ร่วมใจกันเชียร์ 2 เชฟคนเก่งตัวแทนจากประเทศไทยให้ชนะการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018

วันที่ 12 ตุลาคม 2560  23 Views

การแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018
สุดยอดเชฟ 2 คน จากประเทศไทย เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 23 ตุลาคม 2560 
เหล่าเพื่อน ๆ ในวงการเดียวกันต่างร่วมกันส่งกำลังใจให้ เชฟ Jim Ophorst และ เชฟพลอยอัมพร อายุเจริญ 2 เชฟคนเก่ง จากจำนวน 10 คน ที่จะเข้าชิงชัยกันในรอบชิงชนะเลิศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้
S.Pellegrino Young Chef 2018 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดขึ้นที่ Asian Culinary College of Lifelong Learning, Nanyang Polytechnic ประเทศสิงค์โปร์ โดยจะแข่งขันในช่วงบ่าย ตามด้วยการประกาศผลผู้ชนะและมอบรางวัลในค่ำคืนวันเดียวกัน
พีธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นที่ห้องอาหาร Ce La Vie ตั้งอย่ชั้นบนสุดของโรงแรมหรู Marina Bay Sands
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะทำการคัดเลือกผู้ชนะ คือเชฟรุ่นเยาว์ผู้เข้ารอบที่เก่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีดังนี้:
  • เชฟ Richard Ekkebus จากร้านอาหาร Amber โรงแรม แลนด์มาร์ค แมนดาริน โอเรียนเต็ล (The Landmark Mandarin Oriental) ในฮ่องกง ที่ได้รับมิชลิน สตาร์ระดับสองดาว ทั้งจากฮ่องกงและมาเก๊าถึง 9 ปีซ้อน พร้อมได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดอันดับที่ 3 ของเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2560
  • เชฟ Mingoo Kang จากร้านอาหาร Mingles ใน เกาหลี เป็นร้านอาหารอันดับที่ 15 ของเอเชียและได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยม ในเกาหลี จาก Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2560
  • เชฟ Chele Gonzalez จากร้านอาหาร Gallery VASK ในฟิลิปปินส์ เป็นร้านอาหารอันดับที่ 35 ของเอเชียและได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในฟิลิปปินส์ จาก Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2560
  • เชฟ Tetsuya Wakuda จากร้านอาหาร Tetsuya's ใน ออสเตรเลีย และร้านอาหาร Waku Ghin ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ได้รับมิชลิน สตาร์หนึ่งดาว ในปี 2559 และรางวัล The Diners Club® Lifetime Achievement Award ในปี 2559 จาก Asia’s 50 Best Restaurants
  • เชฟ Vicky Lau จากร้านอาหาร Tate Dining Room & Bar ในฮ่องกง ซึ่งได้รับมิชลิน สตาร์หนึ่งดาว ทั้งจากฮ่องกงและมาเก๊า และเธอเองในปีเดียวกันก็ยังได้รับเลือกให้เป็นเชฟหญิงยอดเยี่ยมของเอเชียในปี 2558 จาก Asia’s 50 Best Restaurants อีกด้วย
โดยเชฟ Jim Ophorst เชฟ เดอ คูซีน (Chef de Cuisine) ของร้านอาหาร PRU จาก ตรีสรา ภูเก็ต ได้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ ด้วยเมนู “ดอกกะหล่ำ” (Cauliflower) และเชฟ พลอยอัมพร อายุเจริญเชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหารอิตาเลียน 'La Scala' โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ได้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ ด้วยเมนู “โฉมงามกับอสูร” (Beauty and the Beast)
เชฟรุ่นใหม่ทั้ง 2 คนนี้ มีความสามารถ และเปี่ยมล้นด้วยพรสวรรค์ จนได้รับเลือกให้เข้าสู้รอบ semi-final ของภูมิภาคจากคณะกรรมการ โดยฝ่าด่านผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกหลายพันคนจากกว่า 90 ประเทศเข้ามาได้
รายชื่อเชฟ 10 คน ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารอบชิงชนะเลิศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่
  1. เชฟ Andrea De Paola ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Osteria Art – สิงคโปร์
  2. เชฟ Billyanto Billy เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหารโรงแรม บุลการี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท (Bulgari Hotel & Resort) บาหลี – เดนปาซาร์ อินโดนีเซีย
  3. เชฟ Jake Kellie ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Burnt Ends - สิงคโปร์
  4. เชฟ Jie Shen Ang เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหาร Mezza9 โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท  - สิงคโปร์
  5. เชฟ Jim Ophorst จากร้านอาหาร PRU จาก ตรีสรา ภูเก็ต - ไทย
  6. เชฟ Kim Leun Chen เชฟ จากร้านอาหาร Sitka Restaurant - มาเลเซีย
  7. เชฟ Mickael Farina เชฟที่จากร้านอาหาร Kandolhu Island – มัลดีฟส์
  8. เชฟ พลอยอัมพร อายุเจริญ เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหารอิตาเลียน La Scala โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ - ไทย
  9. เชฟ Priyam Chatterjee เชฟจากร้านอาหาร Qla  - นิวเดลี อินเดีย
  10. เชฟ Seokhyun Han ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Meta – สิงคโปร์
ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2560 ผู้เข้ารอบสุดท้ายจากแต่ละภูมิภาคนั้นจะต้องแข่งขันพร้อมพบกับความท้าทาย ฝ่าด่านของแต่ละภูมิภาคนั้น ๆ โดยจะมีคณะกรรมการประจำภูมิภาคที่มีอิสระในการตัดสินและคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาผู้เข้ารอบสุดท้ายเพียงคนเดียวตามกฎ “Five Golden Rules” เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไป
ช่วงประมาณสิ้นเดือน ธันวาคม 2560 จะมีการประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายจาก 21 ภูมิภาคทั่วโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Grand Finale ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2561 สำหรับเชฟผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละคนจะได้รับการจับคู่กับ “เมนทอร์ เชฟ” (Mentor Chef) ซึ่งก็คือเชฟผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณะกรรมการของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเชฟเมนเทอร์จะให้คำแนะนำ ฝึกสอน และให้คำปรึกษาเชฟผู้เข้าแข่งขันอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมอาหารจานเด่นของพวกเขาให้พร้อมสำหรับรอบชนะเลิศระดับนานาชาตินั้นเอง
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่  www.sanpellegrino.com พร้อมเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกินการดื่ม บนนิตยสารออนไลน์ที่สนับสนุนโดยซานเปลเลกรีโน และอัคควา ปันนา ได้ที่ www.finedininglovers.com

Tag : เชฟ