หม้อไฟอีสานรสเด็ดสูตรนี้เสิร์ฟปลาคัง ปลาน้ำจืดที่มีมากในภาคอีสาน จุ่มในน้ำแจ่วฮ้อนที่หอมกลิ่นสมุนไพรหลากหลาย   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เนื้อปลาคังสไลซ์ 200-400 กรัม เครื่องสำหรับต้มในหม้อแจ่วฮ้อน : ข่าหั่นแว่น 2 ชิ้น | ตะไคร้บุบหั่นท่อน 2 ต้น | ใบมะกรูด 3 ใบ | พริกแดงบุบ 5 เม็ด ผักสำหรับเสิร์ฟ เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี โหระพา ผักชีฝรั่ง ต้นหอม เห็ดชิเมะจิ ส่วนผสมน้ำจิ้ม กระเทียมไทย 1/2 ถ้วย หอมแดง 1/2 ถ้วย ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย ข่าหั่น 2 ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูด 5 ใบ พริกแห้ง 1/2 ถ้วย น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา มะนาว ข้าวคั่ว และผักชีฝรั่งซอยอย่างละเล็กน้อย ส่วนผสมน้ำซุป กระดูกเล้ง 500 กรัม ข่า 1 แง่งเล็ก ตะไคร้บุบ 3 ต้น รากผักชี 3 ราก หอมแดงบุบ 5 หัว กระเทียมดอง 2 หัว น้ำกระเทียมดอง 1/2 ถ้วย เกลือทะเลเล็กน้อย น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีทำ ทำน้ำซุปโดยลวกกระดูกเล้ง แล้วนำไปต้มกับน้ำเปล่า ใส่ส่วนผสมต้มซุปทั้งหมดลงไป ต้มไฟแรงให้เดือดแล้วลดไฟให้อ่อนลง ต้มประมาณ 1-2 ชั่วโมงจนน้ำซุปหอมและใส พักไว้ ทำน้ำจิ้มโดยคั่วกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดในกระทะจนมีกลิ่นหอมและเกรียมเล็กน้อย ใส่พริกแห้งลงคั่วต่อจนมีกลิ่นหอม เทใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำเล็กน้อย ปั่นให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ เกลือทะเล และน้ำตาลทราย ชิมรส เมื่อจะเสิร์ฟจึงตักน้ำจิ้มใส่ถ้วย ปรุงเพิ่มด้วยน้ำมะนาว ข้าวคั่ว และผักชีฝรั่งซอยตามชอบ ตักน้ำซุปใส่หม้อแจ่วฮ้อน ต้มให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแดง ใส่น้ำจิ้มที่เตรียมไว้ลงไปในหม้อปริมาณตามชอบ เสิร์ฟพร้อมเนื้อปลาคังสไลซ์ ผักตามชอบ และน้ำจิ้ม

  ปลาอบทั้งชิ้นใหญ่เป็นเมนูที่เหมาะกับสมาชิกครอบครัว จานนี้ใช้ปลาเก๋าเนื้อแน่นนุ่ม อบกับเฟนเนล เลมอน และมะกอก ให้กลิ่นหอมสดชื่น ได้รสอร่อยธรรมชาติของเนื้อปลาจากท้องทะเล   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ปลาเก๋าขนาดกลางแล่เนื้อเป็นชิ้นยาว 2 ชิ้น เฟนเนลสไลซ์ 1 ต้นเล็ก เลมอนหั่นเสี้ยว 4 ชิ้น มะกอกเขียวและดำ 1/2 ถ้วย มะเขือเทศเชอร์รี 8-10 ผล น้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส ไพน์นัตอบ และอิตาเลียนพาร์สลีย์สำหรับโรยหน้า วิธีทำ วางเฟนเนลสไลซ์ให้กระจายทั่วถาดอบ วางเนื้อปลา เลมอน มะกอก และมะเขือเทศเชอร์รี ราดน้ำมันมะกอกให้ทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียสประมาณ 12-15 นาทีจนปลาสุก ยกออกจากเตา โรยไพน์นัตและอิตาเลียนพาร์สลีย์ให้ทั่ว

  ปลาซาบะเนื้อมันหมักกับมิโซะรสเค็มกลมกล่อม ย่างจนสุกและมีกลิ่นหอม กินกับเครื่องเคียงอย่างซุปมิโซะ ยำสาหร่ายฮิจิกิ ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ โรยผงโรยข้าวญี่ปุ่นรสเค็มชวนให้เจริญอาหาร   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ปลาซาบะหมักมิโซะ 2 ชิ้น ข้าวญี่ปุ่นสำหรับเสิร์ฟ  2 ถ้วย ผงโรยข้าวญี่ปุ่นปริมาณตามชอบ เครื่องเคียงสำหรับเสิร์ฟ เช่น ผักดอง ยำสาหร่ายฮิจิกิ เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น เลมอนสไลซ์สำหรับตกแต่ง ส่วนผสมซุป มิโซะ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ถ้วย เต้าหู้อ่อนหั่นเต๋า 1/4 ถ้วย ต้นหอมซอย และสาหร่ายวากาเมะแช่น้ำจนนุ่มปริมาณตามชอบ วิธีทำ ทำซุปโดยต้มน้ำให้เดือด ใส่สาหร่ายวากาเมะ และเต้าหู้ ใส่มิโซะคนให้ละลาย ต้มต่อพอเดือด ตักใส่ถ้วย โรยต้นหอมซอย ย่างปลาซาบะหมักมิโซะให้สุกเหลือง จัดใส่จาน วางเลมอนสไลซ์ เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นโรยผงโรยข้าว ผักดอง ยำสาหร่ายฮิจิกิ และเมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น

  ครีมสตูเมนูญี่ปุ่นที่ได้อิทธิพลจากฝรั่ง ทำง่ายด้วยครีมสตูก้อนสำเร็จรูป ใส่เนื้อปลาแซลมอน มันฝรั่ง แครอต และผักได้ตามชอบ รสครีมมี่เข้มข้น เสิร์ฟพร้อมขนมปังบาแกตต์   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ปลาแซลมอนหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใหญ่ 300-400 กรัม หอมหัวใหญ่สับ 1/2 หัว มันฝรั่งหั่นชิ้นพอคำต้มพอสุก 3 หัวเล็ก แครอตหั่นชิ้นพอคำต้มพอสุก 1 หัว                                เห็ดแชมปิญองหั่นแว่น 5-7 ดอก ครีมสตูก้อนสำเร็จรูป (Japanese Cream Stew Mix) 1/2 กล่อง นมสด 100 มิลลิลิตร น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร น้ำมันพืชสำหรับผัดและย่างปลาเล็กน้อย เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส อิตาเลียนพาร์สลีย์สับสำหรับโรยหน้า ขนมปังบาแกตต์สำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย พอกระทะร้อนใส่เนื้อปลาแซลมอนลงทอดให้พอสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันให้พอสุก ใส่เห็ดแชมปิญอง ผัดให้พอสุก ใส่มันฝรั่ง แครอต ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำ ปิดฝาให้เดือดและผักสุกทั้งหมด ใส่ครีมสตูก้อน คนให้ละลาย ใส่นมสด ปลาที่ทอดไว้ ต้มให้เดือด ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ตักใส่ชาม โรยอิตาเลียนพาร์สลีย์สับ เสิร์ฟกับขนมปังบาแกตต์

  เราชอบกลิ่นปลากรอบมาก แกงวันนี้ใช้ปลากดกรอบเพราะหาซื้อง่ายและกลิ่นหอมดี ส่วนผักหญ้าอื่นๆ ก็ใส่ตามใจนะคะ ไม่ต้องยึดถือตามที่แนะนำ   เครื่องปรุง ปลากดกรอบ 1 ตัว เครื่องแกง ผักหวาน ผักอ่อมแซบ ชะอม ต้นหอม ฟองเต้าหู้แช่น้ำหั่นเป็นท่อน เห็ดฟางหรือเห็ดอื่นๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ ผักอื่นๆ ตามชอบ ผงฮอนดาชิประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลโตนด 1 ช้อนชา น้ำปลาและเกลือ น้ำสต๊อก 2 ลิตร ++ ส่วนผสมเครื่องแกง ตะไคร้ซอย 2 ต้น (ประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ) หอมแดง 4 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 2 ราก ผงลาบเหนืออย่างเผ็ด 2 ช้อนชา (ถ้าไม่มีให้แทนด้วยพริกป่นและพริกหอมป่น วิธีทำ อบหรือย่างปลากรอบให้หอม แกะเอาเนื้อเก็บไว้ นำกระดูกไปต้มในหม้อน้ำสต๊อก ตำเครื่องแกงให้แหลก ตำเนื้อปลากรอบหยอกๆ ให้เหลือเป็นชิ้นๆ บ้าง ตั้งน้ำสต๊อกให้เดือด ใส่เครื่องแกงและปลากรอบลงไปต้มให้สุก ใส่ฟองเต้าหู้ ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา เกลือ และผงฮอนดาชิ ถ้าชอบเผ็ดให้เติมพริกลาบเหนือ (ควรคั่วใหม่และตำให้มีกลิ่นหอม) เติมผักต่างๆ พอผักสุกก็ตักใส่ชามได้เลย กินร้อนๆ หอมกลิ่นปลากรอบอบอวล

  มื้อเย็นวันนี้ ใครกำลังมองหากับข้าวรสจัดจ้าน สำหรับกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เราแนะนำเมนูนี้เลย ใช้วัตถุดิบไม่เยอะแถมทำง่ายอีกด้วย   ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) ปลาแซลมอน 500 กรัม กระเทียมสับ 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูแดงสับ 1/4 ถ้วย ต้นหอมซอย 2 ต้น เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ หั่นปลาแซลมอนเป็นชิ้นใหญ่ พักไว้ คลุกเนื้อปลากับเกลือให้ทั่ว ใส่แป้งทอดกรอบแล้วคลุกให้ทั่ว ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่แซลมอนลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมลงคั่วให้พอเหลือง ใส่พริกสับ เกลือ น้ำตาล และต้นหอม ผัดให้เข้ากัน 5. จัดปลาแซลมอนใส่จาน ตักกระเทียมพริกโรยให้ทั่ว โรยด้วยต้นหอมอีกครั้ง  

  ใครรักปลาส้ม อย่างแซลมอน ต้องเมนูนี้ เนื้อปลาแซลมอนสดๆ คลุกเคล้ากับพริกป่น ข้าวคั่ว มะนาว น้ำปลา แซ่บซี้ดโดนใจ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาแซลมอนสดหั่นชิ้นพอคำ 250 กรัม หอมแขกซอย 1/2 หัว ต้นหอมหั่นท่อนสั้น 1 ต้น ใบสะระแหน่ 5-6 ใบ น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่วป่น 1 1/2 ช้อนชา พริกป่น 1 1/2 ช้อนชา น้ำเชื่อม 1 1/2 ช้อนชา วิธีทำ หั่นเนื้อปลาแซลมอนเป็นชิ้นพอคำ ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา ข้าวคั่วป่น พริกป่น และน้ำเชื่อมเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากัน ใส่เนื้อปลาแซลมอน หอมแขก และต้นหอมซอย คลุกให้เข้ากัน ตักใส่จานโรยใบสะระแหน่ เสิร์ฟกับผักสด

  เปลี่ยนการกินแซลมอนธรรมดา ให้มีรสกลมกล่อมหวานฉ่ำมากขึ้นด้วยสูตรนี้ จะกินเล่นหรือนำไปกินกับข้าวต้มก็ฟินไม่แพ้กัน   ส่วนผสม เนื้อปลาแซลมอน 550 กรัม น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 2 ช้อนชา มิริน 1/4 ถ้วย วิธีทำ หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นยาว เตรียมไว้ ผสมน้ำตาลทรายแดง เกลือ และมิรินเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลาย ใส่เนื้อปลาแซลมอนคลุกให้ทั่ว หมักไว้ 1 ชั่วโมง   เรียงบนถาดอบ นำไปตากในเตาอบอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ประมาณ 3 ชั่วโมง จนเนื้อปลาแห้ง เก็บใส่กล่อง ปิดฝา กินกับข้าวต้ม

  เมนูลดไขมันที่อร่อยและมีประโยชน์ ปลาหิมะเนื้อขาวแน่น นึ่งกับเฟนเนลและเลมอนให้มีกลิ่นหอม เนื้อปลามีไขมันดีนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟกับซอสรสหวานธรรมชาติจากพริกหวานและมะเขือเทศอบ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาหิมะ 2 ชิ้น        เฟนเนลสไลซ์ 1 ถ้วย เลมอนสไลซ์ 1/2 ผล        หน่อไม้ฝรั่งย่างสำหรับเสิร์ฟ 2 ต้น น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อย ส่วนผสมซอส มะเขือเทศ 6 ผล พริกหวานสีแดง 2 ลูก หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นใหญ่ 1/2 หัว กระเทียม 4 กลีบ น้ำสต๊อกผัก หรือสต๊อกไก่ 1 ถ้วย น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อย เกลือทะเล และพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส วิธีทำ ทำซอสโดยหั่นมะเขือเทศเป็น 4 ส่วน หั่นครึ่งพริกหวานควักเมล็ดออก วางมะเขือเทศ พริกหวาน หอมหัวใหญ่ และกระเทียมเรียงบนถาด ราดด้วยน้ำมันมะกอกให้ทั่ว นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15  นาทีจนผักสุกนุ่ม ลอกเปลือกมะเขือเทศออก ส่วนพริกหวานใส่อ่างคลุมด้วยพลาสติกแร็ป หรือใส่ถุงปิดปากถุงไว้ประมาณ 15 นาที แล้วลอกเปลือกออก ใส่ผักลงในหม้อ ใส่น้ำสต๊อก ปิดฝา ต้มจนผักนุ่ม แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย พักไว้ วางเฟนเนล และเลมอนสไลซ์ในลังถึง วางเนื้อปลา เมื่อน้ำเดือด ยกปลาขึ้นนึ่ง (ประมาณ 15-20 นาที) จนสุก ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ยกลง ตักซอสใส่จาน (ควรเป็นจานมีก้นลึกเล็กน้อย) วางเนื้อปลา วางหน่อไม้ฝรั่งย่างบนหน้า ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย

  เมนูอร่อยที่ได้ประโยชน์จากโปรตีนดีหลากหลาย ทั้งเนื้อปลาแซลมอนที่มีโอเมกา-3 สูง ถั่วเลนทิลเม็ดเล็กเนื้อนุ่ม   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาแซลมอน 2 ชิ้น ไทม์สด 2 กิ่ง ถั่วเลนทิลสีส้ม และสีน้ำตาลต้มสุกอย่างละ 1 ถ้วย ต้นกระเทียมสับ (Leek) 1/2 ถ้วย น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอกสำหรับผัด เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส ส่วนผสมเลมอนออยล์ น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอน 1/4 ถ้วย ไทม์สด 1 กิ่ง วิธีทำ ทำเลมอนออยล์โดยผสมน้ำมันมะกอก น้ำเลมอน และรูดใบไทม์ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้ ปรุงรสแซลมอนด้วยเกลือ พริกไทย ใส่ไทม์และน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พักไว้ 30 นาที ย่างบนกระทะให้สุกเหลือง ผัดต้นกระเทียมกับน้ำมันมะกอกให้พอสลด ใส่ถั่วเลนทิลลงผัดสักครู่ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ใส่น้ำเลมอน ตักขึ้น ตักถั่วเลนทิลผัดใส่จาน วางเนื้อปลาแซลมอน ราดเลมอนออยล์ให้ทั่ว

  เนื้อปลาทูน่าซาชิมิหมักกับซีอิ๊วญี่ปุ่นที่ปรุงรสอย่างกลมกล่อม ให้รสเค็ม และหอมกลิ่นน้ำมันงา ราดข้าวแบบดงบุริ เป็นอาหารจานเดียวเมนูง่ายๆ ที่ทำเมื่อไรก็อร่อย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาทูน่าสดสไลซ์ (เกรดซาชิมิ) 300 กรัม ข้าวญี่ปุ่นสำหรับเสิร์ฟ ไควาเระ งาขาว และสาหร่ายโนริหั่นเส้นสำหรับตกแต่ง ส่วนผสมน้ำหมัก โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ มิริน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำดาชิ 2 ช้อนโต๊ะ (น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงดาชิเล็กน้อย) น้ำมันงา 1 ช้อนชา วาซาบิปริมาณตามชอบ วิธีทำ ทำน้ำหมักปลาโดยผสมโชยุ มิริน น้ำดาชิ น้ำมันงา และวาซาบิ ใส่เนื้อปลาทูน่าลงหมัก คลุมด้วยพลาสติกแร็ปไว้ประมาณ 10-20 นาที ตักเนื้อปลาวางเรียงบนข้าว ตกแต่งด้วยไควาเระ งาขาว และสาหร่ายโนริ ราดน้ำหมักปลาบนข้าวได้ตามชอบ

  เมนูที่ได้ทั้งความกรุบกรอบของเกล็ดขนมปัง อัลมอนด์ และความนุ่มละมุนจากเนื้อปลาโซลธรรมชาติจากทะเลอลาสกา ทะเลที่ขึ้นชื่อว่าบริสุทธิ์ที่สุดของโลก ปลาโซลเนื้อขาวที่อุดมไปด้วย โปรตีน โอเมก้า3 และแร่ธาตุ อีกทั้งยังเสริมความหอมมันด้วยชีสพาร์เมซาน อร่อยกลมกล่อม   ส่วนผสม ปลาโซล อลาสกา 1 แพ็ก เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยดำป่น 1/2 ช้อนชา น้ำมันมะกอก  3 ช้อนชา เกล็ดขนมปัง 1/2 ถ้วย ชีสพาร์เมซานขูดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ อัลมอนด์สไลซ์ 3 ช้อนโต๊ะ อิตาเลียนพาร์สลีย์สับ 2 ช้อนโต๊ะ เลมอนหั่นเสี้ยว วิธีทำ ปรุงรสปลาโซล อลาสกาด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก คลุกให้ทั่ว พักไว้ ผสมเกล็ดขนมปัง พาร์สลีย์สับ ชีสพาร์เมซาน และอัลมอนด์ให้เข้ากัน นำเนื้อปลามาคลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว วางบนกระดาษรองอบ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เวลา 10-15 นาทีจนสุกเหลือง จัดใส่จาน เสิร์ฟกับผักสลัด และเลมอนหั่นเสี้ยว

  เมนูทางใต้ที่ใครกินเป้นต้องติดใจ รสชาติเปรี้ยวเค็มกลมกล่อม จับคู่กับข้าวสวยร้อนๆ สักจาน ยิ่งอร่อยลงตัว   ส่วนผสม เนื้อปลากะพง 300 กรัม ขมิ้นเหลือง 3 แง่ง ข่า 1 แง่ง ตะไคร้ 2 ต้น ใบมะกรูด 5 ใบ หอมแดง 3 หัว น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำสต๊อกผักหรือปลา 3 ถ้วย วิธีทำ หั่นข่าเป็นแว่น ตะไคร้หั่นท่อนทุบ ใบมะกรูดหั่นเอาแกนกลางออก ขมิ้นทุบให้พอแตก เตรียมไว้ ตั้งหม้อน้ำสต๊อกจนเดือด ใส่ข่า ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดง ต้มพอเดือด ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล รอจนเดือด ใส่เนื้อปลา อย่าคน รอจนเดือดและปลาสุก   ยกลงตักใส่ชามเสิร์ฟกับข้าวสวย

  สายแซลมอนต้องไม่พลาดสำหรับเมนูที่กำลังมาแรงในขณะนี้ อย่าง แซลมอนดองซีอิ๊ว ทำเองได้ไม่ยาก ใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง กินพร้อมข้าวสวยและสาหร่ายฟินสุดๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) เนื้อปลาแซลมอน 300 กรัม โชยุ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย น้ำเปล่า 1 ถ้วย ต้นหอมญี่ปุ่นหั่นเฉียง 1 ต้น ขิงแก่หั่นแว่น 7-8 ชิ้น หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว พริกขี้หนูทุบ 3 เม็ด พริกขี้หนูซอยและกระเทียมซอยตามชอบ งาขาวคั่วเล็กน้อย วิธีทำ ต้มโชยุกับน้ำเปล่าและน้ำตาลให้เดือด ใส่ต้นหอมญี่ปุ่น หอมหัวใหญ่  พริกขี้หนู และขิง ต้มให้เดือดประมาณ 5 นาที กรองเอาผักออก พักไว้ให้เย็น แล่แซลมอนเป็นชิ้นบางเรียงใส่กล่อง เทน้ำดองใส่ให้ทั่ว โรยพริกขี้หนู และกระเทียมซอย ปิดฝา นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง จัดแซลมอนดองใส่จาน ราดน้ำดอง โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูซอย และงาขาวคั่ว เสิร์ฟกับข้าวสวย และสาหร่าย  

  รสสดชื่นของน้ำส้มคั้นสดทำให้เมนูนี้เหมาะกับหน้าร้อน เมนูนี้ใช้ปลากะพงเนื้อขาวย่างกระทะ ราดซอสส้มรสเปรี้ยวอมหวาน ใส่เนื้อส้มและมะเขือเทศเชอร์รีย่างที่ช่วยดึงรสหวานอร่อยออกมาได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ปลากะพงขาว 4 ชิ้น มะเขือเทศเชอร์รีสีแดงและสีเหลืองรวมกัน 1 ถ้วย เนื้อส้มสไลซ์ 1 ผล อิตาเลียนพาร์สลีย์สับ 1 ช้อนชา เกลือทะเลและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส น้ำมันมะกอกเล็กน้อย ส่วนผสมซอสส้ม น้ำส้มสด 1 ถ้วย เนยจืดสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับ 1/4 ถ้วย น้ำสต๊อกผัก 1/4 ถ้วย น้ำส้มสายชูไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเลและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส เนยจืดพักไว้ให้นุ่ม 1 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ปรุงรสปลากะพงขาวด้วยเกลือและพริกไทย ย่างในกระทะกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อยให้สุกสีเหลืองสวย ใส่เนื้อส้มและมะเขือเทศเชอร์รีลงย่างสักครู่ ตักขึ้น ผัดหอมหัวใหญ่กับเนยจนสุกใส ใส่น้ำส้มสด ต้มสักครู่ ใส่น้ำสต๊อก ต้มจนน้ำส้มงวดลง ชิมรส ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูไวน์ขาวและน้ำผึ้ง ผสมเนยจืดนุ่มกับแป้งสาลีให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่ลงในซอส คนให้เข้ากันจนซอสข้น วางเนื้อปลา เนื้อส้ม และมะเขือเทศเชอร์รีในถาด ราดซอสส้ม โรยอิตาเลียนพาร์สลีย์สับ

  ปลากะพงเนื้อหวานนุ่มย่างกับน้ำมันสมุนไพร กินกับข้าวผัดขมิ้นสีเหลืองสวยและมีกลิ่นหอมชวนกิน   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลากะพงขาว น้ำหนัก 200 กรัม 2 ชิ้น เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส น้ำมันอินฟิวส์ใบกะเพราเล็กน้อย ส่วนผสมข้าวผัดขมิ้น    ข้าว 2 ถ้วย น้ำมันขมิ้นชัน 2-3 ช้อนโต๊ะ เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส หอมแดงเจียวและเม็ดมะม่วงหิมพานต์บุบสำหรับโรยหน้า ผักชีและพริกแห้งทอดสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ปรุงรสเนื้อปลาด้วยเกลือ พริกไทย พักไว้สักครู่ ตั้งกระทะย่างให้ร้อน ใส่น้ำมันอินฟิวส์เล็กน้อย นำปลาลงย่างให้สุก เคล้าน้ำมันขมิ้นชันกับข้าวจนข้าวเป็นสีเหลืองทั่ว ตั้งกระทะ ใส่ข้าวลงผัดให้มีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย เล็กน้อย  ตักข้าวใส่จาน วางเนื้อปลา โรยหอมแดงเจียวและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟพร้อมผักชีและพริกแห้งทอด

  ปลาหิมะน้ำลึกเนื้อนุ่มรสหวานและมีไขมันดีซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซอสมิโซะผสมโคชูจังและน้ำเต้าหู้ที่ให้รสครีมมี่ รสชาติแปลกใหม่ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชิน แต่รสชาติเข้ากับความนุ่มของเนื้อปลาได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ปลาหิมะหั่นฟิลเลย์ 2 ชิ้น เกลือทะเลและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรสเล็กน้อย ดอกเห็ดชิเมะจิสีน้ำตาล ผักปวยเล้งลวก และงาขาวสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมซอส น้ำเต้าหู้รสธรรมชาติ 1/3 ถ้วย มิโซะ 1 ช้อนโต๊ะ โคชูจัง 1 ช้อนชา อัลมอนด์บด (Almond Paste) 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ  วิธีทำ ปรุงรสปลาหิมะด้วยเกลือ พริกไทย พักไว้ 20 นาที ย่างบนกระทะแล้วอบต่อในเตาอบจนสุก ผสมส่วนผสมซอสทั้งหมด ค่อยๆ คนจนส่วนผสมเนียนเข้ากัน ตั้งไฟอ่อนสักครู่ คนจนส่วนผสมเข้ากันดี ชิมรส และปรับให้ข้นเหลวตามชอบ ตักปลาหิมะใส่จาน ราดซอส โรยเห็ดชิเมะจิ เสิร์ฟพร้อมผักปวยเล้งลวก โรยงาขาว

  เมนูนี้เหมาะกับทุกคนในครอบครัว ใช้เนื้อปลาแซลมอนสดมาอบอย่างง่ายๆ เสิร์ฟคู่กับซอสครีมใส่เห็ดและต้นกระเทียมก็อร่อยแล้ว   ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ปลาแซลมอนน้ำหนัก 500-700 กรัม น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ ไทม์สด 2 กิ่ง เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบอย่างละ 1 ช้อนชา หน่อไม้ฝรั่งลวกตามชอบ ส่วนผสมซอสครีม หอมหัวใหญ่สับ 1/2 ถ้วย เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ ต้นกระเทียมซอย (Leek) 1/2 ถ้วย กระเทียมสับ 2 กลีบ น้ำสต๊อกปลา 1 ถ้วย วิปปิงครีม 1/4 ถ้วย เห็ดชิเมะจิสีน้ำตาล 1/2 ถ้วย ไวน์ขาว 1/4 ถ้วย เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ทำซอสโดยผัดหอมหัวใหญ่สับกับเนยจนนุ่ม ใส่ต้นกระเทียมและกระเทียม ผัดจนนุ่ม ใส่ไวน์ขาวผัดสักครู่ให้ไวน์ระเหย เติมน้ำสต๊อกและครีม ต้มจนเดือด ใส่เห็ดชิเมะจิ ชิมและปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย พักไว้ โรยเกลือและพริกไทยให้ทั่วชิ้นปลา ทาน้ำมันมะกอกและวางไทม์ ใส่ถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 20 นาทีหรือจนสุกตามชอบ จัดปลาใส่จาน วางหน่อไม้ฝรั่งลวก ราดซอส

เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาเราได้พบเชฟนาเดียจากงาน “New Zealand Food Connection Bangkok” ที่มาแนะนำให้เราได้รู้จักกับประเทศนิวซีแลนด์ผ่านเมนูอร่อยๆ   วันนี้เราขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับเธอมากขึ้น เห็นหน้าตาดีแบบนี้เธอมีฝีมือเก่งไม่เบา เพราะเธอเป็นแชมป์จากรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดังจากประเทศนิวซีแลนด์ “Master Chef New Zealand”   นาเดีย ลิม (Nadia Lim) สาวสวยหน้าตาคมเข้มคนนี้เป็นลูกครึ่งนิวซีแลนด์และมาเลเซียเชื้อสายจีน ตั้งแต่อายุ 5 ขวบก็เข้าครัวช่วยแม่ทำอาหารแล้ว โดยเฉพาะเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดอย่างมักกะโรนีชีส เมื่อยังเด็กเธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศมาเลเซียบ้านเกิดของคุณพ่อ จึงได้ซึมซับทั้งวัฒนธรรมและอาหารเอเชีย ทำให้เธอรักที่จะทำอาหารสุขภาพที่อร่อย ใช้วัตถุดิบสดใหม่ และไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยเฉพาะการใช้พืชผักผลไม้และสมุนไพรมาปรุงอาหาร เพราะทำให้อาหารนั้นดูสดชื่นมีชีวิตชีวา สีสันน่ากิน และมีประโยชน์ต่อร่างกาย     เธอใฝ่ฝันอยากจะมีตำราอาหารเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจเข้าแข่งขันรายการมาสเตอร์เชฟนิวซีแลนด์ และก็เลือกทางเดินไม่ผิด เพราะเธอทั้งฝ่าฟันผ่านด่านโดยใช้ความรู้ด้านโภชนาการที่ได้ร่ำเรียนมา รวมทั้งไหวพริบ จับตะหลิวแล้วปรุงอาหารมัดใจกรรมการจนคว้าแชมป์ประจำซีซันที่ 2 มาครองได้สำเร็จ จากนั้นฝันของเธอก็เป็นจริง เชฟนาเดียมีตำราอาหารออกมาหลายเล่ม และยังเป็นพิธีกรรายการอาหารของช่อง “Asian Food Channel” ที่ฉายไปทั่วเอเชียอีกด้วย   เมนูพิเศษวันนี้เป็นหนึ่งในสูตรอาหารที่ทำง่าย อร่อย ได้สุขภาพดี จากตำราทำอาหารของเชฟ เธอเป็นคนชอบกินปลาแซลมอนและมักจะเสิร์ฟเมนูนี้ในวันคริสต์มาสคู่กับแชมเปญ โดยใช้เนื้อปลาแซลมอนคุณภาพดีจากประเทศนิวซีแลนด์มาหมักด้วยบีตรูต ทำให้ได้เนื้อปลาสีชมพูสวยและมีรสอร่อยจากธรรมชาติ   เชฟนาเดียยังทำธุรกิจเก๋ๆ คือ “My Food Bag” ที่จัดเตรียมวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลและจัดส่งให้ลูกค้าถึงบ้าน พร้อมแนบสูตรอาหารสุขภาพดีตำรับของเธอไปด้วย ลูกค้าจึงแน่ใจได้ว่ามื้อเย็นนี้จะได้ปรุงเมนูอร่อยๆ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี และเธอยังมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนาโดยไปออกค่ายเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่เด็กๆ อีกด้วย   สวย เก่ง ใจดี และรักเด็กแบบนี้เราขอยกนิ้วให้     กราฟลักซ์แซลมอนบีตรูต (Beetroot Cured Salmon Gravlax) ส่วนผสม (สำหรับ 8-10 ที่) แซลมอนแล่เนื้อติดหนังทั้งตัว (Fillet) 2 ชิ้น เกลือป่น 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ ผักชีลาวสับ 1/4 ถ้วย ทาร์รากอนสับ 1/4 ถ้วย บีตรูตขูดหยาบ 1 1/2 หัวใหญ่ แครกเกอร์หรือขนมปังฝรั่งเศสหั่นบางอบกรอบสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมฮอร์สแรดิชครีม ไลต์ครีมชีส 1/4 ถ้วย ครีมเฟรช (Créme Fraîche)  2-3 ช้อนโต๊ะ ฮอร์สแรดิชสดขูด 1 ช้อนชา ผิวเลมอนขูดและน้ำเลมอน 1 ผล ผักชีลาวสับ 1 ช้อนชา ไชฟ์สับละเอียด 1 ช้อนชา วิธีทำ วางเนื้อปลาแซลมอนในถาดเอาด้านหนังลง จากนั้นผสมเกลือ น้ำตาล ผักชีลาว ทาร์รากอน และบีตรูตเข้าด้วยกัน พอกส่วนผสมไว้บนเนื้อปลาให้ทั่ว ประกบเนื้อปลาอีกชิ้นทับไปบนส่วนผสมบีตรูต (หนังจะอยู่ด้านนอก) พันด้วยพลาสติกใส (แรป) ให้แน่น วางถาดเปล่าทับบนเนื้อปลา แล้วถ่วงด้วยของหนักๆ เช่น เขียง หรือกระทะเหล็ก แช่ตู้เย็นไว้ 2-3 วัน ระหว่างแช่เย็นจะมีน้ำซึมออกมาให้เทน้ำออกแล้วพลิกด้านวันละครั้ง แกะพลาสติกแล้วเอาบีตรูตออก เนื้อปลาจะเป็นสีชมพูเข้มและเนื้อแน่น ใช้มีดคมๆ แล่หนังปลาออกแล้วสไลซ์เป็นชิ้นบาง ผสมส่วนผสมฮอร์สแรดิชครีมให้เข้ากัน นำมาทาบนแครกเกอร์หรือขนมปังอบกรอบ วางเนื้อปลา หรือเสิร์ฟเนื้อปลากับสลัดก็ได้

รายการแข่งขันทำอาหารในบ้านเรามีหลายรายการ แต่ถ้าเป็นรายการที่รวมเชฟระดับมืออาชีพต้องยกให้ Top Chef Thailand โดยเฉพาะซีซัน 1 ที่รวมตัวเชฟมือฉมัง และหนึ่งในนั้นคือ “เมย์-พัทธนันท์ ธงทอง” เชฟสาวแกร่งผู้มีลีลาเด็ดเอาชนะใจกรรมการได้แทบทุกสัปดาห์ ทำให้เราแอบเอาใจช่วยและกลายมาเป็นแฟนคลับเชียร์เชฟเมย์อย่างสุดใจ   แม้เชฟเมย์จะไม่ได้อันดับที่ 1 ในรายการ แต่ผลงานก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอเป็นคนมีฝีมือและไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ ด้วยลีลาอันคล่องแคล่วและคิดเมนูได้ฉับไวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเธอไม่เคยผ่านการแข่งขันมาอย่างโชกโชน เชฟเมย์บอกว่าเธอชื่นชอบการแข่งขัน เพราะอยากจะวัดระดับฝีมือของตัวเอง ถึงขั้นลงทุนขับรถไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่เพื่อมาแข่งขันทำอาหารในรายการต่างๆ จนฝีมือเป็นที่ประจักษ์ ติดเชฟทีมชาติและสร้างความภูมิใจโดยคว้าเหรียญทองในการแข่งขันระดับนานาชาติได้ในที่สุด     เชฟเมย์เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม้เธอจะไม่ได้เรียนทำอาหารตั้งแต่แรก แต่ด้วยความชอบและเห็นคุณพ่อทำอาหารตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอลาออกจากงานประจำไปหาความรู้เพิ่มเติมที่อเมริกาทั้งเรียนทำอาหาร ทำงานในร้านอาหารชื่อดัง และตระเวนชิมอาหารอร่อย จนกลับมาเป็นเชฟอย่างที่ตั้งใจ   หัวใจของการแข่งขันทำอาหารคือสติและจัดการให้เป็นระบบ เชฟเมย์บอกว่าการแข่งขันก็เหมือนชีวิตจริงที่ต้องเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าได้อย่างไม่ขาดตอนและสมบูรณ์แบบ ซึ่งเชฟใช้ประสบการณ์จากการแข่งขันที่ร้านอาหาร ทั้งการทดลองทำเมนูเพื่อให้รสชาติอร่อยอย่างมั่นใจ และเก็บข้อผิดพลาดมาปรับปรุงอาหารจานนั้นให้สมบูรณ์   ใครอยากลองชิมฝีมือของเชฟเมย์ตามมาได้ที่ Maze Dining ร้านเปิดใหม่ที่เธอเป็นทั้งหุ้นส่วนและหัวหน้าเชฟ เสิร์ฟอาหารไฟน์ไดนิงยูโรเปียนเอเชียนทวิสต์ที่ใส่ลูกเล่นและเทคนิคของเชฟเข้าไป ปรุงอาหารตะวันตกที่เชฟเมย์ถนัด เพิ่มความน่าสนใจด้วยรสชาติและวัตถุดิบของไทย โดยเฉพาะอาหารเหนือจากบ้านเกิดของเชฟ   อย่างจานพิเศษนี้ Black Cod with Green Curry White Wine Sauce ปลาค็อดเนื้อนุ่มขาวนวลที่ทั้งสวยและอร่อย ใช้มันฝรั่งสไลซ์บางตัดเป็นชิ้นวงกลมเล็กๆ เรียงซ้อนเป็นเกล็ดปลาซึ่งเป็นเทคนิคของฝรั่งเศส เสิร์ฟกับครีมซอสไวน์ขาวที่มีรสชาติของแกงเขียวหวานแทรกอยู่เบาๆ ซอสรสครีมมี่จากครีมสดไม่ใช่แกงกะทิที่แตกมัน มีกลิ่นหอมของน้ำมันโหระพาและน้ำมันใบมะกรูด เป็นความกลมกล่อมลงตัวระหว่างตะวันตกและตะวันออกในสไตล์เชฟเมย์   การแข่งไม่ได้บอกว่าคุณเก่งกว่าใคร เหรียญรางวัลที่ได้มาเป็นการเตือนตัวเองให้รักษามาตรฐานในการทำอาหารต่อไป เป็นคติที่เชฟเมย์ยึดมั่นมาโดยตลอด     Black Cod with Green Curry White Wine Sauce ส่วนผสมและวิธีทำ เนื้อปลาค็อด (Black Cod)  มันฝรั่งสไลซ์บาง ตัดเป็นวงกลมเล็กๆ ลวกและซับน้ำให้แห้ง เกลือและน้ำตาลทรายแดงสำหรับหมักปลาเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับจี่ปลา หมักเนื้อปลาด้วยเกลือและน้ำตาลทรายแดง เรียงมันฝรั่งบนเนื้อปลา โดยเรียงและสลับซ้อนกันให้คล้ายเกล็ดปลา ห่อปลาด้วยพลาสติกแร็ป ใส่ถุงสุญญากาศและซูวีดที่อุณหภูมิ 57 องศาเซลเซียสนาน 20 นาที นำปลาด้านติดมันฝรั่งลงนาบบนกระทะที่ใส่น้ำมันเล็กน้อยจนสีสวยและมันฝรั่งกรอบ ส่วนผสมและวิธีทำซอสแกงเขียวหวานไวน์ขาว หอมแดงสับ 1 หัว น้ำพริกแกงเขียวหวาน 1 ช้อนโต๊ะ ไวน์ขาวต้มให้งวด (White Wine Reduction) 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ เกลือสำหรับปรุงรส ครีมสด 250 มิลลิลิตร น้ำมันคาโนลาเล็กน้อย ผัดหอมแดงกับน้ำมันให้มีกลิ่นหอม ใส่น้ำพริกแกงเขียวหวาน ผัดจนสุกมีกลิ่นหอม ใส่น้ำตาลมะพร้าวและครีมสด ปรุงรสด้วยเกลือ ไวน์ขาว คนให้เข้ากัน ชิมรส ส่วนผสมและวิธีทำผักเครื่องเคียง ซุกกินี ใช้ที่ตักแตงโมขนาดเล็ก (Baller Scoop) ตักให้เป็นลูกกลม เมล็ดถั่วลันเตาหวาน เนยจืด น้ำมันเบคอน เกลือ และพริกไทยอย่างละเล็กน้อย ลวกซุกกินีพอสุก ผัดกับเนย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเบคอน เมล็ดถั่วลันเตาหวาน ผัดจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย วิธีจัดจาน ตักซุกกินีและเมล็ดถั่วลันเตาผัดใส่จาน วางเนื้อปลา ราดซอสแกงเขียวหวานไวน์ขาว