อร่อยไปกับคุกกี้เนื้อหนึบหนับ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม รสชาติหวานปนขมหน่อยๆ ถูกใจคนรักช็อกโกแลตน่นอน   ส่วนผสม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม เบกกิงโซดา  1 ช้อนชา เนยสดละลาย 120 กรัม น้ำตาลทรายแดงธรรมชาติ 70 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 30 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา ช็อกโกแลตสับ 150 กรัม วิธีทำ ผสมเนยละลายกับน้ำตาลทั้ง 2 ชนิด คนให้เข้ากัน ใส่ไข่ คนให้เข้ากัน ใส่กลิ่นวานิลลา คนจนเข้ากันทั้งหมด ผสมแป้งสาลีกับเบกกิงโซดา คนให้เข้ากัน เทใส่ส่วนผสมเนย คนพอเข้ากัน ใส่ช็อกโกแลตสับ คนจนเข้ากัน ปั้นเป็นก้อน เรียงใส่ถาดอบ อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เวลา 15 นาทีพอสุก ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น

  คุกกี้เนื้อกรอบร่วน ท็อปด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ได้รสชาติเค็มปนหวาน ยิ่งเพิ่มธัญพืชอย่างงาดำเข้าไป ยิ่งหอมละมุน กินเพลิน   ส่วนผสม   แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม อัลมอนด์ป่น 30 กรัม งาดำ 2 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 80 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เนยสดเค็ม 100 กรัม น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมแป้งสาลี อัลมอนด์ป่น งาดำ ผงฟู น้ำตาล และเกลือ คนให้เข้ากัน ใส่เนยสด ใช้ส้อมคนแป้งให้จับกับเนยเป็นเม็ดๆ ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากันและจับกันเป็นก้อน นำแป้งมารีดให้เป็นแผ่นหนา 0.5 เซนติเมตร กดด้วยพิมพ์กดคุกกี้ให้เป็นชิ้นๆ เรียงใส่ถาดอบ ผสมไข่แดง 1 ฟอง เกลือ 1/8 ช้อนชา สีผสมอาหารสีส้ม 3 หยด น้ำเปล่า 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ทาหน้าคุกกี้ให้ทั่ว อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เวลา 15-18 นาทีจนสุก เรียงคุกกี้ใส่ภาชนะที่มีฝาปิด ใส่เทียนอบ อบควันเทียน 10 นาทีจนคุกกี้หอม  

  คนรักช็อกโกแลตถูกใจสิ่งนี้ คุกกี้มาร์ชเมลโล ที่ได้ความเข้มข้นจากช็อกโกแลตแล้วยังได้ความหนึบหนับจากมาร์ชเมลโลอีกด้วย วิธีการทำง่ายไม่ซับซ้อน เป็นขนมหวานที่กำลังมาแรงเลยล่ะ   ส่วนผสม ช็อกโกแลต70%  235 กรัม เนยสดเค็ม 120 กรัม ไข่ไก่(เบอร์1) 3 ฟอง น้ำตาลทราย 100 กรัม น้ำตาลทรายแดง 60 กรัม กลิ่นวนิลลา 1 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม ผงโกโก้ 20 กรัม ช็อกโกแลตชิพ 120 กรัม มาชเมลโล่ วิธีทำ ละลายช็อกโกแลตกับเนยสด คนให้เข้ากันพักไว้ ตีไข่ น้ำตาลทั้งสองชนิด กลิ่นวานิลลา เข้าด้วยกันจนส่วนผสมฟู ใส่ช็อกโกแลตที่ละลายไว้ ตีต่อให้เข้ากัน ใส่แป้ง ผงโกโก้ ผงฟู ตีต่อให้เข้ากัน ใส่ช็อกโกแลตชิพ ตีให้เข้ากัน นำไปแช่เย็น 30 นาที – 1 ชั่วโมง ตักแป้งคุกกี้ แผ่ออก ใส่มาชเมลโล หุ้มให้มิด เรียงใส่ถาด นำไปอบ ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส  15-20 นาที พักไว้ให้เย็น

  ขนมเค้กนุ่มฟูที่กำลังฮอตฮิตในตอนนี้ ด้วยความอร่อยจากตัวเนื้อเค้กรสชาติไม่หวานมาก มาผสมผสานกับตัวซอสเลมอนหอมหวานเข้ากันได้อย่างลงตัว   ส่วนผสม เนยสดเค็ม 75 กรัม แป้งเค้ก 80 กรัม ผงฟู 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 50 กรัม ไข่ไก่  2 ฟอง น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ ผิวเลมอนขูดฝอย 2 ช้อนชา เกลือป่น  1/4 ช้อนชา ส่วนผสมหน้าไอซิงเลมอน น้ำตาลไอซิง 1 ถ้วย น้ำเลมอน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ละลายเนยเค็มด้วยไมโครเวฟประมาณ 1 นาที ใส่น้ำตาล คนให้เข้ากัน จนข้นเล็กน้อย ใส่ไข่ ใช้ตะกร้อมมือคนให้เข้ากัน ใส่แป้งเค้ก ผงฟู และเกลือคนอีกครั้งให้เข้ากัน ใส่น้ำเลมอน ผิวเลมอน คนให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์รูปเลมอน อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาที หรือจนสุกเหลือง ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น ทำหน้าไอซิงเลมอนโดยผสมน้ำตาลไอซิงกับน้ำเลมอน คนให้เข้ากันจนเป็นครีมขาว เรียงขนมเค้กบนตะแกรง ราดด้วยไอซิงเลมอนให้ทั่ว พักไว้ ตกแต่งด้วยชิ้นเลมอนและกิ่งโรสแมรี่             

  เค้กช็อกโกแลตเนื้อเนียนนุ่มราดด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้นหวานมันถูกใจคนรักขนมหวานอย่างเราเป็นที่สุด   ส่วนผสมเค้ก แป้งเค้ก 60 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด (1) 30 กรัม ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา ผงฟู  1/4 ช้อนชา นมสด 1/4 ถ้วย น้ำมันรำข้าว  2 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 2 ฟอง ไข่ขาว 2 ฟอง น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด (2) 20 กรัม      ส่วนผสมหน้านิ่ม ผงโกโก้ 20 ช้อนโต๊ะ ผงวุ้น  1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 50 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา นมสด 1  ถ้วย แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ เนยสด  2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมแป้งเค้ก น้ำตาล (1) ผงโกโก้ เกลือ เบกกิงโซดา และผงฟูเข้าด้วยกัน พักไว้ ผสมไข่แดง นมสด และน้ำมันรำข้าว คนให้เข้ากัน นำส่วนผสมแป้งและส่วนผสมไข่แดงผสมเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวกับน้ำตาล (2) จนเป็นโฟมอยู่ตัวตั้งยอดอ่อน ใส่ส่วนผสมแป้งและไข่แดงทีละครึ่ง ผสมให้เข้ากันจนหมดไข่ขาว ตักใส่พิมพ์ประมาณ 1/2 พิมพ์ อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาทีจนเค้กสุก พักไว้ ทำหน้านิ่มโดยใส่ผงโกโก้ ผงวุ้น น้ำตาล แป้งข้าวโพด และเกลือลงในหม้อ เติมนมสด คนให้เข้ากัน ตั้งไฟ คนให้ส่วนผสมสุกข้น ปิดไฟ ใส่เนยสด คนอีกครั้งให้เข้ากัน ตัดราดบนหน้าเค้กให้ทั่วและให้เรียบเนียน

  ความหอมหวานของมะพร้าวผสมกับครีมสดรสละมุนบวกกับเนื้อเค้กนุ่มๆ ทำให้ขนมชนิดนี้ติดอยู่ในลิตส์ขนมในดวงใจของใครหลายคน   ส่วนผสมเค้ก (ขนาด 1 ปอนด์) ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด  60  กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา แป้งเค้ก 80 กรัม เนยสดเค็มละลาย 65 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา กลิ่นวานิลลา  1 ช้อนชา ส่วนผสมซอสมะพร้าว น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย วิปปิงครีม 50 กรัม นมสด 50 กรัม แป้งข้าวโพด 45 กรัม เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 80 กรัม ส่วนผสมครีมสด วิปปิงครีม 1 1/2  ถ้วย น้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วย วิธีทำ เตรียมเค้กโดยตีไข่กับเกลือให้เข้ากันเป็นฟองหยาบๆ ค่อยๆ ใส่น้ำตาล ตีต่อให้เข้ากันจนเป็นครีมฟูเนื้อละเอียด ใส่กลิ่นวานิลลา ร่อนแป้งเค้กและผงฟูใส่ ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่เนยละลาย ตะล่อมเบาๆ อีกครั้งให้เข้ากันทั่ว เทใส่พิมพ์เค้กขนาด 1 ปอนด์ที่รองด้วยกระดาษรองอบ เกลี่ยให้ทั่ว อบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาทีหรือจนสุก พักไว้จนเค้กเย็น ทำซอสมะพร้าวโดยใส่นมสด วิปปิงครีม น้ำมะพร้าวอ่อนและน้ำตาล ตั้งไฟอ่อน คนให้ส่วนผสมสุกข้นและเข้ากัน ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน คนอีกครั้งให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น ทำครีมสดโดยตีวิปปิงครีมกับน้ำตาลไอซิงเข้าด้วยกันจนขึ้นฟูเป็นครีมแข็งอยู่ตัว แช่เย็นไว้ วิธีประกอบเค้ก ตัดเค้กตามขวางเป็น 2 ชิ้น ใส่ครีมสดขอบๆเค้ก ใส่ซอสมะพร้าวตรงกลาง เกลี่ยให้ทั่ว  วางเค้กชิ้นที่ 2 ปาดครีมสดให้ทั่วทั้งก้อน ทำขอบด้านบนให้สวยงาม ใส่ซอสมะพร้าวตรงกลาง แช่เย็นอีกครั้งประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าจะเสิร์ฟ

  ขนมปังอบหอมเนยกระเทียม เนื้อขนมปังนุ่ม ใส่ไส้ครีมชีสที่ตีนุ่มๆ กับวิปปิงครีม สามารถทำขนมปังไว้ก่อนได้   ส่วนผสม (ทำได้ 6 ชิ้น) แป้งขนมปัง 250 กรัม น้ำตาลทราย 35 กรัม ผงยีสต์ 2 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา นมสดอุ่น 3/4 ถ้วย เนยสดเค็ม 100 กรัม ส่วนผสมไส้ครีมชีส ครีมชีสพักไว้ให้นุ่ม 100 กรัม น้ำตาลไอซิง 1/4 ถ้วย วิปปิงครีม 3/4 ถ้วย ส่วนผสมเนยกระเทียม เนยสดเค็ม 100 กรัม กระเทียมสับ 1/4 ถ้วย พาร์สลีย์สับ 2 ช้อนโต๊ะ นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง วิธีทำ ทำขนมปังโดยใส่แป้งขนมปัง เกลือ น้ำตาล และผงยีสต์ลงในโถผสมแป้ง ใส่นมสด ตีพอเข้ากัน ใส่เนยสด ตีให้เข้ากันจนแป้งเข้ากันจนเนียน  นำแป้งโดใส่ชาม ปิดด้วยพลาสติกใส พักแป้งไว้ 1 ชั่วโมงจนขึ้นเป็น 2 เท่า นำแป้งออกมาตัดแบ่งเป็น 4-6 ก้อนเท่าๆ กัน คลึงเป็นก้อนกลม เรียงใส่ถาดอบ คลุมด้วยพลาสติกใส พักแป้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีจนขึ้นเป็น 2 เท่า ทาหน้าด้วยนมข้นจืดให้ทั่ว อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาที หรือจนขนมปังสุกเหลือง ยกออกจากเตา พักไว้ ตีไส้ครีมชีสโดยตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิงให้เข้ากันจนเป็นครีม ใส่วิปปิงครีม ตีต่อให้เข้ากันเป็นครีมนุ่มๆ ตักใส่ถุงบีบไว้ เตรียมเนยกระเทียมโดยคนเนยละลายกับไข่ให้เข้ากัน ใส่นมข้นหวานและเกลือ คนต่อให้เข้ากัน ใส่พาร์สลีย์สับและกระเทียมสับ คนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ หั่นขนมปังเป็นชิ้น 6 ชิ้นอย่าให้ขาดออกจากกัน บีบครีมชีสใส่ตรงลอยที่หั่นไว้ให้เต็ม   ตักส่วนผสมเนยกระเทียมใส่ให้ทับด้านบนจนทั่ว อบต่อที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาทีจนเหลืองหอม ยกออกจากเตา เสิร์ฟอุ่นๆ

  “พี่เจี๊ยบเขียนหนังสือที่ทำขนมปังไหมคะ ชื่ออะไร เห็นแล้วอยากทำกินบ้างค่ะ” ตุ๊ก-สุขุมวรรณ พิศาลบุตร ญาติผู้น้องถามมาในเฟซบุ๊กเมื่อเห็นป้าเจี๊ยบโพสต์ภาพขนมปังโซดาหน้าตาสวยงาม ซึ่งช่วงเก็บตัวอยู่บ้านยุคโควิดป้าเจี๊ยบโชว์ภาพขนมปังนานาชนิดที่กำลังบ้าทำอย่างเมามัน!!!   ป้าเจี๊ยบตอบไปว่า “ว่างเมื่อไรมาที่บ้านพี่เลยค่ะ มาทำกัน”  น้องว่างสิคะ รุ่นนี้เกษียณกันแล้วทั้งนั้น  ตุ๊กชวนตุ๋ยน้องสาวมาด้วย ป้าเจี๊ยบสอนทำปังโซดาที่น้องอยากทำเป็น และแถมปังกะโหลกที่เป็นปังพื้นฐานสำหรับไปต่อยอดทำขนมปังแบบอื่นๆ ให้ด้วย   ปังโซดาจัดอยู่ในจำพวกปังด่วน (Quick Bread) ทำเร็ว ได้กินเร็ว และต้องกินตอนอบออกจากเตาใหม่ๆ จึงจะอร่อย ปังโซดาบางครั้งก็เรียกว่าปังไอริช (Irish Bread) กินกับซุปร้อนๆ หรือสตูเข้ากั๊นเข้ากัน  แต่ปังโซดาของป้าเจี๊ยบใส่ผลไม้ เอาไว้กินกับน้ำชากาแฟค่ะ   น้องๆ เป็นมือใหม่ เริ่มด้วยปังโซดา เหมาะมาก เพราะง่าย ใช้เวลาทำจริงๆ ไม่ถึง 10 นาที ที่เหลือคือเวลาในการอบ   ป้าเจี๊ยบจดสูตรใส่กระดาษไว้ให้น้องตามนี้ค่ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วยตวง เกลือ 1/2 ช้อนชา โซดาฯ 1 ช้อนชา เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่เบอร์สาม 1 ฟอง นมสดผสมน้ำส้มสายชู/น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะรวม 1 ถ้วยตวง ผลไม้แห้ง/ธัญพืชตามชอบ 1/2  ถ้วยตวง อบไฟบน-ล่าง 210C 15 นาที และ 200C 25-30 นาที   อ่านจบน้องก็มีคำถามสิคะ “โซดาแบบไหนคะ”  ป้าเจี๊ยบอธิบายว่าใช้โซดาไบคาร์บอเนต (Baking Soda) แบบที่เรามีติดบ้านเอาไว้ล้างผักน่ะค่ะ ตอนแรกน้องคิดว่าใช้โซดาที่เป็นเครื่องดื่ม!   “เนย 1 ช้อนโต๊ะจะตวงยังไงคะ?”  ป้าเจี๊ยบบอกให้ใช้เนยที่อุณหภูมิห้อง มันจะเหลว สามารถใช้ช้อนตวงได้   “นมสดแบบไหนคะ?”  ป้าเจี๊ยบให้ใช้นมรสธรรมชาติ ไม่พร่องไขมันหรือไขมัน 0 % เพราะเราเอานมมาผสมน้ำส้มสายชู/น้ำมะนาวเพื่อใช้แทนบัตเตอร์มิลก์ซึ่งหาได้ยากในบ้านเรา กรดน้ำส้มจะเป็นตัวช่วยให้โซดาฯ ทำงาน เนื้อปังจะได้ฟู   ก่อนลงมือทำป้าเจี๊ยบจัดผลไม้แห้ง 1/2 ถ้วยตวงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้ให้ มีลูกเกด แครนเบอร์รี อินทผลัม และแอปริคอต  บอกน้องๆ ว่าพี่มีแค่นี้ เวลาจะทำกินเองก็เลือกเอาตามใจชอบ   ป้าเจี๊ยบให้โรยแป้งลงไปนิดหน่อย แล้วใช้มือขยี้ๆ ให้ผลไม้ชิ้นเล็กๆ ไม่เกาะติดกัน เวลานำไปผสมในแป้งโดจะได้ไม่กระจุกตัว   ลงมือปฏิบัติกันค่ะ เริ่มเปิดเตาอบไว้ก่อน โดยตั้งปุ่มความร้อน 210 องศาเซลเซียส ปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มเวลา 45 นาที  ปูกระดาษรองอบบนถาดอบสีดำที่ให้มาพร้อมกับเตาติ๊ง   จัดการตวงน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยตวง แล้วเทนมสดใส่ลงไปจนได้นมเปรี้ยวปริมาณ 1 ถ้วยตวง ใช้ช้อนคนๆ ให้เข้ากัน พักไว้   ต่อไปให้น้องเตรียมชามแห้งโดยตวงแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วยตวง เกลือป่น 1/2 ช้อนชา โซดาฯ 1/2 ช้อนชา ใส่ลงในที่ร่อนแป้ง ร่อนใส่ชามไว้ให้ส่วนผสมทั้งหมดกระจายตัวทั่วๆ กัน โดยให้ร่อน 3 ครั้ง ถ้าไม่ร่อนแป้งเนื้อปังจะขึ้นฟูไม่สม่ำเสมอ น้องๆ สลับกันร่อนแป้งค่ะ เสร็จแล้วให้ใส่ผลไม้แห้งที่เตรียมไว้ลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้ผลไม้กระจายตัวไปทั่วๆ พักไว้   จากนั้นเตรียมชามเปียกโดยใช้ตะกร้อมือตีไข่ไก่เบอร์สาม 1 ฟอง เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ และนมเปรี้ยว 1 ถ้วยตวงที่เตรียมไว้ ตีแค่พอให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน   ป้าเจี๊ยบสาธิตการผสมด้วยการทำบ่อตรงกลางชามแห้ง เทชามเปียกลงไปในบ่อ แล้วใช้พายซิลิโคนคนให้ของแห้งเข้ากันกับของเปียกจนไม่เห็นส่วนที่เป็นแป้งขาวๆ   เทแป้งโดซึ่งค่อนข้างนิ่มลงตรงกลางถาดอบ โรยแป้งนวลนิดหน่อยบนแป้งโด ใช้มือแตะแป้งนวลนิดหน่อย จัดรูปทรงแป้งโดให้กลม แล้วใช้มีดตัดแป้งโดแบบกากบาท นำเข้าเตาอบ   ช่วยกันดูเวลา เมื่อครบ 15 นาทีก็ปรับปุ่มความร้อนเป็น 200 องศาเซลเซียส ปุ่มเวลาเป็น 25 นาที  รอจนติ๊ง!   ป้าเจี๊ยบจัดน้ำชาไว้ให้ เราชิมปังร้อนๆ สดใหม่จากเตากันเลยค่ะ น้องๆ บอกว่าอร่อยมาก   หลังจากเรียนไปเพียง 3 วัน น้องตุ๊กก็ส่งการบ้านรูปปังโซดา 2 ก้อน มีข้อความว่า “อันซ้ายของตุ๊ก อันขวาของเพื่อนค่ะ เรียนครั้งเดียวมาสอนเพื่อนทำได้ นี่แปลว่าอาจารย์เก่งมาก” เย้!   ตามด้วยรูปปังโซดาถูกตัดแหว่งไปแล้ว และข้อความ “กินร้อนๆ อร่อยมากค่ะ”  

  เมนูขนมอบยอดนิยมสำหรับสายช็อกโกแลต เนื้อขนมมีทั้งนุ่มฉ่ำและกรอบ สูตรนี้เรามาทำบราวนี่กรอบกัน ส่วนผสมจะเหมือนบราวนี่นุ่ม สิ่งสำคัญที่ทำให้บราวนี่กรอบคือปาดส่วนผสมลงถาดอบให้บางที่สุดเท่าที่จะบางได้ โรยอัลมอนด์สไลซ์หรือถั่วอื่นๆ ที่ชอบ อบจนสุก     ส่วนผสม ดาร์กช็อกโกแลต 70% สับชิ้นเล็ก 100 กรัม เนยสดเค็ม 45 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 70 กรัม ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะพูน กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา นมสดจืด 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาว 1 ฟอง แป้งสาลีอเนกประสงค์ 70 กรัม เบกกิงโซดา 1/8 ช้อนชา เกลือป่น 1/8 ช้อนชา อัลมอนด์สไลซ์ 1/4 ถ้วย วิธีทำ ละลายดาร์กช็อกโกแลตกับเนยสดเค็มด้วยไมโครเวฟประมาณ 1 นาที คนให้เข้ากัน พักไว้ ใส่น้ำตาล กลิ่นวานิลลา ไข่ขาว นมสดจืด และเกลือ คนให้เข้ากัน ใส่แป้งสาลี ผงโกโก้ และเบกกิงโซดา คนต่อให้เข้ากัน แบ่งเป็น 2 ส่วน ตักใส่ถาดอบที่รองด้วยแผ่นรองอบ ปาดให้เรียบและบาง โรยอัลมอนด์สไลซ์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง ประมาณ 15 นาที นำบราวนี่ออกจากเตาแล้วตัดเป็นชิ้นทันที อย่าให้บราวนี่เย็นจะตัดไม่ได้และขนมจะแตกหักเป็นชิ้นไม่สวย พักไว้จนเย็น เก็บใส่ขวดโหลหรือกล่องที่มีฝาปิดสนิท

  น้ำผึ้งดอกส้มให้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ เข้ากับเนื้อเค้กที่ใส่อัลมอนด์ป่น ช่วยเพิ่มรสชาติให้แปลกใหม่กับเค้กปอนด์นี้ ตกแต่งด้วยผลไม้ตระกูลส้มให้ดูน่ากิน   ส่วนผสม (เค้กขนาด 6 นิ้ว 2 พิมพ์ หรือคัปเค้ก 12 ชิ้น) แป้งเค้ก 180 กรัม อัลมอนด์ป่น 80 กรัม ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา เนยจืด 110 กรัม น้ำตาลทราย 80 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ำผึ้งดอกส้ม 75 กรัม บัตเตอร์มิลก์ หรือโยเกิร์ต 180 กรัม กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา ผิวเลมอนขูด 2 ผล วิธีทำ วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ทาพิมพ์ด้วยเนยและเคาะแป้งให้ทั่ว ร่อนแป้งเค้กกับอัลมอนด์ป่น ผงฟู เบกกิงโซดา และเกลือเข้าด้วยกัน ตีเนยกับน้ำตาลจนเป็นครีม ใส่ไข่ทีละฟอง ตีจนส่วนผสมเข้ากัน ค่อยๆ ใส่ส่วนผสมแป้ง พอเข้ากันใส่น้ำผึ้งและบัตเตอร์มิลก์ ตีให้เข้ากัน ใส่ผิวเลมอนขูดและกลิ่นวานิลลา ตักส่วนผสมใส่พิมพ์เค้ก อบนาน 35 นาที (ถ้าใส่พิมพ์คัปเค้กอบนาน 15 นาที)

  คนที่ชอบเค้กกล้วยหอม เค้กแครอต และเค้กฟักทองน่าจะชอบ Hummingbird Cake เพราะเนื้อเค้กใกล้เคียงกัน   เค้กฮัมมิงเบิร์ดมีต้นกำเนิดมาจากเกาะจาไมกา ชื่อนี้เรียกตามชื่อนกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะ ต่อมาตำราเค้กนี้ปรากฏในนิตยสาร Southern Living เป็นครั้งแรก จากนั้นก็แพร่หลายไปทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา และเป็นเค้กที่มีคนเขียนขอตำรามากที่สุด   ปัจจุบันเค้กนี้แพร่หลายไปทั่วอเมริกา สูตรก็ปรับเปลี่ยนไปเช่นดียวกับขนมอื่นๆ เริ่มแรกเนื้อเค้กไม่เบาและมีรสหวานมาก ปัจจุบันลดน้ำตาลลงและยังได้รสหวานจากกล้วยหอมและสับปะรดที่เป็นส่วนผสมในเนื้อเค้ก และจะใส่ถั่วอัลมอนด์หรือถั่วพีแคนด้วย   เค้กฮัมมิงเบิร์ดเป็นเค้กที่ทำไม่ยากและไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตี ใช้ช้อนไม้หรือตะกร้อมือคนให้เข้ากันเท่านั้น และหน้าขนมจะเป็นครีมชีสเสมอ   Hummingbird Cake ส่วนผสม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม แป้งเค้ก 290 กรัม ผงฟู 2 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา ผงอบเชย 1 ช้อนชา จันทน์เทศป่น (Nutmeg) 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 300 กรัม ไข่เบอร์ 0 3 ฟอง บัตเตอร์มิลก์ 1/4 ถ้วย น้ำมันพืช 1 1/3 ถ้วย กล้วยหอมสุกบดละเอียด 455 กรัม สับปะรดสับ 230 กรัม วานิลลา 2 ช้อนชา วอลนัตสับ 1 ถ้วย อุปกรณ์  พิมพ์ 9 นิ้ว 2 พิมพ์ หรือพิมพ์ 8 นิ้ว 3 พิมพ์  ทาเนย บุกระดาษไข โรยแป้ง เตรียมไว้   วิธีทำ ผสมแป้งสาลี  แป้งเค้ก ผงฟู  เบกกิงโซดา เกลือ ผงอบเชย และจันทน์เทศป่นเข้าด้วยกัน ตีไข่พอเข้ากัน เติมน้ำตาล น้ำมัน บัตเตอร์มิลก์ และวานิลลา คนพอเข้ากัน (อย่าตีให้ฟูมาก เพราะเมื่ออบแล้วหน้าขนมจะฟูเกินไป) ใส่กล้วยหอมบด สับปะรดสับ และวอลนัตสับ คนพอเข้ากัน เทใส่พิมพ์ ถ้าใส่พิมพ์ 8 นิ้วอบนาน 25-30 นาที พิมพ์ 9 นิ้วอบนาน 30-35 นาที อบที่อุณหภูมิ 160 เมื่อสุกแล้วยกออกจากเตา พักไว้ 10 นาทีก่อนยกออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็น ทาครีมชีสระหว่างชั้นและหน้าให้ทั่ว ตกแต่งด้วยคาราเมลให้สวยงาม ส่วนผสมครีมชีส ครีมชีส (พักไว้ให้นุ่ม) 260 กรัม วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย น้ำตาลไอซิง 1 ถ้วย เกลือ 1/2 ช้อนชา              วิธีทำ ตีส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนฟู

  ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วมาทำขนมหวานๆ น่ารักๆ อย่างเมอแรงก์กุหลาบสีชมพู พร้อมใส่ไส้ช็อกโกแลตที่รสขมเล็กน้อย ตัดกับรสหวานของเมอแรงก์   ส่วนผสมตัวเมอแรงก์ ไข่ขาว 3 ฟอง ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 150 กรัม แยมราสป์เบอร์รีเนื้อละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ สีผสมอาหารสีชมพู 1 ช้อนชา ส่วนผสมไส้ช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตชิป 200 กรัม  วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย วิธีทำ เตรียมไส้ช็อกโกแลตโดยใส่ดาร์กช็อกโกแลตชิปลงในชามผสม อุ่นวิปปิงครีมให้ร้อน เทใส่ชามดาร์กช็อกโกแลตชิป คนให้ละลายเข้ากันทั่ว พักไว้ให้เย็น ทำเมอแรงก์โดยตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าโดยใช้ความเร็วสูงสุดจนตั้งยอดอ่อน ค่อยๆ ใส่น้ำตาล ตีส่วนผสมจนน้ำตาลละลายและเนื้อที่ได้มีลักษณะเหนียวหนืดเป็นเงา ใส่แยมราสป์เบอร์รีและสีผสมอาหารสีชมพู คนเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่ถุงบีบหัวบีบแฉก บีบใส่ถาดที่รองด้วยแผ่นรองอบให้สวยงามเหมือนดอกกุหลาบ นำไปอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนเมอแรงก์แห้งกรอบ พักไว้ให้เย็น หงายเมอแรงก์เอาด้านเรียบขึ้น บีบไส้ช็อกโกแลตใส่แล้วประกบเข้าด้วยกัน จัดใส่ภาชนะให้สวยงาม  

  ฉลองวันตรุษจีนในกลิ่นอายแห่งรักด้วยคุกกี้เสี่ยงทายที่มาพร้อมกับความหวานที่แตกต่างของน้ำผึ้ง   ส่วนผสม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 35 กรัม แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา เกลือ 1/8 ช้อนชา น้ำตาลทราย 40 กรัม น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันรำข้าว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา ไข่ขาว 35 กรัม วิธีทำ ตีไข่ขาวกับน้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำมันรำข้าว และกลิ่นวานิลลา ร่อนแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวโพด และเกลือลงไป คนให้เข้ากันดี เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบรองแผ่นซิลิโคนรองอบ ตักส่วนผสมประมาณ 1 ช้อนชาหยอดลงไปบนแผ่นรองอบ ใช้หลังช้อนเกลี่ยให้เป็นแผ่นกลมๆ ขนาดประมาณ 3 นิ้ว ทำซ้ำจนทั่วถาด นำเข้าอบ 12 นาที แซะแป้งออกจากแผ่นรองอบ วางคำทำนายรักตรงกลาง พับครึ่ง แล้วจับที่ปลายทั้ง 2 ด้านกดลงบนขอบของแก้วน้ำจนโค้งงอ ทำซ้ำจนหมด

  ทาร์ตแป้งบางกรอบหอมกลิ่นเนย ไส้รสเปรี้ยวอมหวานและสีสวยน่ากินด้วยผลไม้อย่างมะม่วงและเสาวรส เติมรสหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง ครีมชีส และชีสมาสคาร์โปเน   ส่วนผสม (สำหรับพิมพ์ทาร์ตขนาด 8 x 25 x 5 เซนติเมตร) เนยจืดคลายเย็น 62 กรัม น้ำตาลทราย 43 กรัม กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา ผงอัลมอนด์ 13 กรัม ไข่ไก่ทั้งฟอง 30 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 105 กรัม วิธีทำ พักเนยจืดให้คลายเย็น (เนยยังมีความเย็นอยู่แต่ไม่เละ) ใส่เนยลงในเครื่องผสมใช้หัวตีใบไม้ ใส่น้ำตาล ตีส่วนผสมด้วยความเร็วปานกลางจนไม่มีลิ่มเนยและส่วนผสมเข้ากันดี เติมผงอัลมอนด์ ตีต่อด้วยความเร็วต่ำ เติมไข่และกลิ่นวานิลลา ตีจนเข้ากันดีแล้วใส่แป้งสาลี  ตีจนพอเข้ากัน ห่อแป้งด้วยพลาสติกแร็ปแล้วแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือข้ามคืน นำแป้งออกมาพักไว้นอกตู้เย็นเพื่อให้มีความคงตัวมากขึ้น จากนั้นรีดแป้งเป็นแผ่นบางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร กรุลงพิมพ์ นำไปแช่ช่องแข็งไว้ 10 นาที ระหว่างนั้นอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นำแป้งทาร์ตเข้าอบไฟบน-ล่างนาน 15 นาที จากนั้นลดอุณหภูมิลงเหลือ 160 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 10-12 นาที หรือจนทาร์ตสุกสีเหลืองสวย  ยกออกจากเตา พักไว้ให้หายร้อน ส่วนผสมและวิธีทำ Cheese Filling ครีมชีส 150 กรัม มะม่วงบด (Mango Puree) 20 กรัม น้ำผึ้ง 60 กรัม วิปปิงครีม 40 กรัม ชีสมาสคาร์โปเน 20 กรัม เจลาติน 1 แผ่นยาว เสาวรสบด (Passion Fruit Puree) 30 กรัม ตีครีมชีสให้เนียนด้วยหัวตีใบไม้ เติมน้ำผึ้ง ตีต่อให้เข้ากัน ใส่ชีสมาสคาร์โปเน เติมมะม่วงบดและเสาวรสบด ตีต่อจนเข้ากัน (ปาดขอบอ่างและก้นอ่างผสมเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี) แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนิ่มแล้วบีบน้ำออก อุ่นวิปปิงครีมในไมโครเวฟพอร้อน ใส่เจลาตินลงไป คนให้ละลาย แล้วเทลงในส่วนผสม  ตีจนเนียนดี เทลงแป้งทาร์ตที่อบสุกแล้ว แช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็งจนเซ็ตตัวประมาณ 30 นาที ส่วนผสมและวิธีทำ Passion Fruit Glaze เสาวรสบด (Passion Fruit Puree) 100 กรัม เนื้อเสาวรสพร้อมเม็ด 30 กรัม น้ำผึ้ง 50 กรัม เจลาตินแช่น้ำจนนิ่ม 1 แผ่น อุ่นเสาวรสบดพอร้อน ใส่เจลาตินลงไป คนให้ละลาย เติมน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน เทราดบนชีสทาร์ตที่เซ็ตตัวแล้ว นำไปแช่เย็นต่ออีกประมาณ 20 นาที ตกแต่งด้วยผลไม้ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

  เค้กชิ้นเล็กขนาดกำลังดี เนื้อนุ่มหอมกลิ่นน้ำผึ้งและเลมอน ราดด้วยเกลซรสหวานมัน เป็นความเข้ากันที่ลงตัว   ส่วนผสม (สำหรับ 6 ที่) แป้งเค้ก 75 กรัม น้ำมันพืช 25 กรัม ผงฟู 1/2 ช้อนชา น้ำเย็น 20 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำเลมอน 30 กรัม นมผง 7 กรัม น้ำผึ้ง 15 กรัม ผิวเลมอนขูด 1 ผล ไข่ไก่ 60 กรัม น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 70 กรัม นมข้นจืด 20 กรัม เนยจืด 45 กรัม เนยจืดและแป้งเค้กสำหรับเตรียมพิมพ์เล็กน้อย วิธีทำ อุ่นเตาอบไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์โดยทาเนยให้ทั่วทั้งพิมพ์  เคาะแป้งให้ติดทั่วทั้งพิมพ์ ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ และนมผงเข้าด้วยกัน พักไว้ ตีเนยจืดกับน้ำตาลทรายเม็ดละเอียดและผิวเลมอนขูด ใช้หัวตีใบไม้ตีให้เนียนเข้ากัน ค่อยๆ เติมน้ำมันพืช ตีต่อให้เข้ากันดี ผสมน้ำเย็น น้ำเลมอน และนมข้นจืด เทลงไปในส่วนผสม ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี จากนั้นใส่ไข่และน้ำผึ้ง ตีต่อให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ 3/4 ของพิมพ์ นำเข้าเตาอบประมาณ 30-40 นาทีจนสุก พักไว้สักครู่และคว่ำออกจากพิมพ์ ส่วนผสมและวิธีทำ Royal Glaze นมสด 15 กรัม น้ำตาลไอซิง 50 กรัม คนส่วนผสมให้เนียนเข้ากัน ราดบนเค้กที่อบสุกและเย็นแล้ว ทิ้งให้เซ็ตตัวและแห้ง พร้อมเสิร์ฟ

  เค้กมงคล เนื้อนุ่มหอม มาพร้อมกับซอสส้มหวานอมเปรี้ยว กินแล้วอร่อยชื่นใจ นอกจากใช้ไหว้ในเทศกาลตรุษจีนนี้ ยังสามารถเป็นของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่ ได้อีกด้วย   ส่วนผสมเนื้อเค้ก (จำนวน 6 ชิ้น) แป้งเค้ก 120  กรัม น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย ไข่ไก่เบอร์ 0 3 ฟอง   น้ำส้มแมนดารินเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ โอวาเลต (Ovalett) 1 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 1 ช้อนชา เนยสดเค็มละลาย 100 กรัม กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนชา  ส่วนผสมซอสส้ม น้ำส้มแมนดารินเข้มข้น 1/2 ถ้วย น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วย เนยสดเค็ม 50 กรัม วิธีทำ ทำเค้กส้มโดยใส่ไข่ไก่ลงในโถตี ใส่น้ำตาลและน้ำส้มแมนดารินเข้มข้น ใส่แป้งเค้ก ผงฟู และโอวาเลต ตีด้วยเครื่องตีมือถือจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็นครีมขาวข้นๆ ใส่กลิ่นส้มและสีผสมอาหาร ตีต่อให้เข้ากัน ค่อยๆ ใส่เนยสดเค็มละลาย ตีให้เข้ากันทั่ว ตักใส่พิมพ์ครึ่งวงกลมประมาณ 3/4 ของพิมพ์ นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 15-20 นาที จนสุก พักไว้ให้เย็น ทำซอสส้มโดยใส่น้ำส้มแมนดารินเข้มข้น น้ำ น้ำตาล และแป้งข้าวโพดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน ตั้งไฟ กวนให้เดือดจนแป้งสุกข้น ปิดไฟ ใส่เนยสด คนต่อให้เข้ากันจนเนยละลายหมดและเข้ากับส่วนผสมน้ำส้ม นำเค้กออกจากพิมพ์ วางบนตะแกรง ตักซอสส้มราดให้เคลือบชิ้นเค้กจนทั่ว (ถ้าซอสยังบางอยู่ให้ราดซ้ำจนเค้กฉ่ำ พักไว้ให้เย็น จัดใส่จาน ตกแต่งด้วยใบแก้ว

  เปลี่ยนคุกกี้ช็อกโกแลตชิปธรรมดาๆให้หลายเป็นของหวานที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยไส้คีมชีสหอมมัน   ส่วนผสมแป้งคุกกี้ช็อกโกแลตชิป เนยจืดที่อุณหภูมิห้อง 250 กรัม                              น้ำตาลทรายขาว 80 กรัม                  น้ำตาลทรายแดง  100 กรัม                  เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ไข่ไก่ทั้งฟอง 2 ฟอง                  แป้งอเนกประสงค์ 400 กรัม                  เบกกิงโซดา 2 ช้อนชา              ช็อกโกแลตชิปเม็ดเล็ก 200 กรัม ส่วนผสมไส้ครีมชีส ครีมชีส 250  กรัม                                          น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ                                     ไข่แดงไข่ไก่ 1 ฟอง                              วิธีทำ เตรียมไส้ครีมชีส โดยตีครีมชีสกับน้ำตาลไอซิงให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ไข่แดง ตีต่อให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกใส แช่เย็นจนอยู่ตัว ทำคุกกี้โดยตีเนยสดกับน้ำตาลทั้งสองชนิดและเกลือเข้าด้วยกันจนขึ้นฟูเป็นครีมสีเหลืองอ่อนๆ ใส่ไข่ทีละฟองตีให้เข้ากันทั่ว ใส่แป้งสาลี เบกกิงโซดาและผงฟูเข้าด้วยกัน ตีให้เข้ากัน ใส่ช็อกโกแลตชิป ผสมพอเข้ากัน ชั่งแป้งคุกกี้ให้ได้ก้อนละประมาณ 40 กรัม ใส่ถาด พักไว้ แผ่แป้งคุกกี้ให้บางออก ใช้ที่ตักไอศกรีมขนาดเล็กสุดตักไส้ครีมชีสวางตรงกลาง หุ้มให้มิด ปั้นเป็นก้อนกลม วางเรียงใส่ถาดอบที่ปูด้วยแผ่นรองอบ ใช้ส้อมกดให้คุกกี้ยุบตัวลงเล็กน้อย นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12-15 นาทีหรือจนคุกกี้เป็นสีน้ำตาลทอง

  คำว่า “Massepain” โดยทั่วไปในภาษาฝรั่งเศสหมายถึงอัลมอนด์บด ที่รู้จักกันทั่วไปว่า Marzipan แต่ในที่นี้หมายถึงขนมฝรั่งเศสชนิดหนึ่งที่นุ่ม หอม เบา อยู่ในประเภทเดียวกับ Gâteaux Mousseline Biscuit de Savoie และ Sugar Cake   หลายคนบอกว่าขนมนี้เหมือนขนมฝรั่งกุฎีจีนที่มีต้นตำรับมาจาก Pao de Lo ขนมของโปรตุเกส ซึ่งดัดแปลงและพัฒนาเป็นขนมหรือเค้กหลายร้อยชนิดทั่วโลกซึ่งทานกันในเทศกาลต่างๆ ในเอเชียอย่างเช่นญี่ปุ่น ขนมนี้ก็เดินทางมาพร้อมพ่อค้าชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 Kasutera ขนมที่อาจเรียกได้ว่าเป็นขนมประจำเมืองนางาซากิก็พัฒนามาจาก Castella (คาสเตลลา) ของโปรตุเกส แต่คนญี่ปุ่นปรับเนื้อขนมให้นุ่มขึ้นตามความชอบ ส่วนในบ้านเราขนมฝรั่งกุฎีจีนน่าจะต้องเป็นของโปรตุเกสเพราะเกิดขึ้นที่ชุมชนโปรตุเกสในสยาม และยังเรียกว่า “ขนมฝรั่ง” อีกด้วย ส่วนผสมก็มีเพียงแป้งสาลี ไข่ และน้ำตาลทราย   มาสแปงจะเห็นมากในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส แต่ก็ทานกันทั่วทั้งประเทศ ทำกันตามบ้านเพราะทำง่าย และมีขายในร้านขนมปัง ซึ่งมักจะเห็นในรูปทรงกลมสูง ทำในพิมพ์บริออช หรือ Gugelhof รสไม่หวานมาก ทานเป็นของว่างหรือของหวานก็ได้ โดยทั่วไปมาสแปงจะมีกลิ่นดอกส้ม แต่ครั้งนี้จะทำกลิ่นเลมอน และในสูตรเดียวกันจะทำในพิมพ์ซิลิโคนใส่สีเลมอนเล็กน้อย เนื้อขนมจะมีสีเหลืองสวย   มาสแปงจะต้องใส่ในพิมพ์ที่มีรูตรงกลางเท่านั้น และถ้าชอบให้โรยน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายหยาบสีรำที่ก้นพิมพ์ พอคว่ำหน้าบนหน้าขนมจะมีน้ำตาลทรายให้เคี้ยวได้กรุบๆ ถ้าชอบจะโรยอัลมอนด์สไลซ์ ด้วยก็ได้ โดยทั่วไปจะทานกับชาหรือกาแฟและไม่ราดอะไร แต่ถ้าชอบจะราด Pastry Cream หรือ Lemon Curd ก็ได้   หลังจากเทศกาลปีใหม่ที่เราทานขนมหรือเค้กซึ่งมีส่วนผสมของนมและเนยมามาก มาสแปงเป็นขนมที่ไม่หนักมาก ทานได้สบายๆ ทั้งยังทำง่ายมาก...   คนที่เพิ่งหัดทำเค้กจะทำได้มั่นใจ   Gâteau Massepain ส่วนผสม ไข่เบอร์0 6 ฟอง น้ำตาลเบเกอรี่ 200 กรัม แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม แป้งมันฝรั่ง 75 กรัม น้ำเลมอน 1 ผล (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) น้ำตาลทรายหยาบสำหรับโรยพิมพ์และขนม เกลือเล็กน้อย อุปกรณ์ พิมพ์ที่มีปล่องตรงกลาง ทาเนย โรยแป้งเตรียมไว้ (จะโรยน้ำตาลทรายหยาบก็ได้)   วิธีทำ แยกไข่ขาว ไข่แดง ร่อนแป้งสาลีกับแป้งมันฝรั่ง ขูดผิวเลมอนและคั้นน้ำ เตรียมไว้ ตีไข่แดงกับน้ำตาลเบเกอรี่จนขาว (ประมาณ 5-6 นาที) โรยแป้งลงในส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมให้เข้ากันดี ใส่ผิวเลมอนและน้ำเลมอนลงในส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมให้เข้ากันดี พักไว้ ตีไข่ขาวกับเกลือจนตั้งยอดแข็ง ใส่ส่วนผสมไข่ขาวทีละน้อยลงในส่วนผสมไข่แดง ค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากัน เทลงในพิมพ์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียสนาน 40-45 นาที ยกออกจากเตา พักไว้ประมาณ 10 นาที เคาะออกจากพิมพ์ 

  ขนมหวานสุดเลิฟของใครหลายคน เนื้อเค้กนุ่มละมุนลิ้น หอมกรุ่นมะพร้าว ยิ่งกินตอนอบเสร็จใหม่ๆยิ่งฟินเลย   ส่วนผสมชิฟฟอนเค้ก น้ำมะพร้าว 1/2 ถ้วย      เนยสดชนิดจืด 2 ช้อนโต๊ะ            น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย                              แป้งเค้ก 100 กรัม      แป้งข้าวโพด 2 ข้อนโต๊ะ            ไข่แดงไข่ไก่ 9 ฟอง                              ไข่ขาวไข่ไก่ 9 ฟอง น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม      ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา ใบเตย ส่วนผสมหน้าเค้ก วิปปิงครีม 1  ถ้วย น้ำตาลไอซิง 1/3 ถ้วย เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย มะพร้าวอบแห้งสำหรับตกแต่ง วิธีทำ ต้มน้ำมะพร้าวกับเนยสด ใช้ไฟกลางจนเนยละลาย คนให้เข้ากัน เทใส่ชามผสม ใส่น้ำมันพืชแล้วคนด้วยตะกร้อมืออีกครั้งให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น ใส่ไข่แดง คนให้เข้ากัน ใส่แป้งเค้กและแป้งข้าวโพด ลงในชามผสมน้ำมะพร้าว ตะล่อมให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ และน้ำตาล จนไข่ขาวตั้งยอด ตักไข่ขาวใส่ลงในชามไข่แดง ตะล่อมเบาๆคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ถาด เคาะเบาๆ ไล่ฟองอากาศ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180   องศาเซลเซียส เวลา 15-20 นาที หรือจนสุก พักไว้ให้เย็น ทำหน้าเค้กโดยตีวิปปิงครีมกับน้ำตาลไอซิงให้ขึ้นฟูอยู่ตัว ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่ตู้เย็นไว้ นำใบเตยมารองที่ถ้วยสำหรับเสิร์ฟ ใช้พิมพ์วงกลมขนาด 3-4 นิ้ว กดเค้กให้เป็นวงกลม ใส่ลงในถ้วยใบเตย ใส่วิปครีมมะพร้าวที่ตีไว้ ตกแต่งด้วยมะพร้าวอบแห้ง

    ขึ้นปีใหม่อีกแล้วจ้า! คนสูงวัยอย่างป้าเจี๊ยบดีใจนะคะที่ยังมีชีวิตอยู่กับพี่น้อง ลูกหลาน ญาติมิตร ปีนี้คิดอยู่นานว่าจะทำอะไรเป็นของแจกคนรอบตัว หันไปทางไหนส่วนใหญ่ก็เจอแต่ชาวสูงวัยด้วยกัน และทุกคนก็ระมัดระวังเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องกิน ป้าเจี๊ยบเลยตัดสินใจทำอาหารสุขภาพแจกดีกว่า แล้วอะไรจะทำง่ายและเร็วไปกว่าคุกกี้!!!   ปักธงทำคุกกี้เพื่อสุขภาพแบบว่ากิน 2 ชิ้นอิ่มทั้งวัน ฮา! ป้าเจี๊ยบจะใช้ส่วนผสมสุขภาพ 3 กษัตริย์ค่ะ นั่นคือธัญพืช ผลไม้แห้ง และถั่ว   ธัญพืชที่คิดไว้คือข้าวโอ๊ต ส่วนผลไม้แห้งคือลูกเกดสำหรับรสหวาน และแครนเบอร์รีสำหรับรสเปรี้ยว  ส่วนถั่วสำหรับรสมันและความกรุบกรอบป้าเจี๊ยบเลือกวอลนัต   สำหรับเนื้อสัมผัสโดยรวมที่ต้องการคือกรอบนิดๆ บริเวณขอบ เนื้อในหนึบๆ นุ่มๆ เคี้ยวสบายๆ และรสไม่หวานมาก ลงมือทำกันค่ะ   เตรียมข้าวโอ๊ตก่อนนะคะ เทใส่เครื่องปั่นสับให้ขนาดย่อมลงมานิด ไม่ถึงกับละเอียดมาก แต่ไม่เป็นแผ่นๆ แบบที่ทำคุกกี้ข้าวโอ๊ตทั่วไป เพื่อสวัสดิภาพฟันของบรรดาคนกินทั้งวัยห้าว วัยหด วัยเหี่ยว อิอิ!    ต่อไปเตรียมชามเปียกค่ะ ตวงเนยสด 1/2 ถ้วยตวงและน้ำตาลทรายแดง 3/4 ถ้วยตวงใส่ลงในชาม วางพักไว้ให้เนยอ่อนตัวลงที่อุณหภูมิห้องสักหน่อย ป้าเจี๊ยบชอบใช้น้ำตาลทรายแดงสีเข้มค่ะ คุกกี้ที่ได้ออกมาจะสีเข้มกว่าที่เห็นวางขายทั่วๆ ไป   ระหว่างนั้นเตรียมชามแห้งโดยมีแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง โซดาไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา อบเชยป่น 1 ช้อนชา ลูกจันทน์ป่น 1/4 ช้อนชา ข้าวโอ๊ตปั่นสับหยาบๆ 1 1/2 ถ้วยตวง  ลูกเกด 1/3  ถ้วยตวง แครนเบอร์รีแห้ง 1/3 ถ้วยตวง วอลนัตสับหยาบๆ 1/3 ถ้วยตวง ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี    เริ่มลงมือตีเนยกับน้ำตาลในชามเปียกด้วยตะกร้อมือจนส่วนผสมเนียนเป็นสีครีม แล้วตอกไข่ไก่เบอร์สอง 1 ฟองลงไป ตีต่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี จากนั้นเทส่วนผสมชามแห้งลงไปในส่วนผสมชามเปียก ใช้พายซิลิโคนตะล่อมให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน  ได้แป้งโดคุกกี้พร้อมสำหรับอบแล้ว!   เปิดเตาอบติ๊งติ๊งอันเก่งไว้ก่อนเลยค่ะ ตั้งปุ่มความร้อนที่ 200 องศาเซลเซียส หรือ 400 องศาฟาเรนไฮต์ ปุ่มไฟบน-ล่าง ส่วนปุ่มเวลาจะหมุนไว้ที่ 10 นาทีเมื่อใส่ถาดอบเข้าไปแล้ว   ป้าเจี๊ยบปูถาดด้วยกระดาษรองอบ ใช้ช้อนตวงขนาด 1 ช้อนโต๊ะตักแป้งโดมาวางเป็นกองๆ กลมๆ ในถาด ห่างกันประมาณ 2 นิ้ว แปะหน้าด้วยวอลนัตอีกหน่อย   เตาของป้าเจี๊ยบเล็ก อบได้ครั้งละ 8 ชิ้นเท่านั้น แต่โชคดีที่ได้ของลุงจั่นบริจาคมาอีกหนึ่ง ตอนนี้เลยมี 2 เตา หึหึ!  ก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำไปค่ะ ช่วงนี้อากาศไม่ร้อน เลยไม่ต้องเก็บแป้งโดไว้ในตู้เย็นระหว่างรอคิวอบ   เมื่อนำคุกกี้ออกจากเตา ป้าเจี๊ยบใช้พายแซะคุกกี้ออกจากถาดมาวางผึ่งไว้บนตะแกรงทันที พอเย็นสนิทก็เก็บใส่กล่องปิดฝา ส่งไปพักในตู้เย็น   ป้าเจี๊ยบได้คุกกี้ 36 ชิ้น ทำครั้งละมากๆ ก็แรงไม่มี จะทยอยทำเพิ่มอีกเรื่อยๆ ตอนว่าง เพราะญาติมิตรเยอะจัด ฮา!   ปีใหม่นี้สุขภาพดีกันทุกคนนะคะ