ผลงานช็อกโกแลตสุดสวยทำเหมือนแผ่นขอนไม้จริงที่สวยงาม ของหวานสุดสร้างสรรค์และแฟนซีนี้ใช้ช็อกโกแลตจากจังหวัดประจวบฯ มีรสเปรี้ยวเล็กน้อยเข้ากับรสลิ้นจี่ได้ดี      ส่วนผสมพราลีน                                     น้ำเปล่า 50 กรัม น้ำตาลทราย 200 กรัม โกโก้นิปส์ (Kad Kokoa Prachuap Cocoa Nibs) 150 กรัม ไพน์นัต 150 กรัม วานิลลาจากประเทศตาฮิติ 1 ฝัก (ขูดเอาแต่เมล็ดข้างใน) ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเมล็ดวานิลลาในหม้อ ตั้งไฟจนเป็นคาราเมลสีเข้ม เทลงในถาดรองด้วยกระดาษรองอบ พักไว้ให้เย็น อบโกโก้นิปส์และไพน์นัตที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสจนถั่วสุก พักไว้ ปั่นคาราเมลที่เย็นแล้วกับโกโก้นิปส์และไพน์นัตอบเข้าด้วยกันจนเนื้อเนียน ส่วนผสมและวิธีทำเฟยตินไพน์นัต ช็อกโกแลตประจวบฯ 70% (Kad Kokoa Prachuap Chocolate) 105 กรัม พราลีน 105 กรัม ไพน์นัตอบ 50 กรัม เกลือป่น 1 กรัม เฟยติน (Feuilletine) 126 กรัม ละลายช็อกโกแลตและพราลีนเข้าด้วยกัน ใส่ไพน์นัตอบ เกลือป่น และเฟยติน ผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ นำมารีดให้หนา 3 มม. ตัดเป็นชิ้นวงกลมขนาด 14 ซม. ทาช็อกโกแลตบนเฟยตินให้ทั่วเพื่อคงความกรอบ ส่วนผสมและวิธีทำมูสช็อกโกแลตนม                                        นมสด 103 กรัม ผงเจลาติน 4 กรัม น้ำเปล่า 24 กรัม ช็อกโกแลตนมวีแกน 40% (Kad Kakao Chocolate Vegan Milk) 178 กรัม วิปครีม 270 กรัม ผสมผงเจลาตินกับน้ำเปล่า พักไว้ 15-20 นาทีก่อนนำมาใช้ ต้มนมสดให้ร้อน เทใส่ช็อกโกแลตเพื่อทำเป็นกานาช พักไว้จนได้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ใส่วิปครีมลงตะล่อมให้เข้ากันเป็นเนื้อมูส                                                           ส่วนผสมและวิธีทำดากวอสมะนาว (Lime Dacquoise)                                                 ไข่ขาว 113 กรัม น้ำตาลทราย 60 กรัม เฮเซลนัตป่น 68 กรัม น้ำตาลไอซิง 60 กรัม ผิวมะนาวขูด 1 ผล แป้งสาลีอเนกประสงค์ 23 กรัม ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายให้เป็นเมอแรงก์ตั้งยอดแข็ง ร่อนแป้งและน้ำตาลไอซิงรวมกัน ใส่เฮเซลนัตป่น และผิวมะนาวขูด ผสมให้เข้ากัน แบ่งส่วนผสมของแห้งตะล่อมรวมกับเมอแรงก์ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถุงบีบ ใช้หัวบีบเบอร์ 8 บีบให้เป็นแผ่นกลมขนาด 14 ซม. โรยน้ำตาลไอซิงบางๆ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสนาน 6 นาที กลับด้านถาดและอบต่ออีกประมาณ 2-3 นาที ส่วนผสมและวิธีทำเจลลีคูลีส์รสลิ้นจี่ โกโก้จูส์ (Kad Kokoa Jus de Cacao Prachuap) 218 กรัม เนื้อลิ้นจี่บดละเอียด 80 กรัม ทริโมลีน (Trimoline) 20 กรัม ผิวมะนาวขูด 2 ผล ผงเจลาติน 6 กรัม น้ำเปล่า 36 กรัม ผสมผงเจลาตินกับน้ำเปล่า พักไว้ 15-20 นาทีก่อนนำมาใช้ ผสมโกโก้จูส์ เนื้อลิ้นจี่ และทริโมลีนใส่หม้อตั้งไฟให้ได้อุณหภูมิ 83 องศาเซลเซียส ใส่เจลาตินคนให้ละลายเข้ากัน ใส่ผิวมะนาวขูด เทใส่พิมพ์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 ซม. ให้ได้ปริมาณ 160 กรัม ส่วนผสมและวิธีการตกแต่ง                                                                        ดาร์กช็อกโกแลต 58% ช็อกโกแลตดัลเซ่ (Dulcey Chocolate) ช็อกโกแลตนม (Milk Chocolate Lactée) ละลายสำหรับตกแต่ง ทำผิวของแผ่นไม้ให้เป็นลวดลายโดยสร้างเกลียวจากช็อกโกแลตนมด้วยการใช้แป้นหมุน และทับสลับสีน้ำตาลอ่อนด้วยช็อกโกแลตดัลเซ่ ใช้พิมพ์ขอนไม้ทำเปลือกไม้ให้เป็นขอบของขนมด้วยดาร์กช็อกโกแลต ประกอบตัวเค้กด้วยช็อกโกแลตมูส ไส้ดากวอสมะนาว เจลลีคูลีส์รสลิ้นจี่ และเฟยตินไพน์นัต จากนั้นนำเข้าแช่แข็งจนอยู่ตัว

ส่วนผสมและวิธีทำ Financier (สำหรับ 2-4 ที่) อัลมอนด์ป่น 70 กรัม น้ำตาลไอซิง 40 กรัม แป้ง T55 10 กรัม ไข่ไก่ 70 กรัม เกลือป่น 2 กรัม ผิวเลมอน 1 ผล Hazelnut Butter 40 กรัม            ละลายเนยจนเป็นสีน้ำตาล พักให้เย็น ผสมอัลมอนด์ป่น น้ำตาลไอซิง แป้ง เกลือ ผิวเลมอน และไข่เข้าด้วยกัน ใส่เนย คนผสมให้เข้ากัน เทลงบนถาดอบรองด้วยกระดาษไข นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที เมื่อสุกนำออกจากถาดอบพักบนตะแกรงจนเย็นสนิท ตัดด้วยพิมพ์วงกลมขนาด 4 ซม. ห่อด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าช่องแช่แข็งจนเย็นจัด ส่วนผสมและวิธีทำ Milk Coating ช็อกโกแลตนม 100 กรัม โกโก้บัตเตอร์ 100 กรัม ละลายโกโก้บัตเตอร์และช็อกโกแลตนมด้วยกันในอ่างผสมรองด้วยหม้อต้มน้ำร้อน นำ Financier ที่เย็นจัดมาชุบช็อกโกแลตให้เคลือบทั่ว พักไว้ ส่วนผสมและวิธีทำ Chocolate Nest ช็อกโกแลตนม 35% 100 กรัม แช่แผ่นหินอ่อนในช่องแช่แข็งจนเย็นจัด ละลายช็อกโกแลตนม ตักใส่ถุงบีบตัดปลายเล็กน้อย บีบเป็นเส้นลงบนแผ่นหินอ่อนที่เย็นจัด ใช้ปลายมีดแซะออกแล้วจับม้วนรอบ Financier ที่ชุบช็อกโกแลตแล้วให้ออกมาเหมือนรังนก ส่วนผสมและวิธีทำ Passion Fruit Gelee น้ำเสาวรส 100 กรัม น้ำผึ้ง 35 กรัม เจลาติน 2 1/2 แผ่น สีเจลสีเหลืองสำหรับผสมอาหารเล็กน้อย แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนุ่ม ผสมน้ำเสาวรสและน้ำผึ้งในหม้อตั้งไฟให้พออุ่น ยกลง บีบน้ำออกจากเจลาตินให้สะเด็ดน้ำใส่ลงในหม้อ ใส่สีเจลสีเหลือง คนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ซิลิโคน แช่แข็งไว้ ส่วนผสมและวิธีทำ Coconut Mousse Coconut Puree 100 กรัม แป้งข้าวโพด 10 กรัม น้ำตาลทราย 15 กรัม เหล้ามาลิบู (Malibu) 10  กรัม โกโก้บัตเตอร์ 10  กรัม ไวต์ช็อกโกแลต 15  กรัม วิปครีม (ตีให้ได้ยอดอ่อน) 100 กรัม กลิ่นมะพร้าวปริมาณเล็กน้อย ผสม Coconut Puree แป้งข้าวโพด และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟจนอุ่นและแป้งสุกใส ใส่เหล้ามาลิบู คนให้เข้ากัน พักไว้ ละลายโกโก้บัตเตอร์และไวต์ช็อกโกแลตเข้าด้วยกันในอ่างผสมรองด้วยหม้อต้มน้ำร้อน ผสมส่วนผสม Coconut Puree กับส่วนผสมของโกโก้บัตเตอร์ให้เข้ากันดี ใส่กลิ่นมะพร้าว ใส่วิปครีม ตะล่อมให้เข้ากัน ตักมูสมะพร้าวใส่ถุงบีบ บีบใส่แม่พิมพ์รูปไข่ตรงส่วนที่เป็นฐานของไข่ วาง Passion Fruit Gelee ใส่ตรงกลาง บีบมูสจนเต็มพิมพ์ แช่แข็งไว้ ส่วนผสมและวิธีทำ Egg Shell Chocolate Dulcey 100 กรัม โกโก้บัตเตอร์ 100 กรัม ละลายโกโก้บัตเตอร์ และ Chocolate Dulcey เข้าด้วยกันในอ่างผสมรองด้วยหม้อต้มน้ำร้อน นำมูสมะพร้าวรูปไข่ที่แข็งแล้วชุบเคลือบให้ทั่ว พักไว้ และจัดวางคุู่กับ Chocolate Nest ให้สวยงาม

Tag: ไข่

ขนมไทยเนื้อเนียนนุ่มยอดฮิตมีวิธีทำง่ายกว่าที่คิด ราดซอสกะทิหอมมัน จะเป็นรสใบเตยหรือรสฟักทองก็ฟิน ส่วนผสม (สำหรับ 10-12 ที่) แป้งข้าวเจ้า                                             1 1/2   ถ้วย แป้งมัน                                                   1/4      ถ้วย แป้งเท้ายายม่อม                                      1         ช้อนโต๊ะ น้ำปูนใส                                                 2         ถ้วย น้ำตาลปี๊บ                                               1/4      ถ้วย น้ำตาลทราย                                           1/4      ถ้วย      น้ำใบเตย                                                1         ถ้วย เนื้อฟักทองต้มสุกปั่นกับน้ำ                       1         ถ้วย ส่วนผสมกะทิสำหรับราด กะทิ                                                       1  1/2 ถ้วย เกลือป่น                                                  1/2      ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า                                             1 1/2   ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                                            1         ช้อนชา เครื่องเคียง ข้าวโพดหวานฝานเมล็ด มะพร้าวอ่อนหั่นเป็นชิ้น งาขาวและงาดำคั่ว วิธีทำ ทำเปียกปูนรสใบเตยโดยผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดลงในกระทะ ใส่น้ำปูนใส คนให้แป้งละลาย ใส่น้ำตาลทั้ง 2 ชนิด คนให้เข้ากัน ใส่น้ำใบเตย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน คนตลอดเวลาจนแป้งสุกข้นเหนียวและมีลักษณะใส ยกลง ตักใส่ถุงบีบ บีบตอนร้อนๆ ใส่ถาดเป็นชิ้น (ใช้ผ้าหุ้มถุงบีบไว้กันร้อน) พักไว้ให้ขนมเย็น อยู่ตัว เปียกปูนรสฟักทองทำเช่นเดียวกันกับเปียกปูนรสใบเตย ใช้ส่วนผสมแป้ง น้ำตาล น้ำปูนใส เท่ากับรสใบเตย ทำกะทิราดโดยผสมส่วนผสมทั้งหมดในหม้อเคลือบ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟกลาง คนตลอดเวลาจนกะทิร้อนและข้น ยกลง เมื่อจะเสิร์ฟ ใส่ขนมเปียกปูนลงในถ้วยเสิร์ฟ ใส่ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิ โรยงาคั่ว

  ขนมปุยฝ้าย ขนมนึ่งไทยๆ แป้งนุ่มฟู สีสันสวยน่ากิน รสชาติกลมกล่อม ส่วนผสม (ทำได้ 17-18 ชิ้น) แป้งเค้ก 200 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 175 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสด 200 กรัม กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา โอวาเลต 2 ช้อนชา สีผสมอาหารสีชมพู ฟ้า เขียว เหลือง ส้ม วิธีทำ ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูลงในโถผสม ใส่น้ำตาล ไข่ไก่ นมสด กลิ่นมะลิ และน้ำมะนาว ใส่โอวาเลตแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นตีด้วยความเร็วปานกลาง เวลา 7 นาทีจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็นโฟม  ปาดขอบอ่างผสมแล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำอีก 1 นาที   แบ่งส่วนผสมเป็น 5 ส่วน ใส่สีผสมอาหารส่วนละสี คนให้เข้ากัน   ตักแป้งแต่ละสีอย่างละเล็กน้อยใส่ลงในถ้วยกระดาษให้เต็มพอดี  ใช้ไม้จิ้มฟันจุ่มน้ำมะนาวแล้วกรีดเป็นกากบาทบนหน้าขนม   ตั้งลังถึงให้น้ำเดือด ลดไฟ นำขนมไปนึ่งประมาณ 10-12 นาทีจนขนมหน้าแตกสวยงาม 

  เมนูเติมความสดชื่นยามร้อนที่ได้ความหวานอมเปรี้ยวจากบิงซูกระท้อน และความเค็มปนเผ็ดเบาๆจากน้ำปลาหวานรสเข้มข้น กินแล้วชื่นใจเป็นที่สุด   ส่วนผสมกระท้อนลอยแก้ว กระท้อนห่อ 2 ผล น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย เกลือทะเล 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย เกลือสำหรับแช่กระท้อน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสำหรับแช่กระท้อนกะให้ท่วม   ส่วนผสมน้ำปลาหวาน น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอย 2 เม็ด หอมแดงซอย 3 หัว   วิธีทำ เตรียมกระท้อนลอยแก้วโดยผ่าครึ่งผลกระท้อนแล้วแช่ในน้ำผสมเกลือไว้ 10 นาที จากนั้นนำกระท้อนมาคว้านเมล็ดออกแล้วควานเนื้อเล็กน้อยให้สวยงาม ปอกเปลือก แช่ในน้ำเกลืออีกครั้ง พักไว้ ตั้งน้ำให้พอเดือด ใส่กระท้อนลงลวกประมาณ 5 นาทีพอให้เนื้อกระท้อนนิ่ม (เพื่อไม่ให้กระท้อนมีรสฝาดเมื่อแช่ในน้ำเชื่อมแล้ว) ตักกระท้อนขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงในภาชนะสำหรับลอยน้ำเชื่อม   ทำน้ำเชื่อมโดยต้มน้ำกับน้ำตาลทรายและเกลือทะเลในหม้อเคลือบให้เดือดจนน้ำตาลละลายหมด ยกลง ตักน้ำเชื่อมใส่กระท้อนให้ท่วม แช่ตู้เย็น พักไว้ 1 คืน    ทำน้ำปลาหวานโดยเคี่ยวน้ำตาลปี๊บกับน้ำปลา และน้ำเปล่าเข้าด้วยกันจนเดือด ใส่กุ้งแห้ง พริกขี้หนูซอย และหอมแดงซอย ตั้งไฟพอให้ข้น ยกลง พักไว้ ทำบิงซูกระท้อนลอยแก้วโดยหั่นกระท้อนเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาปั่นพร้อมน้ำเชื่อมเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่บล็อกน้ำแข็ง แช่แข็งไว้ 1 คืนจนเป็นน้ำแข็ง นำน้ำแข็งกระท้อนมาใส่เครื่องไสน้ำแข็ง ไสเปนเกล็ดใส่ถ้วยไว้ ราดด้วยน้ำปลาหวาน เสิร์ฟเย็นๆ   

  ฟรุตสลัดซอสข้าวหมากโยเกิร์ต Fruit Salad with Fermented Rice and Yogurt 0922   ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่) ฟรุตสลัด เช่น กีวี ส้ม สตรอว์เบอร์รี องุ่นแดง หั่นชิ้นเล็กรวมกัน 3 ถ้วย น้ำตาลไอซิง 2 ช้อนโต๊ะ เหล้าส้ม หรือเหล้าชนิดอื่นตามชอบ 3 ช้อนโต๊ะ ข้าวหมาก 1/2 ถ้วย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย เมล็ดเจียสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย วิธีทำ หั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ชามผสมไว้ ใส่น้ำตาลไอซิงและเหล้าส้มลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นประมาณ 20 นาที ทำซอสโดยปั่นข้าวหมากกับโยเกิร์ตให้เนื้อเนียนละเอียด แช่เย็นไว้ ตักผลไม้ใส่ถ้วย ราดซอสข้าวหมากโยเกิร์ต โรยหน้าด้วยเมล็ดเจีย

  ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) Marukome Plus Koji Amazake 2/3 ถ้วย นมสด 2/3 ถ้วย ผงเจลาติน 1 1/2 ช้อนชา พีชในน้ำเชื่อม 3 ชิ้น น้ำเชื่อมจากพีชกระป๋อง 2 ช้อนโต๊ะ ราสป์เบอร์รี และดอกไม้กินได้สำหรับตกแต่ง วิธีทำ เทนมสดเล็กน้อยใส่ในชามทนความร้อน ใส่ผงเจลาติน พักไว้ 5 นาที คนให้เข้ากัน นำเข้าไมโครเวฟให้นมร้อน และเจลาตินละลายดี ผสม Marukome Plus Koji Amazake กับนมสดที่เหลือ เทเจลาตินที่ละลายแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เทใส่แก้วสำหรับเสิร์ฟ แช่เย็นไว้ 3-4 ชั่วโมงจนอยู่ตัว ปั่นเนื้อพีชและน้ำเชื่อมให้ละเอียด ตักราดบนพุดดิง ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รีและดอกไม้ให้สวยงาม

  ขนมไทยโบราณ เนื้อหนึบหนับที่ได้ความหวานกลมกล่อมจากข้าวโพด และความหอมจากมะพร้าว อร่อยกินเพลินมากเลยล่ะ   ส่วนผสม (ทำได้ 18 ชิ้น) แป้งข้าวเจ้า 1 1/3 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา มะพร้าวทึนทึกขูด 1 1/2 ถ้วย กะทิ 1 ถ้วย เมล็ดข้าวโพดบด 1 1/2 ถ้วย เมล็ดข้าวโพดฝานสำหรับตกแต่ง 1/2 ถ้วย วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน ใส่เมล็ดข้าวโพดบด คนให้เข้ากัน ใส่มะพร้าวขูด 1 1/4 ถ้วย และกะทิ คนให้เข้ากัน หยอดขนมใส่ถ้วยตะไลที่นึ่งให้ร้อนแล้ว แต่งด้วยเมล็ดข้าวโพดฝาน ใส่มะพร้าวขูดที่เหลือ นึ่งให้สุก ใช้เวลา 20-25 นาที

  ข้าวก็ทำเป็นของหวานได้อย่างเช่นพุดดิงข้าวเนื้อนุ่ม เสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมกับถั่วเปลือกแข็ง ผลไม้แห้ง หรือจะราดน้ำผึ้งก็อร่อย สูตรนี้ทำข้าว 2 สี ทั้งข้าวขาวหอมมะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รีสีม่วง วางสลับชั้นสวยงาม   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ข้าวหอมมะลิหุงสุก 1 ถ้วย | นมสด 1 ถ้วย | น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ | ลูกเกด และอบเชยป่นเล็กน้อย ส่วนผสมข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวไรซ์เบอร์รีหุงสุก 1 ถ้วย | นมสด 1 1/2 ถ้วย | น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ | ลูกเกด และอบเชยป่นเล็กน้อย ส่วนผสมสำหรับโรยหน้า เช่น แครนเบอร์รีแห้ง ลูกเกด ถั่วพิสตาชิโออบ น้ำผึ้ง ปริมาณตามชอบ   วิธีทำ ต้มข้าวหอมมะลิกับนมสดโดยใช้ไฟอ่อนจนส่วนผสมงวดและเมล็ดข้าวบานอิ่มตัว (หมั่นคน) ใส่น้ำตาลทราย ลูกเกด และอบเชยป่น คนให้เข้ากัน ข้าวไรซ์เบอร์รีใช้วิธีต้มแบบเดียวกับข้าวหอมมะลิ ตักข้าวไรซ์เบอร์รีใส่แก้วสำหรับเสิร์ฟ ตักข้าวหอมมะลิใส่ ตกแต่งด้วยแครนเบอร์รีแห้ง ลูกเกด ถั่วพิสตาชิโออบ และน้ำผึ้งตามชอบ

  ขนมหวานญี่ปุ่น พุดดิงเนื้อนุ่มๆ หวานหอมคาราเมล รสกลมกล่อม ละลายในปาก กินเย็นๆ ก็อร่อย กินอุ่นๆก็ดีต่อใจ สายหวานห้ามพลาด     ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่) นมสดรสจืด 1 ถ้วย ไขไก่เบอร์สอง 3 ฟอง น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 1/3 ถ้วย กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมคาราเมล น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย   น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย      วิธีทำ ทำคาราเมลโดยเคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำจนเป็นคาราเมล เทใส่พิมพ์ พักไว้ ทำคัสตาร์ดโดยผสมไข่กับน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ใส่กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ใส่นมสด คนให้เข้ากันทั่ว แล้วกรองด้วยกระชอนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตักส่วนผสมไข่ใส่พิมพ์คาราเมล ปิดด้วยอะลูมินัมฟอยล์ ใส่ถาดสำหรับอบ เติมน้ำร้อนในถาดอบ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เวลา 45 นาทีจนสุก พักไว้ เมื่อจะรับประทานใช้มีดกรีดขอบรอบๆ แล้วคว่ำพิมพ์ใส่จานเสิร์ฟ

  เย้...ต้นหม่อนออกลูกแล้ว! ปลูกต้นหม่อนหรือมัลเบอร์รีมาหลายปี เห็นที่อื่นมีลูกดกกันทั้งนั้น แต่ต้นของป้าเจี๊ยบได้กินแต่ใบ ทำชาบ้าง ทำอาหารบ้าง มีลูกมาให้เห็นแต่ละครั้งก็แค่ 3-4 ลูกจิ๋วๆ บ่นออกสื่อจนกระทั่งเพื่อนในเฟซแนะนำให้ขยันเล็มกิ่งทิ้งบ่อยๆ ป้าเจี๊ยบจึงมีโอกาสได้เก็บลูกหม่อนของตัวเองมากินอย่างจริงจังสักที   ดีใจมาก เด็ดใส่ปากทันที เปรี้ยวจี๊ดสิคะ...อิอิ   สนุกที่เก็บลูกหม่อนได้เต็มกำมือราวๆ 1/2 ถ้วยตวง เปรี้ยวๆ อย่างนี้ป้าเจี๊ยบเดินเข้าครัวไปทำ “ซอสมัลเบอร์รีหรือลูกหม่อน” ดีกว่า จะเอาไว้กินกับ “เค้กมาเดียรา” ที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้   ป้าเจี๊ยบนำลูกหม่อนไปล้างแล้วใส่ลงในหม้อเคลือบใบเล็ก เทน้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวงลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ และแป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟกลางๆ พอเดือดปุดๆ น้ำซอสข้นก็ยกลงมาพักไว้ให้เย็น   เค้กมาเดียราที่ทำไว้เป็นเค้กเนยแบบอังกฤษที่เนื้อค่อนข้างแน่นละเอียด ทำแล้วต้องเก็บไว้อย่างน้อยหนึ่งวันจึงจะอร่อยกว่ากินทันที ชื่อเค้กเหมือนชื่อไวน์แต่ไม่ได้ใส่ไวน์นะคะ ชื่ออย่างนี้เพราะเดิมทีเป็นเค้กที่กินกับไวน์มาเดียรา   ป้าเจี๊ยบทำติดตู้เย็นไว้เผื่อตัวเองและสมาชิกครอบครัว เสิร์ฟกับน้ำชากาแฟเข้ากั๊นเข้ากันค่ะ ทำแต่ละครั้งขนาดไม่ใหญ่นะคะ ใช้ถาดกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้วเท่านั้น หมดแล้วก็ทำใหม่เพราะวิธีทำไม่ยุ่งยาก   ถาดอบที่ใช้เป็นแบบถอดก้นได้นะคะ สะดวกดี ป้าเจี๊ยบเตรียมถาดโดยทาเนยด้านในถาดให้ทั่วและรองด้วยกระดาษรองอบ ส่วนชามแห้งเตรียมโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ 135 กรัม กับผงฟู 5 กรัมใส่ชามวางพักไว้   ป้าเจี๊ยบทำชามเปียกด้วยการตีเนยแท้รสเค็ม (อุณหภูมิห้อง) 85 กรัม กับน้ำตาลทราย 85 กรัมด้วยตะกร้อไฟฟ้า ใช้ความเร็วปานกลางหรือเบอร์ 3 จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด และส่วนผสมมีลักษณะเป็นครีม จากนั้นใส่ไข่ไก่เบอร์สาม (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง โดยใส่ลงไปทีละฟอง ตีให้ส่วนผสมเข้ากันดีก่อนที่จะใส่อีกฟองลงไป   เมื่อตีส่วนผสมเข้ากันดี มีลักษณะเป็นครีมข้นๆ ป้าเจี๊ยบเทชามแห้งลงไปแล้วตีต่อแค่พอให้ส่วนผสมเข้ากัน จัดการเทลงถาดอบ ใช้พายซิลิโคนเกลี่ยผิวหน้าให้เรียบ   นำเข้าเตาอบซึ่งเปิดไฟไว้ล่วงหน้าที่ปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มอุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส ตั้งปุ่มเวลาที่ 35 นาที พอได้ยินเสียงติ๊งก็นำถาดออกมาวางพักไว้บนตะแกรง รอจนรอบๆ ตัวเค้กหดตัวออกจากขอบถาด จึงยกตัวเค้กออก พักจนแน่ใจว่าเย็นดีแล้ว นำใส่กล่องปิดฝาสนิท    เค้กมาเดียราก้อนนี้ตัดแบ่งเป็น 8 ชิ้นค่ะ หายไปแล้ว 2 ชิ้นด้วยฝีมือ เอ้ย! ฝีปากลุงหน่อย แฟนพันธุ์แท้เค้กเนย อิอิ   ซอสพร้อม! เค้กพร้อม! เค้กมาเดียราของป้าเจี๊ยบพิเศษสุด เพราะราดซอสลูกหม่อนที่ปลูกเอง เสิร์ฟพร้อมชาใบหม่อนจากต้นเดียวกัน เป็นวันสุขอีกวันจริงๆ

  ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนก็ทำแล้ว คร่าวนี้มาทำเครปเย็นกันบ้าง ด้วยวัตถุดิบหลักอย่างข้าวเหนียวมูนและเนื้อทุเรียน เพราะช่วงนี้ฤดูกาลทุเรียนเริ่มแล้วนะค่ะกินสดก็อร่อย แปรรูปก็ดี อร่อยได้เหมือนกัน   ส่วนผสม (สำหรับ 5 ชิ้น) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 3 ฟอง นมสดรสจืด 1 ถ้วย น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 45 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เนยสดรสเค็มละลาย 45 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา วิปปิงครีม 1 1/2 ถ้วย เนื้อทุเรียนบดละเอียด 1/2 ถ้วย เนื้อทุเรียนชิ้นใหญ่ ข้าวเหนียวมูนตามชอบ    อัลมอนด์อบ ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง วิธีทำ เตรียมแป้งเครปโดยผสมแป้งสาลี น้ำตาลทราย และเกลือเข้าด้วยกัน ใส่นมสด คนให้เข้ากัน ใส่ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา และเนยละลาย คนต่อให้เข้ากันทั่ว กรองผ่านกระชอนเอาเมล็ดแป้งที่ไม่ละลายออก ตีวิปปิงครีมจนฟูอยู่ตัว ใส่เนื้อทุเรียนบด ผสมให้เข้ากัน ใส่ถุงบีบพักไว้ ตั้งกระทะสำหรับทำเครป ทาไขมันบางๆ พอกระทะร้อนตักส่วนผสมแป้งประมาณ 1/3 ถ้วยใส่กระทะ ใช้ที่ปาดแป้งเครปปาดให้ทั่วและบางเสมอกัน รอประมาณ 1-2 นาที แล้วกลับแป้งอีกด้านลงทอดต่อ 1 นาที ตักแป้งเครปขึ้น พักไว้ให้เย็น วางแผ่นเครปบนถาด บีบวิปครีมทุเรียนใส่ ใส่ข้าวเหนียวมูน และเนื้อทุเรียน พับแป้งเครปครึ่งหนึ่งแล้วม้วนให้สวยงาม ใส่จานไว้ บีบวิปครีมทุเรียนลงในจานเครป วางเนื้อทุเรียน แต่งด้วยใบสะระแหน่ โรยอัลมอนด์อบ

  ขนมอินเดียอีกอย่างที่นิยม ทั้งหอมมะพร้าว รสหวานกลมกล่อม ทำง่ายแถมกินอร่อย ทำแล้วยังเก็บได้ด้วย ถ้ากินแบบแช่เย็นก็อร่อย   ส่วนผสม (ทำได้ 35 ชิ้น) มะพร้าวอบแห้ง 3 ถ้วย เนยกี (Ghee) 3 ช้อนโต๊ะ นมสด 1/3 ถ้วย นมข้นหวาน 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา กระวานป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ใส่เนย นมสด นมข้นหวาน และเกลือ เคี่ยวให้เข้ากันจนเดือด ใส่มะพร้าวอบแห้ง กระวานป่น คนให้เข้ากันจนแห้งปั้นได้ พักส่วนผสมพออุ่น ปั้นเป็นก้อนกลม นำไปคลุกกับมะพร้าวอบแห้งอีกครั้ง

  ดัดแปลงวุ้นกะทิหน้าตาธรรมดาๆ ให้น่ารักขึ้นอีกเท่าตัว ด้วยการทำวุ้นไข่แดงเติมลงไปตรงกลาง ก็ดูเหมือนไข่ดาวจริงๆเลยล่ะ   ส่วนผสมวุ้นไข่ขาว (ทำได้ 12-15 ถ้วย) กะทิ 3/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ผงวุ้น 2 ช้อนชา น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย ส่วนผสมวุ้นไข่แดง น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/8 ช้อนชา ผงวุ้น 1 1/2 ช้อนชา น้ำส้มเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ สีผสมอาหารสีเหลืองไข่ 3 หยด วิธีทำ เตรียมวุ้นสีเหลืองทำไข่แดงโดยแช่ผงวุ้นในน้ำเปล่า ตั้งไฟปานกลางให้เดือด ใส่น้ำตาลทราย เกลือ น้ำส้ม และสีผสมอาหาร คนให้ทั่ว ตักหยอดลงในพิมพ์ครึ่งวงกลม พักไว้ให้เซ็ตตัว เตรียมวุ้นกะทิทำไข่ขาวโดยแช่ผงวุ้นในน้ำเปล่า ตั้งไฟให้เดือด ใส่กะทิ น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน ตักหยอดใส่ถ้วยตะไลให้เหลือขอบเล็กน้อย พักพอหน้าวุ้นตึงๆ วางวุ้นสีเหลืองตรงกลาง แล้วหยอดวุ้นกะทิอีกเล็กน้อย พักไว้ให้เซ็ตตัว

  สายหวานต้องฟินไปกับครีมชีสลาวาไหลเยิ้ม ของเมนู ทาร์ตบลูเบอร์รีชีสเยิ้ม ที่จริงแล้วทำไม่ยากอย่างที่คิด ใช่วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ขนมปังแครกเกอร์บด 2 ถ้วย เนยสดเค็มละลาย 1/2 ถ้วย วิปปิงครีม 1/3 ถ้วย นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 110 กรัม น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ครีมชีสพักให้นุ่ม 75 กรัม บลูเบอร์รีกวน  1/3 ถ้วย บลูเบอร์รีสด 1/4 ถ้วย พิมพ์เค้กทรงสูงขนาด 1 ปอนด์ กระดาษรองอบ วิธีทำ เตรียมฐานพายโดยผสมแครกเกอร์บดกับเนยละลาย คนให้เข้ากัน รองกระดาษรองอบในพิมพ์เค้ก ตักส่วนผสมใส่ กดให้แน่น นำไปแช่เย็นจนอยู่ตัว ตีครีมชีสให้อ่อนตัวและเนื้อเนียน ใส่วิปปิงครีม นมข้นหวาน โยเกิร์ต และน้ำมะนาว ตีต่อให้เข้ากันจนข้นอยู่ตัว ตักใส่ฐานแครกเกอร์ เกลี่ยให้ทั่ว ใส่บลูเบอร์รีกวน คนเบาๆ พอให้เป็นลวดลาย โรยบลูเบอร์รีสด

  เมนูขนมไทยแสนอร่อย หวานหอมมันด้วยกะทิ รสนุ่มนวลลิ้น อีกทั้งยังใช้วัตถุดิบน้อย จะทำขายหรือทำกินเองก็ดีทั้งสองเลยล่ะ   ส่วนผสม (สำหรับ 10 ที่) ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 3 ถ้วย หัวกะทิ 2 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 510 กรัม เกลือป่น 3/4 ช้อนชา น้ำใบเตยเข้มข้น 1/4 ถ้วย สีเหลืองจากน้ำแช่หญ้าฝรั่น 1/4 ถ้วย สีฟ้าจากน้ำดอกอัญชันเข้มข้น 1/4 ถ้วย สารส้มสำหรับแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว งาขาวและงาดำคั่วสำหรับโรยหน้า วิธีทำ แบ่งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล เกลือ เป็น 3 ส่วน นำข้าวเหนียวแต่ละส่วนมาใส่น้ำพอท่วม แกว่งด้วยสารส้มประมาณ 5 นาที แช่ไว้ 10 นาทีแล้วล้างน้ำจนน้ำใส แล้วใส่น้ำให้ท่วมข้าว แช่ไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง นึ่งข้าวเหนียวในน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที หรือพอสุก ผสมกะทิ 1 ส่วน น้ำตาลทราย 1 ส่วน (ใช้น้ำตาลทรายครึ่งหนึ่ง) และเกลือป่น 1 ส่วน คนให้ส่วนผสมละลาย แล้วนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกร้อนๆ ใส่ในส่วนผสมกะทิ ใช้ไม้พายคนข้าวเหนียวให้แตกเม็ด แล้วใส่น้ำตาลที่เหลือลงไป ตามด้วยน้ำใบเตยเข้มข้น คนให้เข้ากัน นำไปกวนโดยใช้ไฟอ่อนจนข้าวเหนียวเริ่มแห้งและพอข้นหนืด เทลงในพิมพ์ ใช้พายเกลี่ยให้เรียบ พักไว้จนเย็นสนิท จะได้ข้าวเหนียวสีเขียว (ทำข้าวเหนียวสีเหลืองและสีฟ้าด้วยวิธีเดียวกัน) ห่อข้าวเหนียวแก้วทั้ง 3 สีด้วยใบตองให้สวยงาม โรยด้วยงาขาวและงาดำ

  เมนูขนมหวานทำง่ายหน้าตาน่ารับประทาน ที่ได้ความนวลจากโยเกิรต์และความสดชื่นจากผลไม้ กินด้วยกันแล้วสดชื่น   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) แป้งพายชั้นสำเร็จรูปขนาด 7x10 นิ้ว 2 แผ่น   ครีมชีส 300 กรัม น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา ไข่แดง 2 ฟอง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย ไข่แดงสำหรับทาแป้ง 1 ฟอง นมสดสำหรับทาแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รีหั่นบาง บลูเบอร์รี พีชเชื่อมหั่นชิ้นบาง วิธีทำ ตีครีมชีสให้อ่อนตัว ใส่น้ำตาล และกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากัน ใส่ไข่แดง และโยเกิร์ต ตีต่อให้เข้ากัน นำแป้งพายชั้นมาตัดครึ่งจะได้ขนาด 5x7 นิ้ว พับขอบให้สูง 0.5 นิ้ว เรียงใส่ถาด ตักส่วนผสมครีมชีสที่ตีไว้ใส่เกลี่ยให้ทั่ว ใส่ผลไม้ ผสมไข่แดงกับนมสด คนให้เข้ากัน ทาขอบแป้งพายให้ทั่ว นำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เวลา 20-25 นาที หรือจนสุกเป็นสีน้ำตาล เสิร์ฟกับชา กาแฟ หรือนมสดก็ได้

  คอบเบลอร์มะม่วงเสาวรส ที่มีผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน กินกับกาแฟแล้วช่วยให้กลมกล่อม   ส่วนผสมหน้าคอบเบลอร์ (สำหรับ 4-6 ที่) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย ผงฟู 2 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เนยจืดเย็นหั่นชิ้นเล็ก 6 ช้อนโต๊ะ (85 กรัม) นมจืด 5-6 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมผลไม้ มะม่วงน้ำดอกไม้สุกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ 2 ผล เสาวรส 4 ผล แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา น้ำมะนาวหรือน้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ผสมผลไม้โดยผสมทุกอย่าง คนเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่ชามแก้วทนไฟหรือถาดอบ พักไว้ ผสมแป้งสาลี ผงฟู และเกลือให้เข้ากัน ใส่เนย และใช้ที่บดแป้งพาย (Pastry Cutter) หรือส้อมผสมให้เข้ากันเหมือนทรายหยาบๆ ใส่นมทีละช้อน ให้แป้งพอเกาะกัน เทใส่กระดาษไข ตะล่อมรวมกันเป็นแผ่นหนาประมาณ 1 นิ้ว (ไม่นวดหรือคลึงมากเพราะจะทำให้เนื้อหนักและไม่ร่วน) ใช้พิมพ์กดตัดเป็นวงกลมประมาณ 2-3 นิ้ว วางบนหน้าผลไม้ โรยน้ำตาลทรายให้ทั่ว นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-20 นาทีจนสีเหลืองสวย ยกลง ตักผลไม้และคอบเบลอร์ใส่แก้วสำหรับเสิร์ฟ ตักไอศกรีมวานิลลาใส่ ตกแต่งด้วยสะระแหน่

  ขนมหวานอินเดียอีกชนิดหนึ่งที่มีรสหวานหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ทำจากนมผงทอดจนเหลืองแช่ในน้ำเชื่อมจนชุ่มฉ่ำ กินเย็นๆยิ่งอร่อย   ส่วนผสมกุหลาบจามุน (ทำได้ 12-15 ชิ้น)  นมผงรสจืด 1 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 6 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ เนยกี (Ghee) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมน้ำเชื่อม  น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย กลิ่นกุหลาบ 1/2 ช้อนชา หญ้าฝรั่น  1 ช้อนชา กระวานป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ  เตรียมน้ำเชื่อมโดยต้มน้ำตาลกับน้ำเปล่า ใส่กลิ่นกุหลาบ หญ้าฝรั่น และกระวานป่น เคี่ยวจนเดือดหอม พักให้น้ำเชื่อมอุ่นๆ ผสมแป้งสาลีกับเบกกิงโซดาเข้าด้วยกัน ใส่นมผง คนให้เข้ากัน ใส่เนย นวดให้เข้ากัน ใส่โยเกิร์ต นวดต่อจนเนียน ปั้นเป็นก้อนกลมๆ เตรียมไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ใส่กุหลาบจามุนที่ปั้นลงทอด คนเรื่อยๆ จนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จนหายร้อน ใส่กุหลาบจามุนที่ทอดลงแช่ในน้ำเชื่อมที่ทำไว้ 40-45 นาที จนขนมดูดน้ำเชื่อมจนนิ่ม ตักเอาแต่ขนมใส่ชาม นำไปแช่ตู้เย็น เสิร์ฟเย็นๆ

  สำหรับสายหวาน ที่หลงใหลในขนมอินเดียอย่างขนมลาดู ที่แป้งเม็ดเล็กทำจากแป้งถั่วลูกไก่ ทอดจนกรอบ คลุกกับน้ำเชื่อม ทั้งหวานทั้งกรอบ ทำเองได้ไม่ยากแถบอร่อยแบบง่ายๆ   ส่วนผสมแป้งทอดกรอบ (Boondi) (ทำได้ 25 ชิ้น) แป้งถั่วลูกไก่ 1 ถ้วย น้ำเปล่า 125 กรัม เนยกี (Ghee) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนชา น้ำมันสำหรับทอด 2 1/2 ถ้วย เนยกีสำหรับทอด 3 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมน้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 150 กรัม น้ำเปล่า 80 กรัม กระวานป่น 1/4 ช้อนชา สีผสมอาหารสีส้ม 3 หยด น้ำเลมอน 1/2 ช้อนชา ​​ เมล็ดแตงโม 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมแป้งกับเนย คนให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่น้ำ คนให้แป้งเข้ากัน ใส่สีผสมอาหาร คนต่อให้เข้ากัน พักแป้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ตั้งกระทะใส่น้ำมันกับเนยกีสำหรับทอด ใช้ไฟปานกลาง  พอน้ำมันร้อน ตักแป้งใส่กระชอน ให้แป้งค่อยๆ หยดลงมาเป็นเม็ดเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอ ทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมน้ำเชื่อมโดยเคี่ยวน้ำกับน้ำตาลจนน้ำตาลละลายหมด ใส่สีผสมอาหารและกระวานป่นลงไป พอน้ำเชื่อมเดือดใส่น้ำเลมอน ใส่แป้งทอด เมล็ดแตงโม ผัดจนน้ำเชื่อมแห้ง ยกลง พักไว้ให้เย็น ปั้นเป็นลูกกลมๆ จัดใส่จานเสิร์ฟ