Haoma ยกร้านอาหารมาไว้กลางฟาร์ม

วันที่ 10 มกราคม 2561  631 Views

เรื่องโดย หญิงใหญ่

ประเภท ร้านอาหาร

เห็นทีเทรนด์อาหารแบบ Farm to table จะน่าสนใจมากขึ้นซะแล้ว เมื่อ Haoma ร้านเก๋ในซอยสุขุมวิท 31 ตีโจทย์ใหม่ ด้วยการยกร้านอาหารไปตั้งไว้กลางฟาร์มผักเสียเลย นำทีมโดยเชฟดีเค (Deepanker Khosla) เชฟชาวอินเดียที่ผ่านประสบการณ์ด้านอาหารมาแล้วอย่างโชกโชน ทั้งเครือโรงแรมดังอย่าง Starwood รวมถึงร้าน Charcoal Tandoor Grill & Mixology มารับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่
Haoma
ชื่อ Haoma หมายถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อโบราณ แผ่กิ่งก้านใบให้ร่มเงา สอดคล้องกับแนวคิดของเชฟที่อยาก ‘ปลูกสิ่งที่ปรุง-ปรุงสิ่งที่รัก’ และต่ออาหารแบบยั่งยืนจากฟาร์มผักหลังร้านสู่คนกิน  ที่ร้านจึงรายล้อมไปด้วยพืชผัก 31 ชนิด ปลูกด้วยวิธี Hydroponics, Aquaponics และแบบออร์แกนิก ซึ่งทั้งหมดถูกเด็ดสดๆ มาใช้ในเมนูอาหารและเครื่องดื่มของที่ร้านนั่นเอง
Haoma
Haoma
อาหารแต่ละจานของที่นี่ทำได้สวยแปลกตา เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และไม่ยึดติดว่าเป็นของสัญชาติใด เราหลงรัก Stick to the roots จานสลัดสุดครีเอต เชฟชวนเราพลิกอีกด้านของโลกขึ้นมาให้มองเห็นฝั่งรากของพืชผัก ในจานจึงมีทั้งบีทรูทอบเกลือ หัวเทอร์นิฟกงฟีต์ บีทรูทอบแห้ง รากบัวดอง มาการองแครอต จัดวางอย่างเก๋ไก๋ วาดลวดลายบนจานด้วยซอสบีทรูทเช่นกัน เนื้อสัมผัสน่าสนใจ เพราะมีทั้งความกรอบ ความหวาน ความเปรี้ยวในจานเดียว
Stick to the roots
ชิมจานจากผืนดินไปแล้ว ข้ามมาที่เมนูจากทะเลอย่าง Deep sea diving จานนี้เชฟนำวัตถุดิบของญี่ปุ่นมาไว้ด้วยกัน ทั้งหอยเชลล์ฮอกไกโดตัวอวบและหนวดปลาหมึกยักษ์นุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อมมันม่วง ถั่วแระญี่ปุ่น กลีบส้ม และเพิ่มรสด้วยซอสมิโซะ ส่วนจานที่ชิมแล้วยกให้เป็นพระเอกของร้านนี้คือ Miang Kham เชฟเล่าว่าตกหลุมรักเมี่ยงคำของบ้านเราตั้งแต่ครั้งที่ได้ชิม จึงนำมาดัดแปลงเป็นเมนูในสไตล์ตัวเอง กุ้งตัวใหญ่ซ่อนอยู่ในใบชะพลูเก็บจากฟาร์มหลังร้าน เสิร์ฟคู่ข้าวไรซ์เบอร์รี่จากสุรินทร์ ประดับด้วยกลีบดอกทานตะวัน จานนี้อร่อยมาก ข้าวมีความมันและออกเค็มนิดๆ กินคู่กับกุ้งแล้วเข้ากันดี
Deep sea diving
Miang Kham
อิ่มคาวแล้วล้างปากด้วย Black Forest เมนูจากความทรงจำสมัยเด็ก นำเสนอใหม่ในรูปแบบแท่งช็อกโกแลตมูสสุดเข้มข้น วางด้านบนด้วยแผ่นทองคำ ด้านนอกหุ้มด้วยเป็นแผ่นโกโก้กรอบๆ เสิร์ฟพร้อมมาการองและซอร์เบต์กระเจี๊ยบรสเปรี้ยวสดชื่น  
Black Forest
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยค็อกเทลที่ทำออกมาได้เก๋ไม่แพ้อาหาร แนะนำ Kale สีเขียวน่าจิบ มีส่วนผสมของจิน อะโวคาโด แอปเปิล เซเลรี และคะน้า ส่วนสาวๆ อย่าพลาด Strawberry รูปลักษณ์คล้ายมาร์ตินี  สีสวยจากสตรอว์เบอร์รี่ สละ และเลม่อน ประดับปากแก้วด้วยแผ่นสตรอว์เบอร์รี่กวนหนึบหนับ
Kale
Strawberry

231/3 ซอยสุขุมวิท 31 ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

0-2258-4744 ,06-1460-5441

17.30-23.00 น. (ปิดวันจันทร์)

175-850 บาท

มีที่จอดรถ

view google map


Tag : Farm to table, หอยเชลล์, อาหารฟิวชั่น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed