ขนมปังกรอบของกินเล่นที่เพลินมาก มีทั้งปังกรอบเนยกระเทียม ปังกรอบเนยสด หรือทำเป็นปังกรอบที่ใส่ถั่วต่างๆ ได้ G&C แนะนำขนมปังเนยกรอบงาดำ สามารถเก็บไว้กินได้นาน   ส่วนผสม ขนมปังแผ่นบาง 20-30 แผ่น เนยสดเค็ม 200 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 70 กรัม เกลือป่น 1/8 ช้อนชา นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 1 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม งาดำ 2 ช้อนชา วิธีทำ นำขนมปังมาตัดครึ่งแผ่น เรียงใส่ถาด อบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาทีพอให้ขนมปังแห้ง เตรียมไว้ ตีเนยสดเค็มกับน้ำตาลและเกลือให้ขึ้นฟูและน้ำตาลละลายหมด ใส่นมข้นหวานและไข่แดง ตีต่อให้เข้ากัน ใส่แป้งสาลีและงาดำ ตีให้เข้ากันทั่ว                                                            ปาดเนยงาดำบนขนมปังให้ทั่ว เรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสนาน 15 นาทีพอเหลืองกรอบ ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ขวดโหล ปิดฝาให้แน่น

  กุมภาพันธ์…พาวันแห่งความรักมาให้สดชื่นหัวใจ ป้าเจี๊ยบให้คุกกี้เพื่อสุขภาพเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์นี้ป้าเจี๊ยบจะแจก “แท่งพลังงาน” เพื่อสุขภาพคนที่เรารักค่ะ   แท่งพลังงาน (Energy Bars) เป็นของกินที่ให้พลังงานจริงๆ นะคะ ป้าเจี๊ยบกล้าพูดเช่นนี้ได้เพราะพิสูจน์มาแล้วจากคนที่กินแท่งพลังงานของป้าเจี๊ยบ   เรื่องมีอยู่ว่า…10 กว่าปีก่อนขณะขับรถอยู่บนทางด่วน ป้าเจี๊ยบได้ยินเสียงบีบแตรไล่หลังมา ดูกระจกส่องหลังไปเห็นคนขับทำมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ ป้าเจี๊ยบจึงจอดรถแอบเข้าข้างทาง รถคันนั้นจอดตาม มีหนุ่มวัยประมาณต้นสามสิบลงจากรถมายกมือไหว้ บอกว่าอยากขอดูรถ (รุ่นหายาก) ของป้าเจี๊ยบ... เอ๊ะยังไง!?!   หลังจากดูจนทั่วและพูดคุยโน่นนี่นั่นแล้ว ป้าเจี๊ยบก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงบุพการี เพราะสังเกตกิริยาท่าทางและวิธีพูดจาแบบผู้ที่ได้รับการอบรมมาดี  คำตอบคือคุณแม่เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายปกครอง... นั่นไง มิน่าเล่า!   มิตรต่างวัยต่างเรียนรู้ชีวิตของกันและกันผ่านทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น จนเดี๋ยวนี้ชายหนุ่มมีลูกสาวเกือบ 10 ขวบ สวยน่ารัก ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งสารพัดชนิดเหมือนพ่อ   ปลายปีที่แล้วชายหนุ่มส่งน้ำตาลทรายแดงออร์แกนิกชื่อ Good Sugaaar มาให้ป้าเจี๊ยบทางไปรษณีย์ โดยบอกว่า “เห็นแล้วคิดถึงป้าเจี๊ยบ อยากให้ลอง”  ป้าเจี๊ยบสัญญาไปว่าถ้าใช้น้ำตาลนี้ทำขนมที่เหมาะกับชายหนุ่มเมื่อไรจะส่งไปให้ชิม   ตอนใช้ข้าวโอ๊ตทำคุกกี้สำหรับแจกปีใหม่ ป้าเจี๊ยบก็นึกถึงแท่งพลังงานที่นักกีฬาทางไกลนิยมพกติดตัวไว้กินระหว่างการแข่งขัน  ซึ่งจะเหมาะกับชายหนุ่มที่ระยะนี้เล่นบอร์ดยืนพาย (SUP)   ป้าเจี๊ยบทำส่งไปให้ทันงานทดสอบเส้นทางพาย SUP เจ้าพระยา 40 กิโลเมตร  ชายหนุ่มรายงานผลการกินแท่งพลังงานว่า  “ดีดไวมาก กินไปแป๊บเดียวก็มา... Energy Bars สูตรป้าเจี๊ยบช่วยให้ผมไปต่อได้จนสุดแรงอย่างไม่ค้างคาใจ” เย้!   เกริ่นมาซะยาว สรุปว่าเรามาทำแท่งพลังงานสำหรับให้คนที่เรารักกันนะคะ   เริ่มด้วยการทำชามเปียกโดยใส่น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อมข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ เนยแท้ 1/3 ถ้วยตวง อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา และเกลือป่น 1/4 ช้อนชาลงในหม้อเคลือบ ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนอย่างต่อเนื่องให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน พอเริ่มเดือดก็ยกลง พักไว้   จากนั้นลงมือทำชามแห้ง ประกอบด้วยข้าวโอ๊ตชนิด Rolled Oats 2 1/2  ถ้วยตวง ลูกเกด 1/3 ถ้วยตวง แอปริคอตแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1/3 ถ้วยตวง แครนเบอร์รีแห้ง 1/3 ถ้วยตวง โกจิเบอร์รีแห้ง หรือเก๋ากี้ 2 ช้อนโต๊ะ อัลมอนด์สับหยาบๆ 1/3 ถ้วยตวง เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบๆ 1/3 ถ้วยตวง เมล็ดทานตะวันอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ งาขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ งาดำ 1/2  ช้อนโต๊ะ ดาร์กช็อกโกแลตสับหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้มือคลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเข้าด้วยกันแล้วเทลงในชามเปียก   ใช้พายซิลิโคนคนส่วนผสมแห้งให้เข้ากันดีกับส่วนผสมเปียก เทลงในถาดอบขนาด 11 x 7 นิ้วที่ปูกระดาษรองอบไว้ เกลี่ยให้เรียบเสมอกันทั่วทั้งถาด แล้วใช้ก้นถ้วยแบนๆ ช่วยกดส่วนผสมให้อัดแน่น  นำเข้าเตาอบที่ตั้งปุ่มความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 175 องศาเซลเซียส ปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มเวลา 25 นาที   พอได้ยินเสียงติ๊งก็ยกถาดออกมาวางพักไว้ให้เย็นสนิทก่อนยกตัวขนมออกมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 1 x 3.5 นิ้ว เป็นอันว่าเรียบร้อยค่ะ   ในโอกาสพิเศษอย่างนี้ป้าเจี๊ยบเตรียมห่อแต่ละแท่งด้วยกระดาษลูกไม้สีขาว แปะสติกเกอร์หัวใจเล็กๆ สีแดงซะ 1 ดวง ดูดีขึ้นมาเชียวนิ   ตอนส่งมอบแท่งพลังงานป้าเจี๊ยบคิดว่าจะพูดสไตล์หนังสตาร์ วอร์ส  “May the Force be with You (ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน)” ก่อนพูดว่า “รักนะ จุ๊บๆ” ฮา!  

  เปาะเปี๊ยะสูตรนี้ทำให้เก๋ขึ้นโดยใช้แผ่นแป้งข้าวกล้องห่อเส้นหมี่และส่วนผสมเหมือนสลัด เวลาเสิร์ฟก็ตัดเป็นคำให้รับประทานง่ายขึ้น จัดเป็นอาหารว่างที่ช่วยให้อิ่มท้องได้ดี เพราะมีอาหารครบหมู่ทั้งแป้ง เนื้อสัตว์ และผัก  เลือกใช้เส้นหมี่ข้าวกล้อง เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ และใส่ผักสมุนไพรให้หลากหลายเพื่อสุขภาพที่ดีครับ   ส่วนผสม ใบเมี่ยงข้าวกล้อง 3 แผ่น แตงกวาญี่ปุ่น 1 ผล ใบชิโซะ  3 ใบ ใบโหระพา 1/4 ถ้วย แครอตซอย 1/2 ถ้วย ผักคอส 6 ใบ เส้นหมี่ข้าวกล้องลวก 1/4 ถ้วย กุ้งลวก 3 ตัว อกไก่ต้มฉีก 1/2 ถ้วย ส่วนผสมน้ำจิ้ม กระเทียมสับ 1 กลีบ พริกจินดาสับ 2 เม็ด ผักชีสับ 1 ช้อนชา ใบสะระแหน่สับ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำน้ำจิ้ม ผสมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวเข้าด้วยกัน นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที คนให้น้ำตาลละลาย พักไว้ให้เย็นลง ใส่กระเทียม พริก ผักชี และใบสะระแหน่ ชิมรส วิธีทำเปาะเปี๊ยะ แช่ใบเมี่ยงให้พอนุ่ม วางใบชิโซะตรงกลาง สไลซ์แตงกวาจัดเรียงลงไปให้สวย พับขอบแป้งด้านบนและด้านล่างเข้าตรงกลางให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว จัดเรียงใบโหระพา ผักคอส แครอต กุ้ง ไก่ฉีก และเส้นหมี่ลงไป ม้วนให้แน่น  หั่นเป็นชิ้นตามชอบ

  “ซื้อแก้วตาโบ๋ 10 บาทค่ะ” คนขายคีบแก้วตาโบ๋ 4 ชิ้นใส่ถุงให้ป้าเจี๊ยบ พร้อมพูดว่า “ไม่ได้ยินใครเรียกอย่างนี้มานานแล้วครับ”  ป้าเจี๊ยบคนรุ่นเก่าเลยต้องถามว่า “แล้วคนอื่นเขาเรียกว่าอะไร” คำตอบคือ “ซาลาเปาทอด” อ้าว! เป็นงั้นไป?!?   แก้วตาโบ๋มักขายคู่กับปาท่องโก๋ แต่รูปร่างจะกลมแบนและเนื้อแป้งมีรสหวานนิดๆ ในตัวเอง ป้าเจี๊ยบชอบกินมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เพราะปาท่องโก๋มีรสจืด เวลากินต้องจิ้มนม ป้าเจี๊ยบเป็นพวกไม่ชอบกินอะไรแล้วต้องมีน้ำจิ้ม เลยชอบกินแก้วตาโบ๋มากกว่า   พจนานุกรมราชบัณฑิตฯ นิยามแก้วตาโบ๋ไว้ว่า “น. ของกินชนิดหนึ่งของจีน ทำด้วยแป้งสาลี ปั้นเป็นรูปกลมแบน ทอดในน้ำมัน”  แต่มีคนบอกว่าแก้วตาโบ๋ต้องมีรูตรงกลางด้วย จึงได้ชื่อว่าแก้วตาโบ๋  แต่ป้าเจี๊ยบก็ไม่เคยเห็นร้านไหนขายแก้วตาโบ๋ที่มีรูตรงกลางสักที เจอแต่รูปกลมแบนเฉยๆ ป้าเจี๊ยบไม่ได้กินแก้วตาโบ๋มานานมาก พอกลับถึงบ้านหยิบกินเพลินๆ ไปคนเดียวจนหมดทั้ง 4 ชิ้น!!! ป้าอี๊ดคนจ่ายตังค์เลยอดกิน หุหุ!   ถัดมาไม่กี่วันป้าเจี๊ยบก็นึกอยากกินขึ้นมาอีกแต่ไม่อยากซื้อ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ด้วยความไม่รู้ว่าคนขายใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง และน้ำมันที่ใช้ทอดก็สีไม่โดนใจสักเท่าไร เลยต้องลงมือทำกินเองสิคะ   ป้าเจี๊ยบเคยทำเบนเญ (Beignet) แป้งทอดของนิวออร์ลีนส์ซึ่งมีรูปร่างสี่เหลี่ยม เลยปรับสูตรมาทำแก้วตาโบ๋ซะเลย   ทำแป้งโดกันค่ะ ผสมน้ำร้อน 1/4 ถ้วยตวงกับนมสดจากตู้เย็น 1/4 ถ้วยตวง แล้วใส่น้ำตาลทรายละเอียด 1 ช้อนชาลงไป คนให้น้ำตาลละลาย โรยยีสต์สำเร็จรูป 1 ช้อนชาตามไป คนนิดหน่อย วางพักไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่ายีสต์ขึ้นเป็นฟอง ถ้าขืนไม่ขึ้นป้าเจี๊ยบก็ต้องทำใหม่ แต่ตามปกติ ไม่เคยมีปัญหาค่ะ เพราะป้าเจี๊ยบใช้เทคนิคน้ำร้อนครึ่งน้ำเย็นครึ่ง ได้อุณหภูมิพอเหมาะสำหรับยีสต์ทุกครั้ง    จากนั้นตวงแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/4 ถ้วยตวง ยีสต์สำเร็จรูป 1 ช้อนชา และเกลือป่น 1/2 ช้อนชาใส่ลงในชาม ใช้ตะกร้อมือกวนให้ส่วนผสมทั้งหมดผสานเข้ากันดี  เตรียมแป้งสาลีอเนกประสงค์สำหรับเป็นแป้งนวล 2 ช้อนโต๊ะ   ป้าเจี๊ยบทำบ่อตรงกลางชามแป้ง เทถ้วยยีสต์ลงตรงกลางบ่อ ตามด้วยน้ำมันคาโนลา 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ส้อมค่อยๆ เขี่ยแป้งรอบๆ วงให้เข้ามาผสมกับของเหลวทีละนิดจนทั้งหมดเข้ามารวมเป็นเนื้อเดียวกัน   เอาแป้งโดวางลงบนเคาน์เตอร์ที่โรยแป้งนวลไว้บางๆ  นวดแป้งโดประมาณ 5 นาที ใช้แป้งนวลกันติดมือติดพื้นเคาน์เตอร์เท่าที่จำเป็น เมื่อเนื้อเนียนนุ่มแล้ววางแป้งโดลงในชามแก้ว ปิดด้วยแผ่นพลาสติกถนอมอาหาร   ป้าเจี๊ยบใช้วิธียกชามแป้งโดเข้าไปวางทิ้งไว้ในเตาติ๊งติ๊งที่ป้าเจี๊ยบเตรียมทำให้ภายในอุ่นกว่าอากาศปกติด้วยการเปิดความร้อนที่ 150 องศาเซลเซียสไว้ก่อนล่วงหน้าประมาณ 5 นาที แล้วจึงนำชามแป้งโดไปวางไว้ในเตาที่ไม่ได้เปิดไฟ พักไว้ประมาณ 30-40 นาที แป้งโดก็ขึ้นฟูเป็น 2 เท่าแล้วค่ะ   นำแป้งโดออกมานวดไล่ลม แล้วแบ่งแป้งเป็น 12 ส่วนเท่าๆ กัน  ปั้นเป็นก้อนกลมๆ เอาผ้าคลุม แล้ววางพักไว้บนเคาน์เตอร์ เตรียมหม้อทอดได้เลย   ป้าเจี๊ยบใช้หม้อใบเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์แค่ 5 นิ้วสำหรับทอดจะได้ไม่ต้องใส่น้ำมันมาก เอาแค่ระดับสูงจากก้นหม้อประมาณ 2 นิ้วก็พอ ตั้งไฟจนน้ำมันร้อนประมาณ 165-170 องศาเซลเซียสก็พร้อมทอดแป้งโด   ป้าเจี๊ยบหยิบแป้งโดทีละก้อนออกมาแผ่เป็นแผ่นกลมๆ แบน หนาประมาณ 1/2 เซนติเมตร หย่อนลงในหม้อทอด ใช้ช้อนตักน้ำมันร้อนๆ ราดด้านบนแผ่นแป้ง ซึ่งช่วยให้แผ่นแป้งโป่งพองออกมา เมื่อพองเต็มที่แล้วจึงพลิกกลับให้สุกเป็นสีทองสวยเสมอกันทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน ระหว่างทอด เจ้าชิ้นที่ 2 ทำตัวน่ารักมากเลยค่ะ เพราะพองแล้วพลิกกลับด้านเองได้ อิอิ! แก้วตาโบ๋ของป้าเจี๊ยบตากลวงโบ๋จริงๆ และไม่อมน้ำมันเลยนะคะ   ป้าเจี๊ยบทอดแค่ 4 ชิ้นค่ะ จะกินเอง 2 ชิ้น อีก 2 ชิ้นสำหรับป้าอี๊ดซึ่งอดกินตอนที่ซื้อมา แก้วตาโบ๋ของป้าเจี๊ยบกรอบนอก นุ่มใน อร่อยโดยไม่ต้องจิ้มอะไรเลย แต่ของป้าอี๊ดมีไอซิงโรยให้นิดหน่อย เรามีน้ำขิงร้อนๆ จิบไปด้วย   แป้งโดที่ยังไม่ได้ใช้เก็บวางเรียงในกล่องปิดฝาสนิทใส่ตู้เย็นไว้ค่ะ อยากกินเมื่อไรก็เอาออกมาทอด แต่ไม่ทันข้ามวันก็หมดซะแล้ว เพราะป้าแจงมาจากกลางดงพอดี กินแก้วตาโบ๋ทอดใหม่ๆ กันอีกรอบ…   ป้าแจงกินแบบจิ้มน้ำผึ้งจากฟาร์มผึ้งของตัวเอง ฟินไปเลย

  ปากหม้อลูกผสมไทยจีน ไส้กุยช่ายเป็นไส้ที่ใส่ในขนมกุยช่ายของจีน แป้งปากหม้อใช้วิธีเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ แป้งจะใสๆ เห็นไส้ผัก เสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีอิ๊วดำแบบขนมกุยช่าย   ส่วนผสมแป้งกุยช่าย แป้งข้าวเจ้า   1 ถ้วย แป้งมัน 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย ส่วนผสมไส้กุยช่าย กุยช่ายซอย 500 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย  2 ช้อนชา วิธีทำ เตรียมไส้กุยช่ายโดยคลุกกุยช่ายซอยกับเกลือ พักไว้ 10 นาที ตั้งกระทะใส่น้ำมันโดยใช้ไฟกลาง ใส่กระเทียมสับลงผัดพอเหลืองหอม ใส่กุยช่ายและน้ำตาล ผัดให้สุกนุ่ม ตักขึ้น พักไว้ เตรียมแป้งโดยผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันเข้าด้วยกัน ใส่น้ำ คนให้เข้ากันทั่ว นำหม้อที่ขึงผ้าเจาะรูไว้ใส่น้ำครึ่งหม้อ ตั้งไฟกลาง ปิดฝา ต้มจนน้ำเดือด ใช้ทัพพีตักแป้งแล้วละเลงเป็นแผ่นบาง ปิดฝา รอประมาณ 10 วินาที เปิดฝา ตักไส้กุยช่ายใส่ ใช้พายยางปาดให้แป้งหุ้มไส้ ตักใส่จานน้ำมันกระเทียมเจียว จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม วิธีทำน้ำจิ้ม ต้มน้ำตาล 1/2 ถ้วยกับซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา และน้ำ 2 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกันให้ละลาย ปิดไฟ พักไว้พออุ่น ใส่พริกขี้หนูแดงและกระเทียมตำละเอียดอย่างละ 1ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เตรียมไว้

  ปากหม้อญวนแป้งนุ่มและใสเห็นไส้หมูสับผัดกับต้นหอม เสิร์ฟกับหมูยอ หอมเจียว และน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน เผ็ดนิดๆ   ส่วนผสมแป้งปากหม้อญวน แป้งข้าวเจ้า  1 ถ้วย แป้งมัน  1/2 ถ้วย แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 1 3/4 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมไส้หมูสับ หมูสับ 300 กรัม ต้นหอมซอย 3 ต้น รากผักชี กระเทียม และพริกไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ เครื่องเคียง หอมแดงเจียว หมูยอหั่นเป็นชิ้นพอดีคำตามชอบ ผักสด วิธีทำ เตรียมแป้งโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม และเกลือลงในอ่างผสม ใส่น้ำและกะทิ คนให้เข้ากัน พักไว้ ทำไส้โดยผัดรากผักชี กระเทียม และพริกไทยที่ตำไว้กับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสับ ผัดให้เข้ากันจนหมูเริ่มสุก   ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ผัดให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอย ตักใส่จาน นำหม้อที่ขึงผ้าใส่น้ำครึ่งหม้อ ตั้งไฟกลางให้เดือด ตักแป้งใส่ ละเลงแป้งเป็นวงกลม ปิดฝา รอให้แป้งสุก เปิดฝา ตักไส้ใส่ ใช้พายย่างค่อยๆ ม้วนแป้งให้เป็นแท่ง จัดใส่จาน เรียงหมูยอ โรยหน้าด้วยหอมเจียว เสิร์ฟกับน้ำจิ้มและผักสด วิธีทำน้ำจิ้ม ต้มน้ำ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำตาล 1/2 ถ้วยและเกลือ 1/2 ช้อนชาให้เดือดและข้นเล็กน้อย ใส่พริกชี้ฟ้าแดงตำละเอียด 2 เม็ด คนให้เข้ากัน ยกลง ใส่น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ทั่ว พักให้เย็น

  ข้าวเกรียบปากหม้อมาคู่กับสาคู เพราะใช้ไส้เดียวกันทำจากเนื้อไก่สับผัดกับไชโป๊ หอมแดง หอมกลิ่นสาม สหาย ปรุงรสเค็มหวาน ใส่ถั่วลิสงคั่วบดให้กรุบๆ หน่อย    ส่วนผสมแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ แป้งข้าวเจ้า  1 ถ้วย แป้งมัน 1  ถ้วย แป้งเท้ายายม่อม 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย ส่วนผสมไส้ไก่ หอมแดงสับ 1/4 ถ้วย รากผักชี กระเทียม และพริกไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เนื้อไก่บด 200 กรัม ไชโป๊เค็มสับ 1/3 ถ้วย น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว  1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่วป่น 1/3 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ อุปกรณ์ หม้อมีขอบพร้อมฝา ผ้าโทเร เชือกขาวสำหรับมัด วิธีทำ เตรียมหม้อโดยนำผ้าโทเรที่ซักน้ำแล้วมาขึงที่ปากหม้อให้ตึง มัดด้วยเชือกให้แน่น เจาะรูที่มุมผ้า ใส่น้ำลงหม้อ เตรียมไว้ ทำไส้โดยผัดหอมแดงกับน้ำมันให้หอม ใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยที่ตำไว้ลงผัดให้หอม ใส่เนื้อไก่บดและไชโป๊ ผัดให้เข้ากันจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย ใส่ถั่วลิสงคั่วป่น ผัดจนได้ส่วนผสมแห้งจับตัวกันเป็นก้อน พักไว้ เตรียมแป้งปากหม้อโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม คนให้เข้ากัน แบ่งน้ำใส่เล็กน้อย คนให้เข้ากัน ใส่น้ำที่เหลือ คนให้ละลายเข้ากัน พักไว้ ยกหม้อที่ทำไว้ตั้งไฟโดยใช้ไฟกลางให้น้ำเดือด ตักแป้งประมาณ 1/2 ทัพพีลงบนผ้า ใช้ทัพพีละเลงแป้งเป็นวงกลม ปิดฝาให้แป้งสุกประมาณ 15 วินาที เปิดฝา ตักไส้ใส่ ใช้พายยางจุ่มน้ำแล้วปาดแป้งมาหุ้มไส้ ตักใส่จาน ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนูสวน

  เกี๊ยวนึ่งของว่างง่ายๆ ด้วยเนื้อปลากระป๋อง เพิ่มกลิ่นหอมจากสามสหายตำละเอียดและน้ำมันงา โรยน้ำมันกระเทียมเจียว หอมสุดๆ ใช้ซอสปลากระป๋องเป็นซอสจิ้ม   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) แป้งเกี๊ยวซ่า 8-10 แผ่น ปลาแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศ 1  กระป๋อง รากผักชี กระเทียม พริกไทย ตำรวมกันให้ละเอียด  1  ช้อนชา แป้งข้าวโพด  2  ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1  ช้อนชา หอมหัวใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพร้อมกระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมผักชีซอย  1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เทปลาแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศ กรองเอาซอสมะเขือเทศออก เก็บซอสไว้ บดเนื้อปลาผสมกับรากผักชี กระเทียม และพริกไทยที่ตำไว้ ใส่แป้งข้าวโพด น้ำมันงา คลุกให้เข้ากัน ตักส่วนผสมเนื้อปลาใส่แป้งเกี๊ยว ห่อให้สวยงาม เรียงใส่จานสำหรับนึ่ง นำไปนึ่งในน้ำเดือดจนสุก คลุกน้ำมันกระเทียมเจียวบางๆ ผัดหอมหัวใหญ่สับกับน้ำมันให้สุกหอม ใส่ซอสปลากระป๋อง ผัดให้ข้น ยกลง จัดเกี๊ยวนึ่งใส่จาน โรยต้นหอมผักชี เสิร์ฟกับซอส

  มันเทศพันธุ์ญี่ปุ่นมีรสหวานและมีไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารและลำไส้ หั่นมันเทศเป็นแท่งแบบเฟรนช์ฟรายส์แล้วอบในเตาอบ จิ้มกับดิปที่ทำจากเต้าหู้และชีสรสเค็มมันที่มีโปรตีนชั้นดี มีกรดอะมิโนที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) มันเทศญี่ปุ่นขนาดกลางหั่นแท่ง 1-2 หัว แป้งข้าวโพดและน้ำมันพืชเล็กน้อย เกลือป่นเล็กน้อย ส่วนผสมดิปเต้าหู้ เต้าหู้หลอด 1 ถ้วย (1 หลอด) ชีสพาร์เมซานขูด 3 ช้อนโต๊ะ ดิจองมัสตาร์ด 1/2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมขูด 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ปอกเปลือกและหั่นมันเทศญี่ปุ่นเป็นแท่งขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร คลุกกับแป้งข้าวโพด แล้วใช้กระชอนร่อนแป้งออก คลุกกับน้ำมันเล็กน้อยให้ทั่ว เรียงบนถาดที่ปูรองด้วยกระดาษไข (อย่าให้ซ้อนกัน) อบในเตาอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาที (เมื่อครบ 10 นาทีให้นำออกมาพลิกด้าน) ยกออกจากเตา โรยเกลือป่นเล็กน้อย ทำดิปเต้าหู้โดยปั่นเต้าหู้กับส่วนผสมทั้งหมดในเครื่องบดสับ (ยกเว้นชีสพาร์เมซานขูด) ปั่นจนเนื้อเนียน ยกออก ใส่ชีสพาร์เมซานขูด คนให้เข้ากัน ชิมรส เสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์มันเทศญี่ปุ่นกับดิปเต้าหู้

  เปลี่ยนจากมันฝรั่งทอดธรรมดานำมาอบแล้วราดซอสชีสที่ทำเองอย่างง่ายๆ เพิ่มชีสได้อีกตามชอบ   ส่วนผสม มันฝรั่งแช่แข็งรสเผ็ด 500 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์  1  ช้อนโต๊ะ เนยสดรสจืด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ นมสดแคลิฟอร์เนีย 1/4 ถ้วย   แคลิฟอร์เนีย มายด์ เชดดาร์ชีส 1/4 ถ้วย แคลิฟอร์เนีย พิซซ่า เบลน ชีส (มอสซาเรลล่า 80%, เชดดาร์ 10%, โปรโวโลน 10%) 1/2 ถ้วย ผงกระเทียม 1 ช้อนชา พริกปาปริกา 1/2 ช้อนชา วิธีทำ นำมันฝรั่งแช่แข็งไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสประมาณ 20 นาทีหรือจนมันฝรั่งเหลืองกรอบ จัดใส่จานไว้ ผัดแป้งสาลีกับเนยให้สุก เติมนมสดแคลิฟอร์เนีย คนจนส่วนผสมข้น ใส่แคลิฟอร์เนีย มายด์ เชดดาร์ชีส และแคลิฟอร์เนีย พิซซ่า เบลน ชีส ผัดให้ละลาย ปรุงรสด้วยผงกระเทียมและพริกปาปริกา ผัดให้ทั่ว ยกลง ตักราดบนมันฝรั่งอบ

  ขนมไข่เต่า หรือขนมไข่นกกระทา ลูกกลมๆ ขนาดเท่าไข่นกกระทา ของกินเล่น เคี้ยวเพลิน แป้งกรอบนอกนุ่มใน ใส่มันหวานและมันม่วงยิ่งอร่อย     ส่วนผสม มันหวานนึ่งสุก บดละเอียด 1 ถ้วย มันม่วงนึ่งสุก บดละเอียด 1 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา หัวกะทิ 1/2 ถ้วย น้ำปูนใส  1/4 ถ้วย วิธีทำ แบ่งแป้งมัน แป้งสาลี น้ำตาล ผงฟู เกลือ หัวกะทิ และน้ำปูนใสเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 (แป้งมัน 1 ถ้วย แป้งสาลี 1/4 ถ้วย ผงฟู 1/2 ช้อนชา น้ำตาล 50 กรัม เกลือ 1/2 ช้อนชา หัวกะทิ 1/4 ถ้วย น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ) ผสมกับมันม่วง นวดให้เข้ากัน พักไว้ ส่วนที่ 2 (แป้งมัน 1 ถ้วย แป้งสาลี 1/4 ถ้วย ผงฟู 1/2 ช้อนชา น้ำตาล 50 กรัม เกลือ 1/2 ช้อนชา หัวกะทิ 1/4 ถ้วย น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ) ผสมกับมันหวาน นวดให้เข้ากัน พักไว้ ปั้นส่วนผสมแต่ละสีเป็นก้อนกลมๆ พักไว้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลาง ใส่ไข่เต่าลงทอด พอไข่เตาเริ่มสุกใช้กระชอนค่อยๆ คลึงขนมไข่เต่าในกระทะ ทอดไปเรื่อยๆ จนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน  

Tag: ขนม

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) แอปเปิลแดงหรือเขียวหั่นแว่นเจาะรูตรงกลาง 4  ผล ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสด 2/3 ถ้วย น้ำมันพืช 1 ช้อนชา แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย  2 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด น้ำตาลไอซิงผสมผงอบเชยสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ตีไข่ไก่ผสมกับนมสดและน้ำมันพืชให้เข้ากัน ใส่แป้งสาลี น้ำตาล ผงฟู และเกลือ คนด้วยตะกร้อมือจนส่วนผสมข้น ใส่แอปเปิลลงชุบ แล้วทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนเหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน โรยด้วยน้ำตาลไอซิงผสมผงอบเชยให้ทั่ว

  ทำแพนเค้กง่ายขนาดพอคำกินกับอะไรก็อร่อย ทั้งผลไม้สด นมสด หรือจะชา กาแฟก็ดี ด้วยแป้งสำเร็จรูป เพียงเติมนมและไข่ ก็อร่อยฟินแบบจิ๋วๆ กับ “แพนเค้กจิ๋ว”   ส่วนผสม แป้งสำหรับทำแพนเค้ก ตราอิมพีเรียล 1  กล่อง นมสด 300 มิลลิลิตร ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำมันสำหรับทากระทะ วิธีทำ เทแป้งสำหรับทำแพนเค้กใส่ชามผสม ใส่ไข่ไก่และนมสด ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน พักไว้ 10 นาที ทาน้ำมันบางๆ ที่กระทะเทฟลอน ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอกระทะร้อนตักส่วนผสมแป้งหยอดเป็นวงกลมขนาดเท่าเหรียญ 5 บาท พอจนขึ้นฟองอากาศประมาณ 2 นาที กลับอีกด้านลงทอดประมาณ 1 นาที ตักขึ้นใส่จาน จัดแพนเค้กใส่จาน ใส่ผลไม้ตามชอบ เสิร์ฟพร้อมนมสด

  เมนูดัดแปลงที่ใช้แผ่นแป้งเวียดนามมาปิ้งในกระทะ ใส่ไข่ ผัก เพิ่มแฮมและเส้นบะหมี่ลวกคลุกผงปรุงรส แค่นี้ก็อร่อยชิลๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ห่อ แฮมหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 2 ฟอง แผ่นแป้งเวียดนามชนิดสี่เหลี่ยม 2 แผ่น ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น แครอตซอยเล็กน้อย                                  ชีสมอซซาเรลลาขูด วิธีทำ ต้มเส้นบะหมี่กับแฮมให้สุก ใส่ผงปรุงรส คลุกให้เข้ากัน แบ่งเป็น 2 ส่วน ทาน้ำมันบางๆ ที่กระทะ วางแผ่นแป้งเวียดนาม ใส่น้ำเล็กน้อย พอร้อนใส่ไข่ไก่ ละเลงไข่ให้ทั่วแผ่นแป้ง รอจนไข่สุก ใส่เส้นบะหมี่ที่เตรียมไว้ ใส่ต้นหอมและแครอตซอย โรยชีสมอซซาเรลลาขูด พอชีสเริ่มละลายม้วนพับแล้วตักใส่จาน   เสิร์ฟพร้อมซอสตามชอบ

  เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ทำพิซซาได้ ใช้ฐานเป็นแป้งตอร์ติญา ใส่เส้นบะหมี่ลวกคลุกกับผงปรุงรส โรยไส้กรอก ผัก และชีส อบจนละลาย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ 1 ห่อ แป้งตอร์ติญา 2 แผ่น ไส้กรอกหั่นแว่น 1/2 ถ้วย ชีสมอซซาเรลลาขูด 1/3 ถ้วย พริกหวานสีเหลืองหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/2 ผล ออริกาโนแห้ง 1 ช้อนชา ซอสมะเขือเทศ วิธีทำ ลวกเส้นบะหมี่พอให้เส้นนิ่ม ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ คลุกกับผงปรุงรส พักไว้ ทาซอสมะเขือเทศให้ทั่วแผ่นแป้งตอร์ติญา ใส่เส้นบะหมี่ให้ทั่ว โรยไส้กรอก พริกหวาน มะเขือเทศ โรยชีสมอซซาเรลลา อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสจนชีสละลายเป็นสีน้ำตาล ยกออกจากเตา โรยออริกาโนแห้ง เสิร์ฟร้อนๆ

  เมนูนี้นำเนื้อไก่บดมาปรุงรสแล้วคลุกกับเส้นบะหมี่ที่บุบเป็นชิ้นเล็กๆ ทอดจนสุก ทำเป็นของว่างกินเล่นได้   ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรส 1 ห่อ เนื้อไก่บด 200 กรัม รากผักชี 3 ราก กระเทียม 3 กลีบ พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ตำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเข้าด้วยกันให้ละเอียด ผสมกับเนื้อไก่บด คลุกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล แป้งมัน คลุกให้ทั่ว บี้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้หักเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั้นไก่บดเป็นก้อนกลม นำมาคลุกกับบะหมี่ให้ทั่ว ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่นักเก็ตไก่ลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟพร้อมซอสตามชอบ

  ของว่างแบบง่ายๆ ขนมปังหน้ากุ้ง จะทอดก็ได้ จะอบก็ดี แต่พิเศษขึ้นคือใส่น้ำพริกเผาลงบดกับเนื้อหมูและกุ้ง เพื่อให้ได้รสกลมกล่อมอร่อยขึ้น   ส่วนผสม(สำหรับ 4 ที่) ขนมปังแซนด์วิช 6 แผ่น เนื้อกุ้งสด 150 กรัม เนื้อหมูสับ 100 กรัม ไข่ไก่  1 ฟอง ไข่ไก่ตีพอเข้ากันสำหรับชุบ 1 ฟอง ใบโหระพาซอย 10 ใบ น้ำพริกเผา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ใบโหระพาใบเล็กและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นสำหรับแต่งหน้า น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ บดเนื้อกุ้งกับเนื้อหมูสับด้วยเครื่องบดสับ ใส่น้ำพริกเผา เกลือ และไข่ บดให้เข้ากัน ใส่ใบโหระพา คนให้เข้ากัน หั่นขนมปังเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ตักส่วนผสมกุ้งหมูบดใส่ เกลี่ยให้ทั่วชิ้นขนมปัง ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าหั่นเส้น ตั้งกระทะน้ำมันพอร้อน นำขนมปังหน้าหมูชุบไข่ (เอาหน้าหมูลงชุบ)แล้วใส่หน้าหมูลงทอดพอเริ่มเหลืองกลับด้านขนมปังลงทอดต่อสักครู่ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมอาจาดแตงกวา เสิร์ฟเป็นของว่าง

  เมนูนี้คล้ายกับแซนด์วิชทูน่า ใช้ขนมปังแซนด์วิชตัดเป็นวงกลม กรุใส่พิมพ์ (พิมพ์อบคัปเค้ก) นำไปอบจนกรอบเหลืองจะเป็นรูปถ้วย ใส่ไส้ปลาทูน่าและผักสามสี ใส่ชีส แล้วอบอีกครั้งจนชีสละลาย   ส่วนผสม ขนมปังแผ่น 10 แผ่น เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาทูน่าในน้ำแร่ 1 กระป๋อง มายองเนส 1/4 ถ้วย ผักสามสีแช่แข็ง 1/4 ถ้วย ชีสมอซซาเรลลา 1/4 ถ้วย ออริกาโนแห้ง  1 ช้อนชา วิธีทำ คลึงขนมปังเป็นแผ่นบางเล็กน้อย กดด้วยพิมพ์คุกกี้วงกลมขอบหยักแล้วทาเนย กรุลงในพิมพ์คัปเค้ก นำเข้าเตาอบจนเหลือง พักไว้ ยีเนื้อปลาทูน่าผสมกับมายองเนสและผักสามสี ตักใส่ถ้วยขนมปังที่อบเตรียมไว้แล้ว โรยด้วยชีสมอซซาเรลลาและออริกาโนแห้ง อบต่อจนชีสละลายและเป็นสีเหลืองสวย ยกออกจากเตา เสิร์ฟ

  อาหารโปรตีนสูง มีทั้งโอเมก้า ไขมันปลาชนิดดี เมนูนี้เหมือนทอดมันกุ้ง แต่ส่วนผสมใช้เนื้อปลาแซลมอนกับมันฝรั่งผสมรวมกัน แล้วคลุกเกล็ดขนมปังทอด แบบนี้เด็กๆ ชอบกินมาก    ส่วนผสม ปลาแซลมอนหั่นชิ้น 200 กรัม หอมหัวใหญ่สับละเอียด 1 หัว มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด 500 กรัม พาร์สลีย์สับหยาบ 1 ช้อนชา ผักชีลาวสับหยาบ  1 ช้อนชา แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ตีพอแตก  1 ฟอง เกล็ดขนมปังป่น 1/2 ถ้วย เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสต๊อกปลา 1  ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับทอด ซอสทาร์ทาร์สำหรับเสิร์ฟ ผักสลัดและมะเขือเทศเชอร์รีตามชอบ เกลือป่นและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส วิธีทำ ผัดหอมหัวใหญ่กับเนยให้สุก ใส่น้ำสต๊อกปลา พอเริ่มเดือดใส่เนื้อปลาลงต้มให้สุก กรองเอาแต่เนื้อ เก็บน้ำไว้ พักไว้ ผสมมันบดกับเนื้อปลาแซลมอนและหอมหัวใหญ่ที่กรองไว้ให้เข้ากัน ใส่พาร์สลีย์และผักชีลาว ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผสมให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบนเล็กน้อย คลุกแป้งสาลี ชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปัง ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่มันบดลงทอดให้เป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟกับผักสลัด มะเขือเทศเชอร์รี และซอสทาร์ทาร์

  เมนูนี้ทำล่วงหน้าได้ และยังพกพาไปกินระหว่างไปเรียนพิเศษหรือทำกิจกรรมระหว่างวันได้อีกด้วย   ส่วนผสม แป้งพัฟสำเร็จรูป 1 แผ่น เห็ดแชมปิญองสไลซ์บาง 250 กรัม เนยสดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ พาร์สลีย์สับ 1/2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ วิปปิงครีม 1/3 ถ้วย ชีสเชดดาร์ขูด 1/4 ถ้วย ไข่แดง 1 ฟอง เกลือป่นและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส วิธีทำ ผัดหอมหัวใหญ่สับกับเนยให้สุกนิ่ม ใส่เห็ดแชมปิญอง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดให้เข้ากัน พอเห็ดสุกใส่พาร์สลีย์และแป้งสาลี ผัดให้เข้ากัน ใส่วิปปิงครีม ผัดให้ทั่ว ใส่ชีสเชดดาร์ ผัดให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น รีดแป้งพัฟด้วยไม้รีดแป้งให้หนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 4 x 4 นิ้ว ตักไส้ใส่ตรงกลาง ทาขอบแป้งด้วยไข่แดง พับแป้งให้เป็นสามเหลี่ยม ใช้ส้อมกดเล็กน้อยเพื่อให้แป้งติดกัน ทาหน้าด้วยไข่แดง อบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20นาทีจนสุก ยกออกจากเตา เสิร์ฟ