พอร์กชอปเนื้อนุ่มกับซอสกาแฟรสเข้มข้น ให้กลิ่นหอม รสเปรี้ยวละมุนกลมกล่อมจากน้ำส้มสายชูบัลซามิก และกลิ่นหอมสดชื่นจากไทม์   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) พอร์กชอป 2 ชิ้น เครื่องเคียง เช่น ถั่วแขก มะเขือเทศเชอร์รี และหอมหัวใหญ่ขนาดเล็ก ผัดกับน้ำมันมะกอก ส่วนผสมซอสกาแฟ กาแฟเอสเปรสโซ ตราเซกาเฟรโด ซาเนตติ อินเตอร์เมซโซ่ พักให้เย็น 350 มิลลิลิตร น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูบัลซามิก 3 ช้อนโต๊ะ ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 2 กลีบ ใบไทม์สด 1 ช้อนชา เกลือทะเล 1 1/2 ช้อนชา พริกไทยดำบดหยาบ 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ทำซอสโดยผสมกาแฟเอสเปรสโซกับน้ำเชื่อม น้ำส้มสายชูบัลซามิก ดิจองมัสตาร์ด กระเทียมสับ ไทม์ เกลือ และพริกไทย หมักกับพอร์กชอป ใส่ถุงหรือกล่องปิดฝาแช่ตู้เย็นไว้ 3-4 ชั่วโมง ย่างพอร์กชอปในกระทะให้สุกเป็นสีน้ำตาลสวย ใส่จาน พักไว้ เทซอสที่ใช้หมักใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนให้เดือดและงวด ชิมรส เสิร์ฟพอร์กชอปพร้อมเครื่องเคียง ราดด้วยซอสกาแฟ และตกแต่งด้วยกิ่งไทม์

  กะหล่ำปลีม้วนไส้หมูสับที่คนญี่ปุ่นนิยมกินกัน เมนูนี้เพิ่มรสอร่อยด้วยซอสมะเขือเทศ ใส่น้ำซุปดาชิเข้มข้นและเห็ดหอม ให้ทั้งกลิ่นหอมและรสอูมามิ โรยเนื้อปูรสหวานอร่อยเข้ากัน   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) กะหล่ำปลีม้วน 4-6 ชิ้น มะเขือเทศกระป๋องสับ 300 กรัม น้ำซุปดาชิเข้มข้น 1/4 ถ้วย                  น้ำเปล่า 1 ถ้วย      มิริน 1 ช้อนโต๊ะ เห็ดหอมสดหั่นเต๋า 3 ดอก เนื้อปู และต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ต้มน้ำเปล่ากับน้ำซุปดาชิ และมะเขือเทศกระป๋องสับรวมกันจนเดือด ใส่เห็ดหอมสด มิริน และกะหล่ำปลีม้วน ต้มจนเดือดและทั้งหมดสุกนุ่ม ตักใส่ชาม โรยเนื้อปูและต้นหอมซอย

  กรุบๆกรอบๆ ไปกับ หมูสามชั้นทอด ที่นำมาปรุงรสให้จัดจ้านด้วย พริกและข้าวคั่ว เมนูกินเล่นที่ทำขายก็ดีทำกินเองก็อร่อย   ส่วนผสม (สำหรับ 3-4 ที่) หมูสามชั้นแล่เอาหนังออก 650 กรัม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย ใบมะกรูดทอดกรอบ 10 ใบ พริกขี้หนูแห้งทอด 10 เม็ด       น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นใหญ่ ใส่ชามผสม พักไว้ ใส่น้ำปลา ข้าวคั่ว พริกป่น และน้ำตาลลงในชามหมูสามชั้น คลุกให้เข้ากัน ใส่ผักชีซอย แป้งทอดกรอบ คลุกให้เข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟปานกลางให้ร้อน ใส่หมูลงทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดหมูทอดใส่จาน โรยใบมะกรูดและพริกแห้งทอด

  เปลี่ยนจากหมูสามชั้นต้มสำหรับไหว้เป็นหมูต้มสไตล์เกาหลี ใส่โชจูดับกลิ่นคาว เพิ่มรสหอมหวานด้วยแอปเปิลและหอมหัวใหญ่ กินคู่กับผักสด และซอสซัมจัง เต้าเจี้ยวเกาหลีปรุงรส อร่อยเข้ากัน   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) หมูสามชั้นส่วนหัวไหล่หรือส่วนสะโพก 1 กิโลกรัม แอปเปิลแดง 1 ผล หอมหัวใหญ่ 1/2-1 หัว ขิงหั่นแว่น 5-6 แว่น ต้นหอมญี่ปุ่น 1 ต้น โชจู 1/2 ถ้วย ซีอิ๊วเกาหลี 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมบุบ 5 กลีบ เต้าเจี้ยวเกาหลี 1/4 ถ้วย เกลือทะเลเล็กน้อย ผักสลัด ใบงา (ใบชิโซะ) กระเทียมสด พริกชี้ฟ้า กิมจิ และซอสซัมจัง (Ssamjang) สำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ใส่หมูและส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ ใส่น้ำให้พอท่วมหมู ปิดฝาต้มด้วยไฟแรงจนเดือด จากนั้นลดไฟอ่อน ต้มต่อประมาณ 45-60 นาทีจนหมูสุกนุ่ม ตักหมูขึ้นพักสักครู่ หั่นเป็นชิ้น เสิร์ฟหมูกับเครื่องเคียงผักสลัด ใบงา กระเทียมสด พริกชี้ฟ้า กิมจิ และซอสซัมจัง

  หมูปิ้งทำเองง่ายสุดๆ แค่ปรุงรสให้เข้มข้น หมักทิ้งไว้ 1 คืน ก็ได้เมนูสตรีทฟู้ดยอดฮิต สำหรับกินยามเช้าแล้ว   ส่วนผสม (สำหรับ 25-30 ไม้) เนื้อหมูสันคอหั่นชิ้นเล็ก 600 กรัม กระเทียม 4 กลีบใหญ่ รากผักชี 2 ราก ตะไคร้ซอย 1 ต้น นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 3 ช้อนชา ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 1/2 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ปรุงรสเนื้อหมูด้วยเครื่องตำละเอียด (กระเทียม รากผักชี ตะไคร้) นมข้นจืด น้ำตาล พริกป่น ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และแป้งมัน คลุกให้เข้ากัน หมักไว้ 1 คืน  นำเนื้อหมูมาเสียบไม้ เรียงไว้ในกล่องหรือถาด เตรียมไว้ ย่างเนื้อหมูให้สุกหอม จัดใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำจิ้มและข้าวเหนียว

  ซี่โครงหมูบาร์บีคิว เมนูอร่อยสำหรับครอบครัว เนื้อหมูนุ่ม เข้ากับซอสรสเปรี้ยวเค็มกลมกล่อม แม้จะใช้เวลาเตรียมและหมักนาน แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาอร่อยคุ้มค่า   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) ซี่โครงหมู (น้ำหนัก 500-700 กรัม) 2 ชิ้น เกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมบุบ 6 กลีบ                              โรสแมรี่แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ พาร์สลีย์สับสำหรับโรยหน้า มันฝรั่งทอดสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมซอสบาร์บีคิว ซอสมะเขือเทศ (เคตชัพ) 1 ถ้วย ซอสพริก 1/4 ถ้วย หอมหัวใหญ่สับ 1/4 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมัก 3 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1 ช้อนชา พริกไทยดำบด 1 ช้อนชา น้ำต้มหมู 1/2 ถ้วย วิธีทำ หมักซี่โครงหมูกับเกลือ พริกไทย กระเทียมบุบ โรสแมรี่ และน้ำมันพืชไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นย่างบนกระทะให้เป็นสีน้ำตาลสวย ใส่ซี่โครงหมูลงในหม้อ ใส่น้ำให้พอท่วม ต้มต่อ 2 ชั่วโมงจนนุ่ม (เติมน้ำได้เป็นระยะ) ผสมซอสบาร์บีคิว นำหมูที่ต้มแล้วลงหมัก แช่ตู้เย็นไว้ 1คืน วางซี่โครงหมูบนถาดอบ นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาทีจนมีสีสวย จัดใส่จาน โรยพาร์สลีย์สับ เสิร์ฟพร้อมซอสหมักที่เคี่ยวแล้ว และมันฝรั่งทอด

  นอกจากผักดองต่างๆแล้ว เนื้อหมูอย่างสามชั้นก็ดองได้ เป็นการถนอมอาหารอีกอย่างหนึ่งให้เนื้อสัตว์เก็บไว้กินได้ เมื่อดองครบกำหนดแล้ว นำมาคลุกกับเครื่องเทศเสริมรสชาติให้อร่อยขึ้นและสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้นานนับเดือน   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นชิ้นใหญ่ 3 ชิ้น  700 กรัม เกลือป่น 1/4 ถ้วย กระเทียม 5 กลีบ น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา ออลสไปซ์ 1/2 ช้อนชา ใบกระวาน 3 ใบ  ลูกผักชี 1/2 ช้อนชา ปาปริกา 2 ช้อนชา ลูกผักชีป่น 2 1/2 ช้อนชา ยี่หร่าป่น 2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างหมูสามชั้นซับน้ำให้แห้ง ต้มน้ำใส่เกลือ พริกไทยดำ ออลสไปซ์ ใบกระวาน และลูกผักชี ต้มให้เดือด ยกลง คนให้คลายความร้อน   ซอยกระเทียมตามขวางใส่ลงในขวด เรียงหมูสามชั้นใส่สลับกับกระเทียมจนเต็มโหล เทน้ำเกลือร้อนใส่ให้ทั่ว ปิดฝา พักไว้ให้เย็น นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 5 วัน นำหมูออกจากขวด ซับน้ำดองให้แห้ง พักไว้ ผสมปาปริกา ลูกผักชีป่น และยี่หร่าป่นคนให้เข้ากัน ทาเนื้อหมูด้วยเครื่องปรุงให้ทั่วแล้วห่อด้วยกระดาษไข มัดด้วยเชือก แช่ช่องแข็ง 1 คืน วิธีรับประทาน นำเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นบาง ทอดให้สุก หรือทานสดกับเครื่องเคียงผลมะกอกดอง แตงกวาดอง และชีสตามชอบ

  อยู่บ้านมาทำอาหารอร่อยๆ กินกัน อย่าง “หมูกรอบหนังฟู” ยังเก็บไว้มาทำเมนูได้หลากหลาย ใครมีหม้อทอดไร้น้ำมันก็ใช้ได้ หรือสะดวกหน่อยก็ตั้งกระทะทอดได้   ส่วนผสม หมูสามชั้น (น้ำหนัก 1 กิโลกรัม) 1 ชิ้น เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นสำหรับทาหนังหมู 2 ช้อนชา น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 6 ถ้วย น้ำมันสำหรับทอดหมู 2 ถ้วย หมูกรอบพริกเกลือ หมูกรอบหั่นชิ้นพอคำ 2 ถ้วย กระเทียมสับ 1/4 ถ้วย พริกชี้ฟ้าแดงกับพริกขี้หนูแดงสับ 1/4 ถ้วย ต้นหอมซอย 1 ต้น เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งหม้อน้ำใส่เกลือ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ พอน้ำเดือด ใส่หมูสามชั้นลงต้มประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนหมูสุก หนังหมูใสและนุ่ม ตักหมูสามชั้นขึ้นพักไว้ พอให้คลายความร้อน ใช้ส้อมจิ้มหนังหมูให้ทั่วๆ โรยเกลือ และราดน้ำส้มสายชูที่เหลือให้ทั่วหนังหมู นำไปตากแดดจัดๆ หรืออบในเตาอบใช้อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 5 ชั่วโมง หรือจนกว่าหนังหมูจะแห้งใส  ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่หมูสามชั้นลงทอดโดยเอาด้านหนังลง ปิดฝา ใช้ไฟกลางทอดจนฟูเหลืองกรอบ กลับด้านทอดต่อจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน นำหมูกรอบมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่หมูกรอบลงผัดให้เหลือง ตักขึ้น ใส่กระเทียมลงเจียวให้เหลือง ใส่พริกชี้ฟ้าแดงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำตาล ผัดให้ทั่ว ใส่หมูกรอบ ต้นหอม ผัดให้ทั่ว ตักใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ

  หมูสามชั้นทอดผัดกับกะปิเคย รสเค็มเผ็ดเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมส้มจี๊ดผลเล็กรสเปรี้ยวจัด น้ำส้มจี๊ดช่วยตัดรสและทำให้จานนี้หอมสดชื่นขึ้น           ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) หมูสามชั้น 200 กรัม เครื่องแกงกะปิ 100 กรัม หอมแขก 1 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดง 1 ช้อนชา พริกชี้ฟ้าเขียว 1 ช้อนชา ตะไคร้ 1 ช้อนชา ใบมะกรูด  1 ช้อนชา มะนาว 1 ผล น้ำส้มจี๊ด 5 ผล น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนชา กระเทียมโทน หอมแดงไทย พริกจินดาแดง พริกชี้ฟ้าแดงส้ม ใบมะกรูดซอย ส้มจี๊ด และผักชีอย่างละเล็กน้อยสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมและวิธีทำเครื่องแกงกะปิ                                              พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ พริกจินดาแดง 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทย 2 ช้อนโต๊ะ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ โขลกรวมกันให้ละเอียด วิธีทำ ทอดหมูสามชั้นหั่นชิ้นเล็กจนเหลือง ตักขึ้น พักไว้ ใส่น้ำมันในกระทะ ใส่เครื่องแกงกะปิลงผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่หมูสามชั้นที่ทอดแล้วลงผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ใส่หอมแขก พริกชี้ฟ้าเขียวแดง ตะไคร้ และใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ใส่น้ำมะนาวและน้ำส้มจี๊ด ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยกระเทียมโทน หอมแดง พริกจินดาแดง พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูดซอย ส้มจี๊ด และผักชี

  เมนูกินเล่นเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟขาหมูเยอรมันทอดจนหนังกรอบกับเครื่องเมี่ยงที่มีพืชผักสมุนไพรครบครัน ห่อด้วยผักครบรสอร่อยในคำเดียว   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) ขาหมูเยอรมัน 1 ขา น้ำมันพืชสำหรับทอด เครื่องเมี่ยง : มะนาว หอมแดง ขิง (หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กให้เท่ากัน) ถั่วลิสงคั่ว กระเทียมกลีบเล็ก พริกขี้หนู สำหรับเสิร์ฟ : น้ำจิ้มซีฟู้ด ผักกาดคอส และผักสลัดบัตเตอร์เฮด   วิธีทำ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อน ใส่ขาหมูลงทอดให้สุกเหลืองทั่ว ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จัดขาหมูใส่จานใบใหญ่พร้อมเครื่องเมี่ยงที่หั่นไว้ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด ผักกาดคอส และบัตเตอร์เฮด 

  หมูย่างเนื้อนุ่มมีกลิ่นหอมของโรสแมรี่และน้ำมันมะกอก กินกับมันฝรั่งย่างทั้งเปลือกนุ่มเหนียว เข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) มันฝรั่งทั้งเปลือกหั่นชิ้นใหญ่พอดีคำ 4 หัว หมูสันคอและหมูสันนอกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำรวมกัน 500 กรัม กระเทียมบุบ 5 กลีบ น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วย โรสแมรี่ 3 กิ่ง เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบอย่างละ 1 ช้อนชา พริกคาเยนป่น หรือพริกป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ผสมกระเทียม น้ำมันมะกอก โรสแมรี่ เกลือ พริกไทย และพริกคาเยนรวมกัน ใส่เนื้อหมูลงหมักนานประมาณ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่า ต้มมันฝรั่งทั้งเปลือกให้สุกประมาณ 80 % พักไว้ให้เย็น เสียบมันฝรั่งกับไม้สลับกับเนื้อหมู ย่างบนเตาถ่านด้วยไฟแรงปานกลางจนหมูสุกและมีกลิ่นหอม

  เรามาทำหมูกรอบผัดกับซอสที่อร่อยมากกันเลยดีกว่า   ส่วนผสม หมูกรอบ 175-200 กรัม (หั่นชิ้นพอดีคำ) น้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องตำ 4 สหาย 1 ช้อนโต๊ะ (พริกไทย 1/2 ช้อนชา กระเทียมไทย 6 กลีบ รากผักชี 2 ราก ตะไคร้ 1/2 ต้น) หัวกะทิ 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา ซีอิ๊วจีนฉูปัง 1/2 ช้อนโต๊ะ (ใช้ซอสปรุงรสแทนได้) น้ำมันหอย 2 ช้อนชา เครื่องโปรย ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนูแดง ตะไคร้อ่อน กระเทียมเจียว และพริกทอดกรอบ วิธีทำ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมากพอสมควร รอจนน้ำมันร้อน (แต่ใช้ไฟกลาง) ใส่หมูกรอบที่หั่นไว้ลงทอดจนหนังฟูกรอบ ทอดนานเหมือนกัน หมูจะกรอบมาก แต่อย่าให้ไหม้ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน  เอาน้ำมันหมูใส่กระทะ ใส่ 4 สหายที่ตำไว้ลงผัดจนสุกส่งกลิ่นหอม ใส่ซีอิ๊วจีน น้ำมันหอย หัวกะทิ และน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน หรี่ไฟอ่อน ชิมรสสักหน่อยก็ได้ รสชาติจะจัดและกลมกล่อม ใส่หมูกรอบที่ทอดไว้ลงคลุกให้ทั่วถึง ตักใส่จาน โปรยปรายด้วยต้นหอม ผักชี ตะไคร้ กระเทียมเจียว พริกขี้หนูแดง และพริกทอดกรอบ อย่างหลังนี้ถ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นนะคะ เป็นหมูกรอบผัดที่รสชาติกลมกล่อมมาก เคี้ยวไปเจอตะไคร้ที่ปลูกเองยิ่งหอมชื่นใจ

  จะกินหมูกรอบก็ต้องเริ่มต้นที่การทำหมูกรอบ แต่สำหรับท่านที่ไม่อยากเสียเวลาตรงนี้ ข้ามไปอ่านวิธีทำหมูกรอบผัดตะไคร้ได้เลยนะคะ เนื่องจากหมูกรอบใช้เวลาทำนานมาก เรามักจะทำครั้งละ 1-2 กิโลกรัม บ้านเราทำแบบไม่ตากแดด แต่ใช้ฝาครอบเทอร์โบแทนค่ะ   ส่วนผสม หมูสามชั้นวัยละอ่อน หนังบาง มันน้อย 1-2 กิโลกรัม เกลือพอสมควร น้ำปลาประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ (แล้วแต่ปริมาณหมู) น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่ชอบก็ละได้) น้ำส้มสายชูเล็กน้อย วิธีทำ ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นเท่าๆ กัน อาจจะยาวประมาณ 3 นิ้ว ต้มในหม้อ ใส่ตั้งแต่น้ำเย็น พอน้ำเดือดเติมเกลือ ชิมให้ได้รสเค็มพอเหมาะ คอยช้อนฟอง ต้มนานเท่าที่จำเป็น ถ้าหมูวัยกระเตาะก็ต้มแค่ 20 นาที ถ้าหมูแก่หน่อยก็ต้ม 40 นาที ถ้าหมูวัยกลางสุกรก็ปล่อยไว้ที่เขียง อย่าพาเข้าบ้าน ตักชิ้นหมูขึ้นมา ส่วนน้ำต้มหมูเอาไปทำแกงจืดได้ บั้งหนังหมูเป็นลายข้าวหลามตัด บั้งให้ถี่ ห่างแค่ 3 มิลลิเมตร บั้งลึกเท่าความหนาของหนัง (อันนี้สำคัญนะคะ บั้งบางไปจะหนืด บั้งลึกไปจะไม่สวย) ทาเนื้อหมูด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำมันหอย และผงพะโล้ ทาหนังหมูด้วยน้ำส้มสายชู จัดใส่กล่องให้ด้านหนังโผล่ขึ้นมา ไม่ต้องปิดเพื่อให้หนังแห้ง แช่ตู้เย็นไว้อย่างน้อย 1 คืน วันรุ่งขึ้น เอาหมูวางเรียงในหม้อ ปิดอบด้วยฝาครอบเทอร์โบ ตั้งอุณหภูมิแค่ 125 องศาฟาเรนไฮต์ อบจนหนังหมูแห้งใสประมาณ 90-120 นาที หรือพอขอบๆ เริ่มเปลี่ยนสี เอาออกมาวางผึ่งให้เย็น ตั้งกระทะแบบจีน ใส่น้ำมันกะแค่พอท่วมหนังหมู รอจนน้ำมันร้อน เอาหมูอบที่เย็นสนิทแล้วใส่ตะแกรง วางด้านหนังลงหาน้ำมัน หย่อนตะแกรงลงให้หนังหมูโดนน้ำมัน จะได้ยินเสียงหนังหมูแตกตัวอย่างไพเราะ แต่น้ำมันไม่กระเด็นเลย ทอดรอบละ 3-4 นาที หนังหมูก็จะฟู อย่าให้เหลืองจัด เพราะเราจะทอดอีกครั้ง พักไว้ให้เย็น หยิบออกมาเท่าที่จะใช้ผัด ที่เหลือเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา เวลาจะกินค่อยทอดอีกครั้ง ยิ่งเก็บไว้นานจะยิ่งกรอบ ไม่ต้องปิดฝากล่องนะคะ หมูจะแห้งไปเรื่อยๆ และเดี๋ยวเรามาดูกันว่าหมูกรอบที่ทำเก็บไว้นั้นจะสามารถนำไปทำอาหารจานอร่อยอื่นๆ อะไรได้อีก...

  เมนูนี้เหมือนข้าวหน้าเนื้อ เมนูประจำบ้านชาวญี่ปุ่นที่ทำง่ายและอร่อย แต่สูตรนี้ใช้หมูสามชั้นสไลซ์บางแทน ผัดกับซอสโชยุผสมสาเกและมิริน น้ำขลุกขลิก หอมกลิ่นขิงอ่อนๆ ราดข้าว กินกับขิงดอง   ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่) หมูสามชั้นสไลซ์บาง 300 กรัม น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ สาเก 1 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ มิริน 1 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่ขนาดกลางซอยบาง 1 หัว กระเทียมสไลซ์ 2-3 กลีบ ขิงขูด 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวญี่ปุ่นและขิงดองเค็มสำหรับเสิร์ฟ น้ำมันพืชเล็กน้อย วิธีทำ หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นขนาด 1-2 นิ้ว ผัดในกระทะสักครู่ (ไม่ต้องใส่น้ำมัน) ตักขึ้น พักไว้ ผสมน้ำ สาเก โชยุ และมิรินเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ เจียวกระเทียมกับน้ำมันพอหอม ใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดให้สุกใสเป็นสีน้ำตาล ใส่หมูสามชั้นที่ผัดไว้และส่วนผสมโชยุ ผัดสักครู่ให้มีน้ำขลุกขลิก ชิมรส (เพิ่มรสได้ตามชอบ) ใส่ขิงขูด ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟทันที ตักราดข้าว เสิร์ฟพร้อมขิงดอง

  ร่วมใจกันทำโครงการดีๆ แล้วสามเชฟจากร้าน “ครก” และร้านมิชลินสตาร์ “80/20” ก็ยังใจดี เผยสูตรเด็ดความอร่อยของเมนู น้ำตกคอหมูย่าง ให้เราได้ลองเอาไปทำตามกันอีกด้วยคะ   ส่วนผสมและวิธีทำคอหมูย่าง (สำหรับ 2-4 ที่) คอหมู 500 กรัม น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร เกลือ 55 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม หอมหัวใหญ่ 2 หัว กระเทียม 1 กลีบ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน (ยกเว้นคอหมู) ต้มให้เดือด คนให้น้ำตาลและเกลือละลาย พักไว้ให้เย็น แช่คอหมูลงในส่วนผสมน้ำเกลือนาน 40 นาที ล้างด้วยน้ำสะอาดและซับน้ำให้แห้ง ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย โรยพริกไทยดำบดบนคอหมู ย่างบนกระทะให้สุกสีเหลืองสวยทั้ง 2 ด้าน ส่วนผสมและวิธีทำซอสพริกย่างกับข้าวคั่วบด พริกชี้ฟ้าแดง (ย่างและลอกเปลือกออก) 200 กรัม หอมแดง 100 กรัม กระเทียม 80 กรัม พริกแดงจินดา 50 กรัม ข้าวคั่ว 30 กรัม น้ำเปล่า 150 มิลลิลิตร หั่นหอมแดง กระเทียม และพริกหยาบๆ ผัดหอมแดงพอนุ่ม ใส่กระเทียม ผัดต่อจนนุ่ม ใส่พริกและน้ำ ต้มต่อพองวด ใส่ข้าวคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว พริกไทยดำ ตักใส่ขวดบีบ เตรียมไว้ ส่วนผสมและวิธีทำยำ หอมแดง 20 กรัม ผักชีฝรั่ง 10 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 5 กรัม เกลือ น้ำตาลทราย และน้ำมะนาวอย่างละเล็กน้อย ซอยส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียด แล้วแช่พริกชี้ฟ้าซอยไว้ในน้ำเย็นจัดเพื่อให้ม้วนสวยงาม ใส่ลงในอ่างผสม ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และน้ำมะนาวอย่างละเล็กน้อย ส่วนผสมและวิธีทำสต๊อกหมู กระดูกหมู 1 กิโลกรัม หอมหัวใหญ่ผ่าสี่ 300 กรัม กระเทียมผ่าครึ่ง 200 กรัม น้ำเปล่า 3 ลิตร ย่างหรืออบกระดูกหมู หอมหัวใหญ่ และกระเทียมจนเป็นสีน้ำตาล ใส่ลงในหม้อสต๊อก ใส่น้ำ ต้มให้เดือด ต้มต่อด้วยไฟอ่อนนาน 5-6 ชั่วโมงจนงวดลงเหลือ 2/3 ส่วน กรองน้ำเก็บไว้ ส่วนผสมและวิธีทำซอส Spicy Pork Jus น้ำสต๊อกหมู 500 มิลลิลิตร หอมแดง 180 กรัม กระเทียม 120 กรัม รากผักชี 60 กรัม ผักชีฝรั่ง 20 กรัม ข้าวคั่ว 80 กรัม พริกป่น น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะนาวสำหรับปรุงรส หั่นหอมแดง กระเทียม และรากผักชีหยาบๆ ผัดหอมแดงจนเป็นสีน้ำตาล ใส่กระเทียมและรากผักชี ผัดต่อจนเป็นสีน้ำตาลทั่ว ใส่น้ำสต๊อกหมู ต้มต่อจนเดือด ใส่ผักชีฝรั่งและข้าวคั่ว ชิมแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าวพริกป่น กรองซอสเตรียมไว้ เมื่อจะเสิร์ฟชิมและปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำมะนาว วิธีจัดจาน วางข้าวเหนียวนึ่งลงบนจาน สไลซ์คอหมูย่างให้เป็นชิ้นบางสวย วางบนข้าวเหนียว ตักยำราดบนคอหมูย่าง โรยข้าวคั่วเล็กน้อย บีบซอสพริกย่างกับข้าวคั่วบดลงบนจานข้างๆ ข้าวเหนียว ตักซอส Spicy Pork Jus ใส่จาน เสิร์ฟ

  เมนูนี้เลิศมาก ใช้เนื้อหมูสามชั้นต้มที่เหลือจากการทำหมูกรอบผัดกับน้ำพริกเผา ปรุงรสให้จัดๆ หน่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนหยุดไม่อยู่   ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) หมูสามชั้นต้มสุก 500 กรัม พริกขี้หนู 10 เม็ด กระเทียมกลาง 5 กลีบ หอมหัวใหญ่ซอย 1/2 หัว พริกหวานแดงหั่นชิ้นใหญ่ 1/4 ลูก พริกหวานเหลืองหั่นชิ้นใหญ่ 1/4 ลูก ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น น้ำพริกเผา 2 1/2  ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 1/2   ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ หั่นหมูสามชั้นต้มเป็นชิ้นใหญ่เตรียมไว้ ตำพริกขี้หนูกับกระเทียมเข้าด้วยกันพอแหลก ผัดพริกกระเทียมที่ตำไว้กับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสามชั้นลงผัดให้เหลือง ใส่หอมหัวใหญ่และพริกหวาน  ใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำ ผัดให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมหั่นท่อน ผัดเร็วๆ ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ

เราได้ชิมฝีมือการผัดพาสตาอร่อยเด็ดของเชฟกฤช ประเทืองสุข ในสมัยที่ประจำอยู่ห้องอาหารอิตาเลียนรอสซินีส์มาแล้ว ปัจจุบันเชฟรับบทบาทใหม่เปลี่ยนแนวมาทำอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่ห้องอาหารไทยเบซิล   เชฟกฤชหนุ่มชาวกรุงเทพฯ เป็นคนช่างกินและชื่นชอบการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้เรียนทำอาหารตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ด้วยความชอบอาหารของเชฟก็ชนะทุกสิ่ง หลังเรียนจบปริญญาโทที่เมือง L.A. ประเทศสหรัฐอเมริกา เชฟจึงเริ่มต้นเส้นทางสู่ห้องครัวด้วยการทำงานในร้านอาหารไทย แม้ว่าการเป็นพนักงานเสิร์ฟจะได้ค่าตอบแทนมากกว่า แต่ด้วยใจที่รักและความชอบตั้งแต่เด็กก็ทำให้เชฟอดทนทำงานหนักในครัวได้ เมื่อรู้ตัวว่าตัดใจไม่ได้แล้วเชฟจึงไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจัง จากนั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรในเครือของเชฟดัง “โทมัส เคลเลอร์” และร้านอาหารอิตาเลียนก่อนจะกลับมาทำงานที่เมืองไทย     ตั้งแต่เชฟกฤชย้ายมาทำงานที่ห้องอาหารไทยเบซิลก็ได้ปรับปรุงเมนูและเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของร้านให้ทันสมัยขึ้น โดยคิดจากเมนูที่เชฟชอบกินและเมนูที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นเมนูที่มีความหลากหลายมากกว่าผัดไทยหรือแกงเขียวหวาน ซึ่งจะทำให้คนอยากลองชิม    อย่างเช่นจานพิเศษในฉบับนี้เชฟไม่ได้ทำขายทุกวัน ถ้าอยากชิมต้องโทรจองล่วงหน้า เชฟอธิบายไอเดียของจานนี้คือบาร์บีคิวสไตล์อเมริกันผสมรสชาติของไทยล้านนา เชฟนำซี่โครงหมูไปซูวีดพร้อมซอสแกงฮังเลข้นๆ จนเข้าเนื้อและรมควันด้วยชาอัสสัมหรือชามาซาลาเพื่อให้มีกลิ่นเชื่อมโยงถึงต้นกำเนิดของแกงฮังเลที่มาจากพม่าและอินเดีย เสิร์ฟกับมะม่วงสะนาบหรือยำมะม่วงของชาวไทใหญ่คล้ายของภาคกลาง แต่จะใส่งาคั่วและกระเทียมเจียว องค์ประกอบสุดท้ายในจานนี้คือซอสกระเทียมดองที่เชฟไม่ได้ใส่ในแกง แต่แยกออกมาเป็นซอสโฟมนุ่มเบาเสิร์ฟคู่กันในแบบสากล ได้ทั้งกลิ่นและรสแบบไทยๆ เป็นการเสิร์ฟเมนูที่ปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี    จานนี้ถือว่าเป็นเมนูที่ผ่านการคิดมาหลายชั้น ส่งผ่านฝีมือของเชฟผู้มีแรงบันดาลใจในการทำอาหารอย่างเต็มเปี่ยม     ซี่โครงหมูรมควันเคลือบซอสแกงฮังเล มะม่วงสะนาบ และซอสกระเทียมดอง ส่วนผสมและวิธีทำซอสแกงฮังเล (สำหรับ 4 ที่) หอมแดงซอย 100 กรัม ข่าซอย 50 กรัม ตะไคร้ซอย 50 กรัม กระเทียมซอย 25 กรัม พริกชี้ฟ้าแห้ง 10 กรัม พริกขี้หนูแห้ง 3 เม็ด ขิงซอย 25 กรัม มะเขือเทศสไลซ์ 100 กรัม ขมิ้นป่น 2 ช้อนชา ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา ลูกผักชีป่น 1 ช้อนชา อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2  ช้อนชา น้ำมะขามเปียก 20 กรัม น้ำตาลปี๊บ 10 กรัม น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 100 มิลลิลิตร น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร กะปิ 20 กรัม วิธีทำซอสแกงฮังเล หั่นและแช่พริกชี้ฟ้าแห้งในน้ำอุ่นจนนุ่ม ผสมขมิ้นป่น ยี่หร่าป่น ลูกผักชีป่น พริกไทยป่น และอบเชยป่นเข้าด้วยกัน พักไว้ ตำพริกชี้ฟ้ากับหอมแดง ข่า ตะไคร้ กระเทียม ขิง และกะปิ ตำหยาบๆ ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่พริกแกงลงผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่ส่วนผสมเครื่องเทศแห้งลงผัด ใส่มะเขือเทศ เติมน้ำ และปรุงรส ต้มจนเดือดและลดไฟเบา ต้มจนมะเขือเทศนุ่มและน้ำงวด ปิดไฟ ปั่นจนละเอียดและกรอง พักไว้ ส่วนผสมซี่โครงหมู ซี่โครงหมูทั้งแผงขนาดกระดูกยาว 4 นิ้ว (สำหรับบาร์บีคิว 1 แผง) ซอสแกงฮังเล 50 กรัม เกลือ 10  กรัม ใบชาอัสสัม 5 กรัม กระวานเทศ (Cardamom) 2 กรัม กานพลู 2 กรัม โป๊ยกั๊ก 2 กรัม อบเชย 2 กรัม ขิงสับ 20 กรัม วิธีทำ โรยเกลือบนซี่โครงหมูให้ทั่ว ใส่ในถุงสุญญากาศพร้อมซอสแกงฮังเลประมาณ 150 มิลลิลิตร ปิดปากถุงให้สนิท ซูวีดที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสนาน 20 ชั่วโมง ตัดปากถุงและซับซี่โครงหมูให้แห้ง ใส่ซี่โครงหมูไว้ในภาชนะก้นลึก รมควันซี่โครงหมูโดยเผาถ่านก้อนเล็ก 1 ก้อนใส่ไว้ในชาม ผสมใบชา กระวานเทศ อบเชย กานพลู และโป๊ยกั๊ก ตำรวมกัน เทลงบนถ่านที่กำลังไหม้ นำถ้วยที่ใส่ถ่านไปวางไว้ในภาชนะที่ใส่ซี่โครงหมู ปิดฝาให้สนิท พักไว้ 30 นาทีจนกลิ่นของใบชาและเครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อหมู ส่วนผสมมะม่วงสะนาบ มะม่วงดิบเปรี้ยวซอยเป็นเส้น 2 ผล กะปิ 2 ช้อนชา กระเทียมเจียว 2 ช้อนชา งาคั่ว 2 ช้อนชา ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนชา กุ้งแห้งป่น 2 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ผสมกะปิกับน้ำจนละลายเข้ากันดี เทส่วนผสมทั้งหมดลงในชาม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ส่วนผสมซอสกระเทียมดอง กระเทียมดองแกะเปลือก 50 กรัม ไข่ขาว 2 ฟอง น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 250 มิลลิลิตร วิธีทำ ปั่นกระเทียมดองกับไข่ขาว น้ำกระเทียมดอง และน้ำเชื่อมจนละเอียด ค่อยๆ เทน้ำมันพืชใส่โถปั่นทีละนิด (คล้ายการทำมายองเนส) หากข้นให้ผสมน้ำเย็นเพื่อให้ปั่นได้ง่ายขึ้น ปั่นจนเนียน พักไว้ในตู้เย็น วิธีเสิร์ฟ ย่างซี่โครงหมูบนเตาถ่านให้เกรียมและมีกลิ่นหอม ทาซอสแกงฮังเลให้ทั่วซี่โครงหมู โรยขิงสับ เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสะนาบและซอสกระเทียมดอง

  หมูผัดพริกหวานดูจะเป็นเมนูฝรั่งไปหน่อย แต่รสชาติออกจีนๆ เครื่องปรุงหลักจะเป็นพวกซีอิ๊วขาว เหล้าจีน และงา เนื้อหมูหมักกับแป้งและเครื่องปรุงก่อนนำมาผัดเพื่อให้เนื้อหมูนุ่ม   ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 200 กรัม ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงเอาเมล็ดออกแล้วสับ 1 เม็ด พริกหวานแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ลูก ซุกกินีหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ผล น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ หมักเนื้อหมูกับซีอิ๊วขาว พริกไทย และแป้งข้าวโพด ปิดด้วยพลาสติกห่ออาหาร แช่เย็นไว้ 30 นาที ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนร้อน นำเนื้อหมูหมักลงทอดพอสะดุ้งไฟประมาณ 2 นาที ตักขึ้น ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน พอร้อนใส่พริกชี้ฟ้า กระเทียม พริกหวาน ซุกกินี และเนื้อหมูที่ทอดไว้ ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ผัดจนสุกทั่ว ใส่เหล้าจีนและงาขาว ตักขึ้น เสิร์ฟเนื้อหมูผัดร้อนๆ พร้อมข้าวสวยหรือบะหมี่

วัฒนธรรมอาหารจีนกับไทยมีความใกล้เคียงกันอยู่ หมูปิ้งสูตรนี้ก็เลยขอหมักในสไตล์หมูแดงแบบอาหารจีน แต่เสียบไม้ปิ้งย่างเหมือนหมูย่างสไตล์ Street Food ของบ้านเรา     ส่วนผสม สันในหมูสไลซ์ 300 กรัม น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อเต้าหู้ยี้ 2 ช้อนชา น้ำเต้าหู้ยี้ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสบาร์บีคิว (Char Siu Sauce) 1 ช้อนโต๊ะ โชยุ 2 ช้อนชา กระเทียมบด 1 กลีบ ขิงบด 1 ช้อนชา ผงพะโล้ 1 ช้อนชา เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/4 ช้อนชา พริกป่นเกาหลี 2 ช้อนชา  วิธีทำ   นำส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นเนื้อหมู) ผสมเข้าด้วยกัน นำไปหมักเนื้อหมู พักไว้ในตู้เย็นนาน 1 คืน แช่ไม้ที่ใช้สำหรับเสียบชิ้นหมูในน้ำเป็นเวลา 1 ชั่วโมง นำชิ้นหมูมาเสียบไม้ ย่างหมูด้วยไฟอ่อนจนสุกดี รับประทานร้อนๆ

  เนื้อหมูส่วนซี่โครงติดสามชั้นมีทั้งเนื้อและมัน นำมาหมักเป็นแหนมให้มีรสเปรี้ยว แล้วย่างด้วยถ่านจนมีกลิ่นหอมและผิวเกรียมสวย กินกับน้ำจิ้มที่ทำจากขิงปั่นละเอียดและเครื่องเคียงอย่างถั่วลิสงและพริกซอย   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) เนื้อส่วนซี่โครงติดสามชั้น 1 กิโลกรัม เกลือทะเล 15  กรัม น้ำตาลทราย 10 กรัม พริกไทยดำบด 3 กรัม กระเทียมจีน 100 กรัม ข้าวเหนียวนึ่ง  100 กรัม ส่วนผสมน้ำจิ้ม ขิง น้ำตาลปี๊บ ถั่วลิสง น้ำมะนาว ปั่นรวมกันจนละเอียด   วิธีทำ หมักหมูทำแหนมโดยผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ใส่ถุง รัดให้แน่น ไม่ให้มีอากาศเข้า เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องนาน 5 วัน ย่างแหนมซี่โครงบนเตาให้สุก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม ถั่วลิสง ขิงซอย และพริกซอย