ในยุคที่ใครๆ ก็หันมาดูแลลสุขภาพ และมีแนวทางการกินเพื่อสุขภาพให้เลือกอย่างหลากหลาย “คลีนฟู้ด” ( Clean Food) ดูจะเป็นคำยอดฮิตที่ได้ยินกันมาอย่างต่อเนื่อง   คลีนฟู้ดกินอะไร? หลักการของคลีนฟู้ดเน้นการกินอาหารตามธรรมชาติที่ปรุงแต่งน้อยที่สุด ไม่กินอาหารแปรรูปทุกชนิดรวมไปถึงซอสปรุงแต่งรสชนิดต่างๆ เพราะฉะนั้น เนื้อสัตว์ที่ต้องงดเว้นคือ ไส้กรอก แฮม อาหารกระป๋องทุกชนิด เนื้อสัตว์ที่รับประทานควรเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ และไม่มีมันมากเกินไป เนื้อสัตว์ยอดนิยมจึงมักเป็นเนื้อไก่ส่วนอก เนื้อปลา และเนื้อหมูที่ไม่ติดมัน ส่วนวิธีการปรุงนั้น จะใช้ขั้นตอนการปรุงที่น้อยที่สุดเพื่อรักษารสชาติธรรมชาติ และสารอาหารต่างๆ ไว้ ไม่นิยมการทอด ถ้าทอดควรใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   สลัดข้าว เมนูนี้จัดว่าเป็นอาหารคลีนครบ 5 หมู่ ข้าวที่ใช้เป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีวิตามินสูง บรอกโคลีเป็นผักซึ่งมีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนที่มีสารแอนตี้ออกซิเดชัน เพียงนำมานึ่งให้สุก โปรตีนได้จากกุ้งที่ใช้วิธีลวก และยังมีพริกหวานซึ่งมีวิตามินซีสูง ปรุงรสด้วยน้ำสลัดที่ใช้น้ำมันมะกอก รสเปรี้ยวจากเลมอน มีกลิ่นหอมรสเผ็ดนิดๆ จากกระเทียมสด และเพิ่มรสอีกนิดด้วยเกลือและพริกไทย   สลัดจานนี้จึงเป็นเมนูง่ายๆ ครบรส ครบหมู่อาหาร ของคนที่กำลังมองหาเมนูคลีนฟู้ดได้อย่างน่าสนใจ   ส่วนผสม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 1 ถ้วย บรอกโคลีนึ่งสุก 1 ถ้วย กุ้งลวกหรือต้ม 1 ถ้วย พริกหวาน (เหลือง) หั่นสี่เหลี่ยมเต๋า ½ ถ้วย เมล็ดทานตะวัน  1-2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำมันมะกอก  3 ช้อนดตะ น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมขูด  ½-1 ช้อนโต๊ะ เกลือ & พริกไทย อย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ใส่ข้าว บรอกโคลี กุ้ง พริกหวาน ในชามผสม ผสมส่วนผสมน้ำสลัดให้เข้ากัน ชิมรส ราดน้ำสลัดบนข้าวและผัก คลุกให้เข้ากันเบาๆ โรยหน้าด้วยเมล็ดทานตะวัน

  สลัดจานนี้รวมส่วนผสมเพื่อสุขภาพไว้เต็มเปี่ยม ทั้งเต้าหู้ที่ทำจากถั่วลูกไก่เนื้อแน่นหนึบเคี้ยวเพลิน ผักสลัดสดจากไร่ พร้อมน้ำสลัดโชยุสไตล์ญี่ปุ่น   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ผักสลัดตามชอบ มะเขือเทศเชอร์รี 1/4 ถ้วย เต้าหู้ถั่วลูกไก่ 1/4 ถ้วย ไข่ต้ม 1  ฟอง ลูกเดือยและถั่วแดงต้มสุก 1/4 ถ้วย เมล็ดข้าวโพดหวาน 1/4 ถ้วย สาหร่ายหั่นฝอยสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้หรือข้าว 120 กรัม น้ำมันงา 60 กรัม โชยุ 140 กรัม น้ำมะนาว 60 กรัม น้ำตาลทราย 60 กรัม งาขาวคั่ว 25 กรัม กระเทียมสับหยาบ 20 กรัม พริกขี้หนูสับและต้นหอมซอยตามชอบ  วิธีทำ เตรียมส่วนผสมน้ำสลัดโดยผสมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน คนจนละลาย ยกลง เติมน้ำมันงา โชยุ กระเทียมสับ น้ำมะนาว คนจนเข้ากัน โรยต้นหอมซอยและงาขาวคั่ว (หากชอบเผ็ดใส่พริกขี้หนูสับได้) จัดผักสลัดใส่จาน วางมะเขือเทศเชอร์รี เต้าหู้ถั่วลูกไก่ ไข่ต้ม ลูกเดือย ถั่วแดงต้มสุก เมล็ดข้าวโพดหวาน โรยสาหร่าย เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด

  ยำแหนมรสจัด อาหารสตรีทฟู้ดที่หลายคนคุ้นเคย สูตรนี้ใช้แหนมทำเองอร่อยแบบปลอดสาร เคล้ากับข้าวทอดรสเผ็ดและเครื่องยำหอมกลิ่นสมุนไพร   ส่วนผสมและวิธีทำแหนมหมู (สำหรับ 4-6 ที่) หมูบด 5 ถ้วย กระเทียมไทย 1/2 ถ้วย เกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ข้าวเหนียว  1/2 ถ้วย หนังหมูต้มสุก 1/3 ถ้วย ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ห่อด้วยใบตอง พักไว้ที่อุณหภูมิห้อง 4-5 วันจนแหนมมีรสเปรี้ยว ส่วนผสมข้าวทอด ข้าวหุงสุก 5 ถ้วย น้ำพริกแกงคั่ว 1 ถ้วย มะพร้าวขูด 3/4 ถ้วย ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดสับรวมกัน 1/4 ถ้วย น้ำปลา 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอดเล็กน้อย ส่วนผสมเครื่องยำ ขิง ต้นหอม หอมแดงไทยซอยบาง พริกป่น ผักชีใบเลื่อย มะพร้าวคั่ว ใบสะระแหน่ น้ำมะนาว น้ำปลา ถั่วลิสงทอด (ติดเปลือก) ใบชะพลู และผักสดตามชอบ วิธีทำ เตรียมส่วนผสมข้าวทอดโดยคลุกข้าวกับส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี นำมาปั้นเป็นก้อนหนัก 50 กรัม (ได้ 18 ชิ้น) ทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนเหลืองกรอบ พักไว้ ย่างแหนมทั้งใบตองจนสุก มีกลิ่นหอม คลุกข้าวทอดกับแหนม ใส่ขิงซอย ต้นหอม หอมแดง พริกป่น ผักชีใบเลื่อย มะพร้าวคั่ว ใบสะระแหน่ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มตาม และรสเผ็ดตามชอบ โรยถั่วลิสงทอด เสิร์ฟพร้อมใบชะพลูและผักสดตามชอบ  

  เนื้ออกไก่ต้มนำมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วยำกับสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด เช่น ขิง ตะไคร้ หอมแดง ใบสะระแหน่ ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้เคี้ยวได้กรุบกรอบและน้ำยำใส่รากผักชี กระเทียม พริก ทำให้ยำจานนี้หอมกรุ่นกลิ่นสมุนไพร จะรับประทานเป็นกับข้าวหรือผักสลัดเสิร์ฟเป็นคำก็ดูน่ารับประทาน   ส่วนผสม อกไก่ต้มแล้วฉีก 120 กรัม ขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ ผักชี 1/4 ถ้วย ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย      ต้นหอมซอยเป็นเส้น 1/4 ถ้วย พริกชี้ฟ้าซอยเป็นเส้น 2 ช้อนโต๊ะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสับหยาบ 20 กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสำหรับเสิร์ฟ ผักกาดแก้วสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมน้ำยำ กระเทียมซอย 3 กลีบ รากผักชีซอย 2 ช้อนชา พริกขี้หนูซอย 6 เม็ด น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ต้มอกไก่โดยนำไก่ใส่หม้อ ใส่น้ำให้ท่วม ตั้งไฟ พอเดือดประมาณ 1 นาทีปิดไฟ ปิดฝาหม้อ พักไว้ให้เย็นลงไก่จะสุกพอดี เนื้อไม่กระด้าง พอเย็นฉีกเป็นเส้น ทำน้ำยำโดยโขลกกระเทียมซอย รากผักชีซอย และพริกขี้หนูซอยจนแหลกดี ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน หยิบไก่ใส่ชามผสม ใส่น้ำยำลงไปครึ่งหนึ่ง เคล้าให้ทั่วดี ใส่เครื่องยำที่เหลือทั้งหมดและน้ำยำที่เหลือลงไปเคล้าให้เข้ากัน ใส่จานเสิร์ฟ (จะเสิร์ฟกับผักกาดแก้วเหมือนเมี่ยงก็ได้) ตกแต่งด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

  กลิ่นหอมหวานและรสเค็มนิดๆ ของฮันนี่แฮมเข้ากันได้ดีกับซอสมะม่วงรสหวาน ใส่ผลไม้รสเปรี้ยวอย่างกีวีและสตรอว์เบอร์รี ทำให้สลัดจานนี้สดชื่นรับกับซัมเมอร์   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ฮันนี่แฮมสไลซ์ 400 กรัม มิกซ์สลัด 2-3 ถ้วย หอมแขกหั่นเสี้ยว 1/4 ถ้วย มะเขือเทศเชอร์รีหั่นเสี้ยว 1 ถ้วย แตงกวาญี่ปุ่นหั่นแว่น 1/2 ผล กีวีสีทองสไลซ์ 2 ผล สตรอว์เบอร์รีสไลซ์ 4 ผล เคปกูสเบอร์รี 4 ผล เนื้อมะม่วงสุกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วย ส่วนผสมซอสมะม่วง  น้ำมะม่วงคั้น  1/2 ถ้วย น้ำมันสลัด 4 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรสเล็กน้อย วิธีทำ ทำซอสมะม่วงโดยบดมะม่วงน้ำดอกไม้สุกผ่านกระชอนตาถี่ คั้นให้ได้น้ำประมาณ 1/2 ถ้วย ผสมกับส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ชิมและปรุงรสตามชอบ แช่เย็นไว้ จัดผักสลัดใส่จานใบใหญ่ วางหอมแขก มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น กีวี สตรอว์เบอร์รี เคปกูสเบอร์รี แฮม และเนื้อมะม่วงสุก เสิร์ฟพร้อมซอสมะม่วง

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) สันในไก่ 200 กรัม ผักแพว 1/2 ถ้วย สะระแหน่ 1/4 ถ้วย ตะไคร้ซอยบาง 1/4 ถ้วย หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย ผักชีฝรั่งซอย 3-4 ถ้วย ส่วนผสมน้ำยำ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเลเล็กน้อย พริกขี้หนูซอย 5-6 เม็ด ชิมและปรุงรสตามชอบ ควรให้มีรสจัด วิธีทำ ต้มสันในไก่ให้สุก ตักขึ้น พักไว้ให้เย็นแล้วฉีกเป็นเส้น ใส่สันในไก่ฉีก ผักแพว สะระแหน่ ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย และน้ำยำ เคล้าให้เข้ากันดี ตักใส่จาน รับประทานทันที

  ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) วุ้นเส้น 1 ห่อ 80 กรัม น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด หมูสับ 300 กรัม หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย ผักชีซอย 2 ต้น ต้นหอมซอย 2 ต้น ถั่วลิสงทอดทั้งเปลือก 1/4 ถ้วย กุ้งแห้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วย พริกแห้งทอดปริมาณตามชอบ ส่วนผสมน้ำยำ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ชิมและปรุงรสเพิ่มตามชอบ วิธีทำ ล้างพริกขี้หนู บีบน้ำออกให้แห้ง หั่นหรือสับหยาบๆ ใส่ชามพักไว้ ใส่น้ำมันในหม้อ ตั้งไฟให้ร้อนจัด เทใส่ชามพริกแห้ง พักไว้ให้เย็นแล้วกรองจะได้น้ำมันพริก แช่วุ้นเส้นในน้ำจนนิ่ม ลวกในน้ำเดือด ตักขึ้น พักไว้ให้พอสะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันพริก 1-2 ช้อนโต๊ะ คลุกให้เข้ากัน หากชอบรสเผ็ดเติมน้ำมันพริกได้อีกเล็กน้อย รวนหมูสับกับน้ำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ ตักหมูสับและน้ำรวนหมูใส่ชามผสม ใส่วุ้นเส้น หอมแดงซอย ผักชีซอย ต้นหอมซอย ถั่วลิสงทอด กุ้งแห้งทอด และน้ำยำ เคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยพริกแห้งทอด

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) มะเขือเทศเชอร์รีสีแดงและเหลืองรวมกัน 2 ถ้วย ชีสมอซซาเรลลาสดลูกเล็ก 1 ถ้วย เบบี้ร็อกเก็ต 1 ถ้วย ขนมปังเซียบัตตาหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า (Ciabatta) 1 ถ้วย น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำส้มสายชูบัลซามิก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล พริกไทยดำบดหยาบ และอิตาเลียนเบซิลซอยเล็กน้อย วิธีทำ พักขนมปังเซียบัตตาไว้ให้แห้ง หรืออบด้วยไฟอ่อนจนแห้ง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน กระเทียม และขนมปังลงผัด ใช้ไฟอ่อนผัด คั่วให้ทั่วจนขนมปังมีสีเหลือง กลิ่นหอม และกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น ใส่มะเขือเทศเชอร์รีและชีสมอซซาเรลลาสดในชามผสม ใส่น้ำสลัดและเบบี้ร็อกเก็ต เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่ขนมปังเซียบัตตา เคล้าเร็วๆ ตักใส่จาน เสิร์ฟ

  เมนูทำง่าย อร่อย ได้ประโยชน์จากเนื้อปลาแซลมอนรมควันกับควินัว ธัญพืชเมล็ดเล็กอุดมด้วยไฟเบอร์ นำมาทำสลัดใส่แอปเปิลและชีสเชดดาร์รสเค็มมัน   ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ควินัว 1 ถ้วย ชิกพีกระป๋อง 1/2 ถ้วย แอปเปิลแดงหั่นชิ้นเล็ก 1 ผล ชีสเชดดาร์หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย ผักสลัดร็อกเก็ตป่า 1-2 ถ้วย แซลมอนรมควันฉีกเป็นชิ้นเล็ก 200 กรัม แครกเกอร์ตามชอบ ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำมันสลัด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์ขาว 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงสับ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งมานูก้า  1 ช้อนชา เกลือป่นและพริกไทยป่นอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ต้มน้ำเปล่า 11/2 ถ้วยให้เดือด ใส่ควินัวลงต้ม ลดไฟให้อ่อนลง ปิดฝา ประมาณ 15 นาที (คน 2-3 ครั้ง) จนน้ำงวดและควินัวสุก ปิดไฟ ปิดฝาหม้อไว้ให้ระอุ พักไว้ ผสมส่วนผสมน้ำสลัดทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรส พักไว้ ผสมชิกพี แอปเปิล ชีสเชดดาร์ ผักร็อกเก็ตป่า ควินัว และแซลมอน ราดน้ำสลัด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมแครกเกอร์

  เมนูนี้เป็นสลัดหอยสไตล์เอเชีย น้ำสลัดเป็นน้ำยำใส่ตะไคร้และน้ำปลา อร่อยและเข้ากันได้ดีกับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ที่ตัวใหญ่และเนื้อหนา   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ 1 กิโลกรัม เซเลรีหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย พริกหวานสีแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย ตะไคร้ซอย 5-6 ต้น ตะไคร้หั่นยาวบุบ 2 ต้น ส่วนผสมน้ำสลัด พริกฮาลาเปโยสับ 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 11/2 -2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสลัด 1/4 ถ้วย พริกไทยป่นเล็กน้อย วิธีทำ ลวกหอยแมลงภู่ในน้ำเดือดใส่ตะไคร้บุบสักครู่ ตักขึ้นใส่อ่างผสม ใส่เซเลรี พริกหวาน และตะไคร้ซอย ผสมพริกฮาลาเปโย ผักชี น้ำมะนาว น้ำเลมอน น้ำปลา น้ำมันสลัด และพริกไทย ตีด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน ชิมรส เทใส่อ่างผสม เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน กินทันที

  เมนูเบาท้องแต่อร่อยจากกุ้งสดรสหวานกับอะโวคาโดเนื้อมัน น้ำสลัดทำจากโยเกิร์ตธรรมชาติเนื้อข้นที่เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นด้วยน้ำส้ม   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) อะโวคาโดหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ผล กุ้งลวก 4-6 ตัว หอมหัวใหญ่สีม่วงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/2 ถ้วย เนื้อส้มซันคิสต์หั่นชิ้นเล็ก 1 ผล มะเขือเทศเชอร์รีหั่นแว่น 2-3 ผล ใบผักกาดคอสสำหรับเสิร์ฟ 6-8 ใบ ส่วนผสมน้ำสลัด หอมแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วย ผิวส้มขูด 1/2 ช้อนโต๊ะ อิตาเลียนพาร์สลีย์สับ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งมานูก้า 1-2 ช้อนชา กรีกโยเกิร์ต 200 มิลลิลิตร เกลือป่นและพริกไทยป่นอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ทำน้ำสลัดโดยต้มน้ำส้มกับหอมแดงจนงวดเหลือครึ่งหนึ่ง กรอง แล้วตักน้ำส้มมา 3-4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับโยเกิร์ต ผิวส้มขูด อิตาเลียนพาร์สลีย์ เกลือ พริกไทย และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน ชิมรส พักไว้ ผสมอะโวคาโด กุ้ง หอมหัวใหญ่สีม่วง เนื้อส้ม และมะเขือเทศเชอร์รี ตักน้ำสลัดใส่ คนเบาๆ ให้เข้ากัน เสิร์ฟโดยตักสลัดกุ้งใส่บนใบผักกาดคอส

  ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ถั่วเยลโลว์พีต้มสุก 2/3 ถ้วย น้ำซุปผัก 1 1/2 ถ้วย มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 2 ถ้วย เมล็ดข้าวโพดหวาน 1 ถ้วย พาร์สลีย์สับ 2 ช้อนชา โหระพาซอย 2 ช้อนชา ออริกาโนสดหั่นหยาบ 2 ช้อนชา ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำเลมอน 1 ผล ผิวเลมอนขูดเล็กน้อย น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนชา กระเทียมบุบสับหยาบ 1/2 ช้อนชา น้ำเชื่อมเมเปิล 1 ช้อนชา เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส วิธีทำ แช่ถั่วเยลโลว์พีในน้ำ 1 คืน เทน้ำทิ้ง นำถั่วมาต้มกับน้ำซุปผัก 20-30 นาทีจนสุก เบาไฟ ปิดฝาหม้อ  ปล่อยให้น้ำซุปซึมเข้าเมล็ดถั่วจนนิ่มแต่ไม่เละอีกประมาณ 20 นาที รินน้ำออก ใส่ถั่วเยลโลว์พีในชามผสม คลุกกับมะเขือเทศ เมล็ดข้าวโพดหวาน พาร์สลีย์ โหระพาซอย ออริกาโน และต้นหอมซอย ผสมน้ำสลัดโดยใส่ส่วนผสมทั้งหมดในขวดโหล ปิดฝา เขย่าจนเข้ากัน ราดน้ำสลัดบนสลัดที่เตรียมไว้ คลุกให้เข้ากัน เสิร์ฟทันที 

  สลัดสไตล์ญี่ปุ่น เมนูเบาๆ ที่ทั้งอิ่มและได้ประโยชน์ ใช้สาหร่ายวากาเมะที่มีกลิ่นหอมจากทะเล ใส่เส้นโซบะทำจากแป้งบักวีตสีน้ำตาลและเนื้อกุ้งลวกรสหวาน น้ำสลัดรสเค็มเปรี้ยวกระตุ้นต่อมรับรส จานนี้อร่อยและมีประโยชน์จากสาหร่ายที่ช่วยขับสารพิษ ช่วยให้ผมดกดำ แตงกวาช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและมีวิตามินซี   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) สาหร่ายวากาเมะแห้งแช่น้ำจนนุ่ม  1 ถ้วย                              เส้นโซบะลวก 1/2 ถ้วย กุ้งกุลาดำลวกหั่นชิ้นพอดีคำ 8-10 ตัว แตงกวาญี่ปุ่นหั่นแว่นบาง 1/4 ถ้วย เกลือทะเลเล็กน้อย งาขาวคั่วสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมน้ำสลัด โชยุ 2  ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสลัด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา  เกลือทะเลเล็กน้อย ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันและชิมรส วิธีทำ เตรียมแตงกวาโดยโรยเกลือเล็กน้อยให้ทั่ว ขยำเบาๆ พักไว้สักครู่ ล้างเกลือออก บีบน้ำแล้วพักไว้ ใส่สาหร่ายวากาเมะ เส้นโซบะลวก กุ้งลวก แตงกวา และน้ำสลัด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยงาขาว

  เส้นอุด้งนุ่มหนึบทำเป็นสลัดเย็นได้อร่อย น้ำสลัดใช้เนื้อฟักทองญี่ปุ่นนึ่งรสหวาน ผสมกับเต้าหู้ปั่นรวมกันจนเนื้อเนียน โรยเนื้อก้ามปูอะลาสกาชิ้นใหญ่เต็มคำ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เส้นอุด้ง 200 กรัม เนื้อก้ามปูอะลาสกา 300 กรัม แตงกวาญี่ปุ่นหั่นเส้น 1/4 ถ้วย ไควาเระ 1/4 ถ้วย งาดำเล็กน้อย ส่วนผสมน้ำสลัดฟักทอง เนื้อฟักทองญี่ปุ่นนึ่งสุก 1/2 ถ้วย น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา น้ำส้มสายชูข้าวกล้อง 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เต้าหู้ขาวเนื้อนิ่ม 1/4 ถ้วย น้ำมันสลัด 1/4  ถ้วย วิธีทำ ทำน้ำสลัดโดยปั่นเนื้อฟักทองญี่ปุ่นกับน้ำผึ้ง น้ำส้มสายชู เกลือ เต้าหู้ และน้ำมันสลัดเข้าด้วยกันจนเนื้อเนียน ชิมรส แช่เย็นไว้ ลวกเส้นอุด้ง ตักใส่น้ำเย็น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ตักใส่ชามผสม ใส่น้ำสลัด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน จัดใส่จาน ฉีกเนื้อก้ามปูอะลาสกาโรยบนเส้นอุด้ง โรยแตงกวาญี่ปุ่น ไควาเระ และงาดำ

แฟนอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นคงรู้จักเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร กันเป็นอย่างดี เชฟเก่งคนนี้เป็นเจ้าของร้านหลายแห่ง เริ่มจากร้านรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว “ฤดู” (Le Du) เสิร์ฟอาหารไทยสมัยใหม่ที่ใช้เทคนิคตะวันตกปรุงอย่างล้ำสมัย ร้าน “บ้าน” (Baan) เน้นอาหารไทยเมนูเหมาะสำหรับครอบครัวที่กินได้ทุกวัน ร้าน “เมรัย” (Mayrai) บาร์เท่ๆ ที่ขายทั้งผัดไทย ข้าวซอย ไวน์ และร้านล่าสุด “นุสรา” ที่ตั้งใจทำเพื่อคุณยายผู้เป็นที่รัก     ย้อนไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วร้านฤดูเปิดหลังจากเชฟต้นเรียนจบจาก CIA สถาบันสอนทำอาหารของประเทศอเมริกาและทำงานร้านอาหารดังๆ ในเมืองนิวยอร์ก ร้านฤดูจึงเป็นอาหารไทยโมเดิร์นที่มีไอเดียสดใหม่ ใครเห็นต้องร้องว้าวจนต้องขอตามเป็นแฟนคลับ เนื่องจากมีลูกค้าหลายกลุ่มและมีความชื่นชอบแตกต่างกันออกไป และโลกของอาหารกับไอเดียของเชฟต้นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง บางครั้งคิดไอเดียอาหารใหม่ออกมาอาจจะไม่เหมาะกับร้านฤดู แต่เหมาะกับร้านนุสรามากกว่า เชฟจึงเปิดร้านให้มีความหลากหลายเพื่อเหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่ม   ร้านล่าสุดของเชฟต้นใช้ชื่อของ “คุณยายนุสรา” ผู้ทำอาหารเลี้ยงดูเชฟและน้องชายตั้งแต่ยังเด็ก ร้านนี้จึงเป็นร้านที่รำลึกถึงคุณยาย เสิร์ฟอาหารไทยปัจจุบันที่คนรู้จักดี เมนูเข้าใจได้ง่ายกว่าร้านฤดู มีรสชาติไทยแต่หน้าตาและการเสิร์ฟเป็นคอร์สสไตล์อาหารฝรั่ง เชฟให้เหตุผลในการเสิร์ฟแบบนี้ว่าสามารถควบคุมคุณภาพและอุณหภูมิของอาหารได้ดีกว่าการเสิร์ฟเป็นสำรับ   เมนูพิเศษประจำฉบับเป็นยำปลาหมึกที่หน้าตาดูสวยว้าว เชฟสไลซ์เนื้อปลาหมึกหอมจากจังหวัดตราดให้เป็นแผ่นบาง เนื้อปลาหมึกสดมีสีขาวขุ่นใส ห่อเครื่องยำที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ดอกแตงกวา พวงชมพู ขึ้นฉ่าย ราดน้ำยำรสเปรี้ยวเค็มหวาน เนื้อปลาหมึกนุ่มลื่น ได้เนื้อสัมผัสกรอบสดชื่นของเครื่องยำ และน้ำยำที่ครบรสกลมกล่อมลงตัว เป็นจานแรกที่เรียกน้ำย่อยได้ดี ส่วนอีกจานที่เราชอบคืออ่องปูนาอินทรีแนมข้าวมัน เชฟทำเป็นคำแบบข้าวปั้นญี่ปุ่นนิกิริ ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูหุงกับกะทิทำเป็นข้าวมันเนื้อนุ่ม หน้าเป็นอ่องมันปูสีเหลืองรสมันเค็มจากจังหวัดลำพูน และซอสสีเขียวทำจากผักกาดฮีนและสมุนไพรไทยหลายชนิดให้รสเผ็ดซ่านิดๆ แปลกใหม่ลงตัว   ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาลูกค้าได้เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การกินอาหารนอกบ้าน คนเน้นสั่งอาหารเดลิเวอรี เชฟต้นก็ยังพยายามรักษายอดขายด้วยการทำ “เชฟต้น Bowl” เป็นเมนูง่ายๆ อย่างผัดกะเพราใส่ชามส่งถึงบ้านเพื่อให้ลูกน้องมีงานทำ แน่นอนว่าสู้ประสบการณ์ที่ลูกค้ามานั่งกินในร้านไม่ได้ ตอนนี้ร้านเปิดตามปกติแล้ว เราแนะนำว่าอาหารที่ร้านนุสราควรมากินที่ร้านโดยมีเชฟอธิบายเมนู เพราะจะได้รับประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร ไอเดียที่ไม่หยุดนิ่งของเชฟช่วยสร้างสีสันให้กับอาหารไทยอยู่เสมอ สนับสนุนเชฟด้วยการตามไปชิมที่ร้านได้แล้ววันนี้     ยำปลาหมึก ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่) หมึกหอมสไลซ์บาง ตัดเป็นชิ้นวงกลม พริกขี้หนูสไลซ์บาง หอมแดงไทยหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก แตงกวาหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก กระเทียมดองสไลซ์ มะเขือเทศเนื้อหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ยอดขึ้นฉ่าย กลีบดอกแตงกวา ดอกพวงชมพู อย่างละเล็กน้อย ส่วนผสมน้ำยำ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน ชิมรส วิธีทำ ผสมพริกขี้หนู หอมแดง แตงกวา กระเทียมดอง มะเขือเทศ ยอดขึ้นฉ่าย กลีบดอกแตงกวา และดอกพวงชมพูให้เข้ากัน ตักใส่จานตรงกลาง วางเนื้อปลาหมึกสไลซ์ ราดด้วยน้ำยำ เสิร์ฟ

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาทูน่าสด 200 กรัม สาหร่ายวากาเมะสด 50  กรัม งาขาวคั่ว 2 ช้อนชา โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 2 ช้อนชา น้ำส้มสายชูแอปเปิล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอยเล็กน้อย วิธีทำ หั่นเนื้อปลาทูน่าเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ผสมโชยุ น้ำมันงา น้ำส้มสายชู และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันและน้ำตาลละลาย ชิมรส ใส่งาขาว เคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันเบาๆ ตักใส่จาน โรยต้นหอมซอย รับประทานทันที

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) บีตรูตต้มสุกหั่นเสี้ยว 2 หัว องุ่นเขียวหั่นแว่น 1/2 ถ้วย แอปเปิลแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ผล แอปริคอตอบแห้งสไลซ์บาง 1/4 ถ้วย คอตเตจชีส 1/4 ถ้วย พิสตาชิโออบสับตามชอบ วิธีทำ วางบีตรูต องุ่นเขียว แอปเปิล และแอปริคอตใส่จาน โรยพิสตาชิโอ ตักคอตเตจชีสใส่ เสิร์ฟ

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เบบี้แครอตผ่าตามยาว 10-15 หัว น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ เสาวรส 4 ผล ผักโขมใบอ่อน 1 ถ้วย เกลือทะเลเล็กน้อย                                  วิธีทำ ย่างแครอตบนกระทะสำหรับย่างใช้ไฟปานกลางประมาณ 10 นาทีจนสุก ราดน้ำมันมะกอก เคล้าให้ทั่ว พักไว้ จัดผักโขมใส่จาน วางแครอท โรยเกลือ เมื่อจะรับประทาน ตักทั้งน้ำและเมล็ดเสาวรสราดบนสลัด รับประทานทันที

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) กีวีสีเขียวหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ผล กีวีสีทองหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ผล หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4  ถ้วย ใบสะระแหน่ขยี้เบาๆ  10-15 ใบ พริกฮาลาเปโยสับ 1 เม็ด แครนเบอร์รีอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูเชอร์รี 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นและพริกไทยป่นเล็กน้อย วิธีทำ ผสมน้ำสลัดตีให้เข้ากัน พักไว้ เคล้าส่วนผสมกีวีและน้ำสลัด คนเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ รับประทานทันที

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) สับปะรดภูแลหั่นแว่น 2 ผล กุ้งกุลาดำปอกเปลือกผ่าหลัง  8 ตัว เนื้อส้มซันคิสต์หั่นเป็นกลีบ 1 ผล        เกลือทะเล พริกไทยดำบดหยาบ และน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ใบสะระแหน่ตามชอบ ส่วนผสมน้ำสลัด น้ำส้มคั้น 3 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูไวน์ขาว  1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นและพริกไทยป่นเล็กน้อย วิธีทำ หมักกุ้งกับเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอกไว้ 15 นาที ย่างสับปะรดและกุ้งบนกระทะสำหรับย่างจนสุกมีลายสวย ตักขึ้นใส่จาน ใส่เนื้อส้มและใบสะระแหน่ ต้มน้ำส้มคั้นให้งวดลง ยกลงจากเตา ใส่น้ำส้มสายชู หอมแดง เกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก ตีให้เข้ากัน ชิมรส ราดบนสลัด