เบอร์เกอร์เมนูพร้อมกิน ให้น้องๆ มาช่วยกันประกอบร่างให้เป็นเบอร์แกอร์ เพิ่มความสนุกให้กับเด็กๆ      ส่วนผสม  ขนมปังมินิเบอร์เกอร์ 20 ชิ้น มะเขือเทศเชอร์รีหั่นแว่น 10 ผล ชีสแผ่นตัดชิ้นเล็ก 5 แผ่น กรีนโอ๊กสลัด เนยสดชนิดจืด และแซนด์วิชสเปรดตามชอบ ส่วนผสมเบอร์เกอร์ ขนมปังแผ่นหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 2 แผ่น นมสด 1/4 ถ้วย เนื้อกุ้งบด 1 ถ้วย เนื้อหมูบด 1 ถ้วย แครอตสับแล้วลวก 1/4 ถ้วย หน่อไม้ฝรั่งสับแล้วลวก 1/4 ถ้วย ไข่ไก่ตีพอแตก 1/2 ฟอง เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เนยสดชนิดจืดเล็กน้อย วิธีทำ เตรียมเบอร์เกอร์โดยแช่ขนมปังในนม พักไว้ ผสมเนื้อกุ้งและเนื้อหมูเข้าด้วยกัน ใส่แครอต หน่อไม้ฝรั่ง และขนมปังที่แช่นมไว้ ผสมเข้าด้วยกัน  ใส่ไข่ไก่ ปรุงรสเกลือ ผสมให้เข้ากัน ปั้นให้เป็นก้อนกลมเล็ก กดให้แบนเล็กน้อย พักไว้ ทอดเบอร์เกอร์ที่ปั้นไว้ด้วยเนยจนสุก  ผ่าขนมปังตามขวาง ทาเนยและแซนด์วิชสเปรดบางๆ วางเบอร์เกอร์ที่ทอดไว้ มะเขือเทศเชอร์รี ชีสแผ่น และกรีนโอ๊กสลัด เสิร์ฟทันที

  อาหารว่างทางเหนือ ฟักทองทอดกรอบที่ตัวแป้งชุบทอดมีความโดดเด่นที่รสพริกแกงและเนื้อสัมผัสของมะพร้าวขูด กินกับน้ำจิ้มรสหวานอมเปรี้ยว ชื่อของ “กระบอง” สื่อถึงลักษณะของการหั่นฟักทองเป็นแท่งยาว   ส่วนผสม ฟักทอง 500 กรัม หัวกะทิ 1 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1 1/2 ถ้วย น้ำพริกแกงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ มะพร้าวขูดขาว 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา น้ำปูนใส 75 มิลลิลิตร น้ำมันรำข้าวสำหรับทอด ส่วนผสมน้ำจิ้ม พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย วิธีทำ ทำน้ำจิ้มโดยผ่าครึ่งพริกชี้ฟ้า เอาเมล็ดออก ซอยเป็นเต๋าเล็กๆ ใส่ลงในหม้อพร้อมกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ คนให้ละลายเข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนประมาณ 5 นาที ยกลง พักไว้ให้เย็นลง โรยถั่วลิสงคั่วป่นหยาบ ปอกเปลือกฟักทอง ผ่าครึ่ง ตัดขั้ว ใช้ช้อนตักไส้ออก หั่นตามความยาวของลูกเป็นแผ่นบางๆ แล้วหั่นเป็นเส้นยาว นวดแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ น้ำพริกแกงคั่ว เกลือ และน้ำปูนใส ตามด้วยมะพร้าวขูด ใส่ฟักทอง คลุกให้แป้งติดกับฟักทองทั่วทั้งชิ้น ตั้งน้ำมันที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ใช้มือจับฟักทองเป็นคำๆ ลงทอดในน้ำมัน ทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้านประมาณ 4-5 นาที ตักขึ้น พักไว้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

  ผงหม่าล่ายังเป็นที่นิยมอยู่ และนำมาทำป๊อปคอร์นหม่าล่ารสเผ็ดเข้มข้นได้อร่อย               ส่วนผสม เมล็ดข้าวโพดดิบ 1/3 ถ้วย เนยสดเค็มละลาย 1/4 ถ้วย ผงหม่าล่า 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่น้ำมันรำข้าวลงในหม้อ ตั้งไฟกลางให้ร้อน ใส่เมล็ดข้าวโพด ปิดฝา รอจนเมล็ดข้าวโพดแตกจนหมด ยกลง เทป๊อปคอร์นใส่ชามผสม ราดเนยสดเค็มละลายให้ทั่ว โรยผงหม่าล่า คลุกให้ทั่ว เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้ทั่ว อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาที ป๊อปคอร์นจะกรอบขึ้น

  รสนี้จะออกรสเผ็ดๆ มันๆ เล็กน้อย ใครชอบของว่างรสจัดจัดไปเลย เลือกใช้ซอสพริกเผ็ดกลาง เมื่อผสมกับเนยแล้วรสจะเผ็ดน้อยลงและกลมกล่อมขึ้น   ส่วนผสม เมล็ดข้าวโพดดิบ 1/3 ถ้วย เนยสดเค็มละลาย 1/4 ถ้วย ซอสพริก 1/4 ถ้วย ผงกระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่น้ำมันรำข้าวลงในหม้อ ตั้งไฟกลางให้ร้อน ใส่เมล็ดข้าวโพด ปิดฝา รอจนเมล็ดข้าวโพดแตกหมด ยกลง เทใส่ชามผสม ผสมเนยสดเค็มละลาย ซอสพริก และผงกระเทียม คนให้เข้ากัน เทส่วนผสมซอสพริกลงในป๊อปคอร์น คลุกให้เข้ากัน เทใส่ถาดอบ อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาที ป๊อปคอร์นจะกรอบขึ้น

  ป๊อปคอร์นที่เพิ่มรสหวานหอมจากเนย น้ำตาล และครีมให้มีรสอร่อยขึ้น ใส่ถั่วตามชอบ เมนูนี้ที่ใส่อัลมอนด์ หรือจะใส่ถั่วชนิดอื่นที่ชอบก็ได้      ส่วนผสม เมล็ดข้าวโพดดิบ 1/3 ถ้วย เนยเทียมกลิ่นเนยสด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลธรรมชาติ 1/3 ถ้วย เนยสดเค็ม 1/3 ถ้วย วิปปิงครีม 1/3 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เม็ดอัลมอนด์อบ 3/4 ถ้วย วิธีทำ ทำคาราเมลโดยใส่น้ำตาลลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อนให้น้ำตาลละลายเล็กน้อย ใส่วิปปิงครีม คนให้ละลาย ใส่เนยสด คนให้ละลายและส่วนผสมข้น ยกลง ใส่เนยเทียมลงในหม้ออีกใบ ตั้งไฟกลางให้ร้อนและเนยละลาย ใส่เมล็ดข้าวโพด ปิดฝา รอจนเมล็ดข้าวโพดแตกจนหมด ยกลง เทใส่ชามผสม ใส่อัลมอนด์ ค่อยๆ ใส่คาราเมล คลุกให้คาราเมลเคลือบป๊อปคอร์นจนทั่ว เทใส่ถาดอบ อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาที ป๊อปคอร์นจะกรอบขึ้น

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ปลาหมึกหั่นแว่น 300 กรัม แป้งทอดกรอบ 2 ถ้วย โซดาแช่เย็น 1 ถ้วย ผงปรุงรสเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด ส่วนผสมดิปกิมจิมาโย มายองเนส 3/4 ถ้วย กิมจิสับละเอียด 1/2 ถ้วย น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน วิธีทำ ผสมแป้งทอดกรอบ 1 ถ้วยกับผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะและโซดา คนให้เข้ากัน นำปลาหมึกลงชุบ แล้วคลุกกับแป้งสาลีผสมผงปรุงรสที่เหลือ ทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมดิปกิมจิมาโย

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) มันฝรั่งแท่งยาวทอด 2-4 ถ้วย เบคอนทอดกรอบหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย ต้นหอมซอยและงาขาวสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมชีสซอส เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ นมสด 1 ถ้วย ชีสเชดดาร์ขูด 1/2 ถ้วย โคชูจัง 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ทำชีสซอสโดยผัดเนยกับแป้งสาลีด้วยไฟอ่อนให้พอสุก ค่อยๆ ใส่นมสดและโคชูจัง คนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน พอเดือดใส่ชีสเชดดาร์ คนให้ชีสละลาย ราดชีสซอสบนมันฝรั่งทอด โรยเบคอนเจียว ต้นหอมซอย และงาขาว

  เมนูนี้ใครชอบกินเฟรนช์ฟรายส์ห้ามพลาด! โดยนำเฟรนช์ฟรายส์ทอดกรอบมาคลุกกับซอสไข่เค็ม โรยชีสพาร์เมซาน แค่นี้ก็ฟินกับชีสและไข่เค็ม   ส่วนผสม เฟรนช์ฟรายส์แช่แข็ง 250 กรัม ไข่แดงเค็ม 3 ฟอง นมข้นจืด 1/4 ถ้วย ชีสเชดดาร์ขูด 1/3 ถ้วย ชีสพาร์เมซานป่น 1/4 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ตั้งหม้อ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลางพอร้อน ใส่เฟรนช์ฟรายส์ลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งกระทะอีกใบ ใส่น้ำมัน ใส่ไข่แดงเค็มลงผัดให้สุก บี้ให้ละเอียด ใส่นมข้นจืด ผัดให้เข้ากัน ใส่ชีสเชดดาร์ขูดและชีสพาร์เมซานป่น ผัดให้ข้น ใส่มันฝรั่งทอดลงคลุกกับซอสให้เข้ากัน โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย คลุกให้เข้ากันทั่ว ตักใส่จาน โรยผงชีสพาร์เมซานอีกครั้ง เสิร์ฟเป็นของว่าง

  เมนูกินเล่นสุดเฮลท์ตี้ ใช้ถั่วชนิดที่ชอบปรุงรสให้อร่อยเค็มๆ หวานๆ เติมกลิ่นด้วยเครื่องเทศ อบพร้อมกับสมุนไพรอย่างโรสแมรี่จนมีกลิ่นหอมชวนกิน   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัต อัลมอนด์ และแมกคาเดเมียอย่างละ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายชนิดไม่ฟอก 1 ช้อนโต๊ะ เม็ดยี่หร่า 1 ช้อนชา พริกปาปริกาป่น 1/4 ช้อนชา เกลือทะเลและพริกไทยดำบดอย่างละ 1/4 ช้อนชา เนยจืดละลาย 2 ช้อนโต๊ะ เมเปิลไซรัปหรือน้ำผึ้ง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ โรสแมรี่สับ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ อบถั่วที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสนาน 10 นาที ผสมน้ำตาลทราย ยี่หร่า พริกปาปริกา เกลือ พริกไทย เข้าด้วยกัน ใส่ถั่วลงเคล้าให้ทั่ว ผสมเนยละลาย เมเปิลไซรัป และโรสแมรี่สับ นำถั่วมาเทใส่และเคล้าให้เคลือบเม็ดถั่ว เทใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษไข เกลี่ยให้ถั่วเสมอกัน อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสนาน 10-15 นาที จนสุกทั่ว ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด

  ของกินเล่นเรียกน้ำย่อยสไตล์ฝรั่ง ใช้แฮมหมูดำตากแห้งรสอร่อยอย่างจามองไอเบอริโกม้วนกับสลัดผักร็อกเก็ตป่าที่ให้กลิ่นฉุนซ่า มีรสเค็มและกลิ่นหอมจากชีสอย่างพาร์มิเจียโน่เรเจียโน่ โรยไพน์นัตได้รสมันๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) แฮมจามองไอเบอริโก แฮมจามองเซอราโน่ และปาร์มาแฮมอย่างละ 2 สไลซ์ ผักสลัดร็อกเก็ตป่า 2 ถ้วย ชีสพาร์มิเจียโน่เรเจียโน่ขูด 1/2 ถ้วย ไพน์นัตอบ 1/4 ถ้วย ส่วนผสมเดรสซิง น้ำส้มสายชูบัลซามิก 2 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย วิธีทำ ผสมน้ำส้มสายชูบัลซามิกกับโชยุ น้ำมันมะกอก และพริกไทย เคล้ากับผักสลัดร็อกเก็ตป่าเบาๆ วางแฮม ผักร็อกเก็ต โรยชีสขูด ม้วนให้สวยงาม จัดใส่จาน โรยไพน์นัต

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) หนวดปลาหมึกยักษ์หั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา โชยุ 1 ช้อนชา ผงดาชิ 1 ช้อนชา ปลาแห้งคัตสึโอะบุชิ 5 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำเย็น 150 มิลลิลิตร น้ำมันพืชสำหรับทอด เกล็ดเทมปุระ ต้นหอมซอย ขิงดองญี่ปุ่นสับหยาบ มายองเนส ซอสทาโกะยากิ สาหร่ายโนริหั่นเส้นปริมาณตามชอบ วิธีทำ ผสมแป้งสาลี ผงฟู โชยุ ผงดาชิ ปลาแห้ง ไข่ไก่ และน้ำเย็น ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน พักไว้ ตั้งกระทะสำหรับทำทาโกะยากิให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชประมาณ 1/4 ของกระทะ หยอดแป้งใส่ลงไปจนเกือบเต็ม ใส่หนวดปลาหมึกยักษ์ 1-2 ชิ้น โรยเกล็ดเทมปุระ ต้นหอมซอย ขิงดอง พอผิวทาโกะยากิเริ่มเหลืองใช้ไม้ปลายแหลมแซะและพลิก เติมแป้งเพิ่มเพื่อให้ทาโกะยากิเป็นลูกกลมสวย เขี่ยแป้งที่อยู่ข้างๆ ให้เข้าไปอยู่เป็นเนื้อเดียวกัน กลิ้งไปมาให้แป้งสุกทั่วและมีสีเหลืองสวย ตักขึ้น ราดซอสทาโกะยากิ มายองเนส โรยสาหร่ายโนริและเกล็ดปลาแห้งเพิ่มตามชอบ  

เมืองไทยเป็นเมืองร้อนคนโบราณจึงต้องหาวิธีดับร้อน หนึ่งในนั้นต้องมีอาหารอย่าง “ข้าวแช่” อยู่ด้วย เพราะข้าวที่แช่ในน้ำเย็นๆ หอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ กินกับเครื่องรสเค็มหวาน ทำให้ชื่นใจคลายร้อนได้เป็นอย่างดี   เมื่อเข้าเดือนเมษายนฤดูกาลข้าวแช่ก็กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง ข้าวแช่มีหลายสูตรตามตำรับของแต่ละบ้าน ส่วนใหญ่จะมีเครื่องแตกต่างกันไปบ้าง วันนี้ G&C จะพาเข้าครัวให้แม่ครัวมืออาชีพสอนทำข้าวแช่ ซึ่งเป็นสูตรที่อยู่คู่โรงแรมมา 30 ปีแล้ว ข้าวแช่จะยากสลับซับซ้อนแค่ไหนตามมาดูสูตรกันได้เลย     ข้าวแช่ ส่วนผสม ข้าวเสาไห้  1 ถ้วย วิธีหุงข้าว ต้มข้าวให้สุกเป็นตากบ จากนั้นนำมาขัดผ่านน้ำโดยใส่ข้าวในกระชอน เปิดน้ำไหลผ่านขัดไปเรื่อยๆ ประมาณ 3-4 ครั้งจนข้าวเป็นเมล็ดใส ไม่ขุ่น ใส่ผ้าขาวบางนึ่งไฟปานกลางค่อนข้างแรงประมาณ 5-7 นาที Notes ข้าวต้องเป็นตากบ เมื่อขัดข้าวจะไม่หักและทำให้ข้าวเป็นเมล็ดสวย ควรขัดข้าวอย่างเบามือ นึ่งข้าวนาน 5-7 นาทีเท่านั้น ถ้านึ่งนานข้าวจะแฉะ น้ำอบควันเทียน น้ำสะอาด (น้ำต้มพักไว้ให้เย็น) 1 ถ้วยใหญ่ เครื่องหอมและดอกไม้ต่างๆ เช่น ดอกชมนาด ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ วิธีทำ จุดควันเทียนใส่ภาชนะลอยในน้ำ ใส่ดอกไม้ลอยในน้ำ ดับเทียน แล้วปิดภาชนะด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์และพลาสติกใสให้แน่นไม่ให้กลิ่นออก อบไว้ 1 คืน   ลูกกะปิ  ส่วนผสม กระชายหั่นหยาบ  1 ถ้วย ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย กะปิ (ย่างให้หอม) 1/2 ถ้วย หัวกะทิ 1/2 กิโลกรัม พริกแห้ง 1-2 เม็ด ปลาสลิดทอดป่น 11/2 ถ้วยตวง น้ำตาลปี๊บ  1 ถ้วยตวง มะพร้าวแห้งคั่ว 1 ถ้วยตวง ส่วนผสมสำหรับชุบทอด ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งสาลีและน้ำเปล่าเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ปั่นส่วนผสมลูกกะปิทั้งหมดรวมกัน (ยกเว้นน้ำตาลปี๊บและมะพร้าวคั่ว) เทใส่กระทะทองเหลืองผัดจนหอม ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปผัดจนเหนียวและปั้นได้ เมื่อส่วนผสมงวดค่อยๆ โรยมะพร้าวคั่ว ผัดให้เข้ากันโดยใช้ไฟแรงปานกลางถึงอ่อน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น ปั้นส่วนผสมเป็นลูกกลมขนาดพอดีคำ พักไว้ ผสมแป้งสาลีกับน้ำและไข่ไก่เข้าด้วยกัน นำลูกกะปิลงชุบ ทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนได้สีเหลืองสวยงาม ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน   ไชโป๊ผัดหวาน ไชโป๊หวานหั่นเป็นเส้น 500 กรัม น้ำตาลปี๊บ 180 กรัม หอมแดง 50 กรัม น้ำตาลทราย 40 กรัม น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ  เกลือป่นเล็กน้อย วิธีทำ ล้างหัวไชโป๊ให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่หอมแดงลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่น้ำตาลปี๊บ ผัดสักครู่ใส่หัวไชโป๊ ผัดไปเรื่อยๆ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ชิมรสและปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือ ผัดจนไชโป๊วาวใส ยกลงจากเตา   หอมสอดไส้ หอมแดง 7-8 หัว หมูหย็องประมาณ 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งสาลีและน้ำเปล่าเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ปอกเปลือกและล้างหอมแดงให้สะอาด คว้านให้เป็นรูสำหรับยัดไส้ ใส่หมูหย็องให้เต็ม ผสมไข่ไก่ แป้งสาลี ค่อยๆ เติมน้ำอย่าให้ใสจนเกินไป นำหอมที่ยัดไส้มาชุบและทอดในน้ำมันร้อนท่วม จนมีสีเหลืองทอง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน Notes ใช้หมูหวานหรือกุ้งแห้งป่นแทนหมูหย็องก็ได้      คว้านหอมให้เป็นรูกว้าง เนื้อหอมแดงจะน้อยลงและไม่แฉะมาก   ปลายี่สนผัดหวาน ปลายี่สนแห้ง 200 กรัม ตาลปี๊บ 100 กรัม  หัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ย่างปลายี่สนด้วยไฟอ่อนๆ จนสุกเป็นสีเหลือง นำไปตำให้เนื้อปุย ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิ ใส่เนื้อปลาลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ผัดจนส่วนผสมแห้งได้ที่ ยกลงจากเตา   พริกหยวกสอดไส้  ส่วนผสมที่ 1 พริกหยวก 2 เม็ด เนื้อกุ้งสับ 50 กรัม หมูบด 20 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง ซีอิ๊วขาว 1-2 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา รากผักชี กระเทียม และพริกไทยตำรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมที่ 2 ไข่ไก่ 2 ฟอง  น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ คว้านเมล็ดพริกหยวกออก ผสมส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตักไส้ใส่ในพริกหยวก นึ่งพริกหยวกประมาณ 10 นาทีหรือจนสุก ยกลง พักไว้ ตีไข่ให้เข้ากัน เทผ่านกระชอนให้เป็นสายลงทอดในน้ำมันให้พอเหลือง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ห่อพริกหยวกด้วยไข่ให้สวยงาม   หมูฝอยหวาน สะโพกหมู 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 300 กรัม น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม ซีอิ๊ว 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอยสำหรับเจียว 300 กรัม วิธีทำ หั่นหมูตามลายเส้นของเนื้อ ต้มในน้ำร้อนใส่เกลือเล็กน้อยจนหมูสุก ตักขึ้น แช่ในน้ำเย็นให้หายร้อน ทุบหมูและฉีกเป็นเส้นๆ หมักกับน้ำตาลทราย ซีอิ๊ว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และเกลือประมาณ 1 ชั่วโมง บีบน้ำออกจากเนื้อหมูและผึ่งให้แห้งหมาดๆ (น้ำมันจะไม่กระเด็นเวลาทอด) ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ค่อยๆ โรยหมูลงทอด ใช้ไฟอ่อนเพื่อไม่ให้ไหม้ ทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เจียวหอมแดงให้กรอบ โรยหมูก่อนรับประทาน

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) หอยเชลล์ญี่ปุ่น เต้าหู้ เห็ดออรินจิ กระเจี๊ยบ พริกหวานแดงและเหลือง ปริมาณตามชอบ น้ำสลัดงาญี่ปุ่นสำหรับเสิร์ฟ   ส่วนผสมสำหรับหมัก คิวพี น้ำสลัดงาซีอิ๊วญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ มิริน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา   วิธีทำ หั่นหอยเชลล์ญี่ปุ่น เต้าหู้ เห็ดออรินจิ กระเจี๊ยบ พริกหวานแดงและเหลืองเป็นชิ้นพอดีคำ ผสมส่วนผสมสำหรับหมักให้เข้ากัน นำส่วนผสมทั้งหมดลงหมักไว้ 1-2 ชั่วโมง นำมาเสียบไม้และย่างบนกระทะจนสุกสีสวย เสิร์ฟพร้อมกับคิวพี น้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น

  ผักเป็นอาหารที่ดี มีประโยชน์มากต่อเด็กๆ แต่เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบกิน คุณพ่อคุณแม่ลองมาทำวิธีนี้ดู โดยการนำผักอย่างบรอกโคลีมานึ่งให้สุกแล้วสับละเอียด ผสมกับชีสและไข่ไก่ อบจนสุก ทำเป็นอาหารว่างให้กับลูกๆ ก็อร่อยเพราะไม่มีกลิ่นผัก ลูกๆ ก็จะกินผักได้อย่างสบายและไม่ต้องเขี่ยออก   ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่) บรอกโคลีหั่นดอกเล็กนึ่งสุก  3  ถ้วย เกล็ดขนมปัง  1 ถ้วย ชีสเชดดาร์ขูด 1-1/2   ถ้วย ไข่ไก่  3  ฟอง เกลือป่น  1/4  ช้อนชา พริกไทยป่น  1/4 ช้อนชา   วิธีทำ นำบรอกโคลีที่นึ่งสุกมาบดให้ละเอียด ใส่ชามผสมไว้ ใส่เกล็ดขนมปัง ชีสเชดดาร์ ไข่ไก่ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย คลุกให้เข้ากัน   ตักใส่พิมพ์ซิลิโคนให้เต็ม เกลี่ยให้ทั่วพิมพ์ เรียงใส่ถาด นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาทีหรือจนสุกเหลือง ยกออกจากเตา พักไว้พอให้อุ่นๆ เก็บใส่กล่องปิดฝา เตรียมไว้ให้ลูกๆ กิน

  เมนูนี้ใช้กราโนล่ามาอัดเป็นแท่งให้กินง่าย พกพาสะดวก ผสมข้าวพอง กล้วยตาก ใส่เนยถั่วและน้ำผึ้ง เป็นของหวานเพื่อสุขภาพที่ทำไม่ยาก   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) กราโนล่า  400 กรัม ข้าวพองและข้าวฟ่างพองรวมกัน  20  กรัม กล้วยตากหั่นชิ้นเล็ก  1/2 ถ้วย เนยถั่ว  1/2  ถ้วย น้ำผึ้ง   1/2   ถ้วย อัลมอนด์สไลซ์  1/4  ถ้วย   วิธีทำ ผสมเนยถั่วและน้ำผึ้งใส่ชาม นำเข้าเตาไมโครเวฟ 30 วินาที นำออกมาคนให้เข้ากัน ผสมกราโนล่า ข้าวพอง กล้วยตาก และอัลมอนด์ในชามผสม เทเนยถั่วและน้ำผึ้งใส่ คนให้เข้ากัน รองพิมพ์อบด้วยกระดาษไข เทกราโนล่าที่ผสมไว้ใส่พิมพ์ เกลี่ยให้เต็มถาด กดให้แน่น (สูงประมาณ 2.5 เซนติเมตร) อบในเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 20-25 นาที หรือจนเป็นสีเหลืองทอง ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิทและหั่นเป็นแท่งตามชอบ

  ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) มันฝรั่งนึ่งและบด 2   ถ้วย ฟักทองญี่ปุ่นหั่นชิ้นใหญ่นึ่งและบด  1/2   ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์  1 ถ้วย พริกปาปริกาป่น  1   ช้อนชา นัตเมกป่น  1/2  ช้อนชา เกลือป่น  1   ช้อนชา แป้งสาลี ไข่ไก่ และเกล็ดขนมปังป่นสำหรับคลุก น้ำมันพืชสำหรับทอด   ส่วนผสมชีสดิป เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ นมสดอุ่น 3/4 ถ้วย ชีสเชดดาร์ขูด 1/2 ถ้วย   วิธีทำชีสดิป ผัดเนยกับแป้งให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่นมอุ่น คนจนข้น ใส่ชีสเชดดาร์ ปิดไฟ คนให้เข้ากันแล้วยกลง   วิธีทำ บดมันฝรั่งและฟักทองขณะที่ยังร้อนๆ อยู่ ปรุงรสด้วยพริกปาปริกา นัตเมก และเกลือ ใส่แป้งสาลี ปั้นเป็นก้อนยาวขนาด 1.5 นิ้ว ชุบแป้งสาลี ไข่ และเกล็ดขนมปัง ชุบไข่และเกล็ดขนมปังอีกรอบ ทอดในน้ำมันพืชใช้ไฟแรงปานกลางค่อนข้างอ่อนจนสุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมชีสดิป  

    เรามีโครงการจะทำเครื่องข้าวแช่สะสมไปเรื่อยๆ กะว่าปีหน้าจะทำข้าวแช่กินเอง ปีที่แล้วก็ทำค่ะ แต่ทำแบบส่งเดชไม่ได้จดได้จำ ลูกสาวซึ่งเป็นคอข้าวแช่บอกว่าอร่อยเลยมีกำลังใจลุกขึ้นทำเมนูแรกเป็นปลาหมึกกะตอยฉาบ กับข้าวของข้าวแช่ต้องออกหวานบ้างถึงจะเข้ากัน ตั้งใจว่าต่อจากหมึกกะตอยก็จะทำพวกปลาสลิดฉาบ ไข่แมงดาทะเลเค็มหวานขลุกขลิก ลูกกะปิ ต้องออกตัวหน่อยนะคะว่าจะไม่ทำตามระเบียบการว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำตามที่ชอบ นำมาคุยกันสนุกๆ สำหรับปลาหมึกวันนี้กินเล่นก็อร่อยค่ะ   ส่วนผสม ปลาหมึกกะตอย  200  กรัม น้ำตาลทรายขาว  50   กรัม น้ำเปล่า  3 ช้อนชา พริกไทยป่นตามชอบ น้ำมันสำหรับทอดพอสมควร วิธีทำ ล้างปลาหมึกแล้วผึ่งให้แห้งสนิท (ถ้าสะอาดและไม่เค็มจัดก็ไม่ต้องล้าง) ใส่น้ำมันลงในกระทะ กะให้พอสูสีกับปริมาณปลาหมึก รอจนน้ำมันร้อน ใส่ปลาหมึกลงทอดด้วยไฟปานกลาง (อย่าใช้ไฟแรงจะไหม้) พอกรอบได้ที่ตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน (คำว่า 'ได้ที่' นี้พูดยาก บางบ้านชอบแบบกรอบทั้งตัว บางบ้านชอบแบบมีเนื้อหนืดๆ เหลือให้เคี้ยวบ้าง เอาเป็นว่ารอให้เย็นแล้วชิมดู ถ้าได้อย่างที่ชอบก็จบ ถ้ายังไม่ใช่ก็ทอดอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีต้องรอจนเย็นแล้วถึงจะทอดอีกครั้งนะคะ) ตักน้ำมันที่ทอดปลาหมึกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใส่กระทะ ใส่น้ำตาล พริกไทย และน้ำเปล่าลงไป เคี่ยวไฟอ่อนๆจนน้ำตาลละลายหมด นับ 1-30 แล้วใส่ปลาหมึกทอดลงไปคลุก ขั้นตอนนี้สำคัญนะคะ น้ำตาลจะเกาะปลาหมึกส่วนหนึ่งและเหลือเป็นเกล็ดในกระทะส่วนหนึ่ง ให้ดูส่วนที่เกาะปลาหมึก ถ้ามากพอแล้วให้ตักปลาหมึกขึ้นและทิ้งน้ำตาลที่เหลือในกระทะ  ใส่ปลาหมึกที่เคลือบน้ำตาลแล้วกลับลงไปในกระทะ เร่งไฟขึ้นมาอีกนิดหน่อย น้ำตาลจะละลายจับตัวปลาหมึกแน่นขึ้น คั่วไปจนมีกลิ่นหอมและน้ำตาลละลายเคลือบตัวปลาหมึก อบต่อด้วยฝาครอบเทอร์โบ ตั้งความร้อนที่ 125 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาที หรืออบพอมีกลิ่นหอม คอยเปิดฝาคนไว้และระวังอย่าให้ไหม้

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เนื้อหมูสับละเอียด 300 กรัม หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 หัว ถั่วลิสงคั่วโขลกละเอียด 1/2 ถ้วย พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาดี 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว 1/3 ถ้วย ส้มเขียวหวานแกะเป็นกลีบหั่นบาง 3-5 ผล ผักชีและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นสำหรับตกแต่งหน้า   วิธีทำ ตำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด ผัดกับน้ำมันให้พอหอม ใส่หมูลงผัดจนสุก ใส่หอมหัวใหญ่ ใส่น้ำตาล ผัดจนน้ำตาลละลาย ใส่น้ำปลา ชิมรสให้เค็ม หวาน ผัดต่อจนแห้งและเหนียว ตักขึ้น ใส่ถั่วลิสงลงคลุกให้เข้ากัน ตักใส่จาน พักไว้จนเย็น ปั้นเป็นก้อนกลมวางบนส้มเขียวหวาน ตกแต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและผักชี    

  ตอนนี้เรากำลังทำเครื่องข้าวแช่ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับปีหน้า มีการปลูกต้นชมนาดเพิ่มเติม มีอยู่แล้วต้นหนึ่งแต่มันแก่มากไม่ค่อยออกดอก วันนี้ทำไข่แมงดาหวาน ไม่เคยเห็น ไม่เคยกิน คุณบิ๋มส่งวิธีทำมาให้ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ค่ะ แต่เราทำตามอำเภอใจคงไม่ดีแบบต้นตำรับ ข้อสำคัญคือจะไม่ทำอีกเพราะไข่แมงดาหนึ่งตัวทำแล้วเหลือนิดเดียว ตัก 5 คำก็หมดแล้วค่ะ ถ้าถามว่าอร่อยไหม ก็คงต้องบอกว่าอร่อย แต่สู้เผาหอมๆ ตักออกมาราดน้ำยำตอนที่ยังอุ่นๆ อยู่จะฟินกว่ามาก เอาเป็นว่าไข่หวานนี้เล่าสู่กันฟังสนุกๆ แล้วกัน   ส่วนผสม ไข่แมงดาทะเล 1 ตัว น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิชนิดกล่อง 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/8 ช้อนชา รากผักชี 1 ราก กระเทียมไทย 4 กลีบ พริกไทยเม็ด 1/4 ช้อนชา น้ำปลานิดหน่อย วิธีทำ นึ่งแมงดาทะเลพอสุก ตักไข่ออกมาให้หมด จะมีเยื่อหุ้มติดออกมามากมาย ค่อยๆ เอามือบิอย่างใจเย็น เอาแต่ไข่เม็ดเหลืองๆ ไอ้เจ้าแมงดานี้ฝรั่งเรียกว่าปูเกือกม้า (Horseshoe Crab) แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเนื้อเหมือนปูแค่นิดเดียว มีแต่ไข่เต็มท้องที่กินอร่อย เรายืนล้างอยู่นานกว่าจะสะอาด พักไว้ก่อน ตำพริกไทย กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด เอาหม้อเล็กๆ ตั้งไฟ ใส่หัวกะทิลงไปผัดจนแตกมัน (ใช้ไฟอ่อนเพราะหม้อใบเล็ก) ผัดต่อไปอีกสักครู่จนกะทิเริ่มเป็นก้อน ใส่สามสหายที่ตำไว้ลงไปผัดต่อจนหอม เติมน้ำตาลทั้งสอง เกลือ และน้ำเปล่าลงในกระทะ คนให้ละลาย ชิมดูก่อนแล้วค่อยเติมน้ำปลา ชิมให้ได้รสเค็มหวานเท่าที่ชอบ ปล่อยให้เดือดจนเอาทัพพีตักขึ้นมาแล้วหนืดย้อยแต่ไม่หยด ปิดไฟแล้วเอาไข่แมงดาลงไปคลุก ปล่อยให้มันดูดซึมความหวานเค็มสักชั่วโมงแล้วค่อยกิน ตามตำราบอกว่าต้องข้ามคืน แต่เรารอไม่ไหว  ลักษณะจะหนึบๆ หวานมันเค็มนิดๆ กินกับข้าวแช่น่าจะอร่อยมาก  

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เม็ดแปะก๊วยดิบทั้งเปลือก 2 ถ้วย เกลือทะเลเม็ดใหญ่ 1/4 ถ้วย วิธีทำ ล้างแปะก๊วย พักให้สะเด็ดน้ำ ทุบเปลือกให้พอแตก แต่ไม่ต้องแกะเปลือกออก คั่วแปะก๊วยกับเกลือทะเลในกระทะ ใช้ไฟปานกลางนาน 15-20 นาทีจนเนื้อในสุกเป็นสีเหลืองใส ตักขึ้น เสิร์ฟอุ่นๆ