คงไม่มีใครที่ไม่เคยทานอาหารจานนี้ อันที่จริง Meatball เนื้อที่เป็นก้อนๆ นุ่มๆ และอร่อยไม่ได้มีแค่ในอาหารอิตาเลียน ประเทศอื่นๆ ก็มีส่วนผสมเนื้อสัตว์ปั้นเป็นก้อนกลมเหมือนกัน เช่น ที่สวีเดนมี Kottbullar หรือ Swedish Meatball ซึ่งเป็นชื่อเรียกกันทั่วไป ที่กรีซก็มี Keftedes เป็นต้น หลายแหล่งอ้างว่ามีตบอลทำกันมาหลายร้อยปีแล้ว ในเปอร์เชียก็มีเนื้อก้อนกลมนี้เรียกว่า Kofta พอพวกตะวันออกกลางไปค้าขายกับเพื่อนบ้านและประเทศใกล้เคียงก็นำอาหารพวกนี้ไปด้วย ในที่สุดก็ไปถึงอิตาลีเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว   ในประเทศอิตาลีมีตบอลที่เรียกว่า Polpette เป็นลูกเล็กๆ ทานโดยไม่มีซอส ในแต่ละท้องถิ่นส่วนผสมของเนื้อสัตว์ก็เปลี่ยนไปตามที่หาได้ในแถวๆ นั้น นอกจากเนื้อสัตว์ส่วนผสมอีกครึ่งหนึ่งมักจะเป็นขนมปังป่น ไข่ และผักสปาเกตตีและมีตบอลที่เรารู้จักกันในฉบับนี้คิดทำขึ้นโดยคนอิตาลีที่อพยพเข้าไปในอเมริการะหว่างปี ค.ศ. 1880-1920 พวกเขาพบว่าดินแดนใหม่อุดมไปด้วยเนื้อสัตว์ราคาถูก มีตบอลจึงลูกใหญ่กว่าเก่าและเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ มะเขือเทศกระป๋องและเส้นพาสตาแห้งราคาก็ถูก คนอเมริกันชอบ   สปาเกตตีมากที่สุดในพวกพาสตา Spaghetti & Meatball จึงกลายเป็นอาหารยอดฮิตจานหนึ่งของคนอเมริกัน   ก่อนจะทำ Meatball ต้องทำซอสมะเขือเทศก่อน   Tomato Sauce ส่วนผสม น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับ 375 กรัม พริกป่น 1/2 ช้อนชา โอริกาโนแห้ง 2 ช้อนชา น้ำมะเขือเทศ 6 ถ้วย มะเขือเทศกระป๋อง 5 กระป๋อง (กระป๋องละ 411 กรัม) มะเขือเทศเข้มข้น 170 กรัม ไวน์ขาว (ไวน์แดงก็ได้) 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ พริกไทย วิธีทำ ผัดหอมหัวใหญ่ในน้ำมันมะกอกจนสุกใส ใส่ไวน์ ต้มจนเดือดและไวน์ระเหยไปเกือบหมด เติมทุกอย่างที่เหลือ เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนข้นตามต้องการ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย Meatball ส่วนผสม (สำหรับ 50 ลูก) ขนมปังป่น 365 กรัม บัตเตอร์มิลก์ 1 1/2 ถ้วย ไข่เบอร์ 0 3 ฟอง เนื้อวัวบด 1.5 กิโลกรัม เบคอนสับ 200 กรัม ชีสพาร์เมซานขูด 85 กรัม พาร์สลีย์สับ 6 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ  25 กรัม เจลาติน 1 1/2 ช้อนชา (ละลายน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ) ดอกเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทย วิธีทำ ผสมบัตเตอร์มิลก์กับขนมปังให้เข้ากันดี พักไว้ 10 นาที เติมทุกอย่างที่เหลือ คลุกให้เข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลม (1/4 ถ้วย) วางบนถาดอบกรุด้วยฟอยล์ นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 230 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที เมื่อจะทานนำมีตบอลใส่ซอสมะเขือเทศอุ่นพอเดือด ตักราดบนเส้นสปาเกตตี

  คาร์โบนาราสไตล์อิตาเลียนแตกต่างจากสไตล์อเมริกันที่มีครีมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งความข้นของคาร์โบนาราสไตล์อิตาเลียนนั้นมาจากชีสและไข่ บางสูตรใช้ไข่ทั้งฟอง บางสูตรใช้เฉพาะไข่แดง   ส่วนผสม เส้นสปาเกตตี 180 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง ไข่แดง 1 ฟอง ชีสพาร์มิจิอาโน เร็กจิอาโน 30 กรัม + สำหรับเสิร์ฟ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ แพนเชตตา (เบคอนอิตาลี) 80 กรัม เกลือ สำหรับปรุงรส พริกไทยดำ สำหรับปรุงรส วิธีทำ ตั้งน้ำสำหรับต้มเส้นสปาเกตตี ใส่เกลือ พอเดือดดีใส่เส้นสปาเกตตีลงไป ต้มให้ได้ระดับ Al Dente ตอกไข่ทั้งหมดใส่ชามผสม ใส่ชีสพาร์มิจิอาโน เร็กจิอาโน และพริกไทยดำเล็กน้อย ตีให้พอเข้ากัน พักไว้ ตั้งกระทะผัดแพนเชตตากับน้ำมันมะกอก ตักน้ำมันส่วนเกินออกให้เหลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตักเส้นสปาเกตตีร้อนๆ ลงในกระทะเบคอน ใส่ส่วนผสมไข่ลงไป ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย เคล้าให้เข้ากัน (ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งไฟ ส่วนผสมไข่จะสุกขึ้นเล็กน้อยจากความร้อนของเส้น) ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยด้วยชีสพาร์มิจิอาโน เร็กจิอาโนเล็กน้อย

ความประทับใจแรกที่มีต่อเชฟธอมัส-วรพล อิทธิคเณศร เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนที่เรามีโอกาสได้ชิมอาหารไทยตำรับข้างวังที่เชฟปรุงอย่างพิถีพิพัน ผสานเคล็ดลับสูตรต้นตำรับที่หาตัวจับยาก รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและวัตถุดิบที่ฟังแล้วอยากกินตามทุกเมนู     เราจึงกดติดตามเชฟในเฟซบุ๊ก “ตำรับข้างวัง Truly Thai Recipes” ที่มีผู้ติดตามเกือบ 4 แสนคนหลังเปิดได้เพียงปีกว่า ตามด้วยเปิดกลุ่มสาธารณะให้ลูกเพจได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นเพจสุดฮอตของคนรักการทำอาหารไทยในเวลานี้ ฉบับนี้เชฟเปิดบ้านและสตูดิโอทำขนมจีนซาวน้ำ ทุเรียนแจงลอนให้ผู้อ่าน G&C ได้ทดลองทำกัน   เชฟธอมัสเล่าว่าที่เลือกเมนูนี้เพราะเป็นเมนูโบราณที่นิยมทำกินกันในหน้าร้อน ตำรับนี้เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานของผลไม้และสมุนไพรจากจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟ กับรสหวานจากเมืองเพชรบุรีที่ได้ย้ายไปอยู่และเรียนหนังสือ ที่นี่เองเชฟได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำอาหารมากมาย ทั้งจากการติดตามอาจารย์ไปสอนชาวบ้าน หรือการได้ทำหน้าที่เป็นครูผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล เป็นต้น   นอกจากนี้เชฟยังเล่าประสบการณ์สนุกๆ ที่มักถูกวางตัวให้เข้าสู่วงการแข่งขันทั้งในเวทีระดับชุมชน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ จนได้รับรางวัลมากมาย และได้รับทุนไปศึกษาต่อจนสามารถสอบได้ใบประกอบวิชาชีพที่ออสเตรเลีย ชีวิตการเป็นเชฟจึงเริ่มต้นอย่างจริงจังที่นี่ พอกลับไทยก็นำประสบการณ์มาถ่ายทอดให้กับนักเรียนทั้งอาหารไทยและอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่เชฟถนัด รวมถึงการเปิดบริษัทและรับเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้กับผู้ที่สนใจ   ส่วนเมนูที่นำเสนอในวันนี้เชฟเล่าว่า “จุดเด่นของขนมจีนซาวน้ำคือรสชาติความสดชื่นจากวัตถุดิบที่ตัดรสกันได้อย่างลงตัว อาทิ รสเค็มจากกุ้งแห้งป่น รสเปรี้ยวจากตะลิงปลิง รสหวานจากน้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อย กินกับเครื่องเคียงสมุนไพร กระเทียม ขิง และสับปะรดช่วยตัดเลี่ยน ชูรสอีกนิดด้วยพริกน้ำปลา และทุเรียนแจงลอนที่เนื้อเหนียวเคี้ยวหนึบ กลิ่นหอม และรสละมุน”   เราเห็นหน้าตาอาหารที่วิจิตรตระการตาจนแอบห่วงว่าคุณผู้อ่านจะทำตามได้หรือไม่ เชฟอมยิ้มแล้วบอกว่า “สูตรนี้ทำง่ายมาก ส่วนวิธีนำเสนอแล้วแต่ไอเดียของแต่ละคน เชฟมองว่าอาหารเหมือนงานศิลป์ ใครได้กินฝีมือเรานอกจากจะได้อิ่มท้องแล้วยังเป็นอาหารตาให้อิ่มใจอีกด้วย”   ฟังแล้วสบายใจได้ ทำด้วยหัวใจใครกินก็ปลื้ม!     ขนมจีนซาวน้ำ ทุเรียนแจงลอน ขนมจีน (แบบหมัก) 1 กิโลกรัม สามารถใช้แบบเส้นสมุนไพรเพื่อสร้างสีสันได้ เครื่องเคียง ขิงอ่อนซอยฝอย 1 ถ้วย สับปะรดเนื้อฉ่ำสับละเอียด 1 ถ้วย กระเทียมกลีบใหญ่ซอย 1/2 ถ้วย กุ้งแห้งเนื้อโขลกให้ฟู 1 ถ้วย ถั่วลิสงคั่วบด 1/2 ถ้วย ผักชีเด็ดใบ 1/2 ถ้วย มะนาวหั่นชิ้น 2 ผล ตะลิงปลิงซอย  1/2  ถ้วย ไข่ต้มสำหรับจัดเสิร์ฟ ส่วนผสมพริกน้ำปลา น้ำปลา 1/2 ถ้วย น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอยบาง 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทยซอยบาง 2 ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ผสมพริกขี้หนู กระเทียมไทย เคล้าน้ำมะนาวแล้วจึงใส่น้ำปลา   ส่วนผสมน้ำเชื่อมซาวน้ำ น้ำตาลอ้อย 1/2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดกับน้ำ ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวพอข้น ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน   ส่วนผสมแจงลอน เนื้อปลากรายขูด 500 กรัม ทุเรียนหมอนทองแก่จัดแต่เนื้อแข็ง (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม กระเทียมไทยแกะเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาวเม็ด 1/2 ช้อนชา รากผักชี 3 ราก เกลือทะเล 1 ช้อนชา หางกะทิ 3 ถ้วย หัวกะทิ 3 ถ้วย วิธีทำ โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชีรวมกัน ใส่เนื้อปลากรายโขลกนาน 10 นาที แล้วนำไปนวดบนอ่างผสมที่รองด้วยน้ำแข็ง นวดจนเนื้อปลากรายเหนียวเด้ง ใส่หางกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ ตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวจนเดือด ใช้ช้อนตักเนื้อปลาให้เป็นก้อนกลม ใส่ลงต้มในหม้อกะทิ ทำจนหมด ต้มจนเนื้อปลาสุกลอย รอเดือดอีกครั้งจึงใส่เนื้อทุเรียน รอจนเนื้อทุเรียนเปลี่ยนสีและเดือด เคี่ยวหัวกะทิในหม้อใช้ไฟกลาง หมั่นคน รอให้เดือด ยกลงแล้วตักรวมกับหางกะทิที่ต้มกับทุเรียน จัดขนมจีนใส่จาน วางไข่ต้ม ขิงอ่อน สับปะรด กระเทียม กุ้งแห้ง ถั่วลิสง ตะลิงปลิง โรยผักชี ตักแจงลอนใส่ถ้วย เสิร์ฟกับพริกน้ำปลา และน้ำเชื่อม ก่อนกินตักแจงลอนราดบนขนมจีน บีบมะนาวคลุกให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปรุงรสเพิ่มด้วยพริกน้ำปลาและน้ำเชื่อมตามชอบ

  เอาใจ Carb Lover กับยากิโซบะปัง อาหารแนวสตรีทฟู้ดของญี่ปุ่น เน้นแป้ง ให้พลังงานสูง เป็นเมนูที่เกิดจากการผสมผสานยากิโซบะกับแซนด์วิชเข้าด้วยกัน ความอร่อยอยู่ที่ซอสยากิโซบะฉ่ำๆ ที่มาพร้อมกับมายองเนสสไตล์ญี่ปุ่น ขิงดอง และสาหร่ายป่น   ส่วนผสม ขนมปังฮอตดอก 3 ชิ้น เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนชา เส้นยากิโซบะ 160 กรัม ซอสยากิโซบะ 4 ช้อนโต๊ะ มายองเนส สำหรับเสิร์ฟ ขิงดอง สำหรับเสิร์ฟ สาหร่ายป่นอาโอโนริ สำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ผ่ากลางขนมปัง เปิดออก แล้วทาเนยด้านในให้ทั่วดี ทาเนยส่วนที่เหลือบนผิวขนมปังเล็กน้อย นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที ระหว่างอบขนมปัง ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใส่เส้นยากิโซบะ ผัดให้ร้อนดี ใส่ซอสยากิโซบะลงไป ผัดให้ซอสเคลือบเส้นดี ตักแบ่งยากิโซบะใส่ลงในขนมปัง ราดมายองเนส โรยขิงดอง และสาหร่ายป่นอาโอโนริ

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) หมูสไลซ์สำหรับทำชาบู 300 กรัม วุ้นเส้นญี่ปุ่น (Kuzukiri) 50 กรัม เต้าหู้ขาว 1 ก้อน ผักสำหรับทำชาบู เช่น กวางตุ้งไต้หวัน เห็ดชิเมะจิ เห็ดหอมสด แครอต ผักกาดขาว ต้นหอมญี่ปุ่น ฯลฯ น้ำสต๊อกดาชิ หรือน้ำซุปสำเร็จรูปรสตามชอบประมาณ 2-3   ถ้วย ซอสพอนสึยูซุ และน้ำจิ้มงาสำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมน้ำจิ้มงา ซอสพอนสึยูซุ 1/3 ถ้วย งาขาวคั่ว 1/2 ถ้วย น้ำมันงา 1-2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 2 กลีบใหญ่ มิริน 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ทำน้ำจิ้มงาโดยปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนละเอียด ชิมรส พักไว้ ต้มวุ้นเส้นญี่ปุ่นในน้ำเดือดนานประมาณ 10 นาที ตักขึ้นล้างน้ำเย็น พักไว้ ต้มน้ำสต๊อกให้เดือด ใส่หมูสไลซ์ ผักทั้งหมด เต้าหู้ และวุ้นเส้นญี่ปุ่น ต้มจนสุก ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมซอสพอนสึยูซุ และน้ำจิ้มงา

  พาสตาสลัด จานด่วนทำง่าย อร่อยสไตล์ญี่ปุ่น ใช้พาสตามิกซ์ที่รวมพาสตารูปร่างต่างๆ เคล้ากับแฮมและผัก ราดน้ำสลัดโชยุผสมวอลนัต และโรยสาหร่ายโนริ ได้รสอูมามิ   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) พาสตามิกซ์ต้มสุก 2 ถ้วย แฮมหั่นชิ้นพอคำ 4 แผ่น มะเขือเทศเชอร์รีผ่า4 5 ผล หน่อไม้ฝรั่งหั่นชิ้นพอคำลวกสุก 1/2 ถ้วย เมล็ดข้าวโพดหวานต้ม 1/4 ถ้วย เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น 1/2 ถ้วย สาหร่ายวากาเมะแช่น้ำให้นุ่ม 1/2 ถ้วย น้ำสลัดงาคั่ววอลนัต 1/3 ถ้วย สาหร่ายโนริหั่นเส้นสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย วิธีทำ ใส่พาสตามิกซ์ แฮม มะเขือเทศเชอร์รี หน่อไม้ฝรั่ง เมล็ดข้าวโพดหวาน เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่น และสาหร่ายวากาเมะ ใส่น้ำสลัด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่ชาม โรยสาหร่ายโนริ

  ซอสเอกซ์โอสุดยอดซอสรสอร่อยของครัวจีนกวางตุ้ง ซอสนี้นำมาผัดกับบะหมี่ให้รสชาติเข้มข้น ใส่กุ้งและหอยเชลล์เนื้อหวาน เป็นอาหารจานเดียวที่ทำง่าย และอร่อยได้ทั้งครอบครัว   ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ซอสเอกซ์โอ (XO Sauce) 2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ เส้นบะหมี่ 200 กรัม กุ้งแชบ๊วย 12-15 ตัว หอยเชลล์ 8-10 ตัว แครอตหั่นเส้น 1/2 ถ้วย เห็ดชิเมะจิ 1 ถ้วย ผักกวางตุ้งญี่ปุ่นหั่นท่อน 2 ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับผัดเล็กน้อย วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ย่างหอยเชลล์และกุ้งให้พอสุกสีเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ ใช้กระทะใบเดิมใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่แครอต ผักกวางตุ้ง และเห็ดลงผัดให้สุก ตักขึ้นพักไว้ ผสมซอสเอกซ์โอกับซอสหอยนางรม ชิมรสและปรุงเพิ่มได้ตามชอบ เทใส่กระทะใช้ไฟอ่อน ใส่เส้นบะหมี่ลงผัดให้เข้ากัน ใส่กุ้ง หอยเชลล์ และผักที่ผัดเตรียมไว้ ผัดให้เข้ากันดี ตักขึ้นใส่จาน

  เอาใจคนชอบกินเส้นด้วยเมนูนี้ ไก่ตุ๋นเนื้อร่วนซุย กินพร้อมเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เพิ่มรสจัดจ้านด้วยพริกกระเทียม อร่อยทำกินเองง่ายได้ที่บ้าน   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อสะโพกไก่ 2 ชิ้น บะหมี่ไข่ 3 ก้อน รากผักชี 3 ราก กระเทียม 2 กลีบ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย น้ำเปล่าประมาณ 3 ถ้วย ผักสลัดตามชอบ ส่วนผสมพริกกระเทียม พริกขี้หนูเขียว แดงสับ 5 เม็ด กระเทียมสับ 2 กลีบ น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา วิธีทำ ปรุงรสสะโพกไก่ด้วยเกลือ ซอสปรุงรส น้ำตาล พริกไทย และรากผักชีตำกับกระเทียม คลุกให้เข้ากัน พักไว้ 15 นาที ตั้งหม้อใส่น้ำมัน ใส่ไก่ลงทอดพอหนังไก่ตึงๆ ตักน้ำมันออก เติมน้ำให้ท่วมไก่ ตั้งไฟกลางให้เดือด ตุ๋นจนสุกนุ่ม ลวกบะหมี่ให้สุก คลุกน้ำมันเล็กน้อย จัดบะหมี่ใส่จาน นำเนื้อไก่มาหั่นเป็นชิ้น วางบนบะหมี่ เสิร์ฟกับพริกกระเทียม และผักสลัด 

  เพิ่มผักและเส้นใยให้มื้ออาหารมากขึ้นด้วยเมนูพาสตาสีเขียวที่ทำจากผักโขม กับซอสเพสโตสีเขียวเข้มที่เปลี่ยนจากใบโหระพามาเป็นผักเคลใบหยิก ซูเปอร์ฟู้ดที่สายสุขภาพคุ้นเคย   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เส้นพาสตาสีเขียวทำจากผัก 2 ถ้วย มะเขือเทศเชอร์รีหั่นเสี้ยว 1/4 ถ้วย ไพน์นัตอบ 2 ช้อนโต๊ะ ชีสพาร์เมซานขูด 1/4 ถ้วย ส่วนผสมซอสเพสโต ผักเคลหั่นหยาบ 2 ถ้วย ไพน์นัตอบ 1/3 ถ้วย น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น 1/2 ถ้วย ชีสพาร์เมซานขูด 1/2 ถ้วย กระเทียม 3 กลีบ เกลือทะเล 1/2 ช้อนชา พริกไทยดำบด 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ทำซอสเพสโตโดยปั่นผักเคลกับส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนละเอียด พักไว้ ต้มเส้นพาสตาให้สุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ (ถ้ายังไม่เสิร์ฟทันทีให้คลุกกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย) ใส่พาสตาในชามผสม ใส่มะเขือเทศเชอร์รี ซอสเพสโต เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยไพน์นัต และชีสพาร์เมซาน

  เพิ่มรสแปลกใหม่ให้กับสปาเกตตีมีตบอลด้วยกิมจิ ผักดองสไตล์เกาหลี ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวเค็มอูมามิให้กับสปาเกตตีจานนี้   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เนื้อบด Plant-Based 200 กรัม กิมจิสับหยาบ 100 กรัม ซอสมะเขือเทศพาสตา 1 ขวด (400 กรัม) เส้นสปาเกตตีต้มสุก 2 ถ้วย เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำมันมะกอก และอิตาเลียนพาร์สลีย์สับเล็กน้อย วิธีทำ ปั้นเนื้อบดให้เป็นก้อนกลม ตบด้วยแป้งสาลีบางๆ ทอดในกระทะแบนด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ให้สุก และผิวนอกเป็นสีน้ำตาลสวย ตักขึ้นพักไว้ ใช้กระทะใบเดิมผัดกิมจิกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อยจนมีกลิ่นหอม ใส่ซอสมะเขือเทศ ใส่มีตบอล คนเบาๆ ชิมรสและปรุงรสเพิ่มด้วยเกลือ พริกไทย ใส่เส้นสปาเกตตีลงผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยอิตาเลียนพาร์สลีย์สับ

ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ร้านอาหารทุกแห่งปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยไม่ให้มีการรับประทานอาหารในร้านเพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด-19 ดังนั้น ร้านอาหารต่างๆ ต่างปรับตัวด้วยการทำอาหารส่งตรงถึงบ้านแบบเดลิเวอรี   โรงแรมใจกลางเมืองอย่าง แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ก็ปรับตัวกับสถานการณ์นี้เช่นกัน นอกจากทำเดลิเวอรีเหมือนร้านอื่นๆ แล้ว ยังทำ Food Truck (ฟู้ดทรัค) หรือร้านขายอาหารเคลื่อนที่ จอดทำอาหารหน้าโรงแรม และยังขับไปจอดหน้าคอนโดฯ และหน้าหมู่บ้านเพื่อบริการชุมชนละแวกนั้นเป็นประจำอีกด้วย     ผู้อยู่เบื้องหลังรถครัวเคลื่อนที่นี้คือเชฟมากประสบการณ์ เอ็กซ์-อรรถพล ไนโต ถังทอง เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟหนุ่มที่ปรับเมนูหรูระดับโรงแรมจับลงกล่องให้เราพร้อมได้อร่อยที่บ้าน เชฟเอ็กซ์บอกว่า ตั้งแต่มีโรคระบาดทางโรงแรมปรับตัวตลอดเวลา หลังจากปลดล็อกดาวน์รอบแรกเชฟก็ทำบุฟเฟต์แบบสั่งได้ไม่อั้น ลูกค้าไม่ต้องลุกไปตักที่ไลน์บุฟเฟต์ ซึ่งได้ผลลัพธ์ดีมาก พอมาล็อกดาวน์รอบนี้มีข้อจำกัดมากขึ้นคือไม่ให้นั่งกินในร้าน จึงจอดรถฟู้ดทรัคบริการหน้าโรงแรม ลูกค้าไม่ต้องเดินผ่านโรงแรมเพื่อเข้าไปสั่งอาหาร มั่นใจได้ในความสะอาดตามมาตรฐาน   เมื่อมาทำอาหารเดลิเวอรี เชฟบอกว่าต้องเป็นเมนูที่คนทั่วไปรู้จัก เข้าถึงได้ง่าย กินได้ทุกวัน แต่ใช้ของพรีเมียมเป็นตัวชูโรง เช่น ทรัฟเฟิล วากิว ล็อบสเตอร์ ซึ่งโรงแรมมีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถสั่งวัตถุดิบพรีเมียมเหล่านี้ได้ในราคาดี เมนูที่ขายเดลิเวอรีต้องแตกต่างกว่าเมนูธรรมดาคือ เมื่อปรุงแล้วพอเก็บไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงยังต้องอร่อยอยู่ เชฟจึงลองปรุงแล้วใส่กล่องจับเวลาไว้ ชิมดู ลองอยู่หลายครั้ง จนมั่นใจว่าเมื่ออาหารเย็นลงแล้วก็ยังมีรสชาติดีอยู่ เทคนิคคือปรุงอาหารให้รสจัดขึ้นอีกนิด   เมนูจะจัดอย่างสวยงามใส่ภาชนะสำหรับอุ่นในไมโครเวฟ ส่วนใหญ่เป็นเมนูที่เราคุ้นเคยได้แก่ เกี๊ยวหม่าล่า ก๋วยเตี๋ยวเส้นสดซอสเสฉวนหมูสับ บะหมี่ฮ่องกงจักรพรรดิเสิร์ฟพร้อมหมูกรอบ หมูแดง เป็ดย่าง สปาเกตตีคาร์โบนาราใส่คอหมูย่าง สปาเกตตีแซลมอนย่างซอสครีมไข่กุ้ง สปาเกตตีผัดขี้เมาทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมเนื้อวากิว เป็นต้น   พอพูดถึงเรื่องการปรับตัว เชฟเอ็กซ์เล่าว่า ทุกปีจะถูกเชิญไปเป็นเชฟพิเศษที่ต่างประเทศ แต่ปีนี้ต้องทำอาหารที่เมืองไทย แล้วส่งสัญญาณภาพแบบออนไลน์ไปยังอีกมุมหนึ่งของโลก เชฟท้องถิ่นของประเทศนั้นจะปรุงอาหารตามสูตรของเชฟเพื่อเสิร์ฟลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้อรรถรสเหมือนว่าเชฟเอ็กซ์ไปเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง   นี่คงเป็นอีก New Normal ที่ทั้งเราและเชฟต้องปรับตัวให้ทัน     สปาเกตตีกุ้งมังกรซอสครีมไข่กุ้ง (Spaghetti Ebiko Sauce with Lobster) ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) ล็อบสเตอร์ 1/2 ตัว สปาเกตตีต้มสุก 150 กรัม วิปปิงครีม 200 กรัม ซอสพริกศรีราชา 50 กรัม ซอสทาบาสโก 10 กรัม หอมหัวใหญ่สับ 10 กรัม ชีสพาร์เมซานขูด 10 กรัม ไข่กุ้ง 10 กรัม เกลือป่นและพริกไทยป่นสำหรับปรุงรส สาหร่ายโนริหั่นเส้นสำหรับโรยหน้า น้ำมันมะกอกสำหรับผัดเล็กน้อย วิธีทำ ย่างล็อบสเตอร์บนกระทะจนมีสีสวย นำไปอบต่อในเตาอบประมาณ 6 นาที จนสุกดี ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย จนสุกนุ่ม ใส่วิปปิงครีม ซอสพริกศรีราชา และทาบาสโก ต้มจนซอสข้น ใส่เส้น และปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย ใส่ไข่กุ้ง และชีส ปิดไฟ ตักใส่จาน วางกุ้งล็อบสเตอร์ แต่งหน้าด้วยสาหร่าย และไข่กุ้ง

  สปาเกตตีพุตตาเนสกาเมนูนี้มีเอกลักษณ์ที่ซอสรสชาติจัดจ้านจากมะเขือเทศ กระเทียม เคเปอร์ แอนโชวี และพริก มีต้นกำเนิดที่เมืองนาโปลี ซึ่งต้นตำรับของนาโปลีจะไม่มีกระเทียมและแอนโชวี แต่จะผัดพาสตากับน้ำมันมะกอก แล้วเคล้าด้วยมะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มะกอก เคเปอร์ และพริก ปรุงรสง่ายๆ ด้วยเกลือและพริกไทยเท่านั้น   ความหมายแปลตามตัวของคำว่า Puttanesca นั้นคือโสเภณี ที่มาบางแหล่งจึงบอกว่าพาสตาสูตรนี้มีที่มาจากผู้หญิงซึ่งทำงานกลางคืน ในขณะที่บางแหล่งบอกว่าชื่อของพาสตาสื่อถึงการใส่ส่วนผสมรสจัดจ้านที่หลากหลายก็เพียงเท่านั้น   ส่วนผสม น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับ 120 กรัม กระเทียมสับ 2  กลีบ พริกป่น  1/2 ช้อนชา พริกจินดาซอย 1 เม็ด มะเขือเทศลอกผิว  400 กรัม แอนโชวี 4 ตัว มะกอกดำซอย  80 กรัม เคเปอร์ 2 ช้อนโต๊ะ สปาเกตตี 300  กรัม พาร์สลีย์สับ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือสำหรับปรุงรส น้ำตาลทรายสำหรับปรุงรส วิธีทำ ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาทีจนนุ่มใส ใส่แอนโชวี กระเทียมสับ พริกป่น และพริกจินดา ผัดต่อสักครู่ ใส่มะเขือเทศ ผัดให้มะเขือเทศพอแหลก ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที ระหว่างนี้ตั้งน้ำต้มเส้นพาสตา ใส่เกลือ ต้มเส้นให้ได้เนื้อสัมผัสแบบที่ชอบ ตักเส้นพาสตาร้อนๆ ใส่ลงในตัวซอส พร้อมด้วยเคเปอร์และมะกอกดำ ชิมแล้วปรับรสด้วยเกลือและน้ำตาล ใส่พาร์สลีย์สับ ตักเสิร์ฟ

  เส้นพาสตาตักเลียตะเล่ผสมกับหมึกดำจากปลาหมึก เส้นแบนยาวคล้ายเฟตตูชินี เสิร์ฟพร้อมหอยตลับได้กลิ่นหอมของทะเล และหน่อไม้ฝรั่งสีเขียวสดใสน่ากิน   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) แป้งเซโมลา (Semola) หรือเซโมลินา (Semolina) 150 กรัม แป้งสาลี 00 (Double Zero Flour) 100 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง ไข่แดง 3 ฟอง หมึกดำจากปลาหมึก 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือทะเล ส่วนผสมสำหรับผัด หอยตลับ 500 กรัม กระเทียมสับ 5 กรัม ไวน์ขาว 100 มิลลิลิตร น้ำสต๊อกปลา 200 มิลลิลิตร หน่อไม้ฝรั่ง 12 ต้น เนยจืด 30 กรัม เกลือทะเลสำหรับปรุงรส น้ำมันมะกอกและพาร์สลีย์สับอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ทำเส้นพาสตาโดยผสมแป้งเซโมลา แป้งสาลี และเกลือเข้าด้วยกันในอ่างผสม เกลี่ยแป้งไปรอบๆ อ่างให้มีรูตรงกลาง ในชามอีกใบตีไข่ไก่ ไข่แดง และหมึกปลาหมึกเข้าด้วยกัน เทใส่ตรงกลางอ่างผสม ค่อยๆ ตะล่อมแป้งผสมกับหมึกปลาหมึกด้วยส้อมให้เข้ากันแล้วนวดด้วยมือ 10-12 นาที จนเข้ากันดี ห่อด้วยพลาสติกใส แช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน นำแป้งออกมารีดให้เป็นแผ่นบาง ตัดให้มีความยาว 25 เซนติเมตร และตัดเป็นเส้นกว้าง 0.5 เซนติเมตร โรยแป้งเซโมลาให้ทั่ว พักไว้ ตัดก้านหน่อไม้ฝรั่งส่วนที่แข็งทิ้งไป ตัดยอดหน่อไม้ฝรั่งให้มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ก้านหน่อไม้ฝรั่งหั่นเป็นท่อนสั้นๆ พักไว้ ในหม้อใบเล็กต้มน้ำเล็กน้อย ใส่เกลือ และเนย ใส่ยอดหน่อไม้ฝรั่งลงต้มจนสุก ตักขึ้นพักไว้สำหรับตกแต่งจาน ในกระทะผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอก ใส่ก้านหน่อไม้ฝรั่งและหอยตลับ เร่งไฟแรง ใส่ไวน์ขาว ตามด้วยน้ำสต๊อกปลา ต้มต่อให้งวดลงครึ่งหนึ่งและหอยสุกฝาอ้า ปิดไฟ ใส่พาร์สลีย์สับ ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ใส่เกลือ และใส่เส้นลงต้มประมาณ 1 1/2 นาที ตักขึ้นใส่กระทะผัดต่อกับหอยตลับด้วยไฟแรงจนเข้ากันดี ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดหน่อไม้ฝรั่งลวก เสิร์ฟทันที

  พาสตาเส้นพิชิอวบนุ่มคล้ายเส้นอุด้ง ผัดกับซอสรากูรสเข้มข้นทำจากไส้กรอกอิตาเลียนนำมาตุ๋นกับไวน์แดง ใส่เห็ดพอร์ชินีแห้งได้กลิ่นหอมชวนกิน   ส่วนผสมพาสตาเส้นพิชิ (สำหรับ 4 ที่) แป้งสาลี 00 (Double Zero Flour) 300 กรัม น้ำ 150 มิลลิลิตร ส่วนผสมซอสรากู ไส้กรอกอิตาเลียน 450 กรัม เห็ดพอร์ชินีแห้ง 20 กรัม มะเขือเทศลอกเปลือก 250 กรัม หอมหัวใหญ่สีม่วงสับ 80 กรัม โรสแมรี่ 10 กรัม | ไวน์แดง 1 แก้ว น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นสำหรับผัด เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส วิธีทำ ผสมแป้งและน้ำในอ่างผสมให้พอเข้ากัน เทลงบนโต๊ะแล้วนวดด้วยมือจนเนื้อเนียน ห่อพลาสติกใสแช่ตู้เย็นไว้ 30 นาที จากนั้นนำแป้งออกมาคลึง ใช้มีดตัดแป้งเป็นแท่ง คลึงให้แป้งเป็นเส้นยาวและบาง โรยแป้งสาลีบนโต๊ะ วางเส้นเรียงไว้ แช่เห็ดพอร์ชินีแห้งในน้ำอุ่นจนนุ่ม นำมาสับหยาบๆ พักไว้ ผัดหอมหัวใหญ่และโรสแมรี่กับน้ำมันมะกอก จนสุกเปลี่ยนสีและมีกลิ่นหอม ตักโรสแมรีออก ใส่ไส้กรอกอิตาเลียนลงผัดให้เหลือง ตามด้วยเห็ดพอร์ชินี ไวน์แดง มะเขือเทศ และน้ำแช่เห็ด ผัดไฟอ่อนนาน 3 ชั่วโมง ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย พักไว้ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ และเส้นลงต้มจนสุก (ตักขึ้นมาชิม เส้นสุกจะนุ่มไม่แข็ง) อุ่นซอสรากูให้ร้อน ใส่เส้นที่ต้มสุกลงไปผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ

  โซเมงก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กบางแบบเส้นขนมจีนของญี่ปุ่น จุ่มกับซอสรสเค็มเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมจากน้ำส้มยูซุ ซอสนี้แบ่งมาแช่แข็งแล้วขูดเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมเส้นที่วางบนน้ำแข็ง กินแล้วเย็นสดชื่นคลายร้อนทันที   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เส้นโซเมง 1 ห่อ ต้นหอมซอย 1 ต้น หัวไช้เท้าขูด ขิงขูด และวาซาบิปริมาณตามชอบ ผิวส้มขูดและผิวเลมอนขูดสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย ส่วนผสมและวิธีทำซอสยูซุ ผสมน้ำส้มยูซุ 1 1/2 ช้อนโต๊ะกับน้ำซอสบะหมี่เย็น 1/2 ถ้วย แช่เย็นไว้ แบ่งซอสออกมาเล็กน้อยทำยูซุกรานิตา ใส่กล่อง แช่แข็งจนแข็งดี ขูดเป็นเกล็ด วางบนเส้นโซเมง ส่วนผสมและวิธีทำเทมปุระ ฟักทองญี่ปุ่นหั่นบาง 4-6 ชิ้น กระเจี๊ยบเขียว ผสมแป้งเทมปุระ 1 ถ้วยกับน้ำเย็นจัด 3/4 ถ้วย นำฟักทองญี่ปุ่นและกระเจี๊ยบเขียวลงชุบแป้ง ทอดในน้ำมันร้อนท่วมจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน วิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เส้นโซเมงลงต้มประมาณ 4-5 นาทีจนสุก ตักขึ้นใส่น้ำเย็นจัด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำแข็งบดบนจานสำหรับเสิร์ฟ จัดเรียงเส้นใส่จานให้สวยงาม ตักซอสยูซุกรานิตาใส่ โรยผิวส้มและผิวเลมอนขูด โรยต้นหอมซอย ใส่น้ำซอสที่แช่เย็นไว้ เสิร์ฟพร้อมหัวไช้เท้าขูด ขิงขูด วาซาบิ และเทมปุระ

  พาสตาจานง่ายๆ ผัดกับน้ำมันใบกะเพรา สมุนไพรกลิ่นหอมที่ช่วยป้องกันหวัด วิธีทำน้ำมันง่ายๆ โดยแช่ใบกะเพราในน้ำมัน หรืออินฟิวส์จนน้ำมันมีกลิ่นหอมใบกะเพราแล้วนำมาผัดสปาเกตตี และเพิ่มใบกะเพราสดจะหอมชวนกินจนหมดจาน   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ปลาทูน่าในน้ำมันพืช 2 กระป๋อง มะเขือเทศลอกเปลือก หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 4 ผล เส้นสปาเกตตีต้มสุก (เก็บน้ำต้มเส้นไว้ด้วย) 3 ถ้วย น้ำมันอินฟิวส์ใบกะเพรา 3-4 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วย ใบกะเพราสด 1/2 ถ้วย กะเพราทอดกรอบและพริกแห้งทอดสำหรับโรยหน้า เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส วิธีทำ ผัดน้ำมันอินฟิวส์ใบกะเพรากับหอมหัวใหญ่จนสุกนุ่ม ใส่กระเทียมและพริกแห้งที่อินฟิวส์ลงไปผัดด้วยจนมีกลิ่นหอม ใส่มะเขือเทศและทูน่า ผัดให้สุกทั่ว ตักขึ้น  ผัดเส้นสปาเกตตีกับน้ำมันอินฟิวส์ใบกะเพราเล็กน้อย เติมน้ำต้มเส้นพอขลุกขลิก ใส่ส่วนผสมทูน่าที่ผัดไว้ ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย เพิ่มตามชอบ ใส่ใบกะเพราสด ผัดเร็วๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จาน  โรยด้วยกะเพราทอดกรอบและพริกแห้งทอด

  เมนูพาสตาสุดเก๋ ซอสทำจากกิมจิรสเปรี้ยวเค็ม เติมรสชาติให้กลมกล่อมด้วยซอสพาสตามะเขือเทศและครีมสด กลายเป็นอาหารสไตล์ฟิวชันที่ทันสมัย   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) กุ้ง 3 ตัว ปลาหมึกหั่นแว่น  1/4 ถ้วย หอยตลับ 4-6 ตัว         เส้นสปาเกตตีต้มสุก 1 ถ้วย ซอสพาสตามะเขือเทศ  1/4 ถ้วย กิมจิผักกาดขาวซอย  1/2 ถ้วย วิปปิงครีม 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชเล็กน้อย เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส งาขาว ชีสพาร์เมซานขูด และสาหร่ายโนริหั่นเส้นสำหรับโรยหน้า วิธีทำ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่กระเทียมลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่กุ้ง ปลาหมึก และหอยตลับลงผัดพอสุก ใส่กิมจิ ผัดให้เข้ากัน ใส่ซอสพาสตามะเขือเทศ วิปปิงครีม เส้นสปาเกตตี ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยชีสพาร์เมซานขูด งาขาว และสาหร่ายโนริ

  เมนไทโกะหรือไข่ปลาพอลล็อคดองนำมาคลุกกับพาสตาแองเจิลแฮร์เส้นเล็ก โรยใบชิโซะซอยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ รสซ่า หัวไช้เท้าขูด มีรสเค็มหอมนิดๆ จากโชยุ และชีสพาร์เมซาน กลายเป็นพาสตาสัญชาติญี่ปุ่นที่คนชาติไหนกินก็ติดใจ   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่ ) เมนไทโกะ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ                        โชยุ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำต้มเส้นพาสตา 2 ช้อนโต๊ะ พาสตาแองเจิลแฮร์ประมาณ 150 กรัม ใบชิโซะหั่นฝอย หัวไช้เท้าญี่ปุ่นขูด สาหร่ายโนริหั่นเส้น ชีสพาร์เมซานขูด วิธีทำ ขูดเมนไทโกะใส่ชาม ใส่น้ำเลมอน โชยุ และน้ำมันมะกอก คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ต้มเส้นพาสตาให้สุก ตักขึ้นใส่ในซอสไข่ปลา คนให้เข้ากัน เติมน้ำลวกเส้นเล็กน้อย ตักใส่จาน ราดซอสเพิ่ม ใส่ใบชิโซะ หัวไช้เท้าขูด โรยชีสพาร์เมซานขูดและสาหร่ายโนริ

  ขนมจีนน้ำยาป่าเมนูแซ่บฉบับอีสาน ใช้เนื้อปลากระป๋องทำให้น้ำยาเข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพร    ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ขนมจีน 500 กรัม ปลาซาดีนในซอสมะเขือเทศ 2 กระป๋อง ข่าหั่นแว่น  3 แว่น ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น ใบมะกรูด 5 ใบ กระชาย 5 ราก พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด พริกขี้หนูสด 10 เม็ด หอมแดง 5 หัว กระเทียมกลีบใหญ่ 5 กลีบ เกลือป่น 1 1/2  ช้อนชา น้ำปลาร้า 1/4 ถ้วย น้ำเปล่า 5 ถ้วย ผักสด : แตงกวา ใบแมงลัก ถั่วฝักยาว วิธีทำ ต้มน้ำใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกูด กระชาย พริกขี้หนูแห้ง พริกขี้หนูสด เกลือ หอมแดง และกระเทียมจนหอมและนิ่ม    ตักเครื่องเทศขึ้นทั้งหมด นำพริกขี้หนูแห้ง พริกขี้หนูสด หอมแดง กระเทียม และกระชายมาตำรวมกันพอแหลก ใส่เนื้อปลาซาดีน (ส่วนน้ำซอสมะเขือเทศเทใส่ลงหม้อที่ต้มสมุนไพร) ตำเข้าด้วยกัน นำน้ำที่ต้มสมุนไพรตั้งไฟอีกครั้งให้เดือด ตักส่วนผสมที่ตำไว้ใส่ คนให้ละลาย ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า พอต้มต่อจนเดือดสักครู่ใส่เนื้อปลาซาดีนเพิ่มเป็นชิ้นๆ เดือดอีกครั้งยกลง จัดขนมจีนใส่จาน ตักน้ำยาราด เสิร์ฟพร้อมผักสด

  มักกะโรนีอบชีสเมนูโปรดของเด็กๆ ใช้เนื้อปลากระป๋องผัดกับเส้นมักกะโรนี โรยชีสอบ กินกันแบบชีสยืดๆ ฟินๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) มักกะโรนีเส้นยาวชนิดแห้ง 100 กรัม ปลาซาดีนในซอสมะเขือเทศ   1 กระป๋อง หอมหัวใหญ่สับ 2 ช้อนโต๊ะ ซอสพาสตา  3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ชีสมอซซาเรลลาขูด  1/4 ถ้วย ผักชีซอย  1 ต้น น้ำมันพืช  1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ต้มเส้นมักกะโรนีให้นุ่ม ตักขึ้น พักไว้ ตัดท่อนสั้น ผัดหอมหัวใหญ่สับกับน้ำมันให้หอม ใส่ซอสพาสตาและปลาซาดีนในซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน ยีเนื้อปลาให้เป็นชิ้นเล็กๆ ปรุงรสด้วยน้ำตาล ผัดให้ข้น ใส่เส้นมักกะโรนี ผัดพอทั่ว ตักใส่ชามอบ โรยชีสมอซซาเรลลาให้ทั่ว อบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียสประมาณ 10-15 นาทีจนหน้าชีสเป็นสีน้ำตาล ยกออกจากเตา โรยผักชีซอย เสิร์ฟร้อนๆ