนเซ็ปต์กาลเวลา ถนอมรักษาร่องรอยในอดีตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนประทับใจ             ส่วนอาหารนำเสนอสไตล์อิตาเลียนฟิวชันที่กินง่าย อาทิ Mushroom & Gorgonzola Pizza พิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์โรมัน โรยหน้าด้วยบลูชีสและเห็ดแชมปิญอง เมนูนี้จับคู่กับไวน์แดงจะเข้ากันมาก         Kanvela White Sea Bass Fillet สเต๊กปลากระพงชิ้นโต กริลล์พอสุกทั่วถึงเพื่อรักษาระดับความนุ่มนวลฉ่ำลิ้น เสิร์ฟพร้อมผักโขมผัดครีมและแอสพารากัส ก่อนกินบีบเลมอนเล็กน้อยช่วยตัดเลี่ยนและยังเพิ่มกลิ่นหอมชวนสดชื่น       Spaghetti Arrabbiata พาสตาที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ ผัดเส้นกับซอสมะเขือเทศรสชาติเปรี้ยวๆ เผ็ดปลายลิ้น กินแล้วสดชื่น       Avocado Tuna Salad สลัดชามโตที่ใส่เนื้อทูน่าเน้นๆ คลุกเคล้ากับสลัดร็อกเก็ต มะเขือเทศลูกเล็ก เพิ่มดีกรีความครีมมีด้วยอะโวคาโดหั่นชิ้นโตที่ใส่มาให้เต็มชาม       ส่วนเครื่องดื่มแนะนำ Calm Rosie Tea รสหวาน หอมกลิ่นไซรัปกุหลาบ จิบเบาๆ ก็ชื่นใจ     ช่วงค่ำที่ความมืดโรยตัวปกคลุมด้านนอก ภายในร้านกลับคึกคักยิ่งขึ้นด้วยเสียงดนตรีแจ๊สและเหล่าผองเพื่อนที่นัดรวมตัวพูดคุย และดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีที่ชื่นชอบ       โลกยังคงหมุนไป แต่ใครที่เดินเข้ามาที่นี่ ต่างก็อยากหยุดเวลาไว้ทั้งนั้น

ร้านน้องใหม่ป้ายแดงริมถนนบรรทัดทองที่วางคอนเซ็ปต์ฉีกแนวจากสตรีทฟู้ดทั่วไปในย่านนี้ บรรยากาศด้านในตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียล ลุคดิบๆ เท่ๆ จัดวางเฟอร์นิเจอร์และของสะสมสุดคลาสสิกที่เจ้าของร้านรักสุดหัวใจ และบอกว่ามาร้านนี้นอกจากจะมีอาหารอร่อยให้ลูกค้ากินนับร้อยเมนู บรรยากาศที่เหมือนนั่งอยู่กลางพิพิธภัณฑ์ยังถือเป็นของแถมให้ลูกค้าได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย               เมนูอาหารเน้นอาหารไทยและอิตาเลียน โดยเฉพาะจานเด็ดจากแดนใต้ที่ได้พ่อครัวฝีมือเยี่ยมมาปรุงแบบถึงเครื่องถึงรส ไม่ว่าจะเป็น แกงส้มปลากะพงไหลบัว เมนูคู่โต๊ะที่ใครมาก็ไม่พลาดสั่ง ด้วยระดับความร้อนแรงของเครื่องแกงที่โขลกเอง ใส่ปลากระพงชิ้นโตๆ ให้แบบไม่หวงของ เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยไหลบัวสดกรอบ ที่ซึมซับน้ำแกงอย่างเต็มที่ กินไปเป่าปากไป แต่จะให้วางช้อนก็ทำไม่ได้เหมือนกัน       เราแนะนำให้สั่งข้าวผัดปูมากินคู่จะยิ่งชูรส ข้าวผัดจานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นเมนูชูโรงที่เชฟเดินสายขายความอร่อยไปทั่วสารทิศในรูปแบบ Food Truck มาแล้ว จุดเด่นของรสชาติที่กลมกล่อมและหอมกลิ่นคั่วกระทะ ไร้ความมันส่วนเกิน ทำให้กินได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยน ทีเด็ดยังอยู่ที่ใส่เนื้อปูให้จุใจ ไม่ปล่อยให้ต้องควานหาเหงาๆ แน่นอน       อีกจานขายดีคือปลากะพงสามรสกะเพรากรอบ ปลากะพงทอดไซส์บิ๊ก ปรุงครบ 3 รส กินกับกะเพราทอดกรอบๆ เข้ากันที่สุด       สปาเก็ตตี้คาร์โบนาราเบคอน สาวเส้นกันได้แบบสุดเพลิน เส้นยังนุ๊มนุ่มเคี้ยวลื่นคอ นอกจากความละมุนของครีมยังได้สัมผัสรสชาติเค็มๆ มันๆ จากชีสพาเมซานที่ใส่มาให้อย่างจุใจ       ปิดท้ายด้วยสามชั้นคั่วเกลือ กรอบ เค็ม มัน ถ้าได้ลองเคี้ยวคำแรกแล้ว จะหยุดปากไม่ได้อีกเลย       อิ่มท้องแล้วแต่ยังติดใจในของสะสมแปลกตาจากทั่วโลก อยากถามความเป็นมาของแต่ละชิ้น เจ้าของร้านก็ยินดีให้ข้อมูล รับรองสนุกจนไม่อยากลุกกลับบ้าน!

บ้านรั้วสีเหลืองที่มีรูปเสือ ซุกซ่อนบริสโตรที่เสิร์ฟอาหารอร่อยภายในสวนร่มรื่น ขวามือเป็นบาร์คลุมด้วยหลังคาผ้าใบสีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศสนุกสานได้ตลอดทั้งวัน     บ้านเสือหิว เสิร์ฟเมนูอร่อยที่เจ้าของร้านซึ่งเป็นสจ๊วต และแอร์โฮสเตสของการบินไทย ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทาง โดยเฉพาะเมนูเกี่ยวกับเนื้อที่รับรองว่าเด็ด เพราะคุณตั้วได้นำประสบการณ์กว่า 5 ปี จากการเปิดร้านเบอร์เกอร์ชื่อ MadCow Burger ที่ย่านอโศก ทำให้เมนูเนื้อของร้านนี้โดดเด่นน่าสนใจ       บรรยากาศสบายเหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน และการบริการแบบมืออาชีพทำให้มีลูกค้าประจำอย่างคุณหมอจากรพ.ศิริราช จานแนะนำแน่นอนว่าต้องเป็นเนื้อที่ร้านคัดมาอย่างดี ที่ร้านใช้เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดเนื้อจะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์     เราได้ลองชิมเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง แก้มวัวตุ๋นไวน์แดง (590 บาท) ที่ได้รสชาติสไตล์ฝรั่งเศสเนื้อแก้มวัวตุ๋นกับไวน์แดงทำให้ได้กลิ่นหอม รสชาติเข้มข้น     ข้าวหน้าเนื้อริบอายสไลซ์ย่างและไข่ข้น (145 บาท) เมนูอร่อยง่ายอาหารจานเดียวที่เสิร์ฟมาอย่างเต็มอิ่ม กับเนื้อริบอายสไลซ์ย่างมาพร้อมกับไข่ข้นนุ่มๆ ราดข้าว     มักกะโรนีครีมทรัฟเฟิล (190 บาท) ใครชอบกลิ่นชอบของทรัฟเฟลิต้องถูกใจเมนูนี้กับมักกะโรนีนุ่มหนึบผัดครีมซอสครีมมี ให้กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลเต็มๆ     ข้าวกะเพราเนื้อริบอายสไลซ์ (145 บาท) ทีเด็ดของมื้อเที่ยงเลย กะเพราเนื้อริบอายที่สไลซ์มาแล้วเคี้ยวง่าย หอมฉุนกลิ่นกะเพรา กับไข่ดาวกรอบๆ     เป็นอีกร้านที่คนชอบเนื้อเน้นๆ ต้องถูกใจ

Tag:

แค่ผลักประตูไม้บานพับเข้ามาก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโรงน้ำชาในหนังจีนกำลังภายใน แต่ยังคงแฝงกลิ่นอายเก๋ไก๋ของคนยุคใหม่ที่รักศิลปะและวัฒนธรรมจีน เช่นเดียวกับชื่อร้าน “Fa Ka Fei” ที่นำคำว่า “ฟา” จาก “กงสี่ฟาไฉ” ที่แปลว่า “รุ่งเรือง” มาผสมผสานกับ “คาเฟย” หรือ “คาเฟ่” ได้อย่าลงตัว         คาเฟ่สไตล์จีนแห่งนี้สร้างสรรค์โดยเจ้าของร้านที่เติบโตในครอบครัวคนจีน อีกทั้งยังเป็นคอหนังกำลังภายใน ทำให้ที่นี่กลายเป็นโรงเตี๊ยมสุดเก๋ที่ผสมผสานความร่วมสมัยกับความวินเทจแบบคลาสสิกไชนีสไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของสะสมจากบรรพบุรุษอย่างกรงนกโบราณอายุกว่าร้อยปี ไปจนถึงลวดลายภาพวาดเทพจีนบนกำแพงหลากหลายมุม นอกจากนี้บนชั้นสองยังเป็นอาร์ตแกลลอรีเล็กๆ ที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินอิสระจัดแสดงงานได้อีกด้วย         ที่นี่เน้นเสิร์ฟเมนูชาจีนที่นำเข้าและคัดสรรอย่างดีจากประเทศจีน เราแนะนำช่วงเวลาแห่งชา เซตชาร้อนใส่กา (เราเลือกชาผู่เอ๋อร์กลิ่นหอมนุ่มนวล) เสิร์ฟพร้อมขนมเปี๊ยะเนื้อแน่นหอมหวาน และดาวเคลื่อนดาราคล้อย ชาอู่หลงที่เพิ่มความชื่นใจด้วยสมุนไพรจีนทั้งโปยกั๊กและเก๋ากี้ ใส่ฟักทองและเกาลัดเชื่อมเคี้ยวเพลิน       สำหรับคอกาแฟต้องลองสราญรมย์ เอสเปรสโซผสมไซรัปยูซุและลาเวนเดอร์ ดื่มแล้วชวนให้ใจผ่อนคลายสุดๆ ส่วนคนรักของหวานห้ามพลาดหยินหยาง ไอศกรีมรสงาดำและน้ำเต้าหู้ เพิ่มความอร่อยด้วยถั่วแดง พุทราจีน ลูกชิด และฟักทอง เสิร์ฟในวัฟเฟิลรูปหอยสุดน่ารัก หรือถ้ายังไม่อิ่มต้องลองไข่ทองคำ มันทอดกรอบคล้ายขนมไข่เต่า แต่สอดไส้เกาลัดและถั่วแดงกวนเพิ่มความอร่อย กินคู่กับวังบุปผา ความสดชื่นของโซดาและไซรัปกุหลาบผสมส้มมะปี๊ดที่ให้ความเปรี้ยวหวานชื่นใจในจิบเดียวแล้วแสนจะลงตัว        

Tag:

หลังจากตั้งตารอคอยกันมานาน ในที่สุดร้าน Mil Toast House คาเฟ่ขนมปังสุดฮอตของเกาหลีก็มาเปิดสาขาในบ้านเรา ที่สยามสแควร์ ซอย 3 เป็นที่เรียบร้อย ความโดดเด่นต้องยกให้กับตัวร้านสองชั้นขนาดใหญ่และโลโก้ขนมปังอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา       สำหรับ Mil Toast House สาขาประเทศไทย ทางร้านยังคงความดั้งเดิมด้วยการใช้วัตถุดิบที่เหมือนกับประเทศเกาหลี แต่ปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของการตกแต่งร้าน เลือกใช้โทนสีอุ่นและเฟอร์เจอร์ไม้เกือบทั้งหมด ดูน่ารักสบายตา เหมาะแก่การยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพสวยๆ สักใบ         เริ่มด้วยเมนูที่มาแล้วห้ามพลาดอย่าง Brioche Bread Ham & Corn (290.-) ซิกเนเจอร์ที่นำขนมปังไปนึ่งในซึ้งไม้ไผ่ จนได้สัมผัสนุ่มฟู ด้านในสอดไส้ข้าวโพดและแฮม รสชาติเค็มมัน หรือจะเลือกเป็นเมนูสุดพิเศษเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น อย่าง Brioche Bread Chocolate Nutella Marble (310.-) ตัวนี้ได้รสของนูเทลลาเต็มปากเต็มคำ เสริมด้วยความหอมของเนย เข้ากันได้ดี         ต่อด้วย Soufflé French Toast with Vanilla Ice Cream (365.-) ตัวโทสต์เหนียวนุ่ม ชุ่มฉ่ำไปด้วยเนย หอมกลิ่นเลมอนเบาๆ กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา รสหวานละมุน อร่อยลงตัว       ต่อกันที่ Soufflé French Toast with Mont Blanc Cheese Mousse (405.-) ความพิเศษอยู่ที่ชีสมูสมองต์บลังค์เกาลัด รสชาติหวานมันกำลังดี กินกับตัวเฟรนช์โทสต์แล้วไม่เลี่ยน       Ham & Corn Bun (105.-) เมนูของคนรักข้าวโพด ด้านในของขนมปังสอดไส้ซุปข้าวโพด รสเค็มมัน ด้านบนเป็นข้าวโพดย่างเนย จับคู่กับ Signature Milk 5 Taste หรือนมซิกเนเจอร์ 5 สี ที่สามารถเลือกได้ ทั้งรสกล้วย รสสตรอเบอร์รี รสช็อกโกแลต รสเกาลัด และรสพีนัท         ส่วนเมนูเครื่องดื่มเราแนะนำ Almond Mocha (160.-) กาแฟดำรสเข้มข้น ท็อปมาด้วยครีมอัลมอนด์สูตรโฮมเมด โรยด้วยผงโกโก้ด้านบน หอมมันกลมกล่อม  

Tag:

สำหรับนักชิมสายรักสุขภาพที่กำลังมองหาร้านอาหารดีๆ เพื่อไปฝากท้องยามหิว เราแนะนำ VIBE Coffee & Plant-Based Food ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของคนยุคใหม่ ย่านทองหล่อ ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารมังสวิรัต อาหารเจและหลากหลายเมนูเครื่องดื่มในราคาเป็นมิตร ให้เลือกอร่อยกันได้อย่างจุใจ       VIBE Coffee & Plant-Based Food เกิดจากความต้องการของคุณ พิมพ์ พิมพ์วลัญช์ (เจ้าของร้าน) ที่อยากเห็นสมาชิกในครอบครัว และคนรอบข้างมีสุขภาพกายแข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ โดยเน้นการบริโภคที่ปราศจากเนื้อสัตว์ และใช้โปรตีนจากพืชเป็นหลักมารังสรรค์เป็นอาหารสุดพิเศษ ผสมผสานกับขั้นตอนการปรุงที่สะอาด ได้มาตรฐาน คิดค้นความอร่อยโดยเชฟมากประสบการณ์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบความจำเจ และใครที่ต้องการงดเนื้อสัตว์ แต่อยากลิ้มรสชาติอาหารที่เข้มข้น กลมกล่อมเหมือนเดิม     เริ่มด้วย Appetizer Set (179.-) เพลิดเพลินไปกับเซ็ตอาหารเรียกน้ำย่อยที่ไม่มีส่วนผสมของหัวหอมและกระเทียม อาทิ ปอะเปี๊ยะทอด เกี๊ยวทอด นักเก็ต ไส้กรอกคอกเทล กินกับน้ำจิ้มไก่รสชาติหวานกลมกล่อม       ต่อด้วย Burger Plant Beef (269.-) ขนมปังนุ่มฟูสอดไส้เนื้อแพลนต์เบสจากออสเตรเลีย รสสัมผัสเสมือนจริง จับคู่มากับวาฟเฟิลฟรายส์ทอดกรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน     Sizzling Soy Chick Steak (249.-) สเต็กเนื้อแพลนต์เบส ราดซอสเกรวีที่เคี่ยวจากซุปสต๊อกผัก รสกลมกล่อมจับคู่กับ Avocado Caesar Salad (249.-) จานนี้ได้ความหอมมันของอะโวคาโดสดจากออสเตรเลีย ราดน้ำสลัดซีซาร์สูตรพิเศษของทางร้าน ที่ทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์และยีนส์ธรรมชาติ       นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารจีนให้เลือกอร่อย หมี่ผัดไก่รังนก (99.-) เส้นหมี่เหนียวนุ่มคลุกเคล้ามาด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษ หอมกลิ่นน้ำมันงา และกระเพาะปลา (129.-) ปรุงรสมาด้วยซอสเห็ดหอมชั้นดี มีเท็กเจอร์ของเยื่อไผ่ให้เคี้ยวกรุบๆ       เมนูเครื่องดื่มก็ดีไม่แพ้กัน Signature Coffee กาแฟดำรสเข้มนุ่มลิ้นผสมผสานมากับนมถั่วเหลือง โดยทางร้านเลือกใช้ แบล็กไซรัป ที่นอกจากจะได้ทั้งความหวานแล้ว ยังซ่อนความหอมอยู่ในทุกคำที่ดื่ม อีกตัวที่พลาดไม่ได้ Signature Matcha Latte (150.-) ทางร้านเลือกใช้ผงชาเขียวพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่นมาผสมผสานกับนมอัลมอนด์ หอมมัน เข้มข้น     สามารถดูเมนูเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2Y8ynNo หรือสแกนคิวอาร์โค้ด สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

Tag:

หากใครมองหาร้านเบอร์เกอร์ รสชาติดี ย่านสุขุมวิท ขอแนะนำ ร้าน Smizzle Burger ในโครงการ Bambini Villa โดดเด่นด้วยตัวร้านสีสันสดใส และเมนูสแมชเบอร์เกอร์ ที่เลือกใช้เนื้อถึง 3 ส่วน คือ Chuck Sirloin และ Striploin มาบดผสมกัน เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ลงตัว         ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนสีเหลือง แดงและขาวเป็นหลัก ให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นกันเอง ภายในแบ่งเป็นโซนรับประทานอาหาร และโซนห้องกระจกที่สามารถมองเห็นทุกขั้นตอนในการปรุงอาหาร โดยมีคอนเซ็ปต์ร้าน คือ The Real American Smash Burger หรือเบอร์เกอร์สไตล์ดั้งเดิม ที่นำเนื้อไปกดให้แบนราบกับกระทะร้อนๆ จนเนื้อบริเวณด้านนอกกรอบ แต่ภายในยังคงความชุ่มฉ่ำ         เริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์ Crusty Blondy (240.-) จุดเด่นของเมนูนี้ อยู่ที่การนำเชดด้าชีสไปย่างจนเป็นแผ่นกรอบๆ วางมาบนเนื้อย่างสุกกำลังดี เสริมความเผ็ดเล็กน้อยด้วย ซอสศรีราชามาโย อร่อยกลมกล่อม         ตามด้วย The Oklahoma (220.-) เมนูของชาว Onion Lover ที่จะได้เนื้อสัมผัสของหอมแบบหลากหลาย ทั้งจากการนำไปกดทอดพร้อมกับเนื้อ และจากตัวซอส Garlic & Onion ช่วยเสริมรสชาติของเนื้อได้เป็นอย่างดี       Uncle Sam (220.-) เมนูเบอร์เกอร์สุดคลาสสิก สามารถเลือกได้ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว กินกับเชดด้าชีสและซอสสูตรพิเศษของทางร้าน หอมมัน ชุ่มฉ่ำสุดๆ       นอกจากนี้ยังมีเมนูกินเล่นน่าอร่อยอย่าง Messy Fries (155.-) เฟรนช์ฟรายส์ทอดกรอบราดชีสเยิ้มๆ และซอสสูตรพิเศษของร้าน เพิ่มเท็กเจอร์เวลาเคี้ยวด้วยเบคอนกรุบกรอบและแตงกวาดอง       ตบท้ายด้วย Dark Chocolate Ice Cream Shake (180.-) ไอศกรีมช็อกโกแลตเนื้อเนียนนุ่ม ที่นำไปเชก รวมกับซอสดาร์กช็อกโกแลตและช็อกโกแลตชิป กินแล้วหวานเย็นชื่นใจ  

Tag: