ไอศกรีมเย็นๆ เป็นเมนูที่เหมาะกับหน้าร้อนมากที่สุด สูตรนี้เติมรสอร่อยให้ไอศกรีมวานิลลาด้วยราสป์เบอร์รีสดรสเปรี้ยวจี๊ด ผสมลงไปในเนื้อไอศกรีมให้มีสีแดงสดใส ประกบด้วยคุกกี้ เป็นเมนูของหวานแสนอร่อยคลายร้อนได้ดี   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) คุกกี้ช็อกโกแลต 10-12 ชิ้น ไอศกรีมวานิลลา  1 ควอท ราสป์เบอร์รีสด 1 ถ้วย วิธีทำ นำไอศกรีมออกมาพักนอกตู้เย็นให้พอนุ่ม ใส่ราสป์เบอร์รีลงไป คนให้เข้ากับเนื้อไอศกรีม ตักใส่กล่องไอศกรีมตามเดิม นำกลับไปแช่ช่องแช่แข็งจนอยู่ตัว ตักไอศกรีมใส่บนคุกกี้ ประกบด้วยคุกกี้อีกชิ้น แช่แข็งไว้จนกว่าจะเสิร์ฟ

  อากาศร้อนๆ เช่นนี้ต้องหาไอศกรีมเย็นๆ กินคลายร้อนกันหน่อย นอกจากผลไม้อย่างแตงโมแช่เย็นเสิร์ฟกับปลาแห้งที่เย็นชื่นใจแล้ว แต่เพื่อเพิ่มความสดชื่นเรานำแตงโมมาทำเป็นไอศกรีม เสิร์ฟกับปลาแห้งให้ดูเก๋ขึ้น   ส่วนผสมไอศกรีมแตงโม วิปปิงครีม 250 กรัม น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ เนื้อแตงโม 350 กรัม นมสด 1/4 ถ้วย น้ำตาลเล็กน้อย 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมหน้าปลาแห้ง ปลาแห้งรมควันป่น 1 1/2 ถ้วย หอมแดงเจียว 3/4 ถ้วย น้ำตาลทราย  3/4 ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา น้ำมันหอมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ทำไอศกรีมแตงโมโดยปั่นเนื้อแตงโมกับนมสดและน้ำตาลให้เข้ากันจนละเอียด พักไว้ ตีวิปปิงครีมให้ฟูอยู่ตัว ใส่เนื้อแตงโมปั่น คนให้เข้ากัน เทใส่ภาชนะ ปิดฝา นำไปแช่ช่องแข็ง 1 คืน หรือจนกว่าจะนำมาเสิร์ฟ ทำหน้าปลาแห้งโดยใส่น้ำมันหอมเจียวลงในกระทะ ใส่ปลาแห้งป่น หอมแดงเจียว น้ำตาล และเกลือ ผัดให้เข้ากัน ยกลง ตักไอศกรีมแตงโมใส่ถ้วย ใส่เนื้อแตงโมหั่นเต๋า โรยหน้าปลาแห้ง เสิร์ฟเย็นๆ

  เติมความสดชื่นในร้อนนี้ด้วยไอศกรีมมะยงชิดกันสักหน่อย ได้รสหวานอมเปรี้ยวกินพร้อมกับข้าวเหนียวมูนสุดละมุน เข้ากันได้เป็นอย่างดี   ส่วนผสม เนื้อมะยงชิด 400 กรัม น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วย วิปปิงครีมปั่นกับเนื้อมะยงชิด 100 กรัม วิปปิงครีมแช่เย็นจัด 2/3 ถ้วย ข้าวเหนียวมูนตามชอบ กะทิราดหน้าข้าวเหนียวมูน วิธีทำ ปั่นเนื้อมะยงชิดกับวิปปิงครีมและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกันจนละเอียด พักไว้ ตีวิปปิงครีมแช่เย็นจัดจนขึ้นฟูอยู่ตัว ใส่เนื้อมะยงชิดที่บดไว้ ตะล่อมให้เข้ากัน เทใส่กล่องปิดฝา นำไปแช่ช่องแข็ง 1 คืน เมื่อจะเสิร์ฟ ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ราดด้วยซอสกะทิ ตักไอศกรีมใส่ แต่งด้วยเนื้อมะยงชิดหั่นเส้น เสิร์ฟเย็นๆ

  ขนมมงคลที่ขาดไปไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีน ความเหนียวหนึบของตัวแป้งและไส้เข้มข้นจากถั่วกวนเค็ม ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ   ส่วนผสมแป้ง (จำนวน 15-18 ชิ้น) แป้งข้าวเหนียว 325 กรัม น้ำตาลอ้อยชนิดผง (น้ำตาลทรายแดง) 3/4 ถ้วย น้ำเปล่า 1 ถ้วย ส่วนผสมไส้ ถั่วเขียวซีก 150 กรัม น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยพูนๆ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เมล็ดพริกไทย 1 1/2 ช้อนชา รากผักชี 2 ราก หอมแดงซอย 3 หัว กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย ใบตองสำหรับห่อ วิธีทำ ล้างถั่วเขียวซีก แช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง นำไปต้มให้นุ่ม กรองเอาแต่เมล็ดถั่ว โขลกพริกไทย กระเทียม และรากผักชีเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่หอมแดงลงโขลกต่อให้ละเอียด ผัดเครื่องที่โขลกกับน้ำมันให้หอม ใส่ถั่วเขียวที่ต้มลงผัดให้หอมและเริ่มแห้ง ใส่เกลือและน้ำตาล ผัดให้เข้ากันจนแห้งปั้นได้ ยกลง พักไว้ให้เย็น เตรียมแป้งขนมเทียนโดยต้มน้ำกับน้ำตาลทรายแดงให้ละลาย ยกลง พักไว้ให้เย็น ใส่แป้งข้าวเหนียวลงในชามผสม ค่อยๆ ใส่น้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อย นวดให้เข้ากันจนแป้งนิ่มและน้ำเชื่อมหมด  พักไว้ เตรียมใบตองสำหรับห่อ ฉีกใบตองกว้าง 5-6 นิ้ว และขนาด 4 x 4 นิ้ว ตัดใบตองชิ้นใหญ่ให้มนด้านหนึ่ง  วางใบตองชิ้นเล็กบนใบตองชิ้นใหญ่โดยให้เส้นใบตองขวางกัน พักไว้ ปั้นไส้ถั่วเป็นก้อนกลมขนาด 1.5 เซนติเมตรเตรียมไว้ แล้วปั้นแป้งให้ใหญ่กว่าไส้ แผ่แป้งออกใส่ไส้แล้วหุ้มให้มิด แช่ไว้ในน้ำมัน นำใบตองที่เตรียมไว้พับเป็นกรวย ตักขนมที่ปั้นไว้ใส่ พับปลายใบตองด้านล่างขึ้น แล้วพับด้านซ้าย ขวา และด้านบนลงมา สอดปลายใบตองใส่เก็บริมให้สวยงาม เรียงขนมเทียนใส่ลังถึง นำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรงประมาณ 30 นาทีจนสุก พักไว้ให้เย็น   

  วันนี้ G&C มาชวนทำขนมไทยน่ารักๆ อย่างลูกชุบที่เราเห็นแต่ลูกทรงผลไม้ต่างๆ คราวนี้มาทำเป็นต้น กระบองเพชรกัน   ส่วนผสม (ทำได้ประมาณ 40 ชิ้น) ถั่วเขียวเราะเปลือก 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย กะทิ 300 กรัม สีผสมอาหารสีเขียวแก่และสีชมพู ส่วนผสมวุ้นสำหรับชุบ ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ถ้วย น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ ของตกแต่ง ภาชนะใบเล็ก ช็อกโกแลตเคลือบรูปก้อนหิน ขนมปังกรอบบด วิธีทำ ล้างถั่วเขียวให้สะอาด แช่น้ำไว้ 4-5 ชั่วโมง ล้างอีกครั้งให้สะอาด นำไปนึ่ง พักไว้ให้เย็น ใส่ถั่วลงในโถปั่น เติมกะทิ ปั่นเข้าด้วยกันให้ละเอียด เทใส่กระทะกวน เติมน้ำตาล กวนไฟกลางจนส่วนผสมถั่วแห้งสามารถปั้นได้ พักไว้ให้เย็น นำถั่วกวนมานวดอีกครั้งให้เนียนและนุ่ม แบ่งถั่วกวนเป็นก้อนประมาณ 15 กรัม คลึงด้วยมือเป็นก้อนกลมๆ นำไม้ฟองดองต์มาทำเป็นร่องให้ได้ 8 ส่วน ใช้นิ้วมือบีบแต่ละส่วนให้เป็นกลีบยาวเสียบไม้ไว้ ผสมสีเขียวแก่กับน้ำสะอาดให้สีเขียวใสเล็กน้อย นำไปทาถั่วที่ปั้นไว้ให้ทั่ว พักไว้ให้สีแห้ง ใส่น้ำและผงวุ้นลงในหม้อใบเล็ก ตั้งไฟกลางให้เดือดจนผงวุ้นละลายหมด ใส่น้ำตาล ต้มต่อให้เดือดและน้ำตาลละลายหมด ยกลง คนอีกครั้งให้น้ำวุ้นคลายความร้อน นำลูกชุบที่ทาสีแล้วทาชุบน้ำวุ้น พักไว้ให้วุ้นแข็งตัว ชุบวุ้นอีก 2 รอบ พักไว้ให้วุ้นแข็งตัว ทำดอกไว้มาติดให้สวยงาม นำภาชนะมาใส่ขนมปังบด วางลูกชุบ ใส่ช็อกโกแลตเคลือบให้สวยงาม

  เมนูช็อกโกแลตบาร์สีสันจี๊ดจ๊าดลายกราฟฟิตี้สุดเท่ วางสลับกับช็อกโกแลตบอน บอน สอดไส้คาราเมลน้ำผึ้งและเจลลีน้ำผึ้ง ชิ้นเล็กพอดีคำ   ส่วนผสมและวิธีทำ Graffiti บนช็อกโกแลต (สำหรับ 4-6 ที่) โกโก้บัตเตอร์ 200 กรัม  สีเหลืองผงและสีขาวผงสำหรับช็อกโกแลต พิมพ์ช็อกโกแลตบาร์ และพิมพ์ช็อกโกแลต Bon Bon ครึ่งวงกลม ละลายโกโก้บัตเตอร์ในอ่างผสมรองด้วยหม้อต้มน้ำร้อน Bain-Marie ใส่สีผงลงในโกโก้บัตเตอร์ที่ละลายแล้ว ใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นจนเข้ากันดี พอช็อกโกแลตได้อุณหภูมิอยู่ที่ 31-32 องศาเซลเซียสให้นำไปโรยเป็นลวดลายบนพิมพ์ช็อกโกแลตที่ต้องการให้เป็นเส้นๆ ตามชอบ พักไว้ ส่วนผสมและวิธีทำดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลต (Valrhona) 250 กรัม ไวต์ช็อกโกแลต (Valrhona) 250 กรัม ละลายดาร์กช็อกโกแลตที่อุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส คนให้ช็อกโกแลตเย็นลงที่ 29 องศาเซลเซียส จากนั้นนำไปอุ่นต่ออีกเล็กน้อยให้ถึงอุณหภูมิ 31-32 องศาเซลเซียส ตักช็อกโกแลตใส่ลงถุงบีบ บีบลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ ปล่อยให้เซ็ตตัวครึ่งนาที แล้วเคาะช็อกโกแลตออกจากพิมพ์ ใช้สปาตูลาขูดช็อกโกแลตส่วนเกินออก พลิกกลับด้านปกติ พักไว้ให้เซ็ตตัว เมื่อช็อกโกแลตเซ็ตตัวใส่ไส้ที่ต้องการลงไปประมาณ 4/5 ของพิมพ์ ปล่อยให้ไส้เซ็ตตัว ใส่ดาร์กช็อกโกแลตที่เหลือลงไป (อุณหภูมิของช็อกโกแลตต้องอยู่ที่ 31-32 องศาเซลเซียส) ปาดช็อกโกแลตส่วนเกินออก นำไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัวดี เคาะออกจากพิมพ์ สูตรไวต์ช็อกโกแลตทำวิธีเดียวกับดาร์กช็อกโกแลตโดยละลายไวต์ช็อกโกแลตที่อุณหภูมิ 35-40 องศาเซลเซียส คนจนเย็นลงที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส และนำไปอุ่นอีกเล็กน้อยให้ถึงอุณหภูมิ 29-30 องศาเซลเซียส ส่วนผสมและวิธีทำไส้คาราเมลน้ำผึ้ง น้ำตาลทราย 1/2  ถ้วย น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ครีมสด 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2  ช้อนชา ใส่น้ำตาลและน้ำผึ้งลงในกระทะ ตั้งไฟจนละลายและเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลทอง ระหว่างนี้ห้ามคนเด็ดขาด อาจเอียงกระทะไปรอบๆ ได้เล็กน้อย ใส่ครีมสดลงไปเพื่อหยุดความร้อน แล้วคนด้วยตะกร้อมือเร็วๆ พอเข้ากันดีใส่เกลือ ชิมและปรุงรสตามชอบ พักไว้ให้เย็นประมาณ 30 องศาเซลเซียส จึงบีบใส่ในเปลือกช็อกโกแลต Bon Bon ที่เตรียมไว้แล้ว ส่วนผสมและวิธีทำไส้เจลลีน้ำผึ้ง ผงเจลาติน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1/2  ถ้วย น้ำตาลทราย 1/8  ถ้วย น้ำเปล่า 1/2  ถ้วย แช่เจลาตินกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ พักไว้ 5 นาที ต้มน้ำผึ้ง น้ำตาล และน้ำที่เหลือจนเดือดปุดๆ ยกลง ใส่เจลาตินที่พองแล้วลงไป คนให้เข้ากัน พักให้ได้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เทใส่เป็นไส้ของช็อกโกแลต Bon Bon หรือพักไว้จนเซ็ตตัว แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กใส่ลงในช็อกโกแลตบาร์ ส่วนผสมและวิธีทำไส้ไวต์ช็อกโกแลตกานาชน้ำผึ้ง ไวต์ช็อกโกแลตสับหยาบ 100 กรัม ครีมสด 50 กรัม น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ต้มครีมสดจนเดือด เทครีมใส่ชามช็อกโกแลต พักไว้ 10 นาที ใส่น้ำผึ้ง คนจนเข้ากันดี พักให้ได้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำไปใส่เป็นไส้ช็อกโกแลต Bon Bon

  ฮันนี่พอตถ้วยนี้หอมหวานอร่อย เพราะสลับชั้นด้วยเจลลีน้ำผึ้งสีอำพันใสหอมหวานและพานนาคอตตาน้ำผึ้งหอมหวานครีมมี่   ส่วนผสมและวิธีทำเจลลีน้ำผึ้ง (สำหรับ 4-6 ที่) ผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4  ถ้วย น้ำเปล่า 1 ถ้วย แช่เจลาตินในน้ำ 2 ช้อนโต๊ะนาน 5 นาที ต้มน้ำผึ้ง น้ำตาล และน้ำที่เหลือจนเดือด ยกลง ใส่เจลาตินลงไป คนให้เข้ากัน เทใส่ลงในถ้วยที่เตรียมไว้ แช่ช่องแข็งจนเซ็ตตัว เทสลับชั้นกับพานนาคอตตาน้ำผึ้ง ทำสลับกันไปจนครบ 4 ชั้น ส่วนผสมและวิธีทำพานนาคอตตาน้ำผึ้ง ผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ครีมสด 2 ถ้วย น้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4  ถ้วย แช่เจลาตินในน้ำ 2 ช้อนโต๊ะนาน 5 นาที ต้มน้ำผึ้ง น้ำตาล และครีมสดจนเดือด ยกลง ใส่เจลาตินลงไป คนให้เข้ากัน  แช่ไว้ในน้ำอุ่นๆ รอเจลลีน้ำผึ้งที่เซ็ตตัวแล้วออกมาจากตู้เย็น เทใส่ลงในถ้วยที่เตรียมไว้ แช่ช่องแข็งจนเซ็ตตัว เทสลับชั้นกับเจลลีน้ำผึ้ง ทำสลับกันไปจนครบ 4 ชั้น ส่วนผสมและวิธีทำ Honeycomb Chocolate ช็อกโกแลตรวงผึ้งสำหรับตกแต่ง ไวต์ช็อกโกแลต 200 กรัม บับเบิล 1 แผ่นใหญ่สำหรับทำเป็นพิมพ์ ละลายไวต์ช็อกโกแลตที่ 35-40 องศาเซลเซียส คนจนช็อกโกแลตเย็นลงที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส นำไปอุ่นอีกเล็กน้อยให้ถึงอุณหภูมิ 29-30 องศาเซลเซียส เทช็อกโกแลตลงบนบับเบิล ปาดให้เรียบหนาเท่าๆ กัน แช่ตู้เย็นจนแข็งตัว นำออกมาหักเป็นชิ้นใช้ตกแต่งขนม

รายการแข่งขันทำอาหารเรตติ้งสูงอย่าง MasterChef Thailand ซีซัน 1 มีผู้เข้าแข่งขันที่ผู้ชมหลายคนเอาใจช่วยมากที่สุดคือสาวสวยน่ารักอย่างแก้ว-ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร   สาวเรียบร้อยอ่อนหวานที่มีทักษะการทำอาหารและการตกแต่งจานสุดสร้างสรรค์ ทำให้เราต่างเฝ้ารอชมจานเด็ดของเธอ และในที่สุดเธอก็คว้าแชมป์มาได้ เชฟแก้วเล่าให้ฟังว่าเธอชอบทำอาหารให้น้องชายกินตั้งแต่เด็กๆ โดยมีสปาเกตตีมีตบอลที่ทำเลียนแบบจากการ์ตูนเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบ (Lady and the Tramp) เป็นจุดเริ่มต้น     หลังจากเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เธอก็รู้ตัวแล้วว่าชอบทำอาหารอย่างจริงจัง จึงไปเรียนเพิ่มเติมที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต พอรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์เปิดรับสมัครก็ไม่รอช้า เพราะเธอเป็นแฟนคลับของรายการนี้อยู่แล้ว   หลังจากที่เราติดตามแทบทุกตอน สังเกตได้ว่าเชฟมีความโดดเด่นเรื่องของหวานมาก เชฟสาวสวยตอบว่าเธอเตรียมตัวไปแข่งอย่างดี โดยฝึกฝนจากการดูรายการนี้ในเวอร์ชันของต่างประเทศ อ่านตำราอาหาร และซ้อมทำเมนูจากวัตถุดิบที่ไม่คุ้นเคย ส่วนตัวแล้วเธอถนัดทำอาหารคาว แต่ที่ชอบทำของหวานในรายการเพราะไม่ค่อยมีคนทำ บวกกับการตั้งสติและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ทำให้เมนูของเชฟแก้วออกมาสมบูรณ์แบบและโดดเด่นกว่าคนอื่น   เราเห็นด้วยว่าเธอเป็นคนที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ดูได้จากเมนูที่เชฟแก้วทำให้ชิมในฉบับนี้ เป็นเมนูล้อเลียนช่วงโควิดที่ทุกคนควรรักษาความสะอาดและล้างมือบ่อยๆ เธอจึงนำมาทำเป็นเมนูล้างปาก โดยเสิร์ฟขนมอย่างมูสกะทิไส้เลมอนเคิร์ดต้มยำทำเป็นรูปทรงสบู่ มีซอสเลมอนฮันนี่สีเหลืองใสที่ดูแล้วเหมือนน้ำยาล้างจานไม่มีผิด ฟองสีขาวฟูฟ่องทำจากกะทิ และผ้าสีทองเนื้อนุ่มหยุ่นทำจากมาร์ชแมลโลว์ ถ้าวางในห้องน้ำคงคิดว่าเป็นสบู่จริงๆ พอเราได้ชิมก็รู้สึกว้าวทันที เพราะมูสกะทิได้รสครีมมี่ เปรี้ยวอมหวาน กลิ่นหอม สดชื่น สมชื่อ Clean It Up   อาหารอร่อยหากินได้ทั่วไป แต่อาหารที่มีเรื่องราวจะทำให้จดจำได้ตลอดไป นั่นทำให้เราลืมฝีมือของเธอไม่ลงจริงๆ     Clean It Up ส่วนผสมและวิธีทำมูสสบู่ กะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 3-4 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เจลาติน 4 แผ่น (แช่น้ำเย็นให้พองตัว) สีผสมอาหารสีชมพูชนิดผง 2/3 ซอง วิปปิงครีมตีจนข้นเหมือนโยเกิร์ต 200 กรัม (แช่เย็น) ต้มกะทิ น้ำตาล และเกลือ ชิมและปรุงรสเพิ่มได้ พอเดือดใส่เจลาตินแผ่น (บีบน้ำออกก่อน) คนให้เข้ากัน พักไว้จนเย็น อุณหภูมิประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส ค่อยๆ ใส่สีผงลงในวิปครีม คนตะล่อมเบาๆ จนได้สีที่ต้องการ ตะล่อมกะทิที่เย็นแล้วกับวิปครีมให้เข้ากันดี แล้วเทมูสลงในพิมพ์ซิลิโคนทรงสบู่ 1/2 ของพิมพ์ ใส่เลมอนเคิร์ดรสต้มยำที่แช่แข็งไว้ ตักมูสใส่จนเต็มพิมพ์ แช่ในช่องแช่แข็ง ส่วนผสมและวิธีทำเลมอนเคิร์ดต้มยำ น้ำเลมอน 1/2 ถ้วย ผิวเลมอนขูด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ไข่ทั้งฟอง 3 ฟอง ไข่แดง 2 ฟอง เนยสดจืด 1 ถ้วย (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก) ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกจินดาแดงปริมาณตามชอบ ใส่น้ำเลมอน ผิวเลมอน น้ำตาล เกลือ และไข่ทั้งหมดลงในอ่างผสมสเตนเลส วางบนหม้อต้มน้ำร้อน (Bain-marie) ใช้ตะกร้อมือคนจนข้นหนืด เนื้อเป็นคัสตาร์ดข้นๆ บุบเครื่องต้มยำและพริก ใส่ลงไปคนรวมกัน ปิดไฟ พักไว้ประมาณ 15-20นาทีจนได้รสเครื่องต้มยำที่เข้มข้น เทใส่พิมพ์ซิลิโคนทรงที่ต้องการ (หากชอบรสเปรี้ยวมากให้ใส่พิมพ์ใหญ่ แต่ต้องไม่กว้างหรือหนาเกินพิมพ์มูสสบู่) นำไปแช่ช่องแข็งนาน 1-2 ชั่วโมงจนแข็งตัว ส่วนผสมและวิธีทำซอสน้ำยาล้างจาน น้ำเปล่า 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย กลิ่นเลมอน 2 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ สีเหลืองเจลเล็กน้อย Xantana 1/4 ช้อนชา ต้มน้ำ น้ำตาล น้ำผึ้ง และสีเหลืองเจลรวมกันจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี ปิดไฟ ใส่กลิ่นเลมอน และ Xantana จากนั้นใช้เครื่องปั่นมือถือปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เทใส่ขวดบีบ พักไว้ ส่วนผสมและวิธีทำฟองสบู่ กะทิ 100 กรัม น้ำตาลทราย 1/4  ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา Lecite 2 กรัม ต้มส่วนผสมทั้งหมดรวมกันจนเดือด ปิดไฟ รอให้อุณหภูมิเหลือประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ปั่นด้วยเครื่องปั่นมือถือจนเกิดฟองเหมือนฟองสบู่ ส่วนผสมและวิธีทำผ้ากินได้สีทอง ผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ ผงสีทอง 1 ช้อนโต๊ะ กลีเซอรีน 1 ช้อนโต๊ะ กระดาษเวเฟอร์อย่างบาง 1 แผ่น ผงทอง 1/4 ถ้วย ใส่ผงเจลาตินกับน้ำไว้ในถ้วย 15 นาทีจนพองตัว นำเข้าไมโครเวฟนาน 0.45-1 นาทีจนเจลาตินละลาย ใส่ผงทองและกลีเซอรีน คนจนเข้ากัน ใช้แปรงทาส่วนผสมลงบนกระดาษเวเฟอร์ทั้ง 2 ด้าน (วางรองด้วยแผ่นซิลิโคนสีน้ำตาล) พักไว้ประมาณ 10-15 นาทีจนแห้ง ใช้แปรงปัดผงสีทองให้ทั่วกระดาษทั้ง 2 ด้าน ตัดขอบให้เรียบเท่ากันหมด เก็บใส่กล่องไว้เตรียมเสิร์ฟ วิธีจัดเสิร์ฟ วางมูสสบู่ลงบนจาน เสิร์ฟพร้อมผ้ากินได้สีทอง ราดซอสน้ำยาล้างจาน และตักฟองสบู่ที่เตรียมไว้ตกแต่งให้สวยงาม

  ขนมเข่ง ขนมเหนียวนุ่มที่ใช้สำหรับไหว้ตรุษจีน จริงๆแล้วทำง่ายสะดวกใช้อุปกรณ์และส่วนผสมน้อย ทั้งหอมมันกลมกล่อมกินได้ตลอดปี   ส่วนผสม (จำนวน 12-15 กระทง) แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย มะพร้าวอ่อนขูดเป็นชิ้น 2 ผล น้ำตาลทราย 250 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา กระทงใบตองแห้ง วิธีทำ ล้างกระทงใบตองให้สะอาด พักไว้ให้แห้ง ทาน้ำมันพืชให้ทั่ว เรียงในลังถึงเตรียมไว้ ใส่แป้งข้าวเหนียวลงในชามผสม ใส่น้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่น้ำมะพร้าว นวดให้เข้ากันจนน้ำตาลเริ่มละลายและหมดน้ำมะพร้าว ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน คนให้เข้ากัน ตักแป้งขนมเข่งใส่กระทงที่เตรียมไว้ ตั้งไฟแรงน้ำเดือด นึ่งประมาณ 35-40 นาที พักไว้ให้เย็น

  “ส้ม” ผลไม้ที่ช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ และยังบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีไม่แห้ง สูตรนี้นำน้ำส้มมาต้มให้งวด ได้รสเปรี้ยวหวานเข้มข้น โดยไม่ต้องใส่น้ำตาล เพิ่มเนื้อส้มสดราดบนเจลลีน้ำเต้าหู้รสนุ่มนวล   ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่) น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย วุ้นแช่น้ำจนนุ่ม 1/3 ถ้วย น้ำส้ม 1 1/2 ถ้วย เนื้อส้มหั่นชิ้นพอดีคำ 2  ผล อบเชย 1 ก้านเล็ก ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง วิธีทำ ต้มวุ้นกับน้ำเล็กน้อยจนวุ้นละลาย  ใส่น้ำเต้าหู้ ตั้งไฟอ่อนสักครู่ คนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์แล้วแช่เย็นจนอยู่ตัว ตักด้วยที่ตักแตงโมให้เป็นลูกบอล หรือหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตามชอบ พักไว้ ต้มน้ำส้มในหม้อใบเล็ก ใส่อบเชย ต้มพองวด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น ใส่เนื้อส้ม แช่ตู้เย็นไว้ ตักเจลลีใส่แก้ว ใส่เนื้อส้ม ราดน้ำเชื่อมส้ม ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่

  ของหวานสุดสดชื่นที่จะมาขโมยใจสายหวานทั้งหลาย ทั้งความนุ่มละมุนของแป้งและความหอมหวานของส้ม กลมกล่อมเข้ากันได้อย่างลงตัว   ส่วนผสม น้ำส้มเข้มข้น 1/4 ถ้วย น้ำตาลไอซิ่ง 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ชีสมาสคาโปน 250 กรัม คุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์ 1 ห่อ เนื้อส้มซันคิส  2 ผล น้ำอุ่น 1/4 ถ้วย วิธีทำ ตีชีสมาสคาโปนกับน้ำตาลไอซิ่งให้ขึ้นฟู ใส่น้ำส้มเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ ตีต่อให้เข้ากัน นำไปแช่ตู้เย็นไว้ ผสมน้ำส้มเข้มข้นที่เหลือ น้ำตาล และน้ำอุ่น คนให้ละลายเข้ากัน นำคุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์ชุบน้ำส้มที่ผสมไว้ข้อ2 เรียงใส่ภาชนะ ตักชีสมาสคาโปนใส่แล้วเรียงเนื้อส้ม วางคุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์ชุบน้ำส้มอีก ทำสลับเช่นนี้จนเต็มพิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็นให้อยู่ตัว เมื่อจะรับประทาน นำออกมาจากตู้เย็น โรยด้วยผิวส้มหั่นเส้นเล็กๆ วางเนื้อส้มข้างบน แต่งด้วยใบสะระแหน่ 

  “Coffee Mousse Cup” หรือ “มูสกาแฟ” ของหวานเนื้อนุ่มหอมอร่อย ที่สามารถทำได้ง่ายแถมไม่ต้องง้อเตาอบ จะทำกินเองที่บ้านหรือทำยามจัดปาร์ตี้ก็ดีไม่แพ้กัน   ส่วนผสม ไข่ไก่ 1 ฟอง      น้ำตาลทรายขาว 1/4 ถ้วย      นมสดรสจืด 3/4 ถ้วย                  ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนชา Coffee Liqueur 2 ช้อนโต๊ะ ผงเจลาติน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย     บราวนี่ช็อกโกแลตหั่นเป็นชิ้นตามชอบ วิปปิงครีมตีจนตั้งยอดอ่อน วิธีทำ ค่อยๆ โรยผงเจลาตินลงในน้ำเปล่า แช่ไว้จนเจลาตินพองตัว อุ่นนมสดให้ร้อน ใส่ผงกาแฟ คนให้ผงกาแฟละลายหมด ใส่เจลาตินที่แช่ไว้ลงในส่วนผสมนมและกาแฟที่ยังร้อน คนจนเจลาตินให้ละลายหมด พักไว้ แยกไข่แดงไข่ขาว แล้วตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายครึ่งหนึ่งจนข้นและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ค่อยๆ ส่วนผสมนมกาแฟ ประมาณ 1/3 ส่วน ลงในไข่แดง คนเร็วๆให้เข้ากัน แล้วเทส่วนผสมไข่แดงกลับลงในหม้อนมกาแฟ คนส่วนผสมต่อให้เข้ากัน กรองผ่านกระชอน ใส่ Coffee Liqueur คนให้ทั่ว พักไว้ ตีไข่ขาวจนเป็นฟองครีม ค่อยๆ โรยน้ำตาลที่เหลือจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดแข็ง ค่อยๆ ใช้พายยางผสมไข่ขาวลงในส่วนผสมนมกาแฟ ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน ใส่บราวนี่ลงในแก้ว ตักมูสกาแฟใส่ แช่เย็นไว้จนอยู่ตัว แต่งด้วยวิปปิงครีม แผ่นช็อกโกแลต และเมล็ดกาแฟ  โรยด้วยผงโกโก้ด้านบนเล็กน้อย

  ไม่ต้องตกใจสำหรับเมนูสุดแปลกนี้เพราะรสเผ็ดร้อนเบาๆ ของพริกจะช่วยเสริมความขมอมหวานของช็อกโกแลตได้เป็นอย่างดี เป็นความอร่อยที่แปลกใหม่น่าดูเลยล่ะ   ส่วนผสมแป้งพาย เนยจืดแช่เย็นตัดสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/3 ถ้วย เนยขาวแช่เย็นตัดสี่เหลี่ยมลูกเต่า 1/3 ถ้วย แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 3/4 ช้อนชา  น้ำเย็นจัด 170 กรัม ส่วนผสมพริกเชื่อม น้ำตาลทรายขาว 3/4 ถ้วย น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย พริกชี้ฟ้าแดงกรีดเมล็ดออกหั่นเป็นเส้น 3-4 เม็ด ส่วนผสมไส้พายช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตสับ 250 กรัม วิปปิงครีม 180 กรัม น้ำตาลกลูโคส 30 กรัม เนยสดรสจืด 1 ช้อนโต๊ะ เหล้ารัม (Rum) 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่นคาเยน 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมแป้ง น้ำตาล และเกลือลงในชามผสมให้เข้ากัน ใส่เนยจืดและเนยขาวลงในส่วนผสมแป้ง บี้เนยให้เป็นเม็ดทรายเล็กๆ แล้วค่อยๆ เทน้ำเย็นใส่ลงไป ผสมพอเข้ากัน แผ่นแป้งให้หนา 1/8-1/4 นิ้ว แล้วกรุลงพิมพ์กดให้เสมอกับพิมพ์ ใช้ส้อมจิ้มก้นพายให้เป็นรูทั่วๆ แช่เย็นไว้ 10-15 นาที วางกระดาษรองอบบนแป้งพาย ใส่เมล็ดถั่วให้เต็มเพื่อให้น้ำหนักของถั่วกดตัวแป้งไว้ จะทำให้พายได้รูปทรงสวยงาม นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ  10 นาที แล้วนำถั่วออก แล้วอบต่อ ประมาณ 5-10 นาที จนแป้งพายสุกเป็นสีน้ำตาลทองสวย นำออกจากเตาอบ พักไว้จนเย็นสนิทแล้วถอดออกจากพิมพ์ ต้มน้ำและน้ำตาลจนเดือดเป็นน้ำเชื่อม ใส่พริกลงเชื่อมด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนน้ำเชื่อมงวดลงและเนื้อพริกฉ่ำน้ำตาลประมาณ 15-20 นาที พักไว้จนคลายความร้อน ตักพริกเชื่อมออก พักไว้ โรยลงบนพายที่อบไว้ให้ทั่ว พักไว้ เพื่อรอทำไส้พาย ต้มวิปปิงครีมกับน้ำตาลกลูโคสจนร้อน เทลงในช็อกโกแลตที่หั่นไว้ พักไว้สักครู่จนช็อกโกแลตเริ่มละลาย คนให้เข้ากัน เติมเนยผสมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เติมเหล้ารัมและพริกป่น คนให้เข้ากัน ชิมรส หากชอบรสจัดเติมพริกได้อีก เทช็อกโกแลตใส่พายที่เตรียมไว้ แช่ตู้เย็นจนอยู่ตัว นำมาตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ตกแต่งด้วยพริกเชื่อมและใบสะระแหน่ให้สวยงาม

  “พานนาคอตต้า” ของหวานรับประทานง่าย ยิ่งจับคู่กับชาเขียวเข้มข้นยิ่งเพิ่มความอร่อยเป็นอีกเท่าตัว เข้ากันได้ดีแถมทำง่ายไม่ซับซ้อน   ส่วนผสม นมสดรสจืด 1 ถ้วย วิปปิงครีม 1 ถ้วย      น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย      ผงชาเขียว(Matcha) 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ผงเจลาติน 1 ช้อนโต๊ะ ถั่วแดงกวน 1 ถ้วย ส่วนผสมซอสนม นมสดรสจืด 2/3 ถ้วย วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย นมข้นหวาน 1/2 ถ้วย นมข้นจืด 1/3 ถ้วย วิธีทำ ต้มส่วนผสมซอสนมเข้าด้วยกัน พักไว้ให้เย็น แช่ผงเจลลาตินในน้ำเปล่า คนให้ทั่ว พักไว้ 5 นาที ต้มนมสด วิปปิงครีม น้ำตาล และผงชาเขียวเข้าด้วยกันจนน้ำตาลละลาย ใส่ผงเจลลาตินที่แช่ไว้ คนต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี ตักใส่แก้วประมาณ ¾ แก้ว นำไปแช่เย็นจนอยู่ตัว ใส่ถั่วแดงกวน  วิปครีม ขูดไวท์ช็อกโกแลตใส่ ใส่ซอสนม ตกแต่งให้สวยงาม

  เครปเค้กขนมหวานทำง่ายไม่ต้องง้อเตาอบ เพิ่มความอร่อยด้วยครีมชีสรสกลมกล่อมและบลูเบอรีเพิ่มความสดชื่น อร่อยทำง่ายกินได้ทุกวัน   ส่วนผสมแป้งเครป เนยสดชนิดจืดละลาย 3 ช้อนโต๊ะ นมสดรสจืด 1 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 4 ฟอง กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา แป้งเค้ก 3/4 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำตาลทรายขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสม Cream Cheese ครีมชีส 250 กรัม น้ำตาลทรายขาว 85 กรัม น้ำเลมอน 3 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมทอปปิง วิปครีม 2 ถ้วย                   บลูเบอร์รีตามชอบ             วิธีทำ ปั่นส่วนผสมแป้งเครปด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ให้เข้าด้วยกัน กรองด้วยกระชอนตาถี่ๆ พักไว้ในตู้เย็น 2 ชั่วโมง  ตั้งกระทะเทปลอนพอร้อน ด้วยไฟอ่อน  ทาเนยบางๆ ให้ทั่ว ตักแป้งเครปใส่ เอียงกระทะให้ส่วนผสมแป้งเคลือบเป็นแผ่นบางทั่วกระทะ พอแป้งเริ่มแห้ง  กลับแป้งเครป ทอดอีกด้าน ตักขึ้นพักไว้ ทอดจนหมดแป้ง ตีครีมชีสและน้ำตาลเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน  ใส่น้ำเลมอน  ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน วางแป้งเครป 1 แผ่น ทาครีมชีสบางๆ วางเครปชั้นต่อไป ทาครีมชีสซ้ำให้ได้ชั้นหรือความสูงตามต้องการ (ประมาณ 10 ชั้น) ปาดครีมชีสด้านนอกเคลือบเครปทั้งก้อนให้เรียบเสมอกัน แช่เย็นจนเซ็ตตัวดี  ตกแต่งด้วยวิปครีมและบลูเบอร์รีตามชอบ

  เครปเค้กขนมหวานทำง่ายไม่ต้องง้อเตาอบ เพิ่มความอร่อยด้วยลูกไหนแดง สีสันสดใสชวนกิน แถมอร่อยได้ประโยชน์อีกด้วย   ส่วนผสมแป้งเครป แป้งเค้ก 200  กรัม                 นมสดชนิดจืด 440 กรัม     น้ำเปล่า 125 กรัม                  ไข่ไก่ 100  กรัม     น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม                  เนยละลายสำหรับทอดเครป ส่วนผสมไส้ลูกไหน ลูกไหนสีแดงเอาเม็ดออก หั่นชิ้นเล็ก 1 กิโลกรัม โป๊ยกั๊ก 2 ดอก ฝักวานิลลา 1 ฝัก น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ ผิวเลมอนขูด 2 ช้อนชา น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม น้ำเปล่า 50 กรัม เนยสดชนิดจืด 50 กรัม วิธีทำ ใส่ส่วนผสมแป้งเครปทั้งหมด ลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นให้เข้ากันแล้วกรอง นำไปแช่ตู้เย็นไว้หนึ่งคืน ตั้งกระทะแบน เปิดไฟกลาง ทาเนยบางๆ พอกระทะร้อน ตักส่วนผสมแป้งเครปใส่ แล้วเอียงกระทะให้แป้งไหลทั่วถึงกันเป็นแผนบางๆ รอสักครู่แล้วพลิกอีกด้าน ทอดให้เป็นสีเหลืองทองเสมอกัน ทำไส้โดยต้มน้ำตาลกับน้ำจนเป็นคาราเมลสีทองอ่อนๆ พักไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด ต้มให้เดือด แล้วลดไฟอ่อน เคี่ยวจนลูกไหนนิ่มแต่ไม่เละมาก พักไว้จนเย็น วางแผ่นเครปแผ่นที่ 1 ใส่จานเสิร์ฟ ใส่ไส้ เกลี่ยให้ทั่ว วางแป้งเครป ทำสลับกันจนได้ความสูงที่ต้องการ ตกแต่งด้านบนเค้กด้วยผลไม้สดให้สวยงาม

  ผลไม้อย่างสับปะรด กล้วยหอม และพีช เมื่อนำมาย่างจะมีรสหวานมากขึ้นและยังมีกลิ่นหอมน่ากินอีกด้วย เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลลา โรยสตรอว์เบอร์รีฟรีซดรายเพิ่มรสเปรี้ยวสดชื่น   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) พีชหรือเนคทารีนหั่นเสี้ยว 2 ผล สับปะรดหั่นชิ้น 1 ถ้วย กล้วยหอมหั่นแว่นเฉียง 2 ผล ไอศกรีมวานิลลา 4 สกูป สตรอว์เบอร์รีฟรีซดราย (Strawberry Freeze Dried) สับหยาบ 1/4 ถ้วย วิธีทำ ย่างผลไม้บนเตาถ่านหรือกระทะย่างจนมีลายสวย ตักขึ้น พักไว้ เสิร์ฟผลไม้ย่างกับไอศกรีมวานิลลา โรยสตรอว์เบอร์รีฟรีซดราย

  ขนมนี้ทำเป็นของว่างให้เด็กๆ ก็ได้ ผู้ใหญ่ก็ดี วิธีทำง่ายมากแค่ทำตัวนมสดแล้วแช่เย็นไว้ จะทอดตอนไหนก็นำออกมาคลุกแป้งทอด   ส่วนผสม   นมสดรสจืด 1 1/2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 6 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ วานิลลาชนิดน้ำหรือผง 1 ช้อนชา แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ผสมนมสด แป้งข้าวโพด น้ำตาลทราย และผงวานิลลา คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน กวนจนส่วนผสมสุกและข้น ยกลง เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ขณะที่ส่วนผสมยังร้อนๆ อยู่ เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน แช่เย็นไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงจนขนมเย็นอยู่ตัว ยกขนมออกจากพิมพ์ หั่นเป็นชิ้น เตรียมไว้ ผสมแป้งสาลีกับน้ำ คนให้เข้ากัน นำนมสดที่ตัดไว้ชุบแป้ง คลุกเกล็ดขนมปัง ทอดในน้ำมันร้อนให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน  

  ข้าวเหนียวเปียกลำไยและวุ้นมะพร้าวอ่อน ขนมไทยที่หากินได้ยากในยุคปัจจุบัน มีเนื้อมะพร้าวกับลำไยไว้เคี้ยวเพลินๆ หวาน มันน้ำกะทิ   ส่วนผสมและวิธีทำวุ้นมะพร้าวอ่อน น้ำมะพร้าวอ่อน 400 กรัม น้ำตาลทราย 60 กรัม ผงวุ้น 3 กรัม เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 20 กรัม แช่ผงวุ้นในน้ำมะพร้าวอ่อนประมาณ 15 นาที ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือดและผงวุ้นละลาย เติมน้ำตาล คนให้เข้ากัน ปิดไฟ เทวุ้นมะพร้าวอ่อนลงในแก้วประมาณ 1/4 ของแก้ว โรยเนื้อมะพร้าวอ่อน พักไว้จนวุ้นมะพร้าวเซ็ตตัว ส่วนผสมและวิธีทำซอสกะทิ หัวกะทิ 200 กรัม น้ำตาลทราย 30 กรัม เกลือ 2 กรัม แป้งข้าวเจ้า 2 กรัม ผสมแป้งข้าวเจ้ากับหัวกะทิ คนจนแป้งข้าวเจ้าละลายหมด ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่เกลือและน้ำตาล คนให้เข้ากัน ต้มจนเดือดและข้นตามต้องการ พักไว้ ส่วนผสมและวิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย ข้าวเหนียว 100 กรัม น้ำเปล่า 500 กรัม น้ำตาลทราย 70 กรัม ลำไยหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 23 ผล ซาวข้าวเหนียว พักไว้สักครู่ ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข้าวเหนียวลงต้มจนสุก ใส่น้ำตาล หมั่นคนจนน้ำตาลละลาย ใส่ลำไย คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น ส่วนผสมและวิธีทำวิปครีมกะทิ วิปปิงครีม 200 กรัม หัวกะทิ 20 กรัม น้ำตาลไอซิง 30 กรัม ตีวิปปิงครีมให้ขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาลไอซิง ตีจนครีมตั้งยอดอ่อน เติมหัวกะทิ ตีต่อจนครีมตั้งยอดแข็งปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น ส่วนผสมและวิธีทำเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบงา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 150 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม น้ำเปล่า 150 กรัม ผงโกโก้ 3 กรัม เกลือป่น 4 กรัม งาคั่ว 10 กรัม ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ (ยกเว้นงาคั่ว) คนให้เข้ากัน ตั้งไฟจนเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ต้มจนเม็ดมะม่วงหิมพานต์สุกดีหรือข้นตามต้องการ เติมงาคั่ว หมั่นคนจนน้ำตาลเคลือบเม็ดมะม่วงหิมพานต์และขึ้นเงาสวยงาม พักไว้ วิธีจัดเสิร์ฟ ตักข้าวเหนียวเปียกลำไยใส่ในถ้วยวุ้นมะพร้าวอ่อนประมาณ 2/4 ของถ้วย ราดกะทิ บีบวิปครีมกะทิบนหน้าพอประมาณ ตกแต่งด้วยลำไย โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบงาตามชอบ

  ขนมปังชุบไข่หรือเฟรนช์โทสต์เป็นการชุบชีวิตขนมปังเก่าให้กลับมาอร่อยอีกครั้ง ใช้ขนมปังฝรั่งเศสชุบกับไข่ผสมวิปปิงครีมจนชุ่ม ทอดจนเหลืองหอม สูตรนี้เพิ่มอัลมอนด์สไลซ์ทำให้หอมอร่อยกรอบมันยิ่งขึ้น   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ขนมปังฝรั่งเศสหั่นหนาประมาณ 1 นิ้ว 2-4  ชิ้น ไข่ไก่ 1 ฟอง           วิปปิงครีม 1/4 ถ้วย อัลมอนด์สไลซ์ติดเปลือก 1/2 ถ้วย เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง กล้วยหอม สตรอว์เบอร์รี กีวี ส้ม และใบสะระแหน่สำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ตีไข่ผสมกับวิปปิงครีมให้เข้ากัน ใส่ขนมปังลงแช่สักครู่จนชุ่มทั่วแผ่น โรยอัลมอนด์สไลซ์บนขนมปังแล้วกดให้ติดแน่น ตั้งกระทะแบนให้พอร้อน ใส่เนย ใช้ไฟค่อนข้างอ่อน ทอดจนเป็นสีเหลืองทองทั้ง 2 ด้าน ตักใส่จาน ราดน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมกล้วยหอม สตรอว์เบอร์รี กีวี ส้ม ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่