ป้าเจี๊ยบได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “ยายเจี๊ยบ” มา 4 ปีกว่าแล้วนะคะ น้องแพรมีลูกชายชื่อพีแคน ช่างเจรจามาก พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ ทั้ง ร ล และคำควบกล้ำ ภาษาอังกฤษก็สำเนียงดี สื่อสารกันรู้เรื่อง  พีแคนมีแฟนคลับติดตามทางโซเชียลจำนวนไม่น้อยเลย   ป้าเจี๊ยบตั้งตัวเป็นนายกสมาคมหลงหลานเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด เล่นด้วยกันแทบทุกวัน พีแคนคุยกับยายได้ทุกเรื่อง ส่วนยายจะเข้าใจหรือไม่นั้นเป็นปัญหาของยาย…ฮา!   ป้าเจี๊ยบทำอาหารทั้งคาวและหวานมากมายหลายชนิดเลี้ยงสมาชิกครอบครัวและญาติมิตร ทุกคนกินได้ไม่มีเกี่ยงงอน แต่พีแคนกินยากมาก   หลังจากสังเกตพฤติกรรมการกินของพีแคนมาระยะหนึ่งก็จับทางได้ว่าพีแคนไม่ชอบกินของที่นิ่มๆ เละๆ แฉะๆ อย่างข้าวต้องเป็นเม็ดสวยๆ กับข้าวก็แห้งๆ ของกินที่แข็งหรือกรอบจะกินได้ดี ชอบกินปลา ถั่วและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์   ป้าเจี๊ยบอยากทำของที่พีแคนจะกินได้ดี จำได้ว่าตอนน้องแพรอายุเท่าพีแคน ป้าเจี๊ยบพาไปอยู่บนเกาะกลางทะเลอันดามัน 2 สัปดาห์ อาหารที่น้องแพรสั่งกินทุกมื้อคือแพนเค้ก ป้าเจี๊ยบคิดว่าพีแคนน่าชอบเหมือนแม่ ลองทำให้กินก็ปรากฏว่ากินนิดเดียว…เลิก!   และแล้วความคิดเรื่องแพนเค้กกรอบก็แวบขึ้นมาในสมอง ทำเลยสิคะ   ป้าเจี๊ยบเตรียมชามแห้งมีแป้งสาลีอเนกประสงค์ 75 กรัม แป้งข้าวโพด 35 กรัม แป้งข้าวเจ้า 35 กรัม น้ำตาลทรายละเอียด 35 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา และผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี   ตามด้วยทำชามเปียกมีนมสดรสจืด 90 กรัม ไข่ไก่เบอร์สาม 1 ฟอง น้ำมันคาโนล่า 1 1/2  ช้อนโต๊ะ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันแล้วเทลงในชามแห้ง คนต่อไปจนน้ำตาลทรายละลายหมดและส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เทผ่านกระชอนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนที่เป็นก้อนหลงเหลืออยู่ จึงนำส่วนผสมใส่ในถุงพลาสติกทรงกรวย รัดปากถุงให้แน่น   ป้าเจี๊ยบตั้งกระทะเทฟลอนก้นแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้วบนเตาที่เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน เมื่อลองเอามืออังเหนือกระทะแล้วรู้สึกร้อนก็ใช้กรรไกรตัดปลายถุงบีบออกนิดนึง กะว่าบีบออกมาได้เส้นขนาดไหมพรม   ลงมือบีบถุงวนๆ ในกระทะคล้ายๆ สานใยแมงมุม พอได้ครบวงก็รอประมาณ 2 นาทีแล้วใช้พายซิลิโคนแซะแผ่นแพนเค้กเบาๆ ด้านหนึ่ง เอามือจับม้วนเป็นหลอดตอนที่แป้งยังร้อนและนิ่มอยู่ แล้วยกออกจากกระทะมาวางพักในถาด ป้าเจี๊ยบทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนแป้งหมด ได้แพนเค้กม้วนประมาณ 30 ชิ้นค่ะ   ป้าเจี๊ยบยกถาดแพนเค้กม้วนเข้าเตาอบที่เปิดปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มความร้อน 100 องศาเซลเซียส ปุ่มเวลา 25 นาที พอได้ยินเสียงติ๊งก็นำออกมาพักไว้จนเย็นสนิทจึงจัดเรียงใส่กล่อง   ปรากฏว่า “แพนเค้กกรอบ” ได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแม่และเด็ก...เย้!

  แอปเปิลฟริตเตอร์ หรือแอปเปิลชุบแป้งทอด แป้งเนื้อเบานุ่มโรยไอซิงรสหวานฉ่ำ   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) แอปเปิลแดง 4-5 ผล น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เหล้ารัม 1/4 ถ้วย ส่วนผสมแป้ง ไข่ไก่ (แยกไข่ขาวและไข่แดง) 3 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม นมสด 1 ถ้วย  น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด น้ำตาลไอซิงสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ทำแป้งชุบทอดโดยตีไข่แดงกับส่วนผสมทั้งหมดจนเนื้อเนียนข้น (ถ้าข้นเกินไปเติมนมเพิ่ม) พักแป้งไว้ 30 นาที ปอกเปลือกและเจาะไส้แอปเปิลออก หั่นแอปเปิลเป็นแว่น เรียงบนถาด โรยน้ำตาลทรายและพรมด้วยเหล้ารัมให้ทั่ว พักไว้ 30 นาที ซับแอปเปิลให้แห้ง ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน นำมาตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงให้เข้ากัน นำแอปเปิลลงชุบส่วนผสมไข่ ทอดในน้ำมันร้อนท่วม ใช้ไฟแรงปานกลางจนสุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยน้ำตาลไอซิง

  เลมอนคุกกี้สไตล์อิตาเลียน รูปทรงแปลกตา ม้วนเป็นปม ราดเกลซไอซิงเลมอนกลิ่นหอมสดชื่น   ส่วนผสม (ประมาณ 30 ชิ้น) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 1 ฟอง น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย น้ำมันคาโนล่า 4 ช้อนโต๊ะ วิปปิงครีม 2 ช้อนโต๊ะ กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา ผิวเลมอนขูด 1 ผล น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมเลมอนเกลซ น้ำตาลไอซิง 1 ถ้วย น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ ผิวเลมอนขูดสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย วิธีทำ ผสมแป้งสาลี ผงฟู และเกลือป่นเข้าด้วยกัน พักไว้ ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายในเครื่องผสม ประมาณ 1 นาที ใส่น้ำมันคาโนล่า วิปปิงครีม กลิ่นวานิลลา ผิวเลมอน และน้ำเลมอน ผสมจนเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ผสมต่ออีก 1 นาที จนโดเนื้อเนียนนุ่มเหนียว ห่อด้วยพลาสติกแร็ป แช่เย็นไว้ประมาณ 15 นาที โรยแป้งบนโต๊ะเล็กน้อย ตัดแป้งโดเป็นก้อนกลมเล็กคลึงให้เป็นแท่งหนาประมาณ 1/2 นิ้ว และยาว 6-7 นิ้ว ม้วนโดให้ปลายแป้งสอดขัดกันให้เป็นปม วางเรียงบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข วางคุกกี้ให้ห่างกันประมาณ 1-2 นิ้ว นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 15-20 นาทีจนสุกเหลือง ยกออกจากเตา พักให้เย็นบนตะแกรง ทำเลมอนเกลซโดยผสมน้ำตาลไอซิงกับน้ำเลมอน คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ จุ่มคุกกี้ในเกลซให้เคลือบผิวหน้า วางเรียงบนตะแกรง พักไว้สักครู่ โรยด้วยผิวเลมอนขูด พักไว้จนเกลซอยู่ตัว

  จูซังเปี๊ยะ ขนมเปี๊ยะเปิดหน้าโดยใส่ไส้บนแป้งขนมเปี๊ยะ อบจนสุก เป็นขนมเปี๊ยะที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษในวันเชงเม้งที่จะมีปีละครั้ง เราสามารถทำเองได้   ส่วนผสมไส้ มันเทศนึ่ง 400 กรัม มันหมูแข็งเจียว 1/4 ถ้วย (จากมันหมูดิบ 175  กรัม) เนื้อหมูสามชั้นหั่นชิ้นเล็กเจียว 1/2 ถ้วย (จากหมูสามชั้นดิบ 130 กรัม) หอมแดงเจียวไม่กรอบ 1/4 ถ้วย กระเทียมเจียวไม่กรอบ 1/4 ถ้วย กุ้งแห้งป่น 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย ต้นหอมซอย 3 ต้น ผงพะโล้ 1 ช้อนชา งาขาวคั่ว 3 ช้อนชา ส่วนผสมแป้งขนมเปี๊ยะชั้นนอก แป้งสาลีอเนกประสงค์ 165 กรัม น้ำตาลทราย 35 กรัม น้า 1/4 ถ้วย น้ำมันพืช 40 กรัม ส่วนผสมแป้งขนมเปี๊ยะชั้นใน แป้งสาลีอเนกประสงค์ 165 กรัม น้ำมันพืช 65 กรัม วิธีทำ เตรียมไส้ขนมเปี๊ยะโดยบดมันเทศนึ่งให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่มันหมูเจียวและเนื้อหมูสามชั้นเจียว ผสมให้เข้ากัน ใส่หอมเจียว กระเทียมเจียว กุ้งแห้ง และผงพะโล้ ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่น้ำตาลทราย แป้งสาลีอเนกประสงค์ ต้นหอม และงาขาว ผสมให้เข้ากัน พักไว้ ทำแป้งชั้นนอกโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับน้ำตาล คนให้เข้ากัน ผสมน้ำกับน้ำมันพืชแล้วเทใส่แป้ง ผสมให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งชั้นในโดยผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับน้ำมันพืช นวดให้เข้ากัน พักไว้ นำแป้งชั้นนอกมานวดให้เนียน ห่อด้วยพลาสติกใส พักไว้ 30 นาที กดแป้งชั้นนอกให้แบน ใส่แป้งชั้นใน หุ้มให้มิด รีดแป้งให้เป็นแผ่น พับ 3 ทบแล้วรีดอีกครั้งให้บางเท่ากับถาดอบ นำแป้งใส่ถาดอบที่รองกระดาษรองอบไว้ กดให้เสมอกัน ใส่ส่วนผสมไส้ เกลี่ยให้เสมอกัน ใช้ที่ตัดตัดให้เป็นชิ้น นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เวลา 40 นาที นำขนมออกจากเตาอบ ทาไข่ให้ทั่ว โรยงาขาวอีกเล็กน้อย และต้นหอมซอย นำเข้าเตาอบต่ออีก 5 นาที ยกออกจากเตา พักขนมให้เย็น 

  เมนูกินเล่นที่ไม่ว่าใครก็กดไลค์ เพราะนอกจากจะทำง่ายแล้ว รสชาติยังเข้มข้น อิ่มอร่อยได้เต็มปากเต็มคำ   ส่วนผสม (สำหรับ 16 ตัว) เนื้อไก่บด 300 กรัม กุ้งสด 16 ตัว ไข่ไก่ 1 ฟอง แผ่นเกี๊ยว 16  แผ่น เห็ดเข็มทอง 100 กรัม รากผักชี กระเทียม พริกไทยตำละเอียด  1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ผักชีซอย 1 ต้นใหญ่ น้ำจิ้มซีฟู้ด พริกขี้หนูเขียว 10 เม็ด พริกขี้หนูแดง 2 เม็ด รากผักชี 1 ราก กระเทียม 5 กลีบ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ ตำพริกขี้หนู รากผักชี และกระเทียมเข้าด้วยกันให้ละเอียด ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน วิธีทำ เตรียมส่วนผสมไส้เกี๊ยวโดยผสมไก่บด ไข่ไก่ แป้งข้าวโพด รากผักชี กระเทียม และพริกไทยตำละเอียด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย ใส่ผักชีซอย ผสมให้เข้ากันทั่ว วางแผ่นเกี๊ยวบนเขียง ตักส่วนผสมไก่วางตรงกลาง วางกุ้งสด เห็ดเข็มทอง ใส่ส่วนผสมไก่ได้อีกครั้งแล้วห่อให้ติดกัน เรียงใส่จาน นำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 10 นาทีจนสุก ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวให้ทั่ว จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียวเล็กน้อย เสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

  ใครรักข้าวโพดต้องเมนูนี้ เป็นการประยุกต์พิซซาแป้งบาง ให้กลายเป็นพิซซาข้าวโพดแบบเต็มแผ่น เติมความอร่อยด้วยแฮม กินเพลินสุดๆ   ส่วนผสม ข้าวโพดต้ม 2 ฝัก ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 1 ฟอง แฮมหั่นชิ้นเล็ก 1/4 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ ชีสมอซซาเรลลาขูด 100 กรัม ออริกาโนแห้ง 1/2 ช้อนชา พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ฝานเมล็ดข้าวโพดใส่ชามผสม ใส่ไข่ไก่ เกลือ และพริกไทย คนให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพด แป้งสาลี ตามด้วยแฮมครึ่งหนึ่ง ผสมให้เข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อนพอน้ำมันร้อน เทส่วนผสมข้าวโพดใส่ เกลี่ยให้ทั่ว ปิดฝาไว้จนแป้งเริ่มสุก โรยชีสให้ทั่ว ปิดฝาอบต่อจนชีสละลาย ตักใส่จาน โรยออริกาโนแห้ง พาร์สลีย์สับ จัดใส่จาน ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟกับซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศ

  ด้วยรูปร่างกลมนูนของเกี๊ยวที่คล้ายกับเงินโบราณของจีน เกี๊ยวจึงเป็นอีกหนึ่งอาหารความหมายดี ที่นิยมรับประทานในโอกาสพิเศษ นอกจากการสื่อความหมายถึงทรัพย์สมบัติความร่ำรวยแล้ว เกี๊ยวยังเป็นอาหารที่กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย หลายครอบครัวที่มักจะมารวมตัวพบปะและช่วยกันห่อเกี๊ยวเพื่อนำไปปรุงรับประทานร่วมกันก่อนเวลาเที่ยงคืน   เกี๊ยวสูตรนี้มากับไส้หมูบด ตัวแป้งทำจากแป้งสาลี สามารถนำไปปรุงได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะต้ม ทอด นึ่ง หรือทำเป็นเกี๊ยวซ่าก็ได้เช่นกัน   ส่วนผสม ไส้เกี๊ยว เนื้อหมูบด 250 กรัม กระเทียม (บด) 2 กลีบ กุยช่าย (ซอย) 25 กรัม ต้นหอม (ซอย) 10 กรัม โชยุ 2 ช้อนชา เหล้าจีน 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา แป้งเกี๊ยว แป้งสาลี 270 กรัม + สำหรับนวล เกลือ 1/4 ช้อนชา น้ำร้อน 135 มิลลิลิตร น้ำจิ้ม โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 2 ช้อนโต๊ะ จิ๊กโฉ่ว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริก 2 ช้อนชา ขิง (ซอย)สำหรับเสิร์ฟ (ถ้าต้องการ) ต้นหอม (ซอย)สำหรับเสิร์ฟ (ถ้าต้องการ) วิธีทำ ทำแป้งเกี๊ยวโดยผสมแป้งสาลีกับเกลือในชามผสม ใส่น้ำร้อนตามลงไป ใช้ไม้พายคนเร็วๆ ให้ส่วนผสมจับตัวกันเป็นก้อน (ถ้าแป้งแห้งเกิน สามารถใส่น้ำเพิ่มได้เล็กน้อย) นวด 5-7 นาที จนแป้งเนียนดี ห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหาร พักแป้งที่อุณหภูมิห้อง 30 นาที แบ่งแป้งเป็น 32 ก้อน รีดเป็นแผ่นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9-10 เซนติเมตร ใช้มีดตัดแป้งเพื่อให้กลมดี นวลแป้งเล็กน้อย คลุมผ้าพักไว้ ทำไส้เกี๊ยวโดยผสมส่วนผสมทั้งหมดในชามผสม นวดให้เข้ากันดี ห่อเกี๊ยวโดยทาน้ำบางๆ ที่รอบตัวแป้งเกี๊ยว ตักไส้ลงตรงกลาง พับครึ่ง ไล่จีบ กดให้แน่นดี ทำซ้ำจนหมด ทำน้ำจิ้มโดยผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และจิ๊กโฉ่วเข้าด้วยกัน โรยหน้าด้วยน้ำมันพริก เสิร์ฟกับเกี๊ยวซ่า และเกี๊ยวทอด / ใส่ขิงเพิ่มเพื่อเสิร์ฟกับเกี๊ยวนึ่ง / เคล้ากับเกี๊ยวลวก โรยหน้าด้วยขิง และต้นหอมซอย ทอด : ตั้งน้ำมันที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ทอดเกี๊ยวประมาณ 2-3 นาทีจนสุกกรอบ และมีสีเหลืองทอง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้ เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม ต้ม : ตั้งน้ำให้เดือดดี ใส่เกี๊ยวลงไป คอยจนน้ำกลับมาเดือด ใส่น้ำลงไปเพิ่มประมาณ 1 ถ้วยตวง เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งตักเกี๊ยวออกมาใส่ในน้ำซอส โรยหน้าด้วยขิงและต้นหอม นึ่ง : จัดเรียงเกี๊ยวลงในลังถึง ฉีดน้ำบางๆ นึ่ง 5 นาที เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม โรยหน้าด้วยขิง เกี๊ยวซ่า : ใส่น้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย วางเกี๊ยวลงไป พอกระทะร้อนใส่น้ำลงไปแค่พอให้เคลือบกระทะ ปิดฝาทันที ลดไฟนึ่ง 3 นาที เปิดฝา ไล่น้ำออกจนหมด เขย่ากระทะเบาๆ เสิร์ฟเกี๊ยวซ่ากับน้ำจิ้ม

  ขิง...หนึ่งในสุดยอดอาหาร ป้าเจี๊ยบมีขิงติดบ้านตลอดเวลา ใช้ทำอาหารคาวสารพัดอย่าง และต้มน้ำขิงไว้ดื่มทุกวันเพื่อเพิ่มพลังร้อนรักษาสมดุลภายในร่างกาย  หากใช้ทำของหวานก็ใส่นิดหน่อยเพื่อกลิ่นและรส เช่น ใส่ในถั่วเขียวต้มน้ำตาล ไม่เคยนำขิงล้วนๆ มาทำของหวาน   แต่แล้วก็ต้องทำค่ะ เหตุเพราะมีหน้าโฆษณาในเฟซบุ๊กโผล่ขึ้นมา แสดงข้อความขายขิงแก่โดยตรงจากเกษตรกรจังหวัดน่าน ป้าเจี๊ยบกินขิงเป็นประจำอยู่แล้วและอยากช่วยเกษตรกร จึงสั่งจำนวนสูงสุดที่เกษตรกรจัดจำหน่ายพร้อมส่งให้ฟรีนั่นคือ 12+1 กิโลกรัม ถือว่าอย่างเยอะเลยนะคะ...อิอิ   2 วันหลังจากสั่งไปกล่องขนาดใหญ่ก็ส่งมาถึงบ้าน บรรจุขิงแก่อวบๆ สดใหม่สะอาดสะอ้าน เห็นปริมาณขิงแล้วนึกขำตัวเอง หาเรื่องให้ตัวเองยุ่งอีกแล้ว   ป้าเจี๊ยบแจกบรรดาเพื่อนบ้านไปบ้าง แบ่งใส่ถุงนำไปแช่แข็งเอาไว้ใช้ในอนาคตบ้าง ก็ยังเหลืออีกเยอะ มองดูขิงตรงหน้าสักพักก็เกิดไอเดียแปรรูปขิงเป็นลูกเต๋าขิงเชื่อม! สามารถเก็บได้นาน จะได้เอาไว้แจกญาติมิตรผู้อาวุโสทั้งหลายเวลาพบปะกัน   การปอกเปลือกขิงไม่ยากค่ะ หลังจากล้างให้สะอาดแล้วใช้ช้อนขูดผิวเบาๆ เปลือกก็หลุดออกมา ป้าเจี๊ยบหั่นขิงเป็นลูกเต๋าขนาด 1 เซนติเมตร จนได้เต็มกล่องพลาสติกขนาดจุ 1.5 ลิตร ปรากฏว่ามีเศษขิงจากการหั่นแบบนี้กองพะเนินเลยค่ะ ขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน ป้าเจี๊ยบเก็บใส่กล่องเอาไว้ใช้ทำอย่างอื่นต่อไป   ป้าเจี๊ยบเชื่อมโดยใส่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง และเกลือ 1 ช้อนชา ลงในกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนด้วยพายไม้จนเดือดและน้ำตาลละลายหมด ก็เทลูกเต๋าขิงลงไป  ต้มไปเรื่อยๆ จนเดือด แล้วลดไฟลงเป็นปานกลางค่อนข้างอ่อน หมั่นคนด้วยพายไม้เป็นระยะๆ เพื่อให้ลูกเต๋าขิงเจอน้ำเชื่อมอย่างทั่วถึงกัน ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ลูกเต๋าขิงเริ่มใสและน้ำเชื่อมมีความข้นเหนียว  ก็ปิดไฟ  พักไว้ให้เย็นสนิทแล้วจึงเทลงกระชอน ให้น้ำเชื่อมส่วนเกินไหลออกจนหมด   นำลูกเต๋าขิงมาใส่ชาม โรยน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง คลุกเคล้าให้เม็ดน้ำตาลเกาะลูกเต๋าจนทั่ว จากนั้นกระจายลงในกระด้งแล้วนำไปตากแดด ใช้เวลาตากแดด 2 วันก็แห้งตามที่ต้องการ ป้าเจี๊ยบทำแบบนี้หลายรอบจนได้ลูกเต๋าขิงเชื่อมกล่องใหญ่ และขิงสดพร่องไปเยอะ...เฮ้ออออ!   เศษขิงที่เหลือป้าเจี๊ยบนำมาหั่นได้เป็นแบบเส้นและแบบแผ่น เลยเอาไปเชื่อมต่อในน้ำเชื่อมที่เหลือ โดยเติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อยเพื่อลดความหนืด ได้ขิงเชื่อมเพิ่มอีก 2 แบบ และตากแดดวันเดียวก็แห้ง เพราะขนาดเล็กกว่า  สำหรับเศษที่รูปร่างและขนาดใช้การไม่ได้ก็ต้มเป็นน้ำขิงสิคะ...อิอิ   ขิง 3 รสบรรจุกล่อง จัดเป็นชุดๆ มีโอกาสได้แจกเพื่อนไปหลายคนแล้วค่ะ พอชิมแล้วคุณเธอทั้งหลายมักร้องว่า “โห...เผ็ดโลด ไหนว่า 3 รส เปรี้ยวหวานนิดเดียว” ป้าเจี๊ยบต้องบอกว่า “ผู้อาวุโสประสบการณ์สูง เหมือนขิงแก่ที่ต้องเผ็ดสิ!”...ฮา!  

Tag: ขิง

  ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) คอร์นเฟล็ก 250 กรัม ถั่วอบชนิดต่างๆ เช่น แมกคาเดเมีย เฮเซลนัต พิสตาชิโอ และอัลมอนด์ หรือรวมกันประมาณ 1 ถ้วย ลูกเกดและผลไม้แห้งรวมกัน 150 กรัม เนยเค็ม 70 กรัม นมข้นจืด 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ผงโกโก้ 2-3 ช้อนชา วิธีทำ ผสมคอร์นเฟล็กกับถั่วและลูกเกดใส่ในอ่างผสมใบใหญ่ พักไว้ ใส่เนย นมข้นจืด น้ำตาลทั้ง 2 ชนิด เกลือ และผงโกโก้ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ คนด้วยตะกร้อมือ จนน้ำตาลละลายดีและส่วนผสมเข้ากัน เทใส่คอร์นเฟล็กแล้วคลุกให้ทั่ว เทใส่ถาดที่รองกระดาษไข นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที ยกออกมาคนให้ทั่ว นำเข้าเตาอบต่ออีกประมาณ 15 นาทีจนเหลืองทั่ว ยกออกจากเตา คนจนส่วนผสมเย็นสนิท เก็บใส่กล่องปิดฝา

  ชวนมาทำมันหวานหนึบโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อเนียนละมุน รสหวานน้อยจะทำเป็นของฝากหรือเก็บไว้กินเองก็ดีไม่แพ้กัน   ส่วนผสม มันหวานญี่ปุ่น 500 กรัม วิธีทำ ล้างมันให้สะอาด เรียงในลังถึง นำไปนึ่งให้พอสุก นานประมาณ 15-20 นาที พักมันนึ่งให้เย็น ปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้น เรียงใส่ถาด นำไปอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ประมาณ 3 ชั่วโมง เก็บใส่กล่องปิดฝา หรือเก็บใส่ถุงที่สามารถชีลปากถุงได้ และเก็บใส่กล่องอีกที 

  หอมอร่อยกรุบกรอบไปกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เรานำผสมคลุกเคล้ากับน้ำมัน นม และเกล็ดของมะพร้าว เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้   ส่วนผสม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ผ่าซีก 200 กรัม                  น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ            นมมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ             น้ำตาลทรายธรรมชาติ 3/4 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา              เกล็ดมะพร้าวอบแห้ง 1 ถ้วย                  วิธีทำ ผสมเม็ดมะม่วงกับน้ำมันมะพร้าว และนมมะพร้าว คลุกให้ทั่ว ใส่เกล็ดมะพร้าว และน้ำตาลทราย คลุกให้ทั่ว เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้ทั่ว โรยน้ำตาลเล็กน้อย นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เวลา 20 นาทีให้สุกเหลือง น้ำตาลละลายเป็นเกล็ดๆ ยกลง พักไว้ให้เย็น 

  ขนมข้าวแบบญี่ปุ่น รสหวานเค็ม กลิ่นกุ้งแห้งและผักชีแบบไทยๆ ทำเก็บไว้เป็นของว่าง กินก็ง่าย ทอดเสร็จแล้วนำไปย่างไฟอ่อนให้แห้งอีกครั้งยิ่งอร่อยมากขึ้น   ส่วนผสม แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย ข้าวสวยตำ 1/3 ถ้วย      เกลือป่น 1/8 ช้อนชา  น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ ผักชีซอยละเอียด 1 ต้น ส่วนผสมซอส ซอสโชยุ 1/4 ถ้วย น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เตรียมซอสโดยผสมซอสโชยุกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน พักไว้ ผสมแป้งข้าวเหนียว ข้าวสวยตำ และน้ำเปล่า คลุกให้เข้ากัน ใส่เกลือ น้ำตาล ผักชีซอย และกุ้งแห้งป่น คลุกให้เข้ากัน ใส่ถุงพลาสติกแล้วรีดให้เป็นแผ่น กดให้เป็นชิ้นวงกลม ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟอ่อน นำข้าวลงทอดให้เหลืองทั้ง 2 ด้าน  ทาด้วยซอสที่ทำไว้ ทอดต่อให้หอม ตักขึ้น ตกแต่งด้วยสาหร่ายกดเป็นลวดลาย จัดเสิร์ฟ

  เมนูทำง่ายสำหรับใครที่อยากหาของว่างทานเล่นระหว่างวัน รสชาติเข้มข้น เคี้ยวมัน กินเพลิน   ส่วนผสม ข้าวโพดฝานเมล็ดลวก 2  ถ้วย เนื้อกุ้งสับหยาบ 3/4 ถ้วย รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย      น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ใส่แป้งสาลี น้ำเปล่า และไข่ไก่ คนให้เข้ากัน ผสมข้าวโพด กุ้งสับ ซอสหอยนางรม และส่วนผสมรากผักชีโขลก คลุกให้เข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟกลางรอจนร้อน ตักส่วนผสมข้าวโพดใส่ลงทอดให้สุกเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟกับน้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มตามชอบ

  มันฝรั่งทอดในรูปแบบแท่ง ที่ผสมเพิ่มความหอมมันจากชีส กินสะดวกอร่อยเพลิน จับคู่กับซอสตามความชอบได้เลย   ส่วนผสม มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นชิ้นเล็ก 3 หัว พริกไทยป่น 1 ช้อนชา โหระพาซอย 1/2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ชีสเชดดาร์ขูด 3/4 ถ้วย ผงปาปริกา 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ต้มมันฝรั่งให้สุกนุ่มใส่ชามผสมแล้วบดให้ละเอียด ใส่พริกไทยป่น เกลือ และผงปาปริกาผสมให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดและโหระพาซอย ผสมให้เข้ากัน ใส่ชีสเชดดาร์คลุกให้เข้ากัน   ปั้นมันฝรั่งเป็นแท่งยาวเรียงใส่ถาดไว้ แช่เย็นไว้ 1 ชั่วโมง ตั้งหม้อใส่น้ำมันใช้ไฟกลางรอจนร้อนจัด ใส่มันฝรั่งลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟกับซอสตามชอบ

  กินพิซซาแบบไม่ง้อแป้ง ด้วยเมนูพิซซามันฝรั่ง ของว่างยามหิวที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ อร่อยพอดีคำเลยล่ะ   ส่วนผสม มันฝรั่ง 2 หัว ซอสมะเขือเทศ 1/3 ถ้วย ผัก 3 สีแช่แข็ง 1 ถ้วย เนื้อไก่ย่างหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย ชีสมอซซาเรลลาขูด 1/2 ถ้วย วิธีทำ หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนา 0.5 เซนติเมตร เรียงใส่ถาดอบ ทามันฝรั่งด้วยซอสมะเขือเทศให้ทั่ว วางเนื้อไก่ย่างลงไป ตามด้วยผัก 3 สี โรยชีสมอซซาเรลลาแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 15 นาทีหรือจนสุก ยกออกจากเตาจัดใส่จานเสิร์ฟ

  พาสตานอกจากจะทำอาหารหลักแล้ว ยังทำเป็นของว่างไว้กินเล่นได้อีก เช่น กรอบเค็ม ที่ใช้สาม เกลออย่างรากผักชี กระเทียม พริกไทยตำรวมกันผัดเป็นคาราเมล คลุกกับพาสตาทอดกรอบก็อร่อยได้เพลินๆ    ส่วนผสม พาสตารูปโบว์แห้ง 200 กรัม รากผักชี กระเทียม พริกไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3  ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/3 ถ้วย ผักชีซอย 1 ต้น น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด วิธีทำ ตั้งน้ำต้มพาสตาประมาณ 10 นาที ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ   ตั้งหม้อน้ำมันให้ร้อน ใส่พาสตาลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่สามเกลอลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา แล้วเคี่ยวต่อจนเหนียวข้น ใส่พาสตาทอดลงคลุกให้เข้ากันจนแห้ง โรยผักชีซอย คลุกให้ทั่ว ตักใส่จาน

  ข้าวเหลือก้นหม้อ หรือกินไม่หมด นำมาตากหรืออบแห้ง ทอดเป็นข้าวตังกรอบๆ รับประทานกับหน้ากะทิรสกลมกล่อม อาหารว่างของไทยที่เหมาะกับการแบ่งปันบนโต๊ะอาหาร หรือรับประทานในเวลาน้ำชายามบ่าย   ส่วนผสม เนื้อกุ้ง  1/2 ถ้วย เนื้อหมู 1/4   ถ้วย กะทิ  1 ถ้วย รากผักชีซอย 1 ราก เม็ดพริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา กระเทียมซอย 1 กลีบ ถั่วลิสงคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งเม็ดเล็ก  2 เม็ด หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ  2  ช้อนโต๊ะ ข้าว  1 1/2 ถ้วย ผักชีสำหรับตกแต่ง พริกชี้ฟ้าซอยสำหรับตกแต่ง น้ำมันรำข้าวสำหรับทอด วิธีทำ เตรียมข้าวตังโดยเกลี่ยข้าวหุงสุกให้เป็นแผ่นกลมบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข สามารถใช้พิมพ์วงกลมเพื่อให้ได้ขนาดที่เป็นมาตรฐาน นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 90 นาที (กลับด้านเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งทาง) ข้าวตังจะแห้งสนิท พักให้เย็นลง ตั้งน้ำมันที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส นำข้าวตังลงทอดให้กรอบดี นำพริกแห้งแช่น้ำให้นุ่มดีแล้วกรีดเอาเมล็ดออก นำไปโขลกพร้อมกับรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้แหลกดี สับเนื้อกุ้งและเนื้อหมูบดเข้าด้วยกัน นำกะทิตั้งไฟเคี่ยวให้พอแตกมัน ใส่เครื่องที่โขลกลงไปละลาย ตามด้วยเนื้อกุ้งและหมูสับ ผัดให้สุก ปรุงด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา คนให้ทั่วดี ใส่หอมและถั่วลิสงคั่วป่น เคี่ยวต่อ 2 นาที จนข้นหนืด เสิร์ฟข้าวตังพร้อมกับหน้า แต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้า

  เมนูของว่างเบาๆ ที่มีเฉพาะหน้ากระท้อนเท่านั้น เนื้อกระท้อนมีรสฝาด เนื้อในเป็นปุยรสหวานหอม เมนูนี้นำเนื้อกระท้อนมาหั่น ปรุงรส คลุกเคล้ากับเนื้อหมู หนังหมู หอมเจียว กระเทียมเจียว กินกับข้าวตังทอดกรอบรสกลมกล่อมเข้ากันลงตัว   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) กระท้อนปอกเปลือกสับเป็นเส้น 60 กรัม | เนื้อหมูหั่นเต๋าเล็กต้มสุก 25 กรัม | หนังหมูซอยเส้นต้มสุก 25 กรัม | หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ | กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ | ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ | กุ้งแห้งทอดกรอบป่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ | พริกจินดาแดงซอย 1-2 เม็ด | น้ำตาลโตนด 3 ช้อนโต๊ะ | น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ | ข้าวตัง ใบชะพลู และผักกาดหอมสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ขยำเนื้อกระท้อนกับน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจนนุ่มและหายฝาด พักไว้ ผสมเนื้อหมู หนังหมู และเนื้อกระท้อน คลุกเคล้าให้เข้ากัน ละลายน้ำตาลโตนดกับน้ำปลาใส่ลงผสมกับเนื้อหมู เคล้าให้เข้ากัน ชิมรส ใส่ถั่วลิสง หอมเจียว กระเทียมเจียว กุ้งแห้งทอดกรอบ และพริกซอย คลุกเคล้าเบา ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวตัง ใบชะพลู และผักกาดหอม

  อาหารว่างโบราณที่ปรากฏในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ไส้กรอกหมูแนมคืออาหาร 2 อย่างที่กินคู่กัน ได้แก่ ไส้กรอกโบราณของไทยที่ย่างด้วยถ่านจนมีกลิ่นหอม และหมูแนมหรือปลาแนมที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มซ่า กินคู่กับผักสดต่างๆ   ส่วนผสมไส้กรอก (สำหรับ 4 ที่) เนื้อปูนึ่งสุก 200 กรัม | เนื้อหมูสันในหั่นเต๋าเล็ก 240 กรัม | ไข่เป็ด 2 ฟอง | ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา | ใบผักชีซอย 1 ช้อนชา | กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนชา | ข่าสับละเอียด 1 ช้อนชา | ตะไคร้สับละเอียด 1 ช้อนชา | รากผักชีสับละเอียด 1 ช้อนชา | ถั่วเขียวเลาะเปลือกคั่ว 2 ช้อนชา | พริกแห้งแช่น้ำจนนิ่ม 10 เม็ด | หอมแดงสับ 1 ช้อนชา | กะทิ 280 กรัม | น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ | น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา | เม็ดพริกไทยขาวเล็กน้อย | เกลือ 1 ช้อนชา | กะปิ 1/2  ช้อนชา | ไส้อ่อนหมูล้างสะอาด 1 เส้น วิธีทำ โขลกพริกแห้งกับเกลือจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ รากผักชี หอมแดง เม็ดพริกไทยขาว กะปิ และถั่วเขียวเลาะเปลือกคั่วลงไปโขลกตามลำดับจนละเอียดดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ ผสมเนื้อปู เนื้อหมู ไข่เป็ด และเครื่องที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ใช้มือขยำเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ต้นหอม และผักชี ค่อยๆ เทกะทิลงไปผสมทีละน้อยสลับกับเคล้าด้วยมือ คอยดูไม่ให้ส่วนผสมแฉะหรือเหลวจนเกินไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย นำไปนึ่งให้สุกแล้วชิมรสชาติให้ออกรสเค็มนำ คลุมด้วยพลาสติกแร็ปแล้วนำเข้าตู้เย็น แช่เย็นทิ้งไว้จนส่วนผสมเย็นและอยู่ตัวขึ้น มัดปลายหนึ่งข้างของไส้หมู บีบส่วนผสมใส่ลงในไส้จนหมดแต่ไม่ให้แน่นหรือหลวมจนเกินไป มัดไส้ปิดอีกด้าน ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูให้ทั่วไส้ ย่างบนเตาถ่านใช้ไฟอ่อนๆ หากตรงไหนพองให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเพื่อไม่ให้ไส้แตก ย่างจนสุกดี ก่อนนำขึ้น ใส่กาบมะพร้าวแห้งลงไปในเตาถ่านเพื่อให้เกิดควัน ใช้ฝาปิดคลุมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้มีกลิ่นหอม นำขึ้นมาพักและหั่นเป็นชิ้น ส่วนผสมหมูแนม เนื้อหมูสามชั้นลวกสุกหั่นเต๋าเล็ก 100 กรัม | หนังหมูลวกสุกหั่นยาวบาง 40 กรัม | หัวกะทิ 50 มิลลิลิตร | ผิวส้มซ่าซอยละเอียดประมาณ 1 ช้อนชา | น้ำส้มซ่า 1 ช้อนโต๊ะ | เนื้อกระเทียมดองซอยบาง 2 ช้อนโต๊ะ | ข้าวหุงสุกตากแห้งคั่วจนเหลืองและปั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ | ถั่วลิสงคั่วบุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ | หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ | ข่าอ่อนโขลก 1 ช้อนโต๊ะ | พริกชี้ฟ้าแดงซอยเส้น 1 ช้อนชา | น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ | น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ | น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนโต๊ะ | เกลือทะเล 2 ช้อนชา| ใบชะพลูและผักกาดหอมสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ผสมเนื้อหมูสามชั้นลวกสุก หนังหมูลวก และข่าอ่อนโขลกเข้าด้วยกัน พักไว้ ผสมน้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำกระเทียมดอง น้ำตาลทรายขาว และเกลือเข้าด้วยกัน คนจนน้ำตาลและเกลือละลายเข้ากัน นำไปปรุงรสเนื้อหมู ใส่ข้าวหุงสุกคั่ว ถั่วลิสงคั่วบุบ และผิวส้มซ่าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ราดด้วยหัวกะทิ ตกแต่งด้วยเนื้อกระเทียมดอง หอมแดง และพริกชี้ฟ้าแดงให้มีสีสัน เสิร์ฟพร้อมใบชะพลูและผักกาดหอม คู่กับไส้กรอกโบราณ

  กระท้อน ผลไม้รสเปรี้ยวที่สามารถนำมาทำเป็นของว่างรสแซ่บ เนื้อนุ่มฟูเข้ากับส่วนผสมอย่างกะปิ พริกขี้หนูได้เป็นอย่างดี ใครเห็นเป็นต้องเปรี้ยวปาก น้ำลายสอเลยล่ะ   ส่วนผสม กระท้อน 2 ผล ถั่วลิสงคั่วสับหยาบ 1/4 ถ้วย กุ้งแห้งป่น 1/4  ถ้วย กุ้งแห้งตัวเล็ก 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูเขียวแดงซอย  2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย พริกป่น 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นสำหรับแช่กระท้อน 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่เกลือลงในน้ำสำหรับแช่กระท้อน ปอกเปลือกกระท้อนให้หมด แช่น้ำไว้ 10 นาที นำขึ้นมาหั่นเนื้อให้เป็นริ้วยาว แล้วแช่น้ำเกลืออีก 10 นาที เตรียมน้ำทรงเครื่องโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงในหม้อ ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่กะปิและพริกป่น เคี่ยวต่อจนข้น ปิดไฟ พักจนเย็นสนิท นำกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ บีบเอาน้ำออก แล้วกดกระท้อนให้เนื้อแยกออกจากกัน ใส่จานราดด้วยน้ำปรุงรส โรยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง กุ้งแห้งป่น หอมแดงและพริกขี้หนูซอย