18 ปีที่แล้ว ร้านพรีโก (Prego) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเหนือของหาดเฉวง หาดชื่อดังของเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นร้านอิตาลีร้านแรกและร้านเดียวที่เสิร์ฟเมนูอิตาเลียนดั้งเดิมด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ ด้วยความแตกต่างจากร้านทั่วไปในยุคนั้นทำให้ Prego กลายเป็นร้านยอดฮิตของเกาะจนลูกค้าต้องต่อแถวยาว เชฟมาร์โก้ย้อนความหลังให้เราฟังถึงร้านที่เขาปั้นมากับมือ   ในเดือนธันวาคมนี้ พรีโกก็ถือโอกาสมาเปิดสาขาที่สองที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ให้คนกรุงเทพฯได้ลองลิ้มชิมรสอิตาเลียนต้นตำรับ โดย เชฟมาร์โก้ บอสกายอินี่ (Marco Boscaini) Corporate Chef for Prego Project ผู้ปลุกปั้นร้าน Prego มาตั้งแต่แรกเริ่มเป็นผู้กำกับรสชาติ     เชฟมาร์โก้บอกว่า เราอาจจะนึกภาพสมุยเมื่อ 18 ปีที่แล้วไม่ออก พูดง่ายๆ คือสมุยเวลานั้นทำเอาเชฟตกใจไม่น้อย เพราะยังไม่มีร้านไหนเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนดีๆ ตรงตามตำรับเลย และยังไม่มีบริษัทนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพดีส่งไปสมุย แม้จะมีอุปสรรคแต่เชฟก็แก้ไขได้เพราะเคยทำงานที่กรุงเทพฯ และรู้จักบริษัทนำเข้าวัตถุดิบเป็นอย่างดี เชฟจึงสั่งทั้งเนื้อ ชีส ไวน์ ฯลฯ ให้บินตรงมายังสนามบินสมุย และเชฟเป็นผู้ขับรถไปรับด้วยตัวเอง   ร้านพรีโกทั้งที่สมุยและกรุงเทพฯ เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ เป็นเมนูอิตาเลียนที่เราคุ้นเคย ซึ่งเห็นแล้วรู้จักทันที ส่วนพิซซาจะทำสไตล์โรมันที่เนื้อแป้งบาง กรอบ และถ้าอยากลองแซนด์วิชสไตล์อิตาเลียนก็ต้องมาช่วงเช้า เชฟอธิบายถึงอาหารของร้านพรีโกให้เราได้แอบกลืนน้ำลาย   ส่วนจานที่เชฟบอกว่าห้ามพลาดคือ ริซอตโตทรัฟเฟิล สูตรนี้ใช้ข้าวพันธุ์เฉพาะของอิตาลีที่เรียกว่า อาร์บอริโอ (Arborio Rice) ที่มีเม็ดอ้วนสั้น ครีมมี่ ใส่ชีสตาเล็จโจ (Taleggio Cheese) ชีสเนื้อนุ่ม เปลือกบาง กลิ่นหอม ผัดด้วยความใส่ใจ ค่อยๆ เติมน้ำสต็อกและหมั่นคนจนข้าวสุกแบบที่เรียกว่า Al Dente คือเมื่อเคี้ยวแล้วเนื้อหนึบ แต่ไม่แข็ง ใส่ทรัฟเฟิลบดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ถือเป็นจานปราบเซียนที่ต้องใช้ประสบการณ์ในการทำออกมาให้อร่อย   ใครอยากลองริซอตโตและอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ตามไปกันได้เลยที่ประตูน้ำ              ริซอตโตเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Risotto Taleggio e Tartufo) ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ข้าวริซอตโต (Arborio Rice) 100  กรัม ชีสตาเล็จโจขูด (Taleggio Cheese)  60 กรัม ทรัฟเฟิลบด (Truffle Paste)  40 กรัม หอมหัวใหญ่สับ 10 กรัม เนยจืด 10 กรัม น้ำมันมะกอก  5 กรัม พาร์สลีย์สับ 30 กรัม ชีสพาร์เมซานขูด  30 กรัม น้ำสต็อกไก่ 2  ถ้วย ไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล และพริกไทยดำสำหรับปรุงรส วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอก และเนยในหม้อสำหรับผัด ใส่หอมหัวใหญ่และข้าวลงผัดประมาณ 2 นาที จนน้ำมันเคลือบเมล็ดข้าว และหอมหัวใหญ่สุกใส ใส่ไวน์ขาว ตั้งไฟต่อจนไวน์ระเหย ค่อยๆ เติมน้ำสต็อก ผัดต่ออีกประมาณ 15 นาที จนข้าวเริ่มสุก (Al dente) ยกลง ใส่ชีสตาเล็จโจ คนให้เข้ากัน และใส่ทรัฟเฟิลบด ชีสพาร์เมซาน เนย และคนต่อให้เข้ากันประมาณ 1 นาที ชิมและปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือ และพริกไทย ใส่พาร์สลีย์ และตักใส่จานเสิร์ฟ

  ซอสแกงกะหรี่ทำเองได้ง่ายๆ สไตล์วีแกน ใช้ผักรสหวาน เช่น แครอต หอมหัวใหญ่ ได้รสเปรี้ยวหอมจากแอปเปิลเคี่ยวกับผงกะหรี่ เพิ่มรสด้วยมิโซะ และโชยุ จะได้ซอสแกงกะหรี่รสธรรมชาติอร่อยกลมกล่อม กลิ่นหอม ราดบนข้าวญี่ปุ่น กินกับนัตเก็ต Plant-Based จานเดียวอิ่ม   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) นัตเก็ต Plant-based 10 ชิ้น ข้าวญี่ปุ่น ผักสลัด แรดิชสไลซ์ และผักดองสำหรับเสิร์ฟ น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด ส่วนผสมซอสแกงกะหรี่ หอมหัวใหญ่ขูด 1/2 ถ้วย แครอตขูด 1/2 ถ้วย แอปเปิลเขียวขูด 1/2 ถ้วย กระเทียมขูด 2 ช้อนโต๊ะ มิโซะ 2 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วย เกลือทะเล และพริกไทยบดสำหรับปรุงรส น้ำมันพืชสำหรับผัด วิธีทำ ทอดนัตเก็ต Plant-based ในน้ำมันร้อนท่วมให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ ทำซอสโดยผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันเล็กน้อยจนสุกนุ่ม ใส่กระเทียมขูด แครอตขูด ผัดต่อให้แครอตสุกนุ่ม ระหว่างผัดค่อยๆ เติมน้ำเพื่อให้ผักสุกเร็ว ใส่แอปเปิลเขียวขูด และผงกะหรี่ ปรุงรสด้วยโชยุ มิโซะ เติมน้ำให้พอท่วม และเดือดทั่ว เมื่อผักนุ่มแล้วนำไปปั่นจนได้ซอสละเอียด เทใส่หม้อต้มต่อ สักครู่ ชิมรส ใส่เกลือ และพริกไทยตามชอบ วางนัตเก็ตทอดบนข้าวญี่ปุ่น ราดซอสแกงกะหรี่ เสิร์ฟพร้อมกับผักสลัด แรดิชสไลซ์ และผักดอง

  เมนูนี้เป็นข้าวอบที่หอมอร่อย ใช้เครื่องแกงสำเร็จรูปตรา Mother’s Recipe ค่ะ หม้อหุงข้าวควรจะเป็นแบบ Dummy 101 คือแบบโง่ๆ ไม่ต้องมีปุ่มสั่งการมากมาย   ส่วนผสม ข้าวหอมมะลิเก่า 500 กรัม (ซาวและเกรอะให้สะเด็ดน้ำ) น้ำสต๊อก 800 มิลลิลิตร ซีอิ๊วจีนฉูปัง 1 ช้อนโต๊ะ แม็กกี้ 2 ช้อนชา ผงเครื่องแกงเนื้อมาซาลา 1 ช้อนโต๊ะ เนยแข็ง (Cheese) เช่น บรี เชดดาร์ มอซซาเรลลา อย่างหนึ่งอย่างใด หรือผสมกัน เบคอน 100 กรัม กุนเชียง 2 อัน มะเขือเทศแห้งอมเปรี้ยวอมหวาน 1/4 ถ้วย (ดอยคำ) แทนด้วยลูกเกดได้ เนย 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่ซอย 1 หัว กระเทียมสับ 1 หัว ก้านเซเลรี หรือก้านขึ้นฉ่ายซอย 1/4 ถ้วย รากผักชี 2 ราก พริกไทยเล็กน้อย ไก่ย่าง หรือเป็ดย่าง  วิธีทำ ซอยเบคอน เจียวพอเหลือง ไม่ต้องกรอบ หั่นกุนเชียงเป็นวงตามขวาง ใส่น้ำแค่เสมอกับกุนเชียง ต้มไปเรื่อยๆ พอน้ำแห้งก็ทอดต่อให้ไหม้นิดๆ มีกลิ่นหอม ใช้น้ำมันที่เจียวเบคอน (ไม่ต้องหมด) เจียวกระเทียมพอเริ่มเหลือง ใส่เนย (Butter) และหอมหัวใหญ่ ผัดจนสุกใส ใส่เครื่องปรุงและส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด (ยกเว้นข้าวและน้ำสต๊อก) ระหว่างที่ผัดค่อยๆ เติมน้ำสต๊อกกันไหม้ ผัดจนหอม ใส่ข้าวลงผัด ผัดพอให้รอบๆ เมล็ดข้าวเริ่มสุก ตักข้าวใส่หม้อหุงข้าว ใส่น้ำสต๊อกที่เหลือทั้งหมดลงไป หุงข้าวไปประมาณครึ่งทางใช้ทัพพีไม้พลิกข้าวในหม้อ ทำอย่างเบามือ อย่าให้เมล็ดข้าวหัก หุงต่อจนข้าวสุก ตักข้าวใส่โถดินหรือถาดอบเท่าที่จะรับประทาน ปิดหน้าข้าวด้วยไก่ย่างหรือเป็ดย่าง โรยเนยแข็ง ส่งเข้าอบไฟบนจนเนยละลายประมาณ 10 นาที ตั้งโต๊ะกันได้เลย เหยาะแม็กกี้หน่อยก็อร่อยดี (ถ้ามีปืนพ่นไฟก็เป่าให้ชีสละลาย ไม่ต้องเข้าเตาอบ) อาจาดและเครื่องปรุงอาจาด แครอตขูดเป็นเส้นขนาดใหญ่ 1 ถ้วย, หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย, เซเลรีหั่นขวาง 1/2 ถ้วย, น้ำส้มสายชู, เกลือ, น้ำตาล, น้ำจิ้มซีฟู้ด

  ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) ข้าวบาร์เลย์ต้มสุกประมาณ 80 % 1 ถ้วย หอมหัวใหญ่สับ 1/2 หัว น้ำมะเขือเทศประมาณ 1 ถ้วย มะเขือเทศเชอร์รีย่าง 6 ผล มะเขือเทศซันดรายหั่นเส้น 2 ช้อนโต๊ะ กุ้งลายเสือ 4-6 ตัว กระเทียมซอย 1 กลีบ น้ำมันมะกอกสำหรับผัด อิตาเลียนพาร์สลีย์สับเล็กน้อย เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส วิธีทำ ย่างกุ้งกับกระเทียมและน้ำมันมะกอกให้สุกเหลือง ตักขึ้น พักไว้ ใช้กระทะใบเดิม ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกพอสุกนุ่ม ใส่ข้าวบาร์เลย์ มะเขือเทศซันดราย น้ำมะเขือเทศ และมะเขือเทศเชอร์รีย่าง ผัดจนงวด ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ตักใส่จาน วางกุ้งย่าง โรยอิตาเลียนพาร์สลีย์สับ

  มื้อเช้าคู่ใจอย่างโจ๊กร้อนๆ เนื้อข้าวนุ่มนวลกินอร่อย เพิ่มรสชาติให้แตกต่างง่ายๆ ด้วยท็อปปิงอย่างเบคอนทอดและถั่วลิสงทอด คลุกรวมกันได้รสเค็มๆ หอมๆ ก็พร้อมสำหรับยามเช้าแล้ว   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ข้าวสำหรับทำโจ๊ก 1 1/2 ถ้วย กระดูกเล้ง 1/2 กิโลกรัม น้ำประมาณ 4 ถ้วย เกลือทะเล 1 ช้อนชา ท็อปปิง : เบคอนทอด ถั่วลิสงเม็ดเล็กทอด ปาท่องโก๋หั่นแล้วทอด หมูหย็องฉีกฝอย ขิงซอย และต้นหอมซอย วิธีทำ                                                                                                         ลวกกระดูกเล้ง จากนั้นต้มกับน้ำ 4 ถ้วย ใส่ข้าวลงต้มจนสุกนิ่ม ใส่เกลือ ตักข้าวใส่หม้อใบเล็ก ใส่น้ำให้ข้นหรือใสได้ตามชอบ โรยหน้าด้วยเบคอนทอดสับหยาบๆ คลุกกับถั่วลิสงทอด ปาท่องโก๋ทอด หมูหย็อง ขิงซอย และต้นหอมซอย โรยพริกไทยป่นตามชอบ วางเบคอนทอดเป็นแผ่นพาดบนชาม

  ข้าวหน้าไก่กับไข่ หรือข้าวแม่ลูกผูกพัน เมนูคู่ครัวง่ายๆ ที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นจะทำให้ลูกกินเป็นประจำ ส่วนผสมหลักมีเนื้อไก่ ไข่ และเครื่องปรุงรสหลักของญี่ปุ่นอย่างดาชิ โชยุ และมิรินเท่านั้น   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) สะโพกไก่หั่นชิ้นบางพอดีคำ 2 ชิ้น หอมหัวใหญ่สไลซ์ 1 หัว ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 2 ฟอง น้ำดาชิ 1/2 ถ้วย มิริน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ สาเก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา ข้าวญี่ปุ่นสำหรับเสิร์ฟ ต้นหอมซอย สาหร่ายโนริหั่นเส้น และพริกป่นญี่ปุ่น (Shichimi Togarashi) สำหรับโรยหน้า วิธีทำ ผสมน้ำดาชิ มิริน สาเก โชยุ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย พักไว้ ใช้กระทะแบนใบเล็ก ใส่หอมหัวใหญ่ เนื้อไก่ และส่วนผสมน้ำดาชิที่เตรียมไว้ให้พอท่วมไก่ ตั้งไฟแรงปานกลาง พอเดือดลดไฟเบา ช้อนฟองออก ปิดฝาไว้ 5 นาทีจนไก่สุก ชิมรสและปรุงเพิ่มตามชอบ เทไข่ใส่ ปิดฝาไว้สักครู่จนไข่สุกตามชอบ เทราดบนข้าว โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและสาหร่ายหั่นเส้น เสิร์ฟพร้อมพริกป่นญี่ปุ่น

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ข้าว 3  ถ้วย กุ้ง ปลาหมึก ปลาแซลมอน หั่นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างละ 1/2 ถ้วย กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำจิ้มซีฟู้ด 2-3 ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย 1-2 ต้น เกลือเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับผัด ไข่ปลาแซลมอนสำหรับโรยหน้า  ผักสลัด มะเขือเทศเชอร์รี และน้ำจิ้มซีฟู้ดสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ รวนซีฟู้ด (แยกแต่ละชนิด) แล้วตักขึ้น พักไว้ เจียวกระเทียมสับพอหอม ใส่ข้าวลงผัด ใส่เกลือ ผัดสักครู่จนเมล็ดข้าวร่วน ใส่ผักชี ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด ผัดให้ทั่ว ใส่ซีฟู้ดที่ผัดไว้ ผัดจนสุกหอม ตักใส่จาน โรยด้วยไข่ปลาแซลมอน เสิร์ฟพร้อมผักสลัด มะเขือเทศเชอร์รี และน้ำจิ้มซีฟู้ด

  ข้าวไข่ข้นเห็นชื่อก็น่ากินแล้ว ข้าวราดไข่ข้นนุ่มๆ เสิร์ฟกับผัดกะเพราปลากระป๋องที่รสชาติลงตัวทั้งเผ็ด เค็ม หวาน กลมกล่อม   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) ข้าวสวย 1 ถ้วย ปลาซาดีนในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง ไข่ไก่ 2 ฟอง พริกขี้หนูเขียวแดง 5 เม็ด ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ทำไข่ข้นโดยตีไข่ไก่ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ใส่นมข้นจืด คนให้เข้ากัน ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันร้อนใส่ส่วนผสมไข่ คนพอไข่เริ่มสุก ตักราดบนข้าว ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่พริกขี้หนูกระเทียมตำรวมกันลงผัดให้หอมๆ ใส่เนื้อปลาซาดีน (ไม่เอาน้ำซอส) ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาล ผัดยีเนื้อปลาให้แตกเล็กน้อย   ใส่ใบกะเพรา ผัดให้หอม ตักราดข้างๆ ข้าวสวย โรยใบกะเพรากรอบ   

  อาหารเกาหลีเมนูสุดฮิตที่คนรักชีสสามารถทำกินเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อย่างเมนูข้าวผัดกิมจิที่เพิ่มชีสช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินให้ฟินไปเลย   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย กิมจิผักกาดขาว  100 กรัม โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวญี่ปุ่น 1 1/2 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น แคลิฟอร์เนีย พิซซ่า เบลน ชีส (มอสซาเรลล่า 80%, เชดดาร์ 10%, โปรโวโลน 10%)    1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผัดหมูสามชั้นกับน้ำมันพอสุก ใส่กิมจิและโคชูจัง ผัดให้เข้ากัน ใส่ข้าว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล โรยต้นหอม ผัดให้เข้ากัน ตักใส่กระทะร้อน ใส่แคลิฟอร์เนีย พิซซ่า เบลน ชีส พอชีสเริ่มละลายยกลง เสิร์ฟร้อนๆ   

  เมนูฮอตฮิตทันกระแสที่นำข้าวสวยมาผัดกับเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพิ่มเนื้อกุ้งลงผัดให้น่ากินยิ่งขึ้น   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับ 1 ห่อ ข้าว 1 ถ้วย กุ้งสดแกะเปลือก ผ่าหลัง 6 ตัวใหญ่ ไข่ไก่ 2 ฟอง กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ต้นหอมซอย 1 ต้น        น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ แช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในน้ำอุ่นพอให้เส้นนุ่ม นำเส้นขึ้น พักไว้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใส่กระเทียมลงเจียวให้หอม ใส่กุ้งลงผัดให้สุก เขี่ยกุ้งไว้ข้างกระทะ ใส่ไข่ ผัดให้สุกเป็นชิ้นๆ ใส่ข้าวและเส้นบะหมี่ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสบะหมี่ ซอสปรุงรส น้ำตาล ผัดให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอย ผัดให้ทั่ว ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมแตงกวา ต้นหอม มะนาว และน้ำปลาพริกตามชอบ 

ตั้งแต่เด็กที่บ้านจะบอกไม่ให้กินทิ้งกินขว้าง อย่างข้าวที่หุงแล้วกินไม่หมดนอกจากเอามาทำข้าวผัด เราก็ยังสามารถตากแห้งทำข้าวคั่วข้าวตัง หรือจะนำมาใส่น้ำเพื่อทำข้าวต้มก็ได้ สูตรอาหารที่นำมาแบ่งปัน เป็นข้าวต้มแห้งที่ปรุงจากข้าวเหลือเก็บ เสิร์ฟมากับหน้าไข่เจียวที่เคล้ามาในผัดกะเพราเห็ด เลือกเห็ดที่หลากหลายเพื่อเพิ่มมิติให้กับรสและเนื้อสัมผัส     ข้าวต้มแห้งไข่เจียวผัดกะเพราเห็ด (Rice Porridge Top Mixed Mushrooms and Holy Basil Sauce) ส่วนผสมข้าวต้มแห้ง ข้าว 4 ถ้วย น้ำสะอาด 2 1/2 ถ้วย ใบเตย 2 ใบ เกลือหยิบมือ ส่วนผสมเห็ดผัดกะเพรา กระเทียมไทย 2 ช้อนโต๊ะ พริกจินดา 8 เม็ด เกลือหยิบมือ น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ เห็ดรวม 150 กรัม น้ำสะอาด 1/4 ถ้วย ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนชา พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ 2 เม็ด ใบกะเพรา 1 ถ้วย ส่วนผสมไข่เจียว ไข่ไก่ 3 ฟอง ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา พริกไทยขาวปรุงรส น้ำมันรำข้าวสำหรับเจียวไข่ วิธีทำ ใส่ข้าวและน้ำลงในหม้อ มัดใบเตยให้แน่นดีใส่ตามลงไป ตั้งไฟ พอเดือดลดไฟลงแค่ให้พอระอุ ต้มจนข้าวนุ่ม ยกออกจากเตา ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย ตั้งกระทะเจียวไข่ ใส่น้ำมันให้พอเคลือบกระทะ ตอกไข่ทั้งหมดใส่ชามผสม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทย ตีพอเข้ากัน พอกระทะร้อนใส่ไข่ลงเจียวให้สุกดีทั้ง 2 ด้าน ตักออกมาพัก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ โขลกพริกและกระเทียมกับเกลือเล็กน้อย ใส่น้ำมันลงในกระทะ ผัดเครื่องที่โขลกให้หอมดี ใส่เห็ดตามลงไป ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนเห็ดสุกดี ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมและน้ำปลา ใส่ไข่เจียวกลับลงไปพร้อมกับใบกะเพราและพริกชี้ฟ้า ผัดให้เข้ากัน ตักข้าวต้มใส่ชาม ตักไข่เจียวผัดกะเพราเห็ดโรยหน้า รับประทานร้อนๆ

  ไข่แดงเค็มดิบมีรสเค็มมันกำลังดี นำมาผัดกับข้าวจะเค็มอร่อย กินกับปลาหมึกหมักกระเทียมพริกไทยผัดใส่น้ำพริกเผารสเค็มหวาน เป็นอาหารจานเดียวที่อร่อยและทำง่าย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ไข่แดงเค็มดิบ 2 ฟอง น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวหุงสุก 2 ถ้วย หมึกกล้วยขนาดกลางหั่นชิ้นพอดีคำ 2 ตัว น้ำพริกเผา 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเลเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับผัดและผักชีโรยหน้า ส่วนผสมสำหรับหมักปลาหมึก กระเทียม พริกไทย และรากผักชี ตำรวมกัน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย รวนปลาหมึกพอสุก ตักขึ้น เทน้ำจากที่รวนปลาหมึกแยกเก็บไว้ หมักปลาหมึกกับส่วนผสมหมักไว้ 30 นาที ปั่นไข่แดงกับน้ำให้ละเอียดจนข้นเป็นซอส ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่ข้าวและซอสไข่เค็มลงผัดให้เข้ากันจนมีสีเหลืองส้มสวย ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรส พักไว้ ผัดปลาหมึกกับน้ำพริกเผาให้สุก (เติมน้ำรวนปลาหมึกได้) ผัดจนสุก ชิมและปรุงรสตามชอบ ตักราดบนข้าวผัด โรยผักชี

  ข้าวห่อสาหร่ายสไตล์เกาหลีชิ้นกลมใหญ่และหั่นบางกว่าของญี่ปุ่น ปรุงรสข้าวด้วยน้ำมันงาและเกลือ ใส่ไส้ได้หลายอย่างทั้งสไตล์ตะวันตกและอย่างดั้งเดิม เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง เนื้อวัวผัดซอส และกิมจิ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ข้าว 2 ถ้วย น้ำมันงา 3 ช้อนชา เกลือป่น 1/8 ช้อนชา สาหร่ายแผ่น 2-4 แผ่น งาขาวคั่วเล็กน้อย ส่วนผสมไส้ ปลาทูน่ากระป๋อง 1 กระป๋อง (บีบน้ำออก) มายองเนส 2-3 ช้อนโต๊ะ แครอตหั่นเส้นยาว แตงกวาญี่ปุ่นหั่นเส้น หัวไช้เท้าดองหั่นยาว 3-4 ชิ้น เนื้อวัวสไลซ์ 200 กรัม ซอสบุลโกกิ 1-2 ช้อนโต๊ะ ใบงาเกาหลี 5-6 ใบ กิมจิผักกาดขาว 1/4 ถ้วย วิธีทำ ตักข้าวที่เพิ่งหุงสุกร้อนๆ ใส่ชามผสม ใส่น้ำมันงาและเกลือ คนเบาๆ ให้เข้ากัน พักไว้จนหายร้อน วางสาหร่ายแผ่นบนเสื่อม้วนข้าว เกลี่ยข้าวใส่ให้ทั่ว ผสมปลาทูน่ากับมายองเนส ตักวางบนข้าว วางแครอต แตงกวา และหัวไช้เท้าดอง ม้วนให้แน่น อีกไส้วางใบงาเกาหลีบนข้าว ใส่เนื้อวัวผัดกับซอสบุลโกกิ วางกิมจิและหัวไช้เท้าดอง หั่นเป็นชิ้น เรียงใส่จาน โรยงาขาว

  ข้าวผัดกับผงกะหรี่จนมีกลิ่นหอม ใส่ซีฟู้ดตามชอบ ตักใส่ลูกมะพร้าวเผาและนึ่งพร้อมกันอีกครั้ง จะทำให้มีกลิ่นหอมชวนกินมากยิ่งขึ้น   ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ปลาหมึก หอยเชลล์ และกุ้งหั่นชิ้นเล็ก 2 ถ้วย หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่  1/2 ช้อนโต๊ะ ข้าว 4 ถ้วย สับปะรดหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย เนื้อมะพร้าวเผาหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วย                        เมล็ดถั่วลันเตา 1/2 ถ้วย ผักชีสำหรับตกแต่งและน้ำมันพืชสำหรับผัด เกลือทะเลและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดพอสุก ใส่ปลาหมึก หอยเชลล์ และกุ้งลงผัดพอสุก ใส่ผงกะหรี่และข้าว ผัดให้เข้ากัน ใส่สับปะรด เนื้อมะพร้าวเผา และเมล็ดถั่วลันเตา ปรุงและชิมรส ตักข้าวผัดใส่ลูกมะพร้าวเผา นำไปนึ่งประมาณ 10 นาทีจนมีกลิ่นหอม ยกลง โรยหน้าด้วยผักชี

การทำอาหารไปรับประทานที่โรงเรียนหรือที่ทำงานนั้นข้อดีไม่ได้อยู่ที่การประหยัด แต่อยู่ที่คุณค่าและสุขอนามัยที่ดีกว่า อาหารที่เหมาะทำข้าวกล่องควรเป็นอาหารที่ปรุงสุกดีและสามารถเก็บรักษาได้โดยไม่ต้องแช่เย็น สังเกตอาหารเบนโตะของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะแห้ง ปรุงรสหวานและเค็มเป็นหลัก ถ้าจะมีเครื่องเคียงก็อาจจะเป็นผักดอง และมักจะรับประทานกับข้าวสวย     ข้าวสามหน้า (Soboro Don) เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมสำหรับเบนโตะ มีส่วนประกอบ 3 อย่าง ได้แก่ ไก่บด ไข่คน และผักลวก สูตรที่นำมาแบ่งปันผมปรับหน้าไก่และหน้าไข่แบบดั้งเดิมซึ่งมีรสหวานจัดให้หวานน้อยลง เพิ่มเห็ดหอมในหน้าไก่ เพิ่มเต้าหู้อ่อนในหน้าไข่ และผสมข้าวไรซ์เบอร์รีเข้าไปในข้าวญี่ปุ่นเพื่อให้เป็นเมนูดั้งเดิมในแบบที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น     ส่วนผสมข้าวสวย ข้าวสารญี่ปุ่น 200 มิลลิลิตร ข้าวไรซ์เบอร์รี 100 มิลลิลิตร น้ำสะอาด 360 มิลลิลิตร ส่วนผสมไก่หวาน เนื้ออกไก่บด 200 กรัม เห็ดหอมแห้ง 3 ดอก สาเก 3 ช้อนโต๊ะ ขิงขูดฝอย 1 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมไข่คน ไข่ไก่  4 ฟอง น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ สาเก 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนชา เต้าหู้อ่อน 50 กรัม ส่วนผสมถั่วลันเตาลวก ถั่วลันเตาหวาน  100 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ซาวข้าวทั้งหมดจนน้ำใสดี ใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าพร้อมกับน้ำสะอาด หุงข้าวให้สุกดี ทำไก่หวานโดยแช่เห็ดหอมแห้งจนนุ่มดี หั่นเป็นชิ้นเล็ก นำไก่ เห็ดหอม และสาเกใส่หม้อ ใช้ช้อนไม้รวนให้เนื้อไก่แตกตัวไม่จับเป็นก้อน นำไปตั้งไฟ รวนจนเนื้อไก่สุก 50 % ใส่ขิง น้ำตาลทราย และโชยุ รวนจนเครื่องปรุงรสแห้งลง พักไว้ ทำไข่คนโดยนำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อ ตั้งไฟปานกลาง ใช้ตะเกียบสามคู่คนอย่างต่อเนื่องให้เนื้อเต้าหู้แหลก และส่วนผสมของไข่กับเครื่องปรุงเข้ากันดี คนจนเนื้อไข่สุกและแตกตัวเป็นเกล็ดเล็ก ๆ (ระวังอย่าให้ไข่สีคล้ำ) พักไว้ เด็ดขั้วถั่วลันเตาออก ตั้งน้ำให้เดือด ใส่เกลือเล็กน้อย ใส่ถั่วลันเตาลงไปลวก 30 วินาที ล้างผ่านน้ำเย็น ซอยบาง ๆ พักไว้ ตักข้าวสวยใส่ชามหรือกล่องข้าว จัดเรียงหน้าไก่ หน้าไข่ และถั่วลันเตาลงไปให้สวยงาม

  เมนูปลาดิบปรุงรสสไตล์ฮาวายกลิ่นอายญี่ปุ่น ความอร่อยอยู่ที่เนื้อปลาหมักกับโชยุ น้ำมันงา และน้ำเลมอนให้มีกลิ่นหอมและรสเค็มนิดๆ ตักราดบนข้าวญี่ปุ่นเมล็ดสั้นเหนียวนุ่ม เติมความอร่อยด้วยอะโวคาโดและสาหร่ายโนริ   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เนื้อปลาแซลมอนสดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 200 กรัม เนื้อปลาทูน่าสดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 200 กรัม อะโวคาโดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1-2 ผล ข้าวญี่ปุ่นหุงสุกปริมาณตามชอบ งาขาว งาดำ ต้นหอมซอย แตงกวาญี่ปุ่นหั่นแท่ง ไควาเระ และสาหร่ายโนริหั่นเส้นสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมซอส โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ และขิงขูด 2 ช้อนชา วิธีทำ เคล้าเนื้อปลาแซลมอนและทูน่ากับซอสให้เข้ากัน ใส่อะโวคาโด พักไว้ ตักปลาใส่บนข้าวญี่ปุ่น โรยงาขาว งาดำ ต้นหอมซอย วางแตงกวาญี่ปุ่น ไควาเระ และสาหร่ายโนริหั่นเส้น

“เบนโตะ” หรืออาหารกล่องของญี่ปุ่นเป็นเมนูที่รวบรวมความอร่อยทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เชฟชาตรี แปงศิลป์ Sous Chef ห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท จะมาเฉลยว่าอะไรคือเสน่ห์ของอาหารกล่องสี่เหลี่ยมนี้   14 ปีในการทำงานที่ร้านคิสโสะเชฟชาตรีได้ฝึกฝนเรียนรู้การทำอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมจากเชฟญี่ปุ่นหลายคน การันตีฝีมือได้จากลูกค้าขาประจำชาวญี่ปุ่นที่มาอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่น เชฟชอบอาหารญี่ปุ่นเพราะมีความละเมียดละไมต้องใช้ความประณีตในการตกแต่งให้สวยงาม และมารยาทการกินอาหารที่สุภาพเรียบร้อยของชาวญี่ปุ่นก็ทำให้เชฟหลงรักอาหารญี่ปุ่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น     เชฟชาตรีบอกเราว่าอาหารกล่องหรือเบนโตะเป็นเมนูที่รวมศาสตร์การปรุงอาหารญี่ปุ่นทุกอย่างเข้าด้วยกัน ในกล่องจะประกอบด้วยสลัด ของย่าง ของต้ม ของทอดคือเทมปุระ และของดิบอย่างซาชิมิ ซึ่งต้องใช้ความพิถีพิถันในการปรุงและทักษะในการทำอาหารที่แตกต่างกันออกไป คนกินเบนโตะจะได้รับสารอาหารครบทุกหมู่ อาหารในกล่องจะถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงาม มีความหลากหลายเกิดความสมดุลในแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น   อาหารกล่องของเชฟจัดมาเซ็ตใหญ่ละลานตาจนเลือกกินไม่ถูก เชฟแนะนำว่าควรเริ่มกินอาหารเรียกน้ำย่อยก่อน เช่น ยำปลาหมึกใส่สาหร่ายวากาเมะ ไข่แซลมอนคลุกหัวไช้เท้าขูดราดโชยุ และไข่ม้วนไส้ปลาไหล จากนั้นให้กินสลัดอะโวคาโดซอสงาญี่ปุ่นและไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม สลับกับซาชิมิที่เสิร์ฟปลาแซลมอนและชูโทโรชิ้นหนา   ของย่างเชฟเสิร์ฟเนื้อวากิวย่างถ่านและปลาหิมะหมักมิโซะที่มีรสหวานและกลิ่นหอม 2 เมนูนี้เชฟใช้ถ่านไม้โกงกางและถ่านไม้ยูคาลิปตัสเพิ่มกลิ่นหอมน่ากินมากขึ้น ส่วนเมนูต้มคืออกเป็ดต้มสไตล์ญี่ปุ่น เชฟย่างอกเป็ดจนมีสีน้ำตาลสวยแล้วต้มในน้ำซอสรสเค็มหวานที่มีส่วนผสมของน้ำสต๊อกดาชิ มิริน โชยุ และสาเก เครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในครัวญี่ปุ่น   ปิดท้ายด้วยเทมปุระขาปูซูไว ข้าวญี่ปุ่น ซุปมิโซะ ของหวานและผลไม้ เป็นเบนโตะที่จัดเต็มอิ่มครบพอดี     ปลาหิมะหมักมิโซะและอกเป็ดต้มสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนผสมและวิธีทำปลาหิมะหมักมิโซะ (Snow Fish Miso Saikyo) ปลาหิมะ 500 กรัม มิโซะขาว (Shiro Miso) 500 กรัม น้ำตาลทราย 130 กรัม โชยุ 15 มิลลิลิตร มิริน 80 มิลลิลิตร สาเก 30 มิลลิลิตร ชิโอะโคจิ (Shio Kouji) 5 มิลลิลิตร วิธีทำ แล่เนื้อปลาหิมะเป็นชิ้น ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน หมักปลาในซอสมิโสะ 3 วัน 3 คืน ย่างปลาบนเตาถ่านจนสุก ส่วนผสมและวิธีทำเป็ดต้มแบบญี่ปุ่น (Duck Tataki) อกเป็ด 4 ชิ้น น้ำสต๊อกดาชิ 200 มิลลิลิตร มิริน 100 มิลลิลิตร สาเก 200 มิลลิลิตร โชยุ 60 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 30 กรัม ต้นหอมญี่ปุ่นย่าง 2  ต้น วิธีทำ ย่างอกเป็ดบนกระทะให้หนังมีสีน้ำตาลสวย ผสมซอสทั้งหมดรวมกันต้มให้เดือด เทใส่ถาดขอบสูง แช่อกเป็ดลงในซอส นำเข้าเตาที่อุณหภูมิ 62 องศาเซลเซียสนาน 50 นาที ยกลง นำอกเป็ดมาสไลซ์เป็นชิ้น

ในอาหารชุดที่มีทานกันทั่วไปเมื่อหลาย 10 ปีมาแล้ว “ข้าวมันส้มตำ” เป็นชุดที่มักได้ทานตอนกลางวันเวลามีงานเลี้ยงตามบ้าน   ปัจจุบันข้าวมันส้มตำหาทานยาก ในร้านอาหารของแท้ครบชุดแทบไม่มี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนจากภาคอีสานเข้ามาอยู่ในภาคกลางมากขึ้น อาหารอีสานก็แพร่หลายตามมา และอาจทำได้ง่ายกว่าจึงกลายมาเป็นอาหารยอดนิยม โดยเฉพาะส้มตำ   ข้าวมันส้มตำที่ครบชุดต้องมีข้าวมัน (หุงด้วยกะทิ) น้ำพริกมะขามเปียก เนื้อฝอยผัดหวาน ทานกับใบทองหลางอ่อนๆ ใบชะมวงอ่อน และใบมะยมอ่อน ที่ขาดไม่ได้คือแกงเผ็ดไก่     ข้าวมันส้มตำ   ข้าวมัน ส่วนผสม ข้าวเก่า 4 ถ้วย หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 3 ถ้วย น้ำตาลทราย 4  ช้อนโต๊ะ ดอกเกลือ 2 ช้อนชา วิธีทำ ข้าวมันหุงด้วย 3 วิธีหลักๆ คือหุงด้วยหม้อไฟฟ้า หุงแบบไม่เช็ดน้ำ และหุงด้วยหม้อดิน หุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ข้าว 4 ถ้วย (ถ้วยตวงของหม้อ) หัวกะทิ 1 ถ้วย (ใช้ถ้วยตวงเดียวกัน) และน้ำที่เหลือตามสูตรของหม้อ พอสุกหัวกะทิจะลอยอยู่บนข้าว คนให้ทั่ว และอุ่นต่ออีกสัก 5 นาที (ใช้กะทิสดเท่านั้น ) หุงไม่เช็ดน้ำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดในหม้อก้นหนา ตั้งไฟแรงจนเดือด ลดไฟลง ต้มจนน้ำเกือบแห้ง ปิดฝา ลดไฟลงอ่อนสุดจนข้าวสุกและน้ำแห้งสนิทเป็นใช้ได้ หุงหม้อดิน หม้อดินต้องเป็นหม้อปากกว้างและใช้เตาถ่าน ใส่ส่วนผสมทั้งหมดในหม้อ ใช้ไฟแรง ต้มให้เดือด ปิดฝา กลบไฟให้เหลือบางๆ หมุนหม้อบ่อยๆ จนข้าวสุก เมื่อน้ำแห้งจะได้ยินเสียง “เปี๊ยะๆ” และมีกลิ่นไหม้ ยกลง พักไว้ให้ระอุ เมื่อตักข้าวออกหมดจะมีข้าวตังติดอยู่ก้นหม้อ แกะออกเป็นชิ้นเล็กๆ และเสิร์ฟให้ครบคน Notes ถ้าชอบกลิ่นใบเตยใส่ใบเตยลงในหม้อ  2-3 ใบตอนเริ่มหุงข้าว ใช้กะทิ UHT ได้ แต่ต้องผสมน้ำครึ่งต่อครึ่ง แต่หุงด้วยหม้อไฟฟ้าต้องใช้กะทิสดเท่านั้น และไขมันต้องไม่มากเกินไป ไม่เช่นนั้นหม้อจะดีดกลับ   น้ำพริกมะขามเปียก ส่วนผสม พริกแห้งบางช้าง 40 กรัม หอมแดง 80 กรัม กระเทียมไทย 45 กรัม มะขามเปียก 140 กรัม กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 45 กรัม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ แกะเมล็ดพริกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วพริกให้กรอบ ตำจนละเอียด หั่นมะขามเปียกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ครก ตำรวมกันจนละเอียด ใส่หอมแดงและกระเทียม ตำต่อจนละเอียด ใส่กะปิ น้ำตาล และน้ำปลา ตำให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสเปรี้ยว ตามด้วยหวานและเค็ม Notes ใช้พริกแห้งทั่วไปแทนพริกแห้งบางช้างได้ เมล็ดพริกจะเหมือนกัน แต่เมื่อนำมาทำอาหารพริกแห้งบางช้างจะมีสีแดงสวยกว่ามาก มะขามต้องใหม่ สะอาด ไม่มีเม็ด ซาง และเปลือก   เนื้อเค็ม ส่วนผสม เนื้อเค็มแดดเดียว  500 กรัม น้ำตาลปึก 45 กรัม น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ หอมเจียว น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ นึ่งเนื้อเค็มจนสุก ฉีกเป็นเส้นฝอยๆ ทอดเนื้อในน้ำมันร้อนสักพักแต่ไม่ต้องกรอบ ตักวางบนกระดาษซับน้ำมัน ใส่น้ำตาลปึกในกระทะ เติมน้ำ พอน้ำตาลเริ่มเหนียวใส่เนื้อลงผัดให้ทั่ว ตักใส่ชาม โรยด้วยหอมเจียว   ส้มตำ ส่วนผสม มะละกอดิบ 6 ถ้วย พริกแห้งบางช้าง 40 กรัม กระเทียมไทย 20 กรัม น้ำตาลปึก 60 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วย กุ้งแห้งป่น 1/4 ถ้วย ผิวมะนาวหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า วิธีทำ สับมะละกอและฝานเป็นเส้นฝอยสั้นๆ พักไว้ ตำพริกแห้งจนละเอียด ใส่กระเทียม ตำรวมกันจนละเอียด ใส่น้ำตาลทั้ง 2 ชนิด น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำมะขาม คนให้เข้ากัน ชิมรสให้จัด เปรี้ยว เค็ม หวาน หรือตามชอบ คลุกน้ำกับมะละกอ ใส่ผิวมะนาวและกุ้งแห้งป่นครึ่งหนึ่ง ตักใส่จาน โรยกุ้งแห้งที่เหลือ Notes ส้มตำต้องใช้พริกแห้งบางช้างเท่านั้นสีจึงจะแดงเข้มสวย ถ้าใช้พริกแห้งอื่นสีจะไม่แดงเท่าที่ควร สำคัญที่สุดมะละกอต้องสับเป็นเส้นฝอยๆ สั้นๆ     แกงเผ็ดไก่ ส่วนผสม เครื่องแกงเผ็ด 100 กรัม เนื้อไก่ 500 กรัม น้ำตาลปึก 50 กรัม น้ำปลา กะทิ มะเขือพวง 200 กรัม ใบมะกรูด ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ วิธีทำ ย่างมะเขือพวงจนมีจุดดำๆ พักไว้ หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็ก (ไม่เอาหนังไก่) ผัดในน้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะจนเกือบสุก ตักขึ้น พักไว้ นำเครื่องแกงลงผัดในกระทะผัดไก่ พอเริ่มหอมเติมหัวกะทิ 1/2 ถ้วย ผัดสักครู่ ใส่เนื้อไก่ที่ผัดไว้ และหางกะทิให้ท่วม ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ชิมรส ใส่มะเขือพวง ใบมะกรูด ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าแดง

  เมนูสุดเฮลท์ตี้คลีนๆ ถูกใจหนุ่มสาวยุคใหม่ หมักเนื้ออกไก่กับโรสแมรี่แล้วย่างบนกระทะกับน้ำมันมะกอกจนมีกลิ่นหอม กินกับข้าวไรซ์เบอร์รีผสมควินัวและผักนึ่ง อิ่มแบบไม่อ้วน   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) อกไก่ 2 อก โรสแมรี่สด 2 กิ่ง เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบอย่างละ 1/4 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา บรอกโคลีหั่นชิ้นพอดีคำนึ่ง ฟักทองนึ่ง มะเขือเทศเชอร์รี และน้ำมันมะกอกปริมาณตามชอบ ข้าวไรซ์เบอร์รีผสมกับควินัวปริมาณตามชอบ วิธีทำ สไลซ์อกไก่ตามยาวแบ่งครึ่งเป็นชิ้นบาง หมักกับโรสแมรี่ เกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก พักไว้ 1 ชั่วโมง ตั้งกระทะสำหรับย่างให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย ย่างไก่จนสุกสีสวย พักไว้ เคล้าบรอกโคลี ฟักทอง และมะเขือเทศเชอร์รีกับน้ำมันมะกอก เสิร์ฟอกไก่ย่างกับข้าวไรซ์เบอร์รี ควินัว และผักนึ่ง

  อาหารจานเดียวที่ได้ไอเดียจากข้าวผัดน้ำพริก เน้นทำง่ายและอร่อยเต็มอิ่ม เลือกปลาช่อนแดดเดียวที่เนื้อนุ่มและไม่เค็มมากนำมาทอดให้เหลืองกรอบ กินเคียงกับผักลวกต่างๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อปลาช่อนแดดเดียวหั่นชิ้นเล็กทอด 1 ถ้วย ข้าว 1-2 ถ้วย พริกขี้หนูซอยและผักชีปริมาณตามชอบ น้ำมันพืชสำหรับผัดเล็กน้อย ผักน้ำพริกตามชอบ เช่น ดอกโสน ดอกแค กระเจี๊ยบ มะเขือ ฯลฯ   ส่วนผสมน้ำพริก หอมแดง 6 หัว กระเทียม 12 กลีบ พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด พริกหนุ่ม 5 เม็ด น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาช่อนแดดเดียวทอดฉีกเป็นชิ้นเล็ก 3/4 ถ้วย   วิธีทำ เผาหรืออบหอมแดง กระเทียม พริกชี้ฟ้าแดง และพริกหนุ่มจนสุกหอม ลอกเปลือกออก ตำทุกอย่างรวมกันพร้อมกับเนื้อปลาทอด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว (ถ้าชอบเผ็ดเติมพริกขี้หนูซอย) ชิมรส ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่เนื้อปลาช่อนแดดเดียวทอดฉีกเป็นชิ้นเล็ก ใส่น้ำพริกและข้าว ผัดให้เข้ากันจนหอม ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูซอย ผักชี กินกับเนื้อปลาช่อนแดดเดียวหั่นชิ้นเล็กทอดและผักน้ำพริกตามชอบ