มันฝรั่งทอดในรูปแบบแท่ง ที่ผสมเพิ่มความหอมมันจากชีส กินสะดวกอร่อยเพลิน จับคู่กับซอสตามความชอบได้เลย   ส่วนผสม มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นชิ้นเล็ก 3 หัว พริกไทยป่น 1 ช้อนชา โหระพาซอย 1/2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ชีสเชดดาร์ขูด 3/4 ถ้วย ผงปาปริกา 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ต้มมันฝรั่งให้สุกนุ่มใส่ชามผสมแล้วบดให้ละเอียด ใส่พริกไทยป่น เกลือ และผงปาปริกาผสมให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดและโหระพาซอย ผสมให้เข้ากัน ใส่ชีสเชดดาร์คลุกให้เข้ากัน   ปั้นมันฝรั่งเป็นแท่งยาวเรียงใส่ถาดไว้ แช่เย็นไว้ 1 ชั่วโมง ตั้งหม้อใส่น้ำมันใช้ไฟกลางรอจนร้อนจัด ใส่มันฝรั่งลงทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟกับซอสตามชอบ

  กินพิซซาแบบไม่ง้อแป้ง ด้วยเมนูพิซซามันฝรั่ง ของว่างยามหิวที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ อร่อยพอดีคำเลยล่ะ   ส่วนผสม มันฝรั่ง 2 หัว ซอสมะเขือเทศ 1/3 ถ้วย ผัก 3 สีแช่แข็ง 1 ถ้วย เนื้อไก่ย่างหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย ชีสมอซซาเรลลาขูด 1/2 ถ้วย วิธีทำ หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนา 0.5 เซนติเมตร เรียงใส่ถาดอบ ทามันฝรั่งด้วยซอสมะเขือเทศให้ทั่ว วางเนื้อไก่ย่างลงไป ตามด้วยผัก 3 สี โรยชีสมอซซาเรลลาแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 15 นาทีหรือจนสุก ยกออกจากเตาจัดใส่จานเสิร์ฟ

  พาสตานอกจากจะทำอาหารหลักแล้ว ยังทำเป็นของว่างไว้กินเล่นได้อีก เช่น กรอบเค็ม ที่ใช้สาม เกลออย่างรากผักชี กระเทียม พริกไทยตำรวมกันผัดเป็นคาราเมล คลุกกับพาสตาทอดกรอบก็อร่อยได้เพลินๆ    ส่วนผสม พาสตารูปโบว์แห้ง 200 กรัม รากผักชี กระเทียม พริกไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3  ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/3 ถ้วย ผักชีซอย 1 ต้น น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด วิธีทำ ตั้งน้ำต้มพาสตาประมาณ 10 นาที ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ   ตั้งหม้อน้ำมันให้ร้อน ใส่พาสตาลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งกระทะใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่สามเกลอลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา แล้วเคี่ยวต่อจนเหนียวข้น ใส่พาสตาทอดลงคลุกให้เข้ากันจนแห้ง โรยผักชีซอย คลุกให้ทั่ว ตักใส่จาน

  ข้าวเหลือก้นหม้อ หรือกินไม่หมด นำมาตากหรืออบแห้ง ทอดเป็นข้าวตังกรอบๆ รับประทานกับหน้ากะทิรสกลมกล่อม อาหารว่างของไทยที่เหมาะกับการแบ่งปันบนโต๊ะอาหาร หรือรับประทานในเวลาน้ำชายามบ่าย   ส่วนผสม เนื้อกุ้ง  1/2 ถ้วย เนื้อหมู 1/4   ถ้วย กะทิ  1 ถ้วย รากผักชีซอย 1 ราก เม็ดพริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา กระเทียมซอย 1 กลีบ ถั่วลิสงคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งเม็ดเล็ก  2 เม็ด หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ  2  ช้อนโต๊ะ ข้าว  1 1/2 ถ้วย ผักชีสำหรับตกแต่ง พริกชี้ฟ้าซอยสำหรับตกแต่ง น้ำมันรำข้าวสำหรับทอด วิธีทำ เตรียมข้าวตังโดยเกลี่ยข้าวหุงสุกให้เป็นแผ่นกลมบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข สามารถใช้พิมพ์วงกลมเพื่อให้ได้ขนาดที่เป็นมาตรฐาน นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 90 นาที (กลับด้านเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งทาง) ข้าวตังจะแห้งสนิท พักให้เย็นลง ตั้งน้ำมันที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส นำข้าวตังลงทอดให้กรอบดี นำพริกแห้งแช่น้ำให้นุ่มดีแล้วกรีดเอาเมล็ดออก นำไปโขลกพร้อมกับรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้แหลกดี สับเนื้อกุ้งและเนื้อหมูบดเข้าด้วยกัน นำกะทิตั้งไฟเคี่ยวให้พอแตกมัน ใส่เครื่องที่โขลกลงไปละลาย ตามด้วยเนื้อกุ้งและหมูสับ ผัดให้สุก ปรุงด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา คนให้ทั่วดี ใส่หอมและถั่วลิสงคั่วป่น เคี่ยวต่อ 2 นาที จนข้นหนืด เสิร์ฟข้าวตังพร้อมกับหน้า แต่งด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้า

  เมนูของว่างเบาๆ ที่มีเฉพาะหน้ากระท้อนเท่านั้น เนื้อกระท้อนมีรสฝาด เนื้อในเป็นปุยรสหวานหอม เมนูนี้นำเนื้อกระท้อนมาหั่น ปรุงรส คลุกเคล้ากับเนื้อหมู หนังหมู หอมเจียว กระเทียมเจียว กินกับข้าวตังทอดกรอบรสกลมกล่อมเข้ากันลงตัว   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) กระท้อนปอกเปลือกสับเป็นเส้น 60 กรัม | เนื้อหมูหั่นเต๋าเล็กต้มสุก 25 กรัม | หนังหมูซอยเส้นต้มสุก 25 กรัม | หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ | กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ | ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ | กุ้งแห้งทอดกรอบป่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ | พริกจินดาแดงซอย 1-2 เม็ด | น้ำตาลโตนด 3 ช้อนโต๊ะ | น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ | ข้าวตัง ใบชะพลู และผักกาดหอมสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ขยำเนื้อกระท้อนกับน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจนนุ่มและหายฝาด พักไว้ ผสมเนื้อหมู หนังหมู และเนื้อกระท้อน คลุกเคล้าให้เข้ากัน ละลายน้ำตาลโตนดกับน้ำปลาใส่ลงผสมกับเนื้อหมู เคล้าให้เข้ากัน ชิมรส ใส่ถั่วลิสง หอมเจียว กระเทียมเจียว กุ้งแห้งทอดกรอบ และพริกซอย คลุกเคล้าเบา ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวตัง ใบชะพลู และผักกาดหอม

  อาหารว่างโบราณที่ปรากฏในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ไส้กรอกหมูแนมคืออาหาร 2 อย่างที่กินคู่กัน ได้แก่ ไส้กรอกโบราณของไทยที่ย่างด้วยถ่านจนมีกลิ่นหอม และหมูแนมหรือปลาแนมที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มซ่า กินคู่กับผักสดต่างๆ   ส่วนผสมไส้กรอก (สำหรับ 4 ที่) เนื้อปูนึ่งสุก 200 กรัม | เนื้อหมูสันในหั่นเต๋าเล็ก 240 กรัม | ไข่เป็ด 2 ฟอง | ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา | ใบผักชีซอย 1 ช้อนชา | กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนชา | ข่าสับละเอียด 1 ช้อนชา | ตะไคร้สับละเอียด 1 ช้อนชา | รากผักชีสับละเอียด 1 ช้อนชา | ถั่วเขียวเลาะเปลือกคั่ว 2 ช้อนชา | พริกแห้งแช่น้ำจนนิ่ม 10 เม็ด | หอมแดงสับ 1 ช้อนชา | กะทิ 280 กรัม | น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ | น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา | เม็ดพริกไทยขาวเล็กน้อย | เกลือ 1 ช้อนชา | กะปิ 1/2  ช้อนชา | ไส้อ่อนหมูล้างสะอาด 1 เส้น วิธีทำ โขลกพริกแห้งกับเกลือจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ รากผักชี หอมแดง เม็ดพริกไทยขาว กะปิ และถั่วเขียวเลาะเปลือกคั่วลงไปโขลกตามลำดับจนละเอียดดี ตักใส่ถ้วย พักไว้ ผสมเนื้อปู เนื้อหมู ไข่เป็ด และเครื่องที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ใช้มือขยำเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่ต้นหอม และผักชี ค่อยๆ เทกะทิลงไปผสมทีละน้อยสลับกับเคล้าด้วยมือ คอยดูไม่ให้ส่วนผสมแฉะหรือเหลวจนเกินไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย นำไปนึ่งให้สุกแล้วชิมรสชาติให้ออกรสเค็มนำ คลุมด้วยพลาสติกแร็ปแล้วนำเข้าตู้เย็น แช่เย็นทิ้งไว้จนส่วนผสมเย็นและอยู่ตัวขึ้น มัดปลายหนึ่งข้างของไส้หมู บีบส่วนผสมใส่ลงในไส้จนหมดแต่ไม่ให้แน่นหรือหลวมจนเกินไป มัดไส้ปิดอีกด้าน ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูให้ทั่วไส้ ย่างบนเตาถ่านใช้ไฟอ่อนๆ หากตรงไหนพองให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเพื่อไม่ให้ไส้แตก ย่างจนสุกดี ก่อนนำขึ้น ใส่กาบมะพร้าวแห้งลงไปในเตาถ่านเพื่อให้เกิดควัน ใช้ฝาปิดคลุมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้มีกลิ่นหอม นำขึ้นมาพักและหั่นเป็นชิ้น ส่วนผสมหมูแนม เนื้อหมูสามชั้นลวกสุกหั่นเต๋าเล็ก 100 กรัม | หนังหมูลวกสุกหั่นยาวบาง 40 กรัม | หัวกะทิ 50 มิลลิลิตร | ผิวส้มซ่าซอยละเอียดประมาณ 1 ช้อนชา | น้ำส้มซ่า 1 ช้อนโต๊ะ | เนื้อกระเทียมดองซอยบาง 2 ช้อนโต๊ะ | ข้าวหุงสุกตากแห้งคั่วจนเหลืองและปั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ | ถั่วลิสงคั่วบุบพอแหลก 2 ช้อนโต๊ะ | หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ | ข่าอ่อนโขลก 1 ช้อนโต๊ะ | พริกชี้ฟ้าแดงซอยเส้น 1 ช้อนชา | น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ | น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ | น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนโต๊ะ | เกลือทะเล 2 ช้อนชา| ใบชะพลูและผักกาดหอมสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ผสมเนื้อหมูสามชั้นลวกสุก หนังหมูลวก และข่าอ่อนโขลกเข้าด้วยกัน พักไว้ ผสมน้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำกระเทียมดอง น้ำตาลทรายขาว และเกลือเข้าด้วยกัน คนจนน้ำตาลและเกลือละลายเข้ากัน นำไปปรุงรสเนื้อหมู ใส่ข้าวหุงสุกคั่ว ถั่วลิสงคั่วบุบ และผิวส้มซ่าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ราดด้วยหัวกะทิ ตกแต่งด้วยเนื้อกระเทียมดอง หอมแดง และพริกชี้ฟ้าแดงให้มีสีสัน เสิร์ฟพร้อมใบชะพลูและผักกาดหอม คู่กับไส้กรอกโบราณ

  กระท้อน ผลไม้รสเปรี้ยวที่สามารถนำมาทำเป็นของว่างรสแซ่บ เนื้อนุ่มฟูเข้ากับส่วนผสมอย่างกะปิ พริกขี้หนูได้เป็นอย่างดี ใครเห็นเป็นต้องเปรี้ยวปาก น้ำลายสอเลยล่ะ   ส่วนผสม กระท้อน 2 ผล ถั่วลิสงคั่วสับหยาบ 1/4 ถ้วย กุ้งแห้งป่น 1/4  ถ้วย กุ้งแห้งตัวเล็ก 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูเขียวแดงซอย  2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย พริกป่น 1 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นสำหรับแช่กระท้อน 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่เกลือลงในน้ำสำหรับแช่กระท้อน ปอกเปลือกกระท้อนให้หมด แช่น้ำไว้ 10 นาที นำขึ้นมาหั่นเนื้อให้เป็นริ้วยาว แล้วแช่น้ำเกลืออีก 10 นาที เตรียมน้ำทรงเครื่องโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงในหม้อ ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่กะปิและพริกป่น เคี่ยวต่อจนข้น ปิดไฟ พักจนเย็นสนิท นำกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ บีบเอาน้ำออก แล้วกดกระท้อนให้เนื้อแยกออกจากกัน ใส่จานราดด้วยน้ำปรุงรส โรยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง กุ้งแห้งป่น หอมแดงและพริกขี้หนูซอย

  ขนมโมจิ ขนมแป้งเหนียวนุ่ม หนึบหนับ ที่ได้รับความนิยมมากในไต้หวัน คลุกด้วยผงถั่วลิสงแล้วเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม อร่อยจนกินไม่หยุดเลยล่ะ   ส่วนผสม ถั่วลิสงอบสุก 2 ถ้วย      น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย นมสด 1/4 ถ้วย แป้งข้าวเหนียว 1 3/4 ถ้วย เกลือป่น  1  ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เตรียมผงถั่วลิสงโดยนำถั่วลิสงที่อบสุกแล้วมาปั่นให้ละเอียด ร่อนเอาแต่ผงถั่ว พักไว้ ผสมน้ำกับนมสดคนให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวเหนียวคนให้เข้ากัน เติมน้ำตาล เกลือ น้ำมัน คนให้เข้ากันทั่ว นำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 20-25 นาที คนส่วนผสมแป้งทุก 5 นาที จนสุก ยกลงแล้วคนอีกครั้งให้คลายความร้อน ตักแป้งโมจิขนาดพอคำใส่ลงคลุกกับผงถั่วที่เตรียมไว้ จัดใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำเชื่อม 

  เมนูกล้วยๆ ที่ขโมยใจสายหวานมานักต่อนัก เปลี่ยนผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ให้มาเป็นขนมขบเคี้ยว แสนหวาน อร่อยนาน เคี้ยวเพลิน   ส่วนผสม กล้วยน้ำว้าดิบแก่จัด 1 หวี เกลือป่นสำหรับผสมน้ำแช่กล้วย  1  ช้อนโต๊ะ น้ำมันปาล์มสำหรับทอด        ส่วนผสมเนยฉาบ น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เนยสดชนิดเค็ม  3/4 ถ้วย วิธีทำ ปอกเปลือกกล้วย แช่น้ำผสมเกลือ (เพื่อไม่ให้กล้วยดำ) หั่นกล้วยเป็นแว่นหนา 3 มิลลิเมตร แช่ในน้ำเกลืออีกครั้งประมาณ 5 นาที ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟกลางรอจนร้อน นำกล้วยขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำใส่ลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เทน้ำมันที่ทอดกล้วยออก ใส่น้ำตาล เนยสด เกลือ และน้ำเปล่า   ใช้ไฟกลางเคี่ยวจนข้น ใส่กล้วยที่ทอดลงฉาบจนทั่วและแห้ง ตักใส่ถาดเกลี่ยให้ทั่วอย่าให้ติดกัน พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะปิดฝา

  แฮมชีสครอฟเฟิล ทรงแบบรังผึ้งสวยงาม หอมและฉ่ำเนยเต็มเปี่ยม กินร้อนๆ คู่กับแฮมชีสยิ่งอร่อย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ครัวซองต์แช่แข็ง 2 ชิ้น ชีสเชดดาร์มายด์ขูด (Mild Cheddar Cheese) 1/4 ถ้วย ชีสเชดดาร์ชาร์ป (Sharp Cheddar Cheese) 1/4 ถ้วย สโมกแฮมหั่นเส้น 1/2 ถ้วย น้ำเชื่อมเมเปิลตามชอบ วิธีทำ พักครัวซองต์แช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาทีจนแป้งนิ่มคลายตัวและไม่แข็ง อุ่นเตาวัฟเฟิลให้ร้อน วางครัวซองต์แล้วปิดฝาเครื่องไว้ประมาณ 5-7 นาทีจนแป้งสีสวยและกรอบ ยกลงจากเตา วางแป้งที่อบแล้วใส่จาน ผสมชีสและแฮมให้เข้ากัน โรยให้ทั่ว ราดน้ำเชื่อมเมเปิลตามชอบ รับประทานร้อนๆ

  ขนมไทยที่หากินได้ตามต่างจังหวัดหรือตลาดนัด แต่ทำกินเองได้ไม่ยาก เป็นของว่าง กินกับชากาแฟก็ได้   ส่วนผสม แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำใบเตย 1 1/4 ถ้วย วิธีทำ ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า เกลือ และน้ำตาลเข้าด้วยกัน ค่อยๆ ใส่น้ำใบเตย นวดต่อให้เข้ากันจนข้น พักแป้งไว้ 20 นาที ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันประมาณ 1/2 ถ้วย เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อนให้น้ำมันร้อน ตักแป้งใส่ตรงกลาง รอจนแป้งเริ่มสุกจากด้านข้าง ใช้ช้อนตักน้ำมันราดแป้งตรงกลางชิ้นจนสุก ขอบแป้งเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

  เมูสุดฮิตของเกาหลี ที่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆที่บ้าน ทั้งกรอบฉ่ำฟิน ยิ่งกินกับชีสดริป ยิ่งอร่อยเพลินคูณ 2 เลยล่ะ   ส่วนผสม ไส้กรอกหั่นยาว 3.5 เซนติเมตร 7-8 ชิ้น ชีสมอซซาเรลลาหั่นยาว 3.5 เซนติเมตร 7-8 ชิ้น แป้งชุบทอด 1 ถ้วย น้ำเย็น 1/2 ถ้วย น้ำมันสำหรับทอด ส่วนผสมสไปซี่มาโย ซอสพริกเผ็ดมาก  2 ช้อนโต๊ะ มายองเนส 3/4 ถ้วย ส่วนผสมดิปชีส เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ นมสด 3/4  ถ้วย เชดดาร์ชีส  1/4 ถ้วย วิธีทำ เตรียมดิปชีสโดยผัดเนยให้ละลาย ใส่แป้งสาลีผัดให้เข้ากัน ใส่นมสดผัดให้ข้นตามด้วยเชดดาร์ชีส ผัดให้ชีสละลาย ยกลง ผสมมายองเนสกับซอสพริกเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ ผสมแป้งชุบทอดกับน้ำเย็นคนจนแป้งเป็นเนื้อเดียวกันและข้น นำไส้กรอกกับชีสมอซซาเรลลามาเสียบไม้ ตั้งหม้อน้ำมันให้ร้อน จุ่มไส้กรอกลงในแป้งแล้วทอดให้สุกเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟกับสไปซี่มาโยและดิปชีส

  ขนมปั้นขลิบ อาหารว่างไทยโบราณ กรอบหอมมันที่กินเมื่อไหร่เป็นต้องหยุดไม่ได้ เพิ่มความอร่อยด้วยไส้หมูหย็องพริกเผาสุดเข้มข้น สูตรนี้อร่อยเป็นที่สุด   ส่วนผสมแป้ง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า  2   ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 1 1/2  ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน  1/2 ฟอง น้ำปูนใส 1/2   ถ้วย น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 1/3 ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับทอด ส่วนผสมไส้หมูหย็อง หมูหย็อง  85 กรัม น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ  เตรียมไส้หมูหย็องโดยละลายน้ำพริกเผา น้ำตาล และน้ำอุ่นเข้าด้วยกัน ใส่หมูหย็องคนให้เข้ากันพักไว้ ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และน้ำตาลเข้าด้วยกัน ผสมน้ำปูนใส หัวกะทิ และไข่ไก่คนให้เข้ากัน เทลงในแป้งแล้วนวดให้พอเข้ากัน พักไว้ประมาณ 30 นาที แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กๆ แผ่ให้บางตักไส้ลงไปตรงกลาง จับริมแป้งบีบให้สนิทแล้วขลิบให้สวยงาม ตั้งกระทะใช้ไฟกลางใส่น้ำมันรอจนร้อน นำปั้นขลิบลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันและเย็น

  เมนูกินเล่น ที่จะเปลี่ยนจากถั่วอัลมอนด์ธรรมดา ให้มีรสชาติหวาน หอมมัน กรุบกรอบยิ่งขึ้น จะเลือกกินเปล่าๆ หรือจับคู่กับเครื่องดื่มสักแก้วก็ฟินไม่แพ้กัน   ส่วนผสม อัลมอลล์เม็ดอบกรอบ  250 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ผงกาแฟ 2 ช้อนชา งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่น้ำตาล เกลือ น้ำเปล่า ผงกาแฟ ลงในกระทะ ตั้งไฟคนให้ส่วนผสมละลาย ข้นเป็นคาราเมล ใส่อัลมอลล์อบ คนให้เข้ากัน โรยงาขาว คนให้ทั่วอีกครั้งจนน้ำตาลแห้งเคลือบเมล็ดอัลมอนด์ เทใส่ถาด เกลี่ยให้กระจาย พักไว้ให้เย็นและแห้ง ตักใส่ภาชนะมีฝาปิด  

  เมนูอร่อยกินเพลิน ที่ไม่ต้องออกไปหาซื้อแต่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆที่บ้าน นอกจากนั้นยังสามารถเลือกผงคลุกได้ตามใจชอบอีกด้วย   ส่วนผสม ปูอัด 250 กรัม แป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย สาหร่ายป่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด                               วิธีทำ ฉีกปูอัดเป็นเส้นๆ ใส่ชาม โรยแป้งทอดกรอบคลุกให้เข้ากัน ตั้งกระทะใช้ไฟกลางใส่น้ำมันรอจนร้อน ใส่ปูอัดลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่ลงในชามผสมตามด้วยสาหร่ายคลุกให้ทั่ว  

  ขนมแผ่นบางและแบน ที่นอกจากจะหอมกรอบอร่อยแล้ว ยังมีคุณประโยชน์จากอัลมอนด์ ใช้วัตถุดิบน้อย จะทำกินเล่นหรือเป็นของฝากก็ดีไม่แพ้กัน   ส่วนผสม แป้งเค้ก 3/4 กรัม ผงวานิลลา 1 ช้อนชา เนยสดเค็มละลาย 1/3 ถ้วย น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 1/3 ถ้วย ไข่ขาวเบอร์ 2 1 ฟอง อัลมอนด์สไลซ์อบ  1/4 ถ้วย วิธีทำ คนเนยละลายกับน้ำตาลให้เข้ากัน ใส่ไข่ขาว คนต่อให้เข้ากัน ใส่แป้งเค้กและผงวานิลลา คนให้เข้ากัน   เทใส่ถาดอบ ปาดให้บางเสมอกัน โรยอัลมอนด์สไลซ์อบ ใช้มือกดอัลมอนด์ให้ติดกับหน้าขนม นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 20-25 นาที หรือจนสุกเหลือง นำขนมออกจากเตา ตัดเป็นชิ้นขณะยังร้อนอยู่

  เปลี่ยนผลไม้ที่กินแล้วอิ่มท้องอย่างทุเรียน ให้กลายเป็นขนมขบเคี้ยวแสนอร่อย เพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็ได้ ทุเรียนชิพช็อกโกแลต หอมมันกินเพลิน   ส่วนผสม ทุเรียนทอดชิ้นใหญ่ 100 กรัม ดาร์กช็อกโกแลตสับ 1 1/2  ถ้วย เนยสดเค็มพักให้นิ่ม 2 ช้อนโต๊ะ ช็อกโกแลตเคลือบแฟนซีตามชอบ วิธีทำ ละลายดาร์กช็อกโกแลตด้วยเตาไมโครเวฟประมาณ 1-2 นาที คนจนช็อกโกแลตละลายหมด ยกออกจากเตา ใส่เนยสด คนต่อให้ละลายหมด นำทุเรียนทอดมาชุบช็อกโกแลตละลายครึ่งชิ้น เรียงใส่ตะแกรง โรยช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาลตามชอบ

  ถึงฤดูกาลของผลไม้หน้าร้อนยอดฮิตอย่างทุเรียน เราจึงอยากมาแชร์ขนมที่จะทำให้การกินทุเรียนไม่จำเจอีกต่อไป ทั้งกรุบกรอบหอมละมุนเลยล่ะ   ส่วนผสม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย ผงฟู 1 ช้อนชา เนยสดเค็มพักให้นิ่ม 120 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผงวานิลลา 1 ช้อนชา เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสับ 1/3 ถ้วย ทุเรียนทอดหักชิ้นเล็กๆ 1/2 ถ้วย      วิธีทำ ตีเนยสดและเกลือเข้าด้วยกันให้อ่อนตัว ใส่น้ำตาล ตีต่อให้เข้ากันจนขึ้นฟูเป็นครีม ใส่ไข่ ตีให้เข้ากัน ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์และทุเรียนทอด คนให้เข้ากัน ใส่แป้งสาลี ผงฟู และผงวานิลลา คนให้เข้ากัน ตักใส่ถาดอบ ตกแต่งด้วยทุเรียนทอด นำไปอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาทีหรือจนสุกเหลือง พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ขวดโหล

  ขนมปังกรอบของกินเล่นที่เพลินมาก มีทั้งปังกรอบเนยกระเทียม ปังกรอบเนยสด หรือทำเป็นปังกรอบที่ใส่ถั่วต่างๆ ได้ G&C แนะนำขนมปังเนยกรอบงาดำ สามารถเก็บไว้กินได้นาน   ส่วนผสม ขนมปังแผ่นบาง 20-30 แผ่น เนยสดเค็ม 200 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 70 กรัม เกลือป่น 1/8 ช้อนชา นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 1 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม งาดำ 2 ช้อนชา วิธีทำ นำขนมปังมาตัดครึ่งแผ่น เรียงใส่ถาด อบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาทีพอให้ขนมปังแห้ง เตรียมไว้ ตีเนยสดเค็มกับน้ำตาลและเกลือให้ขึ้นฟูและน้ำตาลละลายหมด ใส่นมข้นหวานและไข่แดง ตีต่อให้เข้ากัน ใส่แป้งสาลีและงาดำ ตีให้เข้ากันทั่ว                                                            ปาดเนยงาดำบนขนมปังให้ทั่ว เรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสนาน 15 นาทีพอเหลืองกรอบ ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ขวดโหล ปิดฝาให้แน่น

  กุมภาพันธ์…พาวันแห่งความรักมาให้สดชื่นหัวใจ ป้าเจี๊ยบให้คุกกี้เพื่อสุขภาพเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์นี้ป้าเจี๊ยบจะแจก “แท่งพลังงาน” เพื่อสุขภาพคนที่เรารักค่ะ   แท่งพลังงาน (Energy Bars) เป็นของกินที่ให้พลังงานจริงๆ นะคะ ป้าเจี๊ยบกล้าพูดเช่นนี้ได้เพราะพิสูจน์มาแล้วจากคนที่กินแท่งพลังงานของป้าเจี๊ยบ   เรื่องมีอยู่ว่า…10 กว่าปีก่อนขณะขับรถอยู่บนทางด่วน ป้าเจี๊ยบได้ยินเสียงบีบแตรไล่หลังมา ดูกระจกส่องหลังไปเห็นคนขับทำมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ ป้าเจี๊ยบจึงจอดรถแอบเข้าข้างทาง รถคันนั้นจอดตาม มีหนุ่มวัยประมาณต้นสามสิบลงจากรถมายกมือไหว้ บอกว่าอยากขอดูรถ (รุ่นหายาก) ของป้าเจี๊ยบ... เอ๊ะยังไง!?!   หลังจากดูจนทั่วและพูดคุยโน่นนี่นั่นแล้ว ป้าเจี๊ยบก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงบุพการี เพราะสังเกตกิริยาท่าทางและวิธีพูดจาแบบผู้ที่ได้รับการอบรมมาดี  คำตอบคือคุณแม่เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายปกครอง... นั่นไง มิน่าเล่า!   มิตรต่างวัยต่างเรียนรู้ชีวิตของกันและกันผ่านทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น จนเดี๋ยวนี้ชายหนุ่มมีลูกสาวเกือบ 10 ขวบ สวยน่ารัก ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งสารพัดชนิดเหมือนพ่อ   ปลายปีที่แล้วชายหนุ่มส่งน้ำตาลทรายแดงออร์แกนิกชื่อ Good Sugaaar มาให้ป้าเจี๊ยบทางไปรษณีย์ โดยบอกว่า “เห็นแล้วคิดถึงป้าเจี๊ยบ อยากให้ลอง”  ป้าเจี๊ยบสัญญาไปว่าถ้าใช้น้ำตาลนี้ทำขนมที่เหมาะกับชายหนุ่มเมื่อไรจะส่งไปให้ชิม   ตอนใช้ข้าวโอ๊ตทำคุกกี้สำหรับแจกปีใหม่ ป้าเจี๊ยบก็นึกถึงแท่งพลังงานที่นักกีฬาทางไกลนิยมพกติดตัวไว้กินระหว่างการแข่งขัน  ซึ่งจะเหมาะกับชายหนุ่มที่ระยะนี้เล่นบอร์ดยืนพาย (SUP)   ป้าเจี๊ยบทำส่งไปให้ทันงานทดสอบเส้นทางพาย SUP เจ้าพระยา 40 กิโลเมตร  ชายหนุ่มรายงานผลการกินแท่งพลังงานว่า  “ดีดไวมาก กินไปแป๊บเดียวก็มา... Energy Bars สูตรป้าเจี๊ยบช่วยให้ผมไปต่อได้จนสุดแรงอย่างไม่ค้างคาใจ” เย้!   เกริ่นมาซะยาว สรุปว่าเรามาทำแท่งพลังงานสำหรับให้คนที่เรารักกันนะคะ   เริ่มด้วยการทำชามเปียกโดยใส่น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อมข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ เนยแท้ 1/3 ถ้วยตวง อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา และเกลือป่น 1/4 ช้อนชาลงในหม้อเคลือบ ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง คนอย่างต่อเนื่องให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน พอเริ่มเดือดก็ยกลง พักไว้   จากนั้นลงมือทำชามแห้ง ประกอบด้วยข้าวโอ๊ตชนิด Rolled Oats 2 1/2  ถ้วยตวง ลูกเกด 1/3 ถ้วยตวง แอปริคอตแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1/3 ถ้วยตวง แครนเบอร์รีแห้ง 1/3 ถ้วยตวง โกจิเบอร์รีแห้ง หรือเก๋ากี้ 2 ช้อนโต๊ะ อัลมอนด์สับหยาบๆ 1/3 ถ้วยตวง เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบๆ 1/3 ถ้วยตวง เมล็ดทานตะวันอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ งาขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ งาดำ 1/2  ช้อนโต๊ะ ดาร์กช็อกโกแลตสับหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้มือคลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเข้าด้วยกันแล้วเทลงในชามเปียก   ใช้พายซิลิโคนคนส่วนผสมแห้งให้เข้ากันดีกับส่วนผสมเปียก เทลงในถาดอบขนาด 11 x 7 นิ้วที่ปูกระดาษรองอบไว้ เกลี่ยให้เรียบเสมอกันทั่วทั้งถาด แล้วใช้ก้นถ้วยแบนๆ ช่วยกดส่วนผสมให้อัดแน่น  นำเข้าเตาอบที่ตั้งปุ่มความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 175 องศาเซลเซียส ปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มเวลา 25 นาที   พอได้ยินเสียงติ๊งก็ยกถาดออกมาวางพักไว้ให้เย็นสนิทก่อนยกตัวขนมออกมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 1 x 3.5 นิ้ว เป็นอันว่าเรียบร้อยค่ะ   ในโอกาสพิเศษอย่างนี้ป้าเจี๊ยบเตรียมห่อแต่ละแท่งด้วยกระดาษลูกไม้สีขาว แปะสติกเกอร์หัวใจเล็กๆ สีแดงซะ 1 ดวง ดูดีขึ้นมาเชียวนิ   ตอนส่งมอบแท่งพลังงานป้าเจี๊ยบคิดว่าจะพูดสไตล์หนังสตาร์ วอร์ส  “May the Force be with You (ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน)” ก่อนพูดว่า “รักนะ จุ๊บๆ” ฮา!