ขนมหวานที่ทำจากไข่เค็ม ของดีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำมาปั่นกับนมแล้วสอดไส้ใส่ขนมโค นำไปต้มจนไส้สุกเยิ้มเป็นลาวา เสิร์ฟในถ้วยน้ำกะทิรสมัน เพิ่มความอร่อยด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนขูด   ส่วนผสมแป้งขนมโค แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย | น้ำกะทิ 1/4 ถ้วย | น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ | เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน 1/2 ช้อนชา | น้ำอุ่น ประมาณ 1/2 ถ้วย   วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำตาลทรายและเกลือให้เข้ากัน จากนั้นใส่กะทิ คลุกให้เข้ากันเล็กน้อย ค่อยๆ เติมน้ำอุ่นและนวดให้เป็นแป้งโด คลุมด้วยพลาสติกห่ออาหาร พักไว้ประมาณ 15-20 นาที ปั้นเป็นก้อนกลม หนักประมาณ 15-18 กรัม เตรียมไว้ ส่วนผสมไส้ไข่เค็มไชยาลาวา ไข่แดงเค็มไชยา 10 ฟอง | แป้งข้าวโพด 60 กรัม | นมข้นจืด 350 กรัม | ครีม 50 กรัม | เจลาติน (แช่น้ำเย็น) 3 แผ่น | น้ำตาลทราย 120 กรัม | เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน 1 ช้อนชา   ส่วนผสมน้ำกะทิ กะทิ 3 ถ้วย | น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย | เกลือ 1 ช้อนชา | เนื้อมะพร้าวอ่อนทับสะแกขูด 1 ถ้วย | งาขาวคั่วเล็กน้อย   วิธีทำ อบไข่แดงเค็มไชยาด้วยอุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที จนสุก ปั่นไข่แดงเค็มกับส่วนผสมต่างๆ จนเนื้อเนียน เทลงหม้อแล้วกวนด้วยไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนส่วนผสมข้นขึ้นเล็กน้อย เทใส่ภาชนะ ปิดฝา นำไปแช่แข็ง 1 คืนจนเซ็ตตัวแล้วตักให้ได้ก้อนละ 15 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลม เตรียมไว้ นำแป้งที่เตรียมไว้ห่อไส้ให้มิด ใส่ลงต้มในน้ำเดือด รอจนแป้งสุก ตักใส่ในน้ำอุ่น พักไว้ ต้มกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ และเนื้อมะพร้าวอ่อนให้พอเดือด ชิมรสแล้วปรุงตามชอบ ใส่ขนมโค ต้มต่อประมาณ 5 นาที ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ โรยงาขาวคั่วเล็กน้อย

ส่วนผสมวุ้นสับปะรดห้วยมุ่น น้ำสับปะรด 1 ถ้วย น้ำแอปเปิล 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย ผงวุ้น 1 ช้อนชา ผงเจลาติน 1 ช้อนชา เนื้อสับปะรดห้วยมุ่นคว้านเป็นลูกกลม 5-6 ลูก น้ำแข็งสำหรับเสิร์ฟเล็กน้อย วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดในหม้อใบเล็ก ผสมให้เข้ากันพักไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟต้มให้เดือดสักครู่ เทใส่ถาด นำไปแช่ในตู้เย็น 1 ชั่วโมงจนเซ็ตตัว แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ ส่วนผสมน้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 1 ถ้วย | น้ำเปล่า 1 ถ้วย | น้ำสับปะรด 1/2 ถ้วย | ขิงหั่นแว่น 3-4 แว่น   วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวประมาณ 10-15 นาทีจนเดือดและข้นเป็นน้ำเชื่อม พักไว้ให้เย็น ใส่น้ำแข็งลงในถ้วยเสิร์ฟ ใส่วุ้นสับปะรด วางเนื้อสับปะรดแล้วราดน้ำเชื่อมเล็กน้อย เสิร์ฟทันที

ส่วนผสมและวิธีทำครัมเบิลมอลต์ (Malt Crumble) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม | ผงอัลมอนด์ 250 กรัม | น้ำตาลทราย 100 กรัม | ผงมอลต์ 150 กรัม | เกลือ 10 กรัม | เนยจืด 200 กรัม อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ตีเนยกับน้ำตาลทรายในเครื่องผสมจนขึ้นฟู ใส่ส่วนผสมที่เหลือ ผสมต่อจนเข้ากัน เทใส่ถาดแล้วนำเข้าเตาอบ 90 นาที (คลุกส่วนผสมทุกๆ 15 นาที) จนเหลืองกรอบ พักไว้ให้เย็น เก็บไว้ในภาชนะสุญญากาศ ส่วนผสมและวิธีทำซอสมะม่วง เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สุก 1 กิโลกรัม | น้ำตาลทราย 200 กรัม | น้ำเลมอน 30 กรัม ปั่นส่วนผสมทั้งหมดในโถปั่นจนเนียนละเอียด กรองผ่านกระชอนให้เนื้อเนียน เตรียมไว้ ส่วนผสมและวิธีทำเมอแรงก์ น้ำตาลทราย 120 กรัม | ไข่ขาว 100 กรัม | น้ำตาลไอซิง 50 กรัม ตีไข่ขาวจนขึ้นฟูและตั้งยอดปานกลาง ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดแข็ง ใส่น้ำตาลไอซิง ตีต่อจนส่วนผสมขึ้นเงา ปาดเมอแรงก์ลงบนกระดาษไขให้หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนเมอแรงก์แห้งกรอบ เก็บไว้ในภาชนะสุญญากาศ ส่วนผสมและวิธีทำไอศกรีมน้ำผึ้งดอกไม้ป่า นมรสจืด 550 กรัม | วิปปิงครีม 150 กรัม | น้ำตาลทราย 100 กรัม | น้ำผึ้งดอกไม้ป่าหรือน้ำผึ้งอื่นๆ 150 กรัม | เกลือ 3 กรัม | นมผงพร่องมันเนย 50 กรัม ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นหมักส่วนผสมไว้ในตู้เย็นนาน 1 คืน เทใส่เครื่องทำไอศกรีม ปั่นจนเนื้อเนียนแล้วตักใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด ส่วนผสมและวิธีทำเพสตรีครีมมะพร้าวคั่ว มะพร้าวคั่ว 50 กรัม | นมรสจืด 300 กรัม | น้ำตาลทราย 100 กรัม | ไข่แดง 2 ฟอง | แป้งข้าวโพด 25 กรัม | เนยจืด 30 กรัม ใส่ส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นเนย) ผสมจนเข้ากัน นำไปตั้งไฟปานกลางจนเดือด (ระวังไหม้) ปิดไฟ แล้วใส่เนย คนจนเข้ากันดี เทใส่ภาชนะทนความร้อน ปิดหน้าด้วยพลาสติกสำหรับห่ออาหาร พักให้เย็น จากนั้นคนจนเนื้อเนียน ตักใส่ถุงบีบ ส่วนผสมและวิธีทำเจลลีสาโท สาโท 750 มิลลิลิตร | น้ำตาลทราย 150 กรัม | แผ่นเจลาติน (แช่น้ำเย็นจนนิ่ม) 5 แผ่น | เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นเต๋าสำหรับเสิร์ฟ ละลายน้ำตาลทรายกับสาโทให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ปิดไฟ ใส่เจลาติน คนให้ละลาย เทใส่ถาดแล้วนำไปใส่ในตู้เย็นจนเซ็ตตัว วิธีจัดจาน ใส่ซอสมะม่วงที่ก้นชาม ใส่เนื้อมะม่วงหั่นเต๋า เจลลีสาโท โรยครัมเบิลมอลต์เล็กน้อย บีบเพสตรีครีมมะพร้าวคั่วลงตรงกลาง จากนั้นใส่ไอศกรีม ปิดด้วยแผ่นเมอแรงก์อบกรอบ แล้วตกแต่งให้สวยงาม

ส่วนผสมครัมเบิล น้ำตาลทราย 80 กรัม เนยจืดเย็นหั่นเต๋า 65 กรัม น้ำตาลทรายแดง 45 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 110 กรัม เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เทใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษไข นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 160-165 องศาเซลเซียส นาน 12-15 นาทีจนสุกและสีเหลืองสวยงาม พักให้เย็น ส่วนผสมชีสเค้กทุเรียน (สำหรับ 2 ที่) ครีมชีสหั่นเต๋า (เนื้อนุ่ม) 2 ถ้วย น้ำตาลไอซิง 1/2 ถ้วย วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย เจลาติน (แช่น้ำ) 3 แผ่น กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน 1/2 ช้อนชา เนื้อทุเรียนหมอนทองจากป่าละอู (สุกนุ่ม) 1 ถ้วย วิธีทำ ตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิงจนเนื้อนุ่มและขึ้นฟูเล็กน้อย ใส่วิปปิงครีม กลิ่นวานิลลา และเกลือ ตีผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่เนื้อทุเรียน ตีผสมให้เข้ากันสักครู่ ใส่เจลาตินละลาย คนให้เข้ากัน พักไว้ ตักครัมเบิลใส่ถ้วยเสิร์ฟ ใส่ครีมชีสที่เตรียมไว้ นำเข้าตู้เย็นแช่ให้เซ็ตตัวประมาณ 1-2 ชั่วโมง วางเนื้อทุเรียนบนหน้าให้สวยงาม

ขนมอะไรจะน่ารักน่ากินขนาดนี้! สำหรับเมนูแพนเค้กดอกเห็ด แพนเค้กทอดในเตาทาโกะยากิรูปดอกเห็ด ชุบในช็อกโกแลตสีแดงสวยสีสันสดใส   ส่วนผสม แป้งเค้ก 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 2 ฟอง กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา นมสด 1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ เบกกิงโซดา 1/4 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา  ไส้กรอกไก่มินิค็อกเทลลวก ส่วนผสมช็อกโกแลตสำหรับชุบ ไวต์ช็อกโกแลต 1 ถ้วย สีผสมอาหารสีแดง 2 ช้อนชา วิธีทำ ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายและเกลือเข้าด้วยกัน ใส่แป้งเค้ก ผงฟู และเบกกิงโซดา คนให้เข้ากัน ใส่นมสดและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน เตรียมเตาทาโกะยากิ ตักแป้งหยอดใส่หลุมประมาณครึ่งหนึ่งของหลุม พอแป้งเริ่มสุกวางไส้กรอกตรงกลาง ทอดจนแป้งสุก ตักขึ้นใส่จาน พักไว้ ละลายไวต์ช็อกโกแลตตักแบ่งไว้เล็กน้อย ช็อกโกแลตที่เหลือใส่สีแดง คนให้เข้ากัน นำแพนเค้กชุบลงในช็อกโกแลตสีแดงแล้วแต้มด้วยสีขาว พักไว้  

ส่วนผสมไส้กระฉีก เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย น้ำตาลโตนด 1 ถ้วย น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย เกลือป่นเล็กน้อย วิธีทำ เคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนดกับน้ำลอยดอกมะลิในกระทะโดยใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนน้ำตาลมีสีน้ำตาลแดงสวย ใส่เนื้อมะพร้าวขูดและเกลือ ผัดต่อประมาณ 10-15 นาที ให้ส่วนผสมข้นและเป็นเงาสวย ตักใส่ชามผสมพักไว้ให้หายร้อน ในชามผสมเกลี่ยมะพร้าวให้มีพื้นที่ตรงกลาง วางเทียนอบขนม จุดเทียนสักครู่ ดับไฟแล้วนำฝามาครอบพักไว้ประมาณ 5-10 นาที จนมะพร้าวมีกลิ่นหอมควันเทียน เตรียมไว้ ส่วนผสมกะทิ หัวกะทิ 650 กรัม | แป้งข้าวเจ้า 70 กรัม | น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ | เกลือ 1 ช้อนชา   วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนข้นขึ้นและเดือดเล็กน้อย ปิดไฟ ส่วนผสมแป้ง แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม | น้ำอุ่นประมาณ 140 กรัม | น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ | เกลือ 1/4 ช้อนชา | ไส้กระฉีก 150 กรัม (แบ่งก้อนละ 10-15 กรัม) | สีผสมอาหารตามชอบ   วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย และเกลือให้เข้ากัน ใส่น้ำอุ่น คนให้เข้ากันแล้วนวดประมาณ 5 นาทีจนเนื้อเนียน แบ่งแป้งขนาดเท่าๆ กันให้ได้ 3 ก้อน นำไปใส่สีผสมอาหารตามชอบให้ได้ 3 สี แล้วแบ่งเป็นก้อนละ 20-25 กรัม ปั้นเป็นก้อนกลมพักไว้ รีดแป้งให้เป็นแผ่นบาง ใส่ไส้กระฉีก ค่อยๆ ใช้มือคลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม พักไว้ วางแป้งใส่พิมพ์ซิลิโคนรูปดอกไม้ ใส่กะทิที่เตรียมไว้ นำไปนึ่งด้วยน้ำเดือดประมาณ 12-15 นาที หรือจนแป้งสุก พักให้เย็นแล้วเสิร์ฟทันที

ขนมโมจิสไตล์ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มหนึบที่เติมความหอมหวานด้วยน้ำแตงโม อร่อยง่ายๆโดยไม่ต้องง้อเตาอบเลย   ส่วนผสม เนื้อแตงโม 2 ถ้วย แป้งข้าวเหนียว 2 1/2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ปั่นเนื้อแตงโมให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำให้ได้ 2 ถ้วย แบ่งใส่กระทะ 1 ถ้วย ใส่แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน เติมน้ำแตงโมที่เหลือ คนให้เข้ากัน ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน ตั้งไฟกวนจนข้นจับตัวเป็นก้อน ใส่เนยสด คนจนเนยละลายหมด ปิดไฟ นวดต่อจนนุ่ม โรยแป้งข้าวเหนียวคั่วใส่พิมพ์ ใส่แป้งโมจิ กดให้เรียบ พักไว้ให้เย็น หรือนำไปแช่เย็นไว้  ตัดเป็นชิ้น จัดใส่จานเสิร์ฟ

ส่วนผสมไส้กระฉีก เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1/2  ถ้วย น้ำตาลโตนด 1 ถ้วย น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย เกลือป่นเล็กน้อย วิธีทำ เคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนดกับน้ำลอยดอกมะลิในกระทะโดยใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนน้ำตาลมีสีน้ำตาลแดงสวย ใส่เนื้อมะพร้าวขูดและเกลือ ผัดต่อประมาณ 10-15 นาที ให้ส่วนผสมข้นและเป็นเงาสวย ตักใส่ชามผสมพักไว้ให้หายร้อน ในชามผสมเกลี่ยมะพร้าวให้มีพื้นที่ตรงกลาง วางเทียนอบขนม จุดเทียนสักครู่ ดับไฟแล้วนำฝามาครอบพักไว้ประมาณ 5-10 นาที จนมะพร้าวมีกลิ่นหอมควันเทียน เตรียมไว้ ส่วนผสมข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวเขี้ยวงู (นึ่งสุก) 3 ถ้วย หัวกะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย วิธีทำ เคี่ยวหัวกะทิให้แตกมันสักครู่ ใส่น้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลทรายแดง เคี่ยวต่อประมาณ 5 นาที จนสีเปลี่ยนเป็นสีคาราเมล ใส่ข้าวเหนียว ผัดต่อให้ข้นขึ้นและเป็นเงาสวย ตักใส่ถาดพักไว้ให้เย็น ส่วนผสมตะโก้มะพร้าวอ่อน กะทิ 2 ถ้วย | น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย | แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ | เกลือ 1 1/2 ช้อนชา | เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเส้น 1 ถ้วย | ไส้กระฉีกสำหรับโรยหน้า งาขาว และดอกไม้สำหรับตกแต่งเล็กน้อย   วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อคนให้เข้ากัน ตั้งไฟให้ส่วนผสมข้นขึ้น ชิมรสตามชอบ ปิดไฟ ตักข้าวเหนียวแดงใส่ถ้วยเสิร์ฟ ใส่ตะโก้มะพร้าวอ่อนลงบนหน้า ตกแต่งด้วยไส้กระฉีก งาขาว และดอกไม้ให้สวยงาม

“วันนี้ของหวานมีกล้วยบวชชีด้วยค่ะ!”   ป้าเจี๊ยบบอก ดร. เชิดศักดิ์ วีระพัฒน์ ขณะเดินตักบุฟเฟต์กลางวันในศูนย์อาหารของวิทยาลัยการพัฒนาชนบทแห่งบังกลาเทศ (BARD) ซึ่งเราไปทำหน้าที่วิทยากรอบรมหนุ่มสาวจากประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของหน่วยงานกลางเพื่อการพัฒนาชนบทเชิงบูรณาการแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (CIRDAP)   ดร. เชิดศักดิ์หัวเราะทันที รีบบอกว่า “โรชมาลัยครับ ผมชอบมาก” พูดแล้วก็หยิบถ้วยขนมหน้าตาเหมือนกล้วยบวชชีส่งให้ป้าเจี๊ยบ แล้วหยิบของตัวเองมาด้วย   หลังจัดการอาหารคาวสไตล์เบงกาลีเรียบร้อยแล้ว ป้าเจี๊ยบตักโรชมาลัยชิมทันที เนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น รสหวานนิดๆ หอมนมและเครื่องเทศ กินแล้วชื่นใจดี   ป้าเจี๊ยบนึกว่าวันต่อมาจะมีโรชมาลัยอีก เพราะเมนูอาหารคาวยังซ้ำกันทุกวัน แต่กลายเป็นโยเกิร์ตสลับผลไม้ จนวันสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย จึงได้กินอีกครั้ง และมีโอกาสสนทนาหาความรู้จากลุงเชฟของวิทยาลัย เย้!   กลับถึงบ้านป้าเจี๊ยบค้นคว้าเกี่ยวกับโรชมาลัย (Rosh Malai) พบว่าของหวานชนิดนี้มีต้นกำเนิดที่บังกลาเทศนี่เอง นิยมกินในอินเดียและปากีสถานด้วยเรียกว่า Ras Malai ต่างที่ต่างถิ่น จึงมีหลากหลายสูตร หลากหลายรูปลักษณ์   ป้าเจี๊ยบชอบโรชมาลัยสไตล์เบงกาลีที่เคยกิน อยากรู้ว่าทำกินเองจะอร่อยมั้ย ก็ทำสิคะ!   เริ่มด้วยการทำชีสสดก่อน โดยเทนมสดรสจืด 500 กรัม ลงในหม้อเคลือบหมายเลข 1 ยกขึ้นตั้งไฟกลางจนเดือด ปิดไฟ พักไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วค่อยๆ รินน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะลงไปทีละนิด พร้อมกับใช้ไม้พายคนอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเนื้อนมแยกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ ที่เรียกว่าเคิร์ด (Curd)   ป้าเจี๊ยบเทน้ำเคิร์ดลงในกระชอนที่ปูผ้าขาวบางไว้ เมื่อในกระชอนเหลือแต่เนื้อเคิร์ด ป้าเจี๊ยบรินน้ำเย็นลงไปล้างเคิร์ดอย่างเบามือ แล้วรวบผ้าขาวบางห่อเป็นก้อน บีบน้ำออกให้มากที่สุด ได้เป็นก้อนชีสสด   จากนั้นนำชีสสดใส่ชาม ตักแป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะใส่ลงไป ใช้มือนวดส่วนผสมทั้งสองจนเนียนเข้ากันดี แล้วแบ่งส่วนผสมออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆ กัน ปั้นแต่ละส่วนเป็นท่อนกลมยาวคล้ายกล้วยเล็บมือนาง วางพักไว้   ต่อไปเป็นหม้อเคลือบหมายเลข 2 ใส่นมสดรสจืด 200 กรัม น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ คาร์ดามอม 2 เมล็ด อัลมอนด์สไลซ์ 1 ช้อนโต๊ะ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนของเหลวลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง ปิดไฟ   สำหรับหม้อเคลือบหมายเลข 3 ป้าเจี๊ยบใช้หม้อขนาดเล็กประมาณ 5 นิ้ว เพื่อใส่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง และน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง ระดับของเหลวจะได้ท่วมก้อนชีสที่ต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ใช้ไม้พายคนจนน้ำตาลละลาย เมื่อน้ำเชื่อมเดือดแล้ว นำก้อนชีสสดที่ปั้นไว้ใส่ลงไปต้มประมาณ 15 นาที ปิดไฟ ทิ้งไว้จนเย็นสนิท จึงตักก้อนชีสสดออกจากน้ำเชื่อม ใส่ลงในภาชนะแบบมีฝาปิด เทน้ำนมที่เคี่ยวไว้ลงไปให้ก้อนชีสสดนอนแช่ในน้ำนมเคี่ยว ปิดฝา นำเข้าตู้เย็นไปบ่มอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหรือค้างคืน   ป้าเจี๊ยบว่าสูตรของตัวเองอร่อยกว่าที่บังกลาเทศตรงที่มีพิสตาชิโอกับอัลมอนด์อบเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบ ลุงเชฟไม่ใส่ ป้าเจี๊ยบใส่ทั้งในน้ำนมเคี่ยวและโรยหน้าตอนเสิร์ฟ...อิอิ   อากาศร้อนๆ ตอนนี้ โรชมาลัยช่วยดับร้อนได้ค่ะ กินแล้วชื่นใจจริงๆ นะ!

ซื้อบัวลอยงาดำมากล่องหนึ่ง มี 30 ลูก เอามาต้มราดน้ำกะทิ เพิ่มหรือลดปริมาณตามสะดวกนะคะ รับรองว่าอร่อยมากค่ะ ข้อดีคือขยับกาย 10 นาที ก็ได้ขนมกินแล้วค่ะ   ส่วนผสม บัวลอยไส้งาดำ 30 ลูก กะทิ (อร่อยดี) 500 มิลลิลิตร น้ำตาลปี๊บ 70 กรัม (จะหวานน้อย ถ้าชอบหวานเพิ่มได้ค่ะ) น้ำตาลทราย 30 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา พูนนิดๆ แป้งข้าวโพดประมาณ 3 ช้อนชา (ใส่ให้กะทิมีความหนืดนิดๆ ถ้าชอบกะทิแบบธรรมดาก็ไม่ต้องใส่) งาคั่วสำหรับโรยหน้า วิธีทำ เริ่มต้มน้ำปริมาณพอต้มบัวลอย รอให้น้ำเดือด เปิดอีกเตาหนึ่ง ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ และแป้งข้าวโพดในหม้อ ตั้งไฟปานกลาง คนตลอดเวลาด้วยที่ตีไข่จนกะทิเดือด ชิมรสปรุงหวานเค็มตามที่ชอบ เติมน้ำผึ้งหรือนมข้นหวานเพิ่มได้ค่ะ ปิดไฟ ตอนนี้น้ำในหม้อที่ต้มไว้ตามขั้นตอนที่หนึ่งเดือดแล้ว ใส่บัวลอยที่แช่แข็งลงไปต้มให้สุกลอยตัว (ประมาณ 6-7 นาที) ตักบัวลอยน็อกน้ำเย็นก่อน ตักบัวลอยใส่ในหม้อกะทิ เวลาจะรับประทาน ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาที่คั่วไว้

ส่วนผสมไส้กระฉีก เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย น้ำตาลโตนด 1 ถ้วย น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย เกลือป่นเล็กน้อย วิธีทำ เคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนดกับน้ำลอยดอกมะลิในกระทะโดยใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนน้ำตาลมีสีน้ำตาลแดงสวย ใส่เนื้อมะพร้าวขูดและเกลือ ผัดต่อประมาณ 10-15 นาที ให้ส่วนผสมข้นและเป็นเงาสวย ตักใส่ชามผสมพักไว้ให้หายร้อน ในชามผสมเกลี่ยมะพร้าวให้มีพื้นที่ตรงกลาง วางเทียนอบขนม จุดเทียนสักครู่ ดับไฟแล้วนำฝามาครอบพักไว้ประมาณ 5-10 นาที จนมะพร้าวมีกลิ่นหอมควันเทียน เตรียมไว้ ส่วนผสมและวิธีทำไส้งาดำ งาดำคั่วปั่นละเอียด 1 ถ้วย | น้ำตาลไอซิง 1/2 ถ้วย | น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมทุกอย่างให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ แบ่งให้ได้ก้อนละ 20-25 กรัม ส่วนผสมแป้งไดฟุกุ แป้งข้าวเหนียวญี่ปุ่น 100 กรัม | น้ำตาลทราย 50 กรัม | น้ำเปล่า 180 กรัม | แป้งข้าวโพดคั่วสุกสำหรับโรยเล็กน้อย   วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน คลุมด้วยพลาสติก นำเข้าไมโครเวฟนาน 3 นาที จนแป้งสุก โรยแป้งข้าวโพดบนเขียงเล็กน้อย หยิบแป้งข้าวเหนียวที่สุกแล้ววาง โรยแป้งข้าวโพดอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ติด ตัดแบ่งให้ได้ก้อนละประมาณ 30-40 กรัม แผ่ไส้กระฉีกเป็นแผ่นแล้วห่อสตรอว์เบอร์รีให้มิด คลุมด้วยไส้งาดำอีกชั้น จากนั้นคลึงแป้งข้าวเหนียวให้เป็นแผ่นบางห่อไส้ทั้งหมดให้มิด โรยด้วยงาขาวให้สวยงาม

หวานเย็นเติมความชื่นใจด้วยเมนูวุ้นใบเตยแบบเส้น ที่กินคู่กับลูกตาลลอยแก้ว ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีเลย   ส่วนผสมวุ้นใบเตย ผงวุ้น 2 ช้อนชา น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำเปล่า 3 ถ้วย ส่วนผสมลูกตาลลอยแก้ว ลูกตาลอ่อนแช่แข็ง 1 กิโลกรัม ใบเตยมัดรวมกัน 3 ใบ น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา วิธีทำ แช่ลูกตาลอ่อนในน้ำแล้วค่อยๆ ลอกเปลือกออก พักไว้ แช่ผงวุ้นในน้ำ 5 นาที ตั้งไฟให้เดือดจนวุ้นละลาย ใส่น้ำตาลทรายและเกลือ คนให้ละลาย ใส่น้ำใบเตย คนให้เข้ากัน เทใส่ภาชนะแล้วพักไว้ให้แข็งตัว  หั่นลูกตาลเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้ ต้มน้ำใส่ใบเตยให้หอม ใส่น้ำตาลทราย ตามด้วยเกลือเล็กน้อย ต้มจนเดือดและหอมใบเตย ใส่ลูกตาลที่หั่นไว้ ต้มสักครู่ พักไว้ให้เย็น เมื่อจะเสิร์ฟขูดวุ้นใบเตยให้เป็นเส้นๆ ใส่ถ้วย ตักลูกตาลลอยแก้วใส่ เติมน้ำแข็งเล็กน้อย เสิร์ฟเย็นๆ

จากขนมลอดช่องเมนูยอดฮิตของเมืองไทย สู่เมนูสุดครีเอทแปลกใหม่สร้างความอร่อยได้ไมซ้ำ กับ เมนูวุ้นลอดช่อง ที่มาพร้อมเนื้อลอดช่องแบบเต็มคำ และความอร่อยหอมมัน น่ากินสุด ๆ   ส่วนผสมวุ้นน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย ผงวุ้น 2 ช้อนชา ส่วนผสมวุ้นกะทิลอดช่อง กะทิ 2 ถ้วย น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย ลอดช่อง 2 1/2 ถ้วย น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ผงวุ้น 2 1/2 ช้อนชา วิธีทำ เตรียมวุ้นน้ำตาลทรายแดงโดยใส่น้ำตาลทรายแดง เกลือ น้ำเปล่า และผงวุ้น คนให้พอละลาย ตั้งไฟปานกลางให้เดือดจนวุ้นละลายหมด ตักวุ้นครึ่งหนึ่งใส่พิมพ์สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 7 × 7 นิ้ว พักไว้ ทำวุ้นลอดช่องโดยใส่กะทิ น้ำเปล่า เกลือ และผงวุ้น ตั้งไฟให้ละลาย ใส่น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ใส่ลอดช่อง คนให้เข้ากัน ตักส่วนผสมครึ่งหนึ่งใส่วุ้นน้ำตาลทรายแดง พักไว้ให้แข็งตัว ใส่วุ้นน้ำตาลทรายแดงที่เหลือ พักไว้ให้แข็งตัว ใส่วุ้นลอดช่องที่เหลือ แช่เย็นไว้จนแข็งตัว นำวุ้นออกจากพิมพ์ ตัดเป็นชิ้น จัดใส่จานเสิร์ฟเย็นๆ 

ส่วนผสมแป้งเครปชาเขียว ไข่ไก่ 3 ฟอง น้ำตาลทราย 45 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 80 กรัม ผงมัตฉะ 15 กรัม นมรสจืด 250 กรัม เนยจืดละลาย 30 กรัม สตรอว์เบอร์รีสดและโมจิสำหรับตกแต่ง วิธีทำ ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทราย ใส่แป้งและผงมัตฉะ คนให้เข้ากันด้วยหัวตีตะกร้อสักครู่ ใส่นมและเนยละลาย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกแร็ป นำไปแช่ตู้เย็นนาน 30 นาที ทาเนยบนกระทะเล็กน้อย ซับออกให้พอเนยเคลือบกระทะ ตักส่วนผสมแป้งใส่ เกลี่ยให้ทั่วกระทะ ทอดโดยใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนจนแป้งสุกประมาณ 1-2 นาที (สังเกตได้จากฟองอากาศที่เกิดขึ้น) ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรงให้หายร้อน ส่วนผสมครีมชีส วิปปิงครีม 1 ถ้วย | ครีมชีส 1 1/2 ถ้วย | น้ำตาลไอซิง 1/3 ถ้วย | เพสตรีครีม 1/3 ถ้วย | กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา | ข้าวพองเคลือบช็อกโกแลตชาเขียวตามชอบ   วิธีทำ ตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิงให้นุ่มและฟูเล็กน้อย ใส่วิปปิงครีมและกลิ่นวานิลลา ตีส่วนผสมให้ตั้งยอดฟูปานกลาง ใส่เพสตรีครีม ตะล่อมให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ เตรียมไว้ ส่วนผสมและวิธีทำช็อกโกแลตมัตฉะเกลซ ไวต์ช็อกโกแลต 2 ถ้วย | ผงมัตฉะ 2 ช้อนโต๊ะ | เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ | อัลมอนด์สับ 1/2 ถ้วย ละลายช็อกโกแลตในไมโครเวฟครั้งละ 1 นาที ทำทั้งหมด 4 ครั้ง จากนั้นใส่ผงมัตฉะ เนย และอัลมอนด์สับ คนส่วนผสมให้เข้ากัน พักให้หายร้อน เตรียมไว้สำหรับราดขนม วิธีประกอบขนม วางแผ่นแป้งเครป 3 แผ่นซ้อนกัน บีบครีมชีสแล้วปาดให้ทั่วแผ่น โรยข้าวพองเคลือบช็อกโกแลตชาเขียว พับด้านข้างเข้ามาแล้วม้วนจากส่วนท้ายให้แน่นและขนาดเท่ากัน แช่ในช่องแช่แข็งนาน 30 นาที นำเครปออกจากตู้เย็น วางไว้บนตะแกรงแล้วราดด้วยเกลซให้ทั่วชิ้น นำไปแช่ตู้เย็นจนเซ็ตตัว ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีและโมจิให้สวยงาม

ส่วนผสม (สำหรับ 6 ที่) ครัวซองต์ 2 ชิ้น วิปปิงครีม 2 ถ้วย น้ำตาลไอซิง 1/3 ถ้วย เพสตรีครีม 1/2 ถ้วย ชีสแท่งสำหรับย่าง (Yaki Cheese) 2-3 แท่ง ถั่วแดงกวน 1/2 ถ้วย น้ำผึ้งและรวงผึ้งตามชอบ วิธีทำ ตีวิปปิงครีมกับน้ำตาลไอซิงให้ขึ้นฟูและตั้งยอดปานกลาง ใส่เพสตรีครีม ตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากันดี ตักใส่ถุงบีบ เตรียมไว้ หั่นครัวซองต์เป็นชิ้นขนาด 1/4 ส่วน บีบครีมที่เตรียมไว้ให้เต็มชิ้น ตกแต่งด้วยชีสย่าง ถั่วแดงกวน รวงผึ้งและน้ำผึ้งให้สวยงาม

อากาศร้อนๆแบบนี้ มาทำไอศกรีมผลไม้ในฤดูกาลกัน ทำไอศกรีมตัดแบบโบราณ แช่เย็นกินแก้กระหายเมื่อวันที่อากาศร้อนจัด    ส่วนผสม กะทิ 3 ถ้วย แป้งมัน 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย นมข้นจืด 1/2 ถ้วย เนื้อมะม่วงบด 2 ผล เนื้อมะม่วงหั่นเต๋า 1 ผล วิธีทำ   ใส่กะทิลงในกระทะ ใส่น้ำตาลทราย แป้งมัน และเกลือ คนให้เข้ากันทั่ว ตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน คนจนส่วนผสมสุกข้น ใส่เนื้อมะม่วงบด คนให้เข้ากัน   ใส่นมสดและนมข้นจืด คนให้เข้ากัน ใส่เนื้อมะม่วงหั่นเต๋า คนให้เข้ากัน เทใส่ภาชนะ นำไปแช่ช่องแข็ง 1 คืน นำออกมาตัดเป็นแท่ง เสียบไม้ แช่แข็งไว้จนกว่าจะเสิร์ฟ 

พุดดิงนี้เป็นของหวานดั้งเดิมของคนอังกฤษที่แพร่หลายมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็น Classic Dessert และยังเป็นของหวานที่นิยมมากในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย ส่วนผสมประกอบด้วย Sponge Cake และอินทผลัม พุดดิงจะใส่ในถ้วยเซรามิกใบเล็กซึ่งเป็นถ้วยพุดดิงโดยเฉพาะ จะนำไปอบหรือนึ่งก็ได้ และทานอุ่นๆ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป จะทานกับไอศกรีมวานิลลา คัสตาร์ดหรือวิปครีมก็ได้   Sticky Toffee Pudding นี้เนื้อจะหนึบๆ ฉ่ำหวานจาก Toffee Sauce และมีวิปครีมทานคู่กันไปด้วย   Sticky Toffee Pudding ส่วนผสม อินทผลัมสับ 200 กรัม นม 187 กรัม เบกกิงโซดา 1 ช้อนชา แป้งสาลีอเนกประสงค์ 195 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือ 1/2 ช้อนชา ไข่ 2 ฟอง น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม โมลาส 1 ช้อนโต๊ะ เนย 85 กรัม วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ แช่อินทผลัมในนมและเบกกิงโซดา 15-20 นาที ตีเนย น้ำตาลทรายแดง และโมลาสจนเป็นครีม ใส่ไข่ทีละฟอง ตีต่อไปจนเข้ากัน ผสมแป้ง ผงฟู และเกลือ ใส่ลงในส่วนผสมเนย ปั่นอินทผลัมในเครื่องปั่น Food Processor แล้วใส่ลงในส่วนผสมแป้ง ใส่วานิลลา ทาเนยให้ทั่วถ้วยพิมพ์ ใส่ส่วนผสมและปาดหน้าให้เรียบ นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที (เวลาอบขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ อาจจะลดเวลาลงเหลือ 18 นาที แต่ต้องไม่อบให้เนื้อสุกเกินไป) เอาออกจากเตาอบ พักไว้ 5 นาที เคาะออกจากพิมพ์ใส่จาน ราดทอฟฟี่ซอส และตักวิปครีมไว้ข้างๆ ส่วนผสม Toffee Sauce เนย 113 กรัม วิปปิงครีม 185 กรัม น้ำตาลทรายคาราเมล และน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อยผสมรวมกัน 160 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่ทุกอย่าง (ยกเว้นวานิลลา) ลงในหม้อก้นหนา ตั้งไฟให้เดือด 6-7 นาที เติมวานิลลา พักให้คลายร้อน

เมนูต้อนรับซัมเมอร์หวานเย็นละมุนจากนมสด และผลไม้ตามฤดูกาลอย่างมะยงชิด ยิ่งกินยิ่งชื่นใจ   ส่วนผสม มะยงชิดหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย ผงวุ้น 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ นมสด 3/4 ถ้วย นมข้นหวาน 1/4 ถ้วย วิธีทำ ต้มผงวุ้นกับน้ำเปล่าให้ละลาย ใส่น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน พักไว้ให้คลายร้อน ใส่เนื้อมะยงชิดลงในภาชนะ ใส่น้ำวุ้นใส พักไว้ให้อยู่ตัว อุ่นนมสดให้พออุ่นๆ เทลงในนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น รินนมสดลงแก้ววุ้นที่เซ็ตตัว แช่เย็นไว้ก่อนเสิร์ฟ วิธีกิน ใช้หลอดคนให้วุ้นกับนมสดเข้ากัน

ส่วนผสมมาการอง น้ำตาลทราย 225 กรัม | น้ำเปล่า 60 กรัม | ไข่ขาว (1) 100 กรัม | ไข่ขาว (2) 80 กรัม | ผง TPT (Tant Pour Tant) 500 กรัม | มะพร้าวขูดฝอยอบแห้ง 100 กรัม | สีผสมอาหาร   วิธีทำ ต้มน้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าให้เดือดจนได้อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ตีไข่ขาว (1) ให้ตั้งยอดเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ เทน้ำเชื่อมลงไป แล้วตีจนตั้งยอดอ่อน ในชามผสมอีกใบใส่ผง TPT กับไข่ขาว (2) และสีผสมอาหาร เตรียมไว้ ผสมเมอแรงก์เข้ากับส่วนผสมผง TPT ที่เตรียมไว้ ตะล่อมให้เข้ากันจนส่วนผสมเงาและมันวาว ตักใส่ถุงบีบ บีบมาการองให้เป็นรูปทรงพอนเดอริง โรยมะพร้าวขูดฝอยอบแห้งเล็กน้อย พักไว้จนผิวหน้าเรียบและแห้งเล็กน้อย นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 140-155 องศาเซลเซียส นาน 16-20 นาที ส่วนผสมกานาชเปปเปอร์มินต์ ครีม 70 กรัม | ใบเปปเปอร์มินต์ (1) 5 กรัม | ไวต์ช็อกโกแลต 210 กรัม | เจลาตินแมส 10 กรัม | ใบเปปเปอร์มินต์ (2) 20 กรัม | น้ำมะนาว 100 กรัม     วิธีทำ ต้มครีมจนเดือดใส่ใบเปปเปอร์มินต์ (1) ลงแช่เป็นเวลา 10 นาที เตรียมไว้ นำใบเปปเปอร์มินต์ออกแล้วเทครีมลงในไวต์ช็อกโกแลต ใส่เจลาตินแมส คนให้เข้ากัน แช่ใบเปปเปอร์มินต์ (2) ในน้ำมะนาวสักครู่ นำใบเปปเปอร์มินต์ออก เทน้ำมะนาวลงในครีมกานาชที่เตรียมไว้ ค่อยๆ แบ่งใส่ให้ได้ 3 ครั้ง ปั่นส่วนผสมโดยใช้เครื่องปั่นมือถือ พักไว้นาน 1 คืน วิธีประกอบขนม บีบกานาชลงบนมาการอง ประกบด้วยมาการองอีกชิ้น พักไว้ในตู้เย็นเป็นเวลา 1 คืนก่อนเสิร์ฟ

เป็นคนชอบกินสังขยาชาไทยมาก วันนี้ผสมชาไทยสองอย่างเพื่อให้ได้รส สี และกลิ่นที่ต้องการ ชาตรามังกรบินหอมมากค่ะ   ส่วนผสม ชาตรามือ 15 กรัม ชาตรามังกรบิน 10 กรัม น้ำร้อน (เดือด) 1 ถ้วย (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) กะทิกล่องตราอร่อยดี 250 มิลลิลิตร นมข้นจืด หรือวิปปิงครีม 100 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 50 กรัม นมข้นหวาน 60 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา ไข่แดง 2 ฟอง แป้งข้าวโพด 20 กรัม วิธีทำ ต้มน้ำในหม้อที่เราจะใช้ตุ๋นสังขยา พอน้ำเดือด ปิดไฟ ตักน้ำร้อน 1 ถ้วยใส่ลงไปผสมกับชาทั้ง 2 ชนิด แช่ไว้อย่างน้อย 10 นาที แยกไข่แดงออกจากไข่ขาว เอาไข่แดงใส่ชามผสม ใส่น้ำตาลทราย ตีจนไข่แดงสลายตัว เติมนมข้นหวาน เกลือ แป้งข้าวโพด และหัวกะทิ ตีด้วยที่ตีไข่จนน้ำตาลละลาย คั้นชาที่ผสมไว้ด้วยผ้าขาวบาง คั้นน้ำชาใส่ลงไปในส่วนผสม ตีให้เข้ากัน (ใส่น้ำร้อนนิดหน่อยผสมกับกากชา เผื่อต้องเติมทีหลัง) กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบางใส่ชามผสม ตั้งบนหม้อที่น้ำเดือดอยู่ ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ใช้ที่ตีไข่คนตลอดเวลาจนสังขยาเริ่มข้น เติมนมข้นจืดหรือวิปปิงครีม คนต่อไปจนสังขยาข้นเห็นเป็นรอยตะกร้อ ยกลงจากเตา คนต่อไปเรื่อยๆ สักครู่จึงหยุดคน ถ้าสังขยาเย็นตัวลงแล้วข้นไปให้เติมน้ำชาที่เตรียมไว้ หรือเติมวิปปิงครีมแล้วแต่คนกินว่าชอบความมันขนาดไหน ถ้าอ่อนหวานให้เติมนมข้น