เมนูเม็กซิกันที่นำเนื้อบดทางเลือกไปผัดกับผงทาโก้เครื่องเทศกลิ่นหอมรสเข้มข้น ใส่ชีสเชดดาร์วีแกนรสเค็มมันเพิ่มความอร่อย กินกับอะโวคาโดบดหรือกัวกาโมเล เป็นเมนูที่ทำง่ายและได้คุณค่าอาหารครบถ้วน   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อบด Plant-Based 200 กรัม ผงปรุงรสทาโก้ (Spice Mix for Taco) 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับ 1/4 ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับผัด และน้ำเปล่าเล็กน้อย ผักกาดแก้วหั่นฝอย มะเขือเทศเชอร์รีหั่นเสี้ยว หอมหัวใหญ่สีม่วงสไลซ์ พริกดองเจลาปิโนหั่นแว่น ชีสเชดดาร์วีแกนขูด และผักชีซอย สำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมกัวกาโมเล่ อะโวคาโด 1 ผล น้ำมะนาว 2-3 ช้อนชา หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำบด เกลือทะเล และผักชีซอยอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ผัดหอมหัวใหญ่สับกับน้ำมันเล็กน้อยจนสุกนุ่ม ใส่เนื้อบด และผงปรุงรสทาโก้ ผัดให้เข้ากันจนกลิ่นหอม เติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนเนื้อสุกดี ตักขึ้นพักไว้ บดอะโวคาโดด้วยส้อมให้พอแหลก ใส่น้ำมะนาว และหอมหัวใหญ่สับ ปรุงรสด้วยพริกไทย และเกลือคนให้เข้ากัน ใส่ผักชีซอย อุ่นแป้งทาโก้กรอบในเตาอบให้พอร้อน ใส่ผักกาดแก้ว เนื้อบดที่ผัดไว้ มะเขือเทศเชอร์รี หอมหัวใหญ่สีม่วง พริกดองเจลาปิโน ชีสเชดดาร์วีแกนขูด และผักชี ตามชอบ เสิร์ฟทาโก้พร้อมกับกัวกาโมเล

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) น้ำเปล่า 2 ถ้วย กาแฟผงสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ ผงวุ้น 2 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย นมอัลมอนด์แช่เย็น 4 ถ้วย น้ำกาแฟสำหรับท็อปปิงเล็กน้อย วิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่ผงวุ้น กาแฟผง น้ำตาลทราย ต้มจนละลายทั้งหมด เทใส่ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยม พักไว้ให้เย็น นำไปแช่ตู้เย็นจนแข็งดี ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ พักไว้ ใส่เจลลีกาแฟลงในแก้ว เทนมอัลมอนด์ใส่ ราดด้วยน้ำกาแฟ

  ส่วนผสม (สำหรับถาด 8 นิ้ว ตัดได้ 16 ชิ้น) อะโวคาโดสุกบด 1/4 ถ้วย (ประมาณ 1/2 ผล) น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น 1/4 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์  1 ถ้วย ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายไม่ฟอก 3/4 ถ้วย เบกกิงโซดา 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำร้อน 1/2 ถ้วย กาแฟผงสำเร็จรูป 2 ช้อนชา อัลมอนด์สไลซ์สำหรับโรยหน้าปริมาณตามชอบ วิธีทำ เตรียมถาดอบขนาด 8 นิ้ว สเปรย์ด้วยน้ำมันหรือปูรองด้วยกระดาษไข ในอ่างผสม บดอะโวคาโดด้วยส้อมให้ละเอียด ใส่น้ำมันมะกอก คนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดี ผสมแป้งสาลี ผงโกโก้ น้ำตาล เบกกิงโซดา และเกลือป่นเข้าด้วยกัน เทใส่อ่างอะโวคาโด คนพอเข้ากัน ชงกาแฟด้วยน้ำร้อนให้ละลาย เทน้ำกาแฟใส่อ่างผสม คนด้วยตะกร้อมือจนเข้ากัน เทใส่ถาด โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ให้ทั่ว นำเข้าอบในเตาอบอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-20 นาทีจนสุก ยกลงพักไว้สักครู่ นำออกจากพิมพ์ พักให้เย็นสนิท และหั่นเป็นชิ้น

  หมูกรอบคั่วพริกเกลือเมนูเด็ดจากร้านจีน สูตรนี้ใช้เนื้อหมูสามชั้น Plant-Based เมื่อทอดแล้วเนื้อสัมผัสกรอบเหมือนหมูกรอบจริงๆ ผัดคั่วกับพริกเกลือจนหอม ใส่พริกหวานสีสวยช่วยเพิ่มรสอร่อย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) หมูกรอบ Plant-Based 200 กรัม กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงสับ 2  ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ พริกหวานสามสีหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย เกลือทะเลประมาณ 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด วิธีทำ ทอดเนื้อหมูกรอบ Plant-Based ในน้ำมันร้อนท่วม ใช้ไฟแรงปานกลางจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อน เจียวกระเทียมจนสีเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ เร่งไฟใส่พริกหวานลงผัดให้พอสุก ใส่หมูกรอบ พริกชี้ฟ้าแดงสับ กระเทียมเจียว ปรุงรสด้วยเกลือ ผัดเร็วๆ ให้เหลืองและมีกลิ่นหอม ใส่ต้นหอมซอย ตักใส่จาน

  เบอร์เกอร์แพลนต์เบสเนื้อแน่นย่างบนกระทะจนสีสวย ประกบกับขนมปังใส่ชีสวีแกนให้รสเค็มมัน กินกับมันฝรั่งทอดสูตรทำเองได้ที่บ้าน และดิปรสครีมมี่ที่ทำจากเต้าหู้ อิ่มอร่อยแบบสุขภาพดี   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อเบอร์เกอร์ Plant-based 2 ชิ้น ขนมปังเบอร์เกอร์ 2 ชิ้น ชีสเชดดาร์วีแกนสไลซ์ 2 แผ่น หอมหัวใหญ่สีม่วงสไลซ์บาง 1/2 หัว แตงกวาดองสไลซ์บาง  1 ผล มะเขือเทศสไลซ์ 2 ชิ้น มันฝรั่ง 2 หัว ผักสลัด และเกรนมัสตาร์ดปริมาณตามชอบ เกลือป่น และพริกปาปริกาป่นปริมาณตามชอบ น้ำมันพืชสำหรับทอด ส่วนผสมดิปเต้าหู้ เต้าหู้นิ่ม 1 ถ้วย น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมขูด 1 ช้อนโต๊ะ มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ ผงหอมหัวใหญ่ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ และพริกไทยสำหรับปรุงรส วิธีทำ ทำดิปเต้าหู้โดยปั่นส่วนผสมทั้งหมดในเครื่องปั่นจนเนื้อเนียน ชิม และปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบ พักไว้ ทำมันฝรั่งทอดโดยปอกเปลือกและหั่นเป็นแท่งยาว ล้างน้ำให้แป้งของมันฝรั่งออกจนน้ำใส เรียงใส่ตะแกรงพักไว้ให้แห้งสนิท ทอดในน้ำมันร้อนใช้ไฟปานกลางให้พอมีสีเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น ทอดในน้ำมันอีกครั้งด้วยไฟแรงจนเหลืองกรอบ โรยเกลือป่นและพริกปาปริกาป่น นาบเนื้อเบอร์เกอร์บนกระทะให้สุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน สไลซ์ขนมปังเบอร์เกอร์เป็น 2 ชิ้น และนาบบนกระทะให้เหลือง ทาดิปเต้าหู้ และเกรนมัสตาร์ดให้ทั่วขนมปัง ใส่ชีสเชดดาร์วีแกนสไลซ์ หอมหัวใหญ่สีม่วง แตงกวาดอง มะเขือเทศ ผักสลัด และเนื้อเบอร์เกอร์ เสิร์ฟเบอร์เกอร์พร้อมมันฝรั่งทอด และดิปเต้าหู้

  หลายคนอาจสงสัยว่า คนที่บอกว่าตนเองเป็น วีแกน (Vegan) นั้นต่างจากคนเป็นมังสวิรัติ หรือ Vegetarian หรือ Veggie อย่างไร และกินอะไรได้บ้าง   คนที่เป็นมังสวิรัตินั้น แน่นอนว่าไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด แต่บางคนอาจจะกิน ไข่ นม เนย ชีส เป็นต้น เพื่อเป็นแหล่งโปรตีน แต่ชาววีแกนนั้น จัดเป็นมังสวิรัติกลุ่มหนึ่งที่นอกจากไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว ยังไม่กินผลผลิตจากสัตว์ทุกชนิดทั้งนม ไข่ และยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้มาจากการเบียดเบียนสัตว์ด้วย เช่น น้ำผึ้ง เพราะกว่าจะได้น้ำผึ้งต้องตีรังผึ้งหรือรมควันผึ้ง อาหารกลุ่มที่ใส่เจลาติน ซึ่งได้มาจากไขกระดูกสัตว์   วีแกนบางคนยังเคร่งครัดไปถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต่างๆ เช่น กระเป๋าหนัง รองเท้าหนัง รวมถึงเครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์อีกด้วย เพราะชาววีแกนกลุ่มนี้เชื่อว่าความเป็นวีแกนนั้นไม่ได้อยู่แค่อาหาร แต่เป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วย   แหล่งโปรตีนและวิตามินต่างๆ ของชาววีแกน จึงได้โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ นมอัลมอนต์ น้ำมันมะพร้าว สาหร่าย และสามารถกินเครื่องปรุงรสที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ได้ เช่น ซีอิ๊ว มิโซะ ซอส มะเขือเทศ เนยถั่ว เป็นต้น ใครที่คิดว่าอาหารวีแกนนั้นไม่น่าจะมีรสชาติ อาจจะต้องพิจารณาใหม่   แกงกะหรี่ผัก Plant -Based Meat เมนูนี้เป็นแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ทุกคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพราะส่วนผสมของเครื่องแกงนั้นมีผงกะหรี่ ซึ่งมีเครื่องเทศหลากหลายชนิด สูตรของญี่ปุ่นนั้น ใส่แอปเปิลที่ช่วยให้มีกลิ่นหอมอยู่ในเครื่องแกงสำเร็จรูปนี้แล้ว ส่วนผสมใช้ผักเป็นหลัก เช่น กระเจี๊ยบ มะเขือม่วง หอมหัวใหญ่ และใช้ Plant -Based Meat หรือเนื้อจากพืช แทนเนื้อหมูที่ชุบเกล็ดขนมปังทอดหรือทงคัตสึ   Plant - Based Meat เป็นเนื้อจากพืชในรูปแบบใหม่ที่มีเนื้อสัมผัส สีสัน รสชาติเหมือนเนื้อจริงมาก ส่วนผสมนั้นใช้โปรตีนจากพืชหลากหลายชนิดผสมกัน เช่น ถั่วพี ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าว มันฝรั่ง นำมาผ่านกระบวนผลิตที่ทำให้เหมือนเนื้อจริง และกำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ รักสุขภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน   แกงกะหรี่ผักเมนูนี้จึงน่าจะเป็นทางเลือกของคนที่อยากกินเนื้อสัตว์หรืออาหารวีแกนได้อย่างน่าสนใจ   ส่วนผสม กระเจี๊ยบ  7-8 ฝัก มะเขือม่วง หั่นแว่น  1-2 ลูก นาบกระทะให้ผิวนอกตึง แครอต หั่นแฉลบ 1 หัว                                            หอมหัวใหญ่ หั่นบาง 1 ลูก เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ประมาณ  80 กรัม ขิงขูด กระเทียมขูด อย่างละประมาณ 2 ช้อนชา ซีอิ๊วญี่ปุ่น เล็กน้อย สำหรับปรุงรส Plant-Based Meat 1 ชิ้น แป้งสาลีประมาณ ½ ถ้วย เกล็ดขนมปัง ประมาณ 1 ถ้วย น้ำมันสำหรับทอด ข้าวญี่ปุ่น 1 ถ้วย วิธีทำ 1. ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันสักครู่ให้พอสุก ใส่ผักอย่างอื่นลงผัดสักครู่ให้สลด เติมน้ำพอปริ่ม ต้มผักพอเริ่มสุก ใส่เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ต้มจนเครื่องแกงละลาย ชิมรส เติมซีอิ๊วได้ตามชอบ ก่อนปิดไฟ ใส่ขิงขูด กระเทียมขูด 2. ผสมแป้งสาลีกับน้ำเล็กน้อย เตรียมไว้ นำเนื้อจากพืชตบแป้งสาลีแห้งเพื่อไม่ให้ชื้น จุ่มในแป้งสาลีผสมน้ำ และคลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่วทั้งชิ้น ทอดในน้ำร้อนท่วมจนสุกเหลือง หั่นเป็นชิ้นวางบนข้าวราดแกงกะหรี่

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เต้าหู้ขาวเนื้อไม่แข็งหรือนุ่มหั่นชิ้นพอดีคำ 8-10 ชิ้น เกลือทะเล 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย ใบกุยช่ายซอยหยาบๆ 1/4 ถ้วย      น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นพอดีคำ วางบนทิชชูแผ่นหนาสักครู่ใหญ่เพื่อซับน้ำออก ใส่น้ำมันในกระทะ ใช้ไฟแรง รอจนร้อนจัด ใส่เต้าหู้ลงทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนผิวตึงกรอบเป็นสีน้ำตาลอ่อนสวย ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ทำน้ำจิ้มโดยผสมน้ำสะอาดกับเกลือ คนจนเกลือละลาย (ชิมให้มีรสเค็ม) ใส่กุยช่ายซอย เสิร์ฟกับเต้าหู้ที่เพิ่งทอดเสร็จ

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เต้าหู้หั่นชิ้นใหญ่ 8-10 ชิ้น เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น 1/2 ถ้วย เห็ดหอมสดสไลซ์ 4-5 ดอก น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด ส่วนผสมซอสแดง ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย ซอสพริก 3-4 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา เกลือทะเล 1/4 ช้อนชา วิธีทำ หั่นเต้าหู้ วางบนทิชชูแผ่นหนาเพื่อซับน้ำออก ทอดในน้ำมันให้พอผิวตึง ตักขึ้น พักไว้ ทำซอสแดงโดยผัดเห็ดหอมกับน้ำมันเล็กน้อย ใส่ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำ ซีอิ๊ว และเกลือ รอให้เดือดและเหนียวข้นเป็นซอส ชิมรส ใส่เต้าหู้และเมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น รอให้เดือดอีกสักครู่ ตักเสิร์ฟ

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เต้าหู้ทอดแผ่นบาง 8-12 ชิ้น ถั่วลิสงต้มสับหยาบ 1/4 ถ้วย ข้าวญี่ปุ่น 2 ถ้วย น้ำส้มซูชิสำหรับปรุงรสข้าว 2-3 ช้อนโต๊ะ            ส่วนผสมทำยำสาหร่ายฮิจิกิ สาหร่ายฮิจิกิแห้ง 50 กรัม น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1/2 ช้อนชา น้ำส้มสายชูหมัก 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 6 ช้อนโต๊ะ วิธีทำยำสาหร่ายฮิจิกิ แช่สาหร่ายจนนุ่ม ลวกในน้ำเดือด ต้มต่อจนนุ่ม ตักขึ้นใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ผสมน้ำมันกับส่วนผสมอื่นๆ ให้เข้ากัน ชิมรส คลุกรวมกับสาหร่าย แช่เย็นค้างคืนไว้ วิธีทำ ผสมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ กับน้ำปรุงข้าวซูชิ คนเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่ยำสาหร่ายฮิจิกิและถั่วลิสงต้ม คนให้เข้ากัน หั่นครึ่งเต้าหู้ทอด กรีดให้เป็นถุง ตักข้าวใส่จนพูน เสิร์ฟพร้อมโชยุ

  ซูชิเจจะทำหน้าผักต่างๆ มีทั้งสาหร่ายทรงเครื่อง เห็ดปรุงรส และผักสดอย่างเช่นแตงกวาและแครอท   ส่วนผสม ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 5 ถ้วย น้ำปรุงรสข้าวซูชิ 1/2 ถ้วย สาหร่ายทะเลชนิดแผ่น 2 แผ่น เห็ดหอมปรุงรสหั่นเส้น 1/2 วย หัวไช้เท้าดองแบบญี่ปุ่นหั่นเส้น 1/2 ถ้วย แตงกวาญี่ปุ่นหั่นเส้น 1/2 ถ้วย แครอตหั่นเส้น  1/2 ถ้วย สาหร่ายทะเลทรงเครื่อง (ยำสาหร่าย)          ส่วนผสมน้ำปรุงรสข้าวซูชิ น้ำส้มสายชู 3/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา   วิธีทำ เตรียมน้ำปรุงรสข้าวซูชิโดยต้มน้ำส้มสายชู เกลือ และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันให้ละลาย พักไว้ นำข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ผสมกับน้ำปรุงรส คลุกให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อน ห่อด้วยสาหร่ายทะเลชนิดแผ่นเป็นรูปรีๆ แต่งหน้าด้วยสาหร่ายทรงเครื่องและเห็ดหอมปรุงรส อีกส่วนปั้นข้าวเป็นรูปวงรี วางแตงกวา หัวไช้เท้าดอง แครอต ใช้สาหร่ายพันคาดชิ้นข้าว   จัดซูชิทั้ง 3 หน้าใส่จาน เสิร์ฟพร้อมซีอิ๊วญี่ปุ่นและวาซาบิ

  หัวปลีผักพื้นบ้านของไทยนำมาทำเมนูต้ม แกง ผัด ได้สารพัดเมนู รวมทั้งทำทอดมันที่มีรสเผ็ดกลมกล่อม จะเป็นของว่างหรือเป็นกับข้าวก็ได้        ส่วนผสม หัวปลี 1  หัว แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/4 ถ้วย น้ำพริกแกงเผ็ดเจ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา กะทิ 1/4 ถ้วย ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ แกะกาบข้างนอกของหัวปลีออกจนเห็นกาบสีเหลืองนวล ผ่าครึ่ง แช่ในน้ำผสมเกลือ แกะออกทีละกาบ ซอยตามขวาง แช่ในน้ำเกลืออีกครั้ง   ผสมแป้งสาลีกับกะทิ (อย่าให้แป้งเป็นเม็ด) ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดเจและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ใส่หัวปลีและใบมะกรูดซอย เคล้าให้ทั่ว ตักหัวปลีประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ ทอดในน้ำมันร้อนท่วม จนสุกเหลือง ตักขึ้น จัดใส่จาน

  เห็ดเป็นผักอีกชนิดที่นิยมใส่ในอาหารเจ เพราะมีรสอร่อยตามธรรมชาติ มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินต่างๆ หลายชนิด และถ้ามีมากนำมาทำเห็ดหย็องเก็บไว้กินได้นาน   ส่วนผสม เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ 500 กรัม น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย วิธีทำ ตัดโคนเห็ดที่สกปรกออก ฉีกเป็นเส้น นำไปตากแดดจัดๆ ให้เห็ดแห้ง หรือนำเข้าเตาอบจนเห็ดแห้ง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันโดยใช้ไฟกลางพอร้อน ใส่เห็ดลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน เทน้ำมันที่ทอดออกให้เหลือ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำ เคี่ยวพอเหนียว ใส่เห็ดทอดลงคลุกเคล้าให้ทั่ว โรยงาขาวคั่ว คลุกอีกครั้งให้ทั่ว ยกลง พักไว้ให้เย็น เก็บใส่กล่อง

  เต้าหู้ย่างอีกเมนูที่นำมาห่อสาหร่ายและราดน้ำสลัด หอมกลิ่นขิง และยังสามารถทำน้ำสลัดเก็บใส่ขวด ไว้ราดผักสลัดได้อีกด้วย   ส่วนผสม เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง 1 กล่อง สาหร่ายชนิดแผ่น 2 แผ่น      เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ผักสลัด : วอเตอร์เครสเขียวแดง แครอตซอยเป็นเส้น เห็ดเข็มทองลวก ส่วนผสมน้ำสลัด ซีอิ๊วขาว 1/4 ถ้วย น้ำตาลทรายธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา ขิงอ่อนสับ 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่นญี่ปุ่น 2 ช้อนชา วิธีทำ หั่นเต้าหู้ 4 ชิ้นต่อ 1 ก้อน โรยเกลือ ตัดสาหร่ายให้กว้างยาวเท่ากับเต้าหู้ นำไปพันเต้าหู้ แล้วย่างให้หอม จัดใส่จานไว้ ผสมส่วนผสมน้ำสลัดทั้งหมดเข้าด้วยกัน ชิมรส จัดผักสลัดใส่จานเต้าหู้ห่อสาหร่ายย่าง ราดน้ำสลัด 

  เต้าหู้หมักซีอิ๊วนำไปย่างในกระทะหอมๆ เพิ่มผักอย่างเห็ดหอม ซุกกินี และผักสดอย่างเบบี้สปิแนช โรยอัลมอนด์อบ   ส่วนผสม เต้าหู้โมเมนหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าพอดีคำ 3 ก้อน ซุกกินีหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ผล เห็ดหอมสด 12 ดอก ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ เบบี้สปิแนช (Baby Spinach) 2 ถ้วย อัลมอนด์สไลซ์อบตามชอบ วิธีทำ ผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายแดง และน้ำมันงาให้เข้ากัน ราดลงบนเต้าหู้ ซุกกินี และเห็ดหอมสด พักไว้สักครู่ให้ซึมเข้าเนื้อ นำส่วนผสมข้อ 1 ทั้งหมดมาเสียบไม้สลับกัน ย่างบนกระทะย่างพอสุกและมีสีสวย จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมเบบี้สปิแนช โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ถั่วแขกหั่นยาว 2.5 นิ้ว 3 ถ้วย กาน่าฉ่ายประมาณ 1/4 ถ้วย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันถั่วลิสงสำหรับผัด ซีอิ๊วขาวสำหรับปรุงรสตามชอบ วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันถั่วลิสงพอประมาณ รอให้น้ำมันร้อนจัด ใส่ถั่วแขกลงลวกในน้ำมันสักครู่แล้วตักขึ้นใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เทน้ำมันออก ใช้กระทะเดิมใส่ถั่วแขกและกาน่าฉ่ายลงผัดรวมกัน (ผัดให้กาน่าฉ่ายกระจายตัว) ผัดให้เข้ากัน ใส่พริกชี้ฟ้า ผัดให้ทั่ว ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เต้าหู้ขาวเนื้อแข็งหั่นเป็นชิ้นหนา 1 เซนติเมตร 2 ก้อน น้ำมันถั่วลิสง 1-2 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศราชินี 400 กรัม น้ำ 3/4 ถ้วย มิโซะ 2-3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วและขึ้นฉ่ายซอยเล็กน้อย วิธีทำ ย่างเต้าหู้บนกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยจนเต้าหู้เหลืองและผิวตึง ราดซีอิ๊วเล็กน้อยแล้วตักขึ้น ผัดมะเขือเทศเชอร์รีกับน้ำมันถั่วลิสงให้ผิวพอปริ ใส่น้ำ 1/4 ถ้วย ปิดฝาไว้จนมะเขือเทศสุกนุ่ม เติมน้ำอีก 1/4 ถ้วย ใส่มิโซะและน้ำที่เหลือ ผัดต่อจนมะเขือเทศสุกนุ่มและน้ำงวดเป็นซอส ชิมรส จัดเต้าหู้ใส่จาน ราดซอสบนเต้าหู้ โรยขึ้นฉ่ายซอย

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) วุ้นเส้นแห้ง 80 กรัม เห็ดหอมแห้ง 6 ดอก เห็ดหูหนูดำหั่นเส้น 1/2 ถ้วย เห็ดเข็มทอง 1/2 ถ้วย น้ำมันหอยเจ 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่าประมาณ 1/4 ถ้วย พริกไทยเม็ดบุบ 1 ช้อนชา ขิงหั่นแว่น 5-6 ชิ้น ขึ้นฉ่าย 1-2 ต้น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำมันถั่วลิสงอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ แช่เห็ดหอมในน้ำจนนุ่มดี นำมาต้มกับซีอิ๊ว น้ำตาลทราย และน้ำมันถั่วลิสงเล็กน้อย เติมน้ำพอปริ่มๆ ต้มไฟอ่อนจนน้ำงวดลง พักไว้ให้เย็น หั่นเป็นชิ้นบาง แช่วุ้นเส้นในน้ำให้นุ่ม ใส่น้ำมันหอยเจ ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา น้ำเปล่า พริกไทย คลุกให้เข้ากันจนทั่ว ใส่เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง และเห็ดหอม ใส่น้ำมันถั่วลิสงเล็กน้อยในหม้อดินสำหรับอบ เรียงขิงหั่นแว่น ใส่วุ้นเส้นและขึ้นฉ่าย ปิดฝา อบ 10-15 นาทีจนวุ้นเส้นและเห็ดสุก มีกลิ่นหอม